<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างผลงานทิ้งทวนปีสุดท้ายในการกุมบังเหียน ทัพสีกากี ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30&amp;nbsp; ก.ย.63 ได้อย่างสง่างาม บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพราะสามารถเข็นคำสั่งแต่งตั้งตำรวจระดับ สารวัตร (สว.) ถึง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2562 เกือบ 2,500 ตำแหน่ง ออกมาได้ตรงตามไทม์ไลน์ที่วางเอาไว้ คือ ระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ถึง รอง ผบก.ต้องออกมาในวันที่ &amp;nbsp;27 พ.ย. และระดับ สว. ถึงรองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) ต้องออกมาในวันที่ 29 พ.ย. แล้วให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 13 ธ.ค. ทั้งหมดมารายงานตัวไม่เกิน 16 ธ.ค. ก็ออกตรงเป๊ะ! กลางดึกคืนวันที่ 27 พ.ย. เชื่อมต่อเช้าวันที่ 28 พ.ย. คำสั่งชุดใหญ่ๆ 4 คำสั่งก็ออกมาพร้อมกัน ได้แก่ คำสั่งที่ 674/2562 จำนวน&amp;nbsp; 571 ราย, คำสั่งที่ 675/2562 จำนวน 661 ราย, คำสั่งที่ 676/2562 จำนวน 660 ราย และคำสั่งที่&amp;nbsp; 677/2562 จำนวน 537 ราย รวมทั้งสิ้น 2,429 ตำแหน่ง เรียกเสียงเฮ! จากเหล่า สีกากี ทั่วหน้า เพราะก่อนหน้านี้ต่างหวั่นใจ เกรงคำสั่งจะเลื่อน จะขยายเวลาออกไปอีก ถึง ผบ.แป๊ะ จะไล่ไทม์ไลน์เอาไว้ แต่ก็น้อยคนนักที่เชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามวันเวลานั้น เพราะต่างรู้ดีว่า นักวิ่งตำรวจ ถ้าส่งแข่งโอลิมปิก ได้เหรียญทองไปแล้ว พอคำสั่งออกมาตรงตามกำหนดเป๊ะๆ บางคนถึงขนาดยกมือ...สาธุ ขอให้เป็นแบบนี้ทุกปีก็ดี ตำรวจจะได้มีขวัญกำลังใจทำงาน ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาด บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่มาคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มตัวเป็นปีแรก ยังเอ่ย &amp;quot;การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.ถึง ผกก.เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เป็นไปตามกรอบระยะเวลา ก.ตร.กำหนดเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย. เป็นการแต่งตั้งเสร็จสิ้นก่อนกำหนด ไม่ทำให้เกิดปัญหาในการแต่งตั้งเหมือนที่ผ่านมา คำสั่งที่ออกเป็น 4 กลุ่มคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอง ผบก.หมุนเวียน ผกก.เลื่อนขึ้นเป็นรอง ผบก. ผกก.หมุนเวียน และรอง ผกก.ขึ้นเป็น ผกก. ทั้งหมดรวมกัน 2,000 กว่าตำแหน่ง พิจารณาจากความเหมาะสม ความรู้ ความสามารถ และเยียวยาผู้ที่ถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม การโยกย้ายที่ผิดฝาผิดตัวไม่ตรงความรู้ความสามารถ ให้ผู้ที่อันดับอาวุโสได้เลื่อนตำแหน่ง&amp;quot; ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ต้องชื่นชม ลุงตู่ คือนโยบายที่ได้มอบให้ ผบ.แป๊ะ หลังการแต่งตั้งไปแล้ว &amp;quot;จากนี้ได้กำชับในที่ประชุมหลังผ่าน 6 เดือนให้ประเมินประสิทธิภาพการทำงาน ดังนั้นการโยกย้ายจะย้ายได้อีกจะย้ายในทุก 6 เดือน ความรับผิดชอบผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นคือการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในกรอบการปฏิบัติที่สุจริต ผมเน้นย้ำเรื่องสุจริต แม้ข้าราชการตำรวจจะมีรายได้ที่น้อย แต่เมื่อสมัครเข้ามาแล้ว ต้องอุทิศกายและใจ สิ่งสำคัญจะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศชาติ ฝากไปถึงตำรวจทุกคน ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกัน&amp;quot; ยกมือเห็นด้วยทุกประการ แต่งตั้งไปแล้วต้องติดตามผล ไม่ใช่ส่งใครไปนั่งหัวหน้าหน่วย หัวหน้าโรงพัก แล้วก็ไม่ติดตามผลว่าทำงานได้ตามประสิทธิภาพหรือไม่ หากไม่มีประสิทธิภาพก็ต้องเปลี่ยน ก็ต้องย้าย ก็ต้องตรวจสอบกันทุกๆ 6 เดือน อย่าปล่อยให้ลากยาวๆ ไปเป็นปีๆ จนบางโรงพักแทบแตก เพราะ ผกก.