<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุก &#039;ยิ่งยง&#039;สองปี โฆษณาถั่งเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปคบ.จ่อออกหมายจับ &amp;quot;กาละแมร์&amp;quot; ถ้าไม่มาให้ปากคำตามหมายเรียกครั้งที่สอง วันที่ 9 ก.พ.นี้ ขณะที่ &amp;ldquo;ยิ่งยง&amp;rdquo; โดนข้อหาโฆษณาเท็จ เจ้าตัวประสานตำรวจเตรียมรับทราบข้อกล่าวหา 8 ก.พ. ส่วนช่องเคเบิลขายถั่งเช่าถูก กสทช.เรียกปรับแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 4 ก.พ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. เปิดเผยว่า หลัง ปคบ.ได้ออกหมายเรียกนายยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และบริษัทผู้ผลิตถั่งเช่ามารับทราบข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.อาหาร มาตรา 40 และมาตรา 41 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท และข้อหาโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท จากกรณีได้มีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าผ่านช่องเคเบิลทีวี ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 โดยออกหมายเรียกไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดได้รับการประสานจากนายยิ่งยงว่าจะเดินทางเข้ามาพบในวันดังกล่าว ซึ่งประเด็นหลักที่จะสอบปากคำคือ เรื่องของการโฆษณาถั่งเช่า นอกจากนี้ตำรวจจะยังดำเนินคดีกับบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ รวมถึงบริษัทที่โฆษณาด้วย ส่วนเจ้าของเคเบิลที่เปิดช่องทางให้โฆษณาขายสินค้านั้น ได้รับรายงานว่าถูก กสทช.เรียกไปตักเตือนและปรับเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;quot; พ.ต.อ.เนติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เนติกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้นางสาวพัชรศรี เบญจมาศ หรือกาละแมร์ พิธีกรชื่อดัง เข้ามารับทราบข้อกล่าวหากรณีโฆษณาอวดอ้างคุณสมบัติอาหารเสริมผ่านโซเชียล ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 น. ที่จะถึงนั้น จนถึงตอนนี้พิธีกรชื่อดังยังไม่ได้มีการตอบรับมาหรือประสานขอเข้าพบจากเจ้าตัว หากในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ไม่มาตามนัด หรือไม่มีเหตุอันสมควรในการเลื่อนนัด จะดำเนินการออกหมายจับทันที.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลแขวงนนทบุรี พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายประยงค์ บัวงาม หรือยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้อง นักแสดง ฐานร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร และร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต
กรณีเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 จำเลยได้โฆษณาคุณประโยชน์ สรรพคุณอาหารเสริม สารสกัดถั่งเช่า ผสมยูซีทู ผ่านทางโทรทัศน์ ว่าผู้สูงอายุที่มีปัญหากระดูกและเข่า ลุกขึ้นก็ปวด หลังจากทานแล้วสามเดือน เดี๋ยวนี้อาการปวดไม่มีเลย อยากจะบอกต่อให้ผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่า ซึ่งเป็นการโฆษณามุ่งหมายว่าผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวทำหน้าที่เหมือน &amp;quot;ยา&amp;quot; และได้ร่วมกับบริษัท นายเพอร์เฟคท์ มีเดีย จำกัด โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ สารสกัดถั่งเช่าดังกล่าว เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 4, 40, 41, 70 71 ป.อ.ม.83, 91 ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 91 ฐานร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์อาหารเป็นเท็จ จำคุก 2 กระทง กระทงละ 1 ปี และปรับ 2 กระทง กระทงละ 20,000 บาท เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท ฐานร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 2 กระทง กระทงละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี ปรับ 50,000 บาท ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 25,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ มีกำหนด 1 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92007</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท นายเพอร์เฟคท์ มีเดีย จำกัด, ประยงค์ บัวงาม, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601bebd74d37c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าวัดเสพเมถุนคบชู้-มั่วกับสีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ บุกวัดดัง จับเจ้าอาวาสพาสีกาเล่นจ้ำจี้ในกุฏิ คุมตัวส่งเจ้าคณะอำเภอสึก เผยสาเหตุจากสามีสาวใหญ่สงสัย เมียไปทำบุญวัดนี้ถี่ยิบ แอบค้นกระเป๋าพบถุงยาง ให้ลูกติดตามพฤติกรรมจนได้ข้อมูลชัด แจ้งตำรวจจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสําโรง รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ต.