<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับขายประกันรถ ปลอมกรมธรรม์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มขายประกันภัยรถยนต์สุดแสบ ทำใบกรมธรรม์ปลอมให้ลูกค้ากว่าครึ่งร้อย เอาเงิน 3.5 แสนไปถลุงจนหมด กำชับใครเกิดอุบัติเหตุให้โทร.หา เอารถไปซ่อมถูกๆ ที่อู่เพื่อน ความแตกเมื่อลูกค้าบางรายติดต่อไม่ได้ จึงโทร.เข้าบริษัท ถูกจับดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม สั่งการ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายณัฐกิตติ์ อริยโชติพิพิธ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ 2 ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลจังหวัดอ่างทอง ที่ 146/2561 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม จับกุมได้ที่ตลาดนัดโคกช้าง หมู่ 8 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายณัฐกิตติ์ซึ่งทำงานเป็นตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ให้บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ได้ปลอมกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของลูกค้ากว่า 50 คน มูลค่า 3.5 แสนบาท ต่อมารถยนต์ของลูกค้าที่ได้รับกรมธรรม์ประกันภัยปลอมได้เกิดอุบัติเหตุ จึงมาแจ้งเคลมประกันกับทางบริษัท ทำให้ทราบว่ากรมธรรม์ที่ลูกค้าถืออยู่เป็นกรมธรรม์ปลอม ภายหลังทราบเรื่องทางบริษัทจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อนายณัฐกิตติ์ที่ สภ.เมืองอ่างทอง กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายณัฐกิตติ์ได้หลบหนีไปช่วยแฟนสาวขายของที่ตลาดนัดโคกช้างใน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังจับกุมตัวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายณัฐกิตติ์รับสารภาพว่าเป็นพนักงานขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของบริษัทแห่งนี้มา 2 ปี และได้แอบนำเงินลูกค้าไปใช้จ่ายส่วนตัวจนหมด จึงคิดทำกรมธรรม์ประกันภัยปลอมให้ลูกค้า โดยจะนำเอกสารของลูกค้าเก่ามาตัดต่อเลขทะเบียนรถ ชื่อ นามสกุล และที่อยู่ ให้เป็นของลูกค้าที่มาติดต่อซื้อกรมธรรม์ ก่อนนำไปถ่ายเอกสารให้ดูเหมือนกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริงที่บริษัทออกให้ และหากรถยนต์ลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ ตนจะให้ลูกค้าโทร.หาทันที จากนั้นจะนำรถยนต์ของลูกค้าไปซ่อมในอู่ของพรรคพวกที่รู้จักกัน โดยจะจ่ายค่าซ่อมให้ลูกค้าเอง ต่อมาเรื่องมาแดงเมื่อลูกค้าบางคนรถเกิดอุบัติเหตุและโทร.ติดต่อตนไม่ได้ จึงติดต่อทางบริษัทประกันภัยเอง กระทั่งบริษัทได้ตรวจสอบแล้วไม่พบว่าลูกค้าได้ทำประกันภัยกับทางบริษัท จึงเข้าแจ้งความดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ นำตัวส่ง สภ.เมืองอ่างทอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22476</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf563a11fce4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเสธ.มุ่ยสั่งฆ่า ดร.พ่อผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ จู่โจมรวบ &amp;quot;เสธ.มุ่ย&amp;quot; พันเอกนอกราชการ พร้อม ส.จ.เก่งเมืองเพชร กับผู้ร่วมแก๊งอีก 2 คน ฆ่าดอกเตอร์วิศวกรบิดาผู้พิพากษา เหตุแค้นผู้ตายจะออกจากบริษัททำธุรกิจโซลาร์เซลล์ที่ เสธ.มุ่ยถือหุ้นใหญ่ไปตั้งบริษัทใหม่ จัดฉากขับรถเฉี่ยวชนแล้วลงมาทะเลาะก่อนมือปืนเมืองเพชรลั่นไกสังหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กันยายนนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม สั่งการ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา ผกก.2 บก.ป., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุฆ่า ดร.อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ อายุ 56 ปี ประธานบริษัท ฟินิกซ