บางคนแก้มตุ่ย รับแต่ตังค์ งานไม่สนใจ คนเป็นลูกน้องต้องทน คนที่รับกรรมคือ ประชาชน เจ้าของภาษีที่เสียไปเป็นเงินเดือนตำรวจ ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับการใส่ใจ แทนที่จะมารับใช้ประชาชนตามสโลแกนสวยหรู กลายมาเป็นรีดไถ ข่มเหงประชาชนแทน ๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากการจัดทำคำสั่งได้ตรงตามเวลาเป๊ะๆ แล้ว กฎเหล็ก ที่ ผบ.แป๊ะ วางเอาไว้ในข้อ 6 ที่ระบุ&amp;nbsp; &amp;quot;ข้าราชการตำรวจที่มีการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ลง 22 ก.ค.58 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ ให้พิจารณาเสนอแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งอื่นนอกพื้นที่ทุกราย&amp;quot; โรงพักที่เข้าข่ายต่างโดนกฎเหล็กดำเนินการหมด&amp;nbsp; พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผกก.สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกตรวจสถานบันเทิงในพื้นที่ 2 แห่ง พบเด็กอายุต่ำกว่า 15 และ 20 ปีเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง โดนย้ายไปเป็น ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บช.ภ.3 หลังมีกรณีประชาชนร้องเรียนขึ้นโรงพักแล้วไม่มีตำรวจรับแจ้งความ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง ภูเก็ต ย้ายไปเป็น ผกก.สภ.เจาะไอร้อง นราธิวาส หลังมีปัญหาเรื่องสถานบริการในพื้นที่ ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสืออากาศ24/7 นายพลทัพฟ้าที่กำลังโลดแล่นอยู่ในโลกสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊ก Wassana&amp;nbsp; Nanuam เขียนบทความร้อนๆ ล่าสุดคือ log on ปม ยืดเวลา แบน พาราควอต อีก 6 เดือน ก่อนหน้านี้ทั้งเรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหาร และการพูดถึงบางประเทศที่ขายอาวุธโดยไม่ถ่ายทอดเทคโนโลยี ผู้ที่อ่านแล้วหลายๆ ตอนเดากันว่า บางประโยค-บางคำ คุ้นหูโดยเฉพาะคำสำคัญที่ว่า เม็ดเลือดขาว เรียกได้ว่านายพลทัพอากาศผู้นี้ ไม่ใช่นายพลที่อยู่ในกรุซึ่งมักนิยมขีดเขียนงานวิชาการ แต่น่าจะเป็นผู้มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารงานภาครัฐในปัจจุบัน เมื่อมีการจับประเด็นเรื่อง &amp;quot;ญี่ปุ่น&amp;quot; หลายคนพานนึกไปถึงอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศท่านหนึ่ง ที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมแดนอาทิตย์อุทัย แต่บทบาทหน้าที่มีการจำกัดไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงเชื่อว่า &amp;quot;งานร้อนๆ&amp;quot; แบบนี้คงไม่ได้มาจากนายพลคนดังกล่าวแน่นอน บางคนฟันธงว่าเป็น บิ๊กนัต-พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศคนปัจจุบัน&amp;nbsp; เพราะเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 20 ของ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก น่าจะมีการถกเรื่องการเมืองกันบ้าง แต่เมื่อดูจากภารกิจที่แน่นเอี้ยดแล้วก็น่าจะเป็นไปได้ยาก ทำให้ปริศนาแห่งบทความร้อนจากแวดวงทหารหลายๆ ชิ้นจึงทยอยออกมาเรื่อยๆ ท่ามกลางการรุกของ &amp;quot;พรรคการเมือง&amp;quot; ที่ตรวจสอบทหารอย่างหนัก ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮือฮาสำหรับข่าวการเตรียมยุบ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมสุภาพบุรุษกงจักรของกองทัพบก ที่มีการปลุกปั้นรับการเปิดตัว &amp;quot;ไทยลีกอาชีพ&amp;quot; เมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นผู้บัญชาการทหารบก เรียกได้ว่า สปอนเซอร์ ระดับตัวเป้ง &amp;quot;ทุนไทยระดับบิ๊กเนม&amp;quot; ที่สนับสนุนกิจกรรมมากันครบ แต่ยิ่งมีการลงทุน ซื้อตัว-จ้างโค้ชราคาแพง ดูเหมือนว่าผลงานไม่น่าพอใจ และในยุค พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เป็นผู้บัญชาการทหารบก ก็มีแนวคิดสร้างเอง-ทำเอง เฟ้นหาเด็กในค่ายทหารเข้า &amp;quot;อะเคเดมี&amp;quot; ที่กองทัพทำขึ้น และส่งให้ทีมของ ทบ.