เกริก เสนาะสําเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกําลังข้าราชการตํารวจ ชุดปฏิบัติการ 2 กองกํากับการ 5 บก.ป. ร่วมกับนายสหัส บรรจงเมือง นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพระสรรเสริญ หรือนายสรรเสริญ กระต่ายทอง อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พาสีกาเข้ามามีเพศสัมพันธ์ภายในกุฏิวัดอันเป็นการผิดวินัยสงฆ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 พระสรรเสริญได้ไปพบนางเอ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.บางแพ จ.ราชบุรี จากนั้นก็มีการสนทนาถูกคอกัน พระสรรเสริญจึงเชื้อเชิญให้นางเอไปทำบุญที่วัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาสบ้าง นางเอก็เดินทางไปตามคำเชิญ แต่หลังจากนั้นไม่นาน นางเอเดินทางไปบ่อยครั้งแทบทุกสัปดาห์จนผิดปกติ ทำให้นายบี (นามสมมติ) อายุ 50 ปี สามีของนางเอเกิดความสงสัย แต่นางเอก็อ้างว่าไปงานกฐิน, งานผ้าป่า หรืองานวัดต่างๆ ทุกครั้งก็จะพาลูกสาวอายุ 14 ปีไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายบีได้สอบถามลูกสาวถึงพฤติกรรมของนางเอผู้เป็นแม่ ได้ความว่า เมื่อนางเอไปถึงวัดจะเดินเข้าไปในกุฏิของพระสรรเสริญ จากนั้นพระสรรเสริญจะเดินตามเข้าไปและล็อกห้อง หายไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยให้ตนอ่านหนังสือรออยู่ข้างนอก นายบีจึงยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้น และเมื่อนางเอกลับจากวัด นายบีได้แอบค้นข้าวของในกระเป๋า พบถุงยางอนามัยซุกอยู่ด้วย นายบีจึงขอให้ลูกสาวแอบดูพฤติการณ์นางเอว่าเข้าไปทำอะไรในกุฏิของพระสรรเสริญ ลูกจึงได้เห็นภาพพระสรรเสริญกับแม่มีเพศสัมพันธ์กัน หลังนายบีทราบเรื่องเห็นว่าพระมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงได้ร้องเรียนกองปราบปรามช่วยตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 9 มิ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.5.บก.ป. ได้มาตรวจสอบตามข้อร้องเรียนและพบพระสรรเสริญกําลังมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่งภายในกุฏิ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้สํานักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมตรวจสอบ พบพยานหลักฐานในการกระทําความผิดจริง และพระสรรเสริญรับสารภาพว่าได้ร่วมมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวจริง เจ้าหน้าที่จึงนำไปสึกกับพระโสภณกาญจนาภรณ์ เจ้าคณะอําเภอเมืองกาญจนบุรี ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม โดยนายสรรเสริญจะไม่สามารถกลับมาบวชได้อีกแล้วเพราะอาบัติปาราชิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68344</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.เกริก เสนาะสําเนียง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, สรรเสริญ กระต่ายทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d04f62b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุ๊กเขาพนมแทงนร. หนีไปบวชก็ไม่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบ &amp;quot;กุ๊ก เขาพนม&amp;quot; หนีคดีพยายามฆ่า 5 ปีไปบวชพระ สุดท้ายไม่พ้นมือตำรวจกองปราบฯ รับเหตุจากลูกน้องมีปัญหาแย่งแฟนกับ นร.คนหนึ่ง ในฐานะลูกพี่ต้องออกหน้าไล่แทงอีกฝ่ายจมเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มีนาคมนี้ ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป. เข้าจับกุมนายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 3 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกระบี่ ที่ 32/2559 ลง 17 ต.ค.2559 โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.2558 สมาชิกหนึ่งในแก๊งของนายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ปมขัดแย้งเรื่องแย่งแฟนกัน จนเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 15.00 น. นายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งได้นัดเคลียร์กับคู่กรณี โดยให้มาพบกันหน้าโรงเรียนที่คู่กรณีเรียนอยู่ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายสุรศรีพาพวกถึงหน้าโรงเรียนพบคู่กรณียื่นอยู่ จึงจอดรถแล้วกรูกันเข้าไปใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาแทงไปที่คู่กรณีหลายครั้งจนคู่กรณีล้มลง จากนั้นทั้งหมดก็ขี่รถจักรยานยนต์ที่เตรียมมาหลบหนีไป ต่อมามีผู้เห็นเหตุการณ์ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง และบิดาผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา วันที่ 3 มี.