เรียกได้ว่าประหยัดได้มากและเป็นการสร้างคนในระยะยาว ข่าวการยุบที่ออกมาแบบ &amp;quot;ฟ้าแลบ&amp;quot; คงมีการคิดไว้นานแล้ว แต่เกิดขึ้นหลังแมตช์ที่อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบกับ ไทยอาร์มฟอร์ซ (ทอ.) ว่ากันว่าในเกือบทุกครั้ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ก็ส่งนายทหารระดับ พลตรี ใกล้ตัวไปสังเกตการณ์ แต่ครั้งนี้ดันไปเจอปรากฏการณ์ &amp;quot;แปลกแปร่ง&amp;quot; ในการวางตัวคนลงไปแข่ง ซึ่งอาจเป็นปมสำคัญในการส่งข้อมูลไปถึงบิ๊กตู่ แต่ที่แน่ๆ นายกฯ-ผบ.ทบ.ยุคนี้ไปถึงกันตลอด&amp;nbsp; จึงเป็นที่มาของคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร รองประธานสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ออกมาบอกว่าถึงเวลาต้องจัดการ และงัดเอาทีม ทบ.เอฟซี ที่กรมสวัสดิการทหารบกดูแลมาเสียบแทน หลังจากพบว่าการทำทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด ไม่ตอบโจทย์ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากันเป็นทีมสำหรับคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดย พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ&amp;nbsp; หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข พร้อมด้วย นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp; นายธนากร บัวรัษฏ์ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และ พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาคมต่างประเทศและสื่อมวลชนในหัวข้อ &amp;quot;สนทนากับคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ : ความท้าทายและความคาดหวังต่อสันติภาพชายแดนใต้&amp;quot; ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) นอกจากนั้นยังเห็นทีม ตท.18 ทั้ง พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พล.อ.ธิวา เพ็ญเขตกรณ์ อดีตเจ้ากรมทหารมาร่วมทำงานด้วย เรียกได้ว่าเป็นการ &amp;quot;คิกออฟ&amp;quot; เริ่มงานแบบเป็นทีม แม้ในทางปฏิบัติได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะการประสานพูดคุยกับผู้อำนวยความสะดวกประเทศมาเลเซีย ถือเป็นการยืนยันความจริงจังของรัฐบาลไทยในการให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติสุข ไม่ใช่การลากยาวปัญหาให้ปล่อยไปตามสถานการณ์อย่างที่เมาธ์กัน ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเด้งด่วนผกก. ลูกน้องไม่รับแจ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ปทุมธานีเซ็นคำสั่งเด้ง ผกก.คลองหลวง พร้อมดาบตำรวจผู้ทำหน้าที่ประจำวัน หลังถูกร้องโรงพักร้าง ไม่รับแจ้งความคดียาเสพติด พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง รายงานผลใน 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมนี้ พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้เซ็นคำสั่งให้ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง และสิบเวรที่ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนในคืนวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ไปช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.62 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีตั้งคณะตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และให้รายงานผลภายใน 3 วัน โดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย กรณีมีการร้องเรียนว่ามีผู้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ สภ.คลองหลวงเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 27 ต.ค. แต่ไม่พบตำรวจแม้แต่นายเดียว นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ไปรอแจ้งความนอนรอตำรวจกันอีกหลายคนด้วย &amp;nbsp;อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดมา 2 ราย และมาพูดคุยกับดาบตำรวจที่ทำหน้าที่ประจำวัน แต่พูดกันไม่เข้าใจ เจ้าหน้าที่อาสาจึงมีการถ่ายภาพคนนอนหน้าโรงพักไปโพสต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ชยุตกล่าวว่า เท่าที่ฟังชาวบ้านพูดกันมีความบกพร่องจริง จะมากจะน้อยค่อยมาว่ากัน สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยังคงเป็นมิตรกันเหมือนเดิม ไม่มีการกระทบกระทั่งกัน ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของตำรวจเล็กๆ ที่พูดจาไม่เข้าหู ไม่มีการอะลุ้มอล่วย ตำรวจกับปกครองที่ผ่านมาระดับผู้บังคับบัญชามีการอะลุ้มอล่วยช่วยงานกันมาโดยตลอด แต่เด็กๆ ไม่ค่อยเข้าใจ แทนที่จะมีมนุษยสัมพันธ์ให้ความร่วมมือเขา สนับสนุนเขา ฝ่ายปกครองเอาผู้ต้องหามาส่ง ร้อยเวรไปดูที่เกิดเหตุ แทนที่จะรับตัวไว้ก่อนแต่ไม่ปฏิบัติ ผมเห็นว่าเรื่องแบบนี้ตำรวจมีส่วนบกพร่อง ทาง พ.ต.อ.เติมเผ่าก็บอกว่าลูกน้องมีความบกพร่องจริง แต่จะมากจะน้อยต้องมาดูกันอีกที&amp;quot; พล.ต.ต.ชยุตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.เติมเผ่าได้ออกมาชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นช่วงที่พนักงานสอบสวนไปอบรมมาและเปลี่ยนเวรเข้าออก สำหรับเวรที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะที่เวรใหม่กำลังจะเข้าเวรไม่สบายไปหาหมอเลยมาช้าไปนิดหนึ่งไม่นาน ทำให้เกิดช่องว่าง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีดาบตำรวจนายหนึ่งเข้าเวรประจำวันอยู่ มีสิบเวรพนักงานวิทยุอยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทำการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดมา 2 ราย และมาพูดคุยกับดาบตำรวจที่ทำหน้าที่ประจำวันโดยพูดกันไม่เข้าใจ เจ้าหน้าที่อาสาจึงมีการถ่ายภาพไป ตนเองได้มีการสอบถามญาติของผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุม ทราบว่าแม่ยายถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมตัวมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในโรงพัก มีการพูดคุยจนถึงตีสามครึ่ง และได้มีการสอบถามประชาชนที่นอนหน้าโรงพักได้ความว่า เป็นคนที่พลัดหลงมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวกลับตอนเช้า ซึ่งตนเองคิดว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าวว่า ดาบตำรวจที่ทำหน้าที่ประจำวันนั้น ปกติแล้วทำหน้าที่สายตรวจ เพิ่งจะมาช่วยประจำวัน ซึ่งจากการที่ตนเองพูดคุยกับเจ้าตัวแล้ว ดาบตำรวจนายนี้บอกว่า กลัว ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงเมื่อถูกสอบถาม และพยายามเดินหนีอย่างเดียวจึงกลายเป็นเรื่อง ซึ่งตนเองได้อบรมไปแล้วไม่ใช่เดินหนีอย่างเดียว สาเหตุจริงๆ อาจจะเกิดจากการพูดจาของดาบตำรวจที่รุนแรง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49046</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6e87faa5a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งด่วน ผกก.