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามจนกระทั่งสืบทราบว่า นายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง ผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีมาบวชเป็นพระภิกษุที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเฝ้าติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด สอบสวนผู้ต้องหายอมรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้นายสุรศรีเป็นหัวหน้าแก๊งรถซิ่ง เป็นที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;กุ๊ก เขาพนม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58891</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบอดีตสท. เป็นชู้-ฆ่่าฝรั่ง หวังฮุบมรดก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนมุมแล้ว อดีต ส.ท.หลังสวนหนีคดีฆ่าชาวฮอลแลนด์ 12 ปี เหตุเป็นชู้กับสาวไทยเมียผู้ตาย แล้วพบว่าอีกฝ่ายมีทรัพย์สินกว่า 100 ล้าน จึงสุมหัววางแผนฆ่า ใช้ไม้ตีแล้วใช้เชือกรัดคอ แต่เหยื่อกลับฟื้น เลยทุบหัวด้วยก้อนหิน นำศพไปทิ้งกองขยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป. ร่วมแถลงผลจับกุมนายอนุพงศ์ สุทธานี อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 1034/2550 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2550 ข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน&amp;rdquo; ได้ในพื้นที่หมู่ 2 ต.วังธง อ.เมือง จ.แพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า เมื่อปี 2546 นายอนุพงศ์ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกเทศบาลหลังสวน จ.ชุมพร ได้รับเหมาก่อสร้างบ้านพักให้กับนายจูลส์ โอเดอะเกริกเกน อายุ 49 ปี ชาวฮอลแลนด์ เจ้าของหนังสือพิมพ์ต่างประเทศควิกนิวส์ พัทยา และนิวส์ภูเดย์ วางจำหน่ายอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา และ จ.ภูเก็ต ซึ่งได้มาใช้ชีวิตบั้นปลายแต่งงานอยู่กินกับ น.ส.มาริสา หรืออ้อย พรหมณะ อายุ 37 ปี สาวชาวไทย อยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน แต่ระหว่างนั้นนายอนุพงศ์กลับแอบคบชู้กับ น.ส.มาริสา ภรรยาของผู้ตาย ก่อนทราบว่าผู้ตายได้ทำประกันชีวิต และมีทรัพย์สินและมรดกรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท จึงได้ร่วมกันสมคบคิดกับ น.ส.มาริสา และนายเศกสรรค์ พรหมณะ พี่ชายของ น.ส.มาริสา วางแผนฆ่านายจูลส์ เพื่อหวังครอบครองเงินดังกล่าวทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อวันที่ 16 พ.ย.2546 นายอนุพงศ์และนายเศกสรรค์สบโอกาสเมื่อนายจูลส์ยืนอยู่เพียงลำพัง จึงใช้ไม้รุมตีจนสลบ พร้อมกับใช้เชือกรัดคอจนแน่นิ่งและเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงได้ช่วยกันยกร่างของนายจูลส์ขึ้นรถเพื่อนำไปทิ้งอำพราง แต่ระหว่างทางนายจูลส์เกิดฟื้นคืนสติขึ้นมาพร้อมกับตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ นายอนุพงศ์และนายเศกสรรค์จึงได้ช่วยกันใช้ก้อนหินทุบหัวซ้ำจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนนำศพไปโยนทิ้งไว้ที่กองขยะแห่งหนึ่งภายในซอยกรีนเวย์ อ.เมือง จ.ชลบุรี จนกระทั่งมีผู้มาพบศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดได้ ซึ่ง น.ส.มาริสา และนายเศกสรรค์ ให้การรับสารภาพ ศาลจึงตัดสินจำคุกตลอดชีวิต มีเพียง นายอนุพงศ์ ผู้ต้องหารายนี้ที่ยังคงยืนกรานปฏิเสธ พร้อมกับยื่นเรื่องขอรับการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อสู้คดี กระทั่งวันที่ 21 ธ.ค.2550 ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษาทางคดี และมีคำตัดสินพิพากษาลงโทษประหารชีวิต แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมมารับฟังผลทางคดี จึงได้ออกหมายจับดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.เนติกล่าวว่า ช่วงระหว่างที่หลบหนี นายอนุพงศ์ได้พยายามหลบหนีไปอยู่ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ พร้อมกับตัดขาดญาติพี่น้อง มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลใหม่ทั้งหมด ก่อนจะหลอกใช้คนอื่นไปเป็นตัวแทนซื้อที่ดินในพื้นที่ จ.แพร่ เพื่อใช้หลบซ่อนตัวหนีคดีมาเป็นเวลากว่า 10 ปี จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการสอบสวน นายอนุงพงศ์ให้การรับสารภาพและสำนึกในความผิดที่ได้ก่อขึ้น พร้อมที่จะรับโทษตามกฎหมาย เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดพัทยาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57654</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d351a45c4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับมือเผาแฟนสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ ตามจับหนุ่มโหดหนีกว่า 17 ปีคดีบุกทำร้าย นศ.ปวส.แฟนสาวแล้วจุดไฟเผาคาหอพักจนกลายเป็นผู้พิการป่วยติดเตียง ให้การปฏิเสธทุกข้อหา แม่ผู้เสียหายเตรียมพาลูกสาวไปดูหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมนี้ ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. มอบหมาย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป., พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. แถลงผลจับกุมนายคำรณ หรือบังหนิด สมญาพิทักษ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/2 หมู่ 14 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 181/2547 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2547 ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน จับกุมได้ในตลาดเทศบาลหนองหญ้าไซ หมู่ 5 ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เนติกล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 ได้มีคนร้ายใช้ของแข็งตี น.ส.วรรณา ศรียาไพ ขณะนั้นอายุ 20 ปี เป็นนักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพาณิชย์ชื่อดังใน จ.นครศรีธรรมราช จนสลบ ก่อนจุดไฟเผา แล้วหยิบเอาเงินสด 4,500 บาท และทองรูปพรรณของผู้เสียหาย รวมกว่า 2 หมื่นบาทหลบหนีไป เหตุเกิดภายในหอพักแห่งหนึ่ง หลังถนนสายอ้อมค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุผู้เสียหายมีสภาพบาดแผลถูกไฟเผาตามตัวบาดเจ็บสาหัส กลายเป็นผู้พิการป่วยติดเตียง แขนขาลีบ ไม่สามารถสื่อสารได้ โดยมีนางกอลิเย๊าะ ศรียาไพ อายุ 63 ปี มารดาเป็นผู้ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำและพาไปรักษาตัว ทำกายภาพบำบัดจนเวลาผ่านไป 6 เดือน น.ส.วรรณาก็สามารถให้การว่าคนที่ก่อเหตุคือนายคำรณ หรือบังหนิด แฟนเก่าที่โกรธแค้นที่ตนขอแยกทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เนติกล่าวว่า จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้สอบถามพยานรายหนึ่งจนทราบว่า วันเกิดเหตุเห็นนายคำรณขี่จักรยานยนต์มาหา น.ส.วรรณา ที่หอพัก แล้วได้ยินเสียงทะเลาะกัน สักพักก็เงียบไป กระทั่งเห็นนายคำรณรีบขี่จักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานก่อนเสนอศาลขออนุมัติออกหมายจับนายคำรณ และสามารถตามจับกุมมาส่งฟ้องศาล ระหว่างนั้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ลาออก ทำให้ส่งผัดฟ้องไม่ทัน ผู้ต้องหาจึงหลบหนีไปนานกว่า 17 ปี กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นางกอลิเย๊าะได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ และเมื่อเดือนที่แล้วได้มาร้องตำรวจกองปราบปรามให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี เพราะคดีใกล้หมดอายุความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่หาข่าวของผู้ต้องหา จนทราบว่าก่อนหน้านี้ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับญาติในหลายจังหวัด ไม่ทำบัตรประชาชนและไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ กระทั่งล่าสุดสืบทราบว่าหนีไปขายพริกแกงใต้อยู่กับญาติที่ตลาดเทศบาลหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี จนมีภรรยาและลูกชาย 1 คน จึงวางแผนเข้าจับกุมได้ดังกล่าว จากการสอบสวนนายคำรณให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำส่ง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางกอลิเย๊าะกล่าวภายหลังทราบข่าวว่าตำรวจกองปราบฯ ตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุทำร้ายบุตรสาวของตัวเองจนกลายเป็นผู้พิการว่า ต้องขอขอบคุณ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. ที่ตามจับกุมผู้ต้องหาที่ทำร้ายลูกสาวตนเองมาดำเนินคดีได้ เพราะเวลาผ่านมา 17 ปี ผู้ต้องหายังลอยนวล ทั้งนี้ ตนร้องเรียนไปตามหน่วยงานต่างๆ หลายที่ แต่เรื่องเงียบทุกครั้ง เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทั่งกองปราบปรามเข้าช่วยเหลือจับกุมได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจับกุมคนร้ายได้ ตนบอกกับลูกสาวในเรื่องนี้ ปรากฏว่าลูกสาวแสดงสีหน้าดีใจจนน้ำตาซึม จากนั้นจะพาครอบครัวและลูกสาวเดินทางไปยัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดูหน้าคนร้ายด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47255</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95f258d621e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