คลองหลวง เซ่นโรงพักร้าง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค 62 - จากกรณีมีประชาชนได้เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวงช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้แต่นายเดียวภายในห้องประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่มารอแจ้งความถึงกับนอนหลับที่เก้าอี้รอแจ้งความกันจำนวนหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้ออกคำสั่งให้ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง และสิบเวรที่ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนในคืนวันเกิดเหตุมาช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยให้รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ตั้งคณะตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และให้รายงานผลภายใน 3 วัน โดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า สาเหตุจริงๆเท่าที่ฟังดูเบื้องต้นเป็นเรื่องการให้บริการที่ไม่ถูกไม่ต้อง เป็นเรื่องความบกพร่อง ที่ต้องมีคำสั่งช่วยราชการมาก่อนนั้นเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ง่ายยิ่งขึ้น เท่าที่ฟังจากชาวบ้านมีความบกพร่องจริง แต่ก็ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของตำรวจเล็กๆ ที่พูดจาไม่เข้าหูกับฝ่ายปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก็มีการอะลุ่มอล่วยกันมาโดยตลอด แต่เด็กๆไม่ค่อยเข้าใจ แทนที่จะมีความมนุษย์สัมพันธ์ ให้ความร่วมมือเขาสนับสนุนเขา ฝ่ายปกครองเอาผู้ต้องหามาส่ง ร้อยเวรไปดูที่เกิดเหตุ แทนที่จะรับตัวไว้ก่อนแต่ไม่ปฏิบัติ ตนเห็นว่าเรื่องแบบนี้ มีส่วนบกพร่อง ทาง พ.ต.อ.เติมเผ่า ก็บอกว่า ลูกน้องมีความบกพร่องจริง มีส่วนบกพร่องจะมาก จะน้อยต้องมาดูกันอีกที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49039</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล, สภ.คลองหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6d0f287f4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฆ่าสาวตีกรามหัก หมกศพในพงหญ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฆาตกรรมสยองหญิงสาว ถูกตีกรามซ้ายหัก ถูกแทงชายโครงและลิ้นปี่ แหวน-สร้อยข้อมือทองคำคนร้ายไม่แตะ ได้เบาะแสข้อเท้าผู้ตายสักอักษร &amp;quot;KOY&amp;quot; ศพถูกทิ้งไว้ในป่าหญ้ากลางซอยย่านคลองหนึ่ง โชเฟอร์วิน จยย.ไปพบหลังขี่ผ่านแล้วผู้โดยสารได้กลิ่นเหม็น คาดเสียชีวิตมากเกือบเดือน สันนิษฐานถูกฆ่าจากที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุฆาตกรรม พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง จึงนำกำลังตำรวจ แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 1 และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปตรวจสอบเหตุ พบศพหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ภายในป่าหญ้าริมถนนกลางซอยเทพกุญชร 21 หมู่ที่ 11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ตายอายุประมาณ 20-30 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาลมีระบายที่ปลายแขนทั้งสองข้าง ซึ่งถูกถอดไว้ด้านหลัง ยกทรงสีครีมถูกปลดตะขอด้านหลังออก 1 อัน กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ เข็มขัดหนังสีดำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการชันสูตรเบื้องต้น พบมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งจนกรามซ้ายหัก มีรอยถูกของมีคมแทงบริเวณชายโครงซ้ายและกลางลิ้นปี่ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 สัปดาห์ ไม่พบเอกสารของทางราชการ ที่นิ้วกลางมือซ้ายสวมแหวนทอง 1 วง ข้อมือซ้ายสวมสร้อยข้อมือทองคำลายโซ่น้ำหนักประมาณ 2 สลึง ที่ข้อเท้าซ้ายสักอักษรภาษาอังกฤษ KOY และเพนต์เล็บแฟนซีลายมิกกี้เมาส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระวัต แก้วแก่น อายุ 44 ปี วินจักรยานยนต์รับจ้างหน้าวัดทวีการะอนันต์ &amp;nbsp;ผู้พบศพ ให้การว่า รับผู้โดยสารมาจากวิทยาลัยบุญถาวร จะไปส่งที่ปากซอยมิตซูบิชิ ระหว่างทางผ่านจุดเกิดเหตุ ผู้โดยสารได้กลิ่นเหม็นคล้ายศพ แต่ตนเองไม่ได้จอด กระทั่งไปส่งผู้โดยสารเสร็จแล้วจึงวนรถกลับมาดู ก็พบศพผู้หญิงอยู่ในป่าหญ้า จึงรีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ไม่มีชาวบ้านย่านนี้แจ้งความคนหาย คาดว่าจะเป็นคนนอกพื้นที่มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เติมเผ่าเปิดเผยว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และสอบปากคำพยานที่พบศพ พร้อมทั้งให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้ได้มากที่สุด หาข้อมูลว่าผู้ตายเป็นใคร ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมามีการรับแจ้งบุคคลหายกี่ราย เพื่อเร่งพิสูจน์ทราบ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อชีวิต เพราะทรัพย์สินมีค่าที่เป็นทองรูปพรรณยังอยู่ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้มอบศพให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41535</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล, วีระวัต แก้วแก่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d346a6618440.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดร้านซักผ้าพังยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดสนั่นห้องแถวร้านซักรีดกลางกรุง เพิ่งเปิดได้ 3 วันจัดโปรโมชั่นซักฟรี 24 ชม. ลูกค้าเข้าคิวซักทั้งวันทั้งคืนจนแก๊สระเบิด บาดเจ็บระนาว 9 คน ร้านต้นเหตุพังราบ พลอยทำให้ร้านข้างเคียง รถยนต์ จยย.ได้รับความเสียหายไปด้วย นายกวิศวกรรมสถานฯ เสนอห้ามใช้อาคารอีก 7 ห้อง เพราะอาจถล่มได้ทุกเมื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 3 กันยายนนี้ ร.ต.ท.อดิศักดิ์ เสนียุทน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุแก๊สระเบิดที่ร้านสะดวกซัก ถนนอินทามระ ซอยอินทามระ 36 แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น ปากซอยอินทามระ 36 ร้านเกิดเหตุเป็นร้านซักผ้าหยอดเหรียญ มีทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบแห้งแบบ 2 ชั้น ถูกแรงอัดจากการระเบิดพังเสียหาย ใกล้กับเครื่องอบผ้า พบถังแก๊สขนาด 48 กิโลกรัม ที่ต่อเข้ากับวาล์วใช้งานจำนวน 4 ถัง และที่ยังไม่ต่อใช้งานอีก 2 ถัง ติดกับร้านซักผ้าทางฝั่งขวาเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์ ส่วนด้านซ้ายเป็นร้านอาหาร ถูกแรงระเบิดทำลายกำแพงด้านในที่อยู่ติดกับร้านซักผ้าพังทั้งแถบ ถัดออกไปเป็นร้านเสริมสวย สภาพกระจกด้านหน้าร้านและประตูแตกกระจายเสียหายทั้งหมด ฝั่งตรงข้ามพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน 5 กอ 7151 กทม. ด้านหน้าฝั่งซ้ายพังยุบ โดยมีเลือดหยดที่พื้น ห่างออกไปประมาณ 4 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 4 กด 3030 กทม. ล้มคว่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ แรงอัดของระเบิดและเศษปูนยังกระเด็นออกมาเต็มพื้นถนน โดนร้านรถเข็นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพังเสียหาย 2-3 ร้าน และมีคนได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ประกอบด้วย นายธัญพัฒน์ ยิ่งฐิติโรจน์ อายุ 30 ปี, นายก้องเกียรติ บัวผัน อายุ 29 ปี, น.ส.ธาริกา ถิธนันทปภากุล อายุ 20 ปี, นายชานุวัฒน์ ตั้งเจริญวิทย์ อายุ 19 ปี และ น.ส.เป็งอวย ศักดาพจนา อายุ 15 ปี ทั้ง 5 คนถูกส่งไปยัง รพ.เปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน ส่วน น.ส.จารุนารถ ศรีเกือก อายุ 19 ปี และนางบุญหลง ปาประเค้า อายุ 61 ปี ถูกส่งไป รพ.รามาธิบดี และนางนลิวรรณ วงศ์จอม อายุ 42 ปี ถูกส่งไป รพ.ราชวิถี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพงษ์ ไชยบุรี และนายอัฐพล กองสุข เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 02.00 น. ได้นำผ้ามาซักที่ร้านสะดวกซัก เนื่องจากทางร้านจัดโปรโมชั่นเปิดบริการให้ซักฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ฉลองเปิดร้าน แต่พบว่าเครื่องซักผ้ามีผู้ใช้บริการเต็มหมดแล้ว ระหว่างนั้นได้กลิ่นคล้ายกับแก๊สรั่ว จึงชวนกันออกมายืนรอฝั่งตรงข้ามร้าน สักพักยิ่งได้กลิ่นแก๊สแรงขึ้น จึงเดินไปบอกเจ้าของตึกซึ่งเปิดร้านอาหารอยู่ข้างๆ ว่าให้ช่วยเรียกเจ้าของร้านมาดู เพราะเกรงจะมีอันตราย ขณะที่รอเจ้าของมาดูนั้น พวกตนก็ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ในร้านอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้ามร้านซักผ้า แล้วก็มีเสียงระเบิดดังสนั่น เศษปูนกระจายถูกประชาชนโดยรอบได้รับบาดเจ็บ และข้าวของเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกวิน นิทัศนจารุกุล เจ้าของร้านสะดวกซัก กล่าวว่า เพิ่งเปิดร้านได้เพียง 3 วัน โดยจัดโปรโมชั่นซักฟรีจนมีผู้ใช้บริการตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งภายในร้านจะมีทั้งเครื่องซักและเครื่องอบผ้าที่นำเข้าจากประเทศจีน มีการทำงานในหลายระบบ รวมไปถึงระบบแก๊สด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว จำนวน 9 คน มีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและปลอดภัยแล้ว และได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำประกอบคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผอ.เขตดินแดง ตำรวจ สน.สุทธิสาร และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจความเสียหายและหาสาเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาฤทธิ์กล่าวว่า สาเหตุคาดว่าเกิดจากแก๊สรั่วไหล มีอาคารเสียหาย 5 คูหา ส่วนร้านซักรีดที่พื้นเพดานและฝ้าก็เกิดรอยร้าว ถ้ากรมโยธาฯ ประเมินว่าไม่พร้อมให้อยู่อาศัย ก็จะออกเป็นคำสั่งห้ามใช้อาคารเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รองปลัด กทม. และ ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ไปตรวจอาคาร ดร.ธเนศเปิดเผยว่า เสาตัวอาคารเสียหาย 6 ต้น วิศวกรต้องทำค้ำยันเสาด้วยเหล็กไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นเมื่อรถบรรทุกวิ่งผ่าน หรือฝนตกหนัก อาจทำให้อาคารถล่ม ขอแนะนำประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารใกล้เคียงทั้ง 7 คูหา ต้องออกจากพื้นที่ก่อน และปิดป้ายประกาศห้ามใช้ตัวอาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบอาคารโดยละเอียด ในที่สุด นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผอ.เขตดินแดง ก็ได้ออกประกาศห้ามเข้าใช้อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น รวม 7 คูหา นอกจากนี้ พบว่าร้านซักผ้าต้นเหตุยังไม่มีใบอนุญาต สำนักงานเขตดินแดงจึงจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการในข้อหาไม่ได้รับอนุญาตในการประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2535 โดยมีอันตราโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เติมเผ่า ศิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า จากการสอบสวน เจ้าของร้านซักรีดซื้อแฟรนไชส์ร้านซักแห้งมาในราคากว่า 2 ล้านบาท โดยพื้นที่ที่รับผิดชอบมีแฟรนไชส์ร้านเดียวกันนี้ 3 ร้าน ซึ่ง 2 ร้านแรกได้จ้างบริษัทเดียวกันติดตั้งระบบ แต่ร้านเกิดเหตุใช้บริษัทอื่น จึงไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับการติดตั้งหรือไม่ ต้องรอผลตรวจจาก พฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้องเกียรติ บัวผัน, ชานุวัฒน์ ตั้งเจริญวิทย์, ธัญพัฒน์ ยิ่งฐิติโรจน์, ธาริกา ถิธนันทปภากุล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล, พีรพงษ์ ไชยบุรี, ร.ต.ท.อดิศักดิ์ เสนียุทน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัฐพล กองสุข, เป็งอวย ศักดาพจนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d3d8b8b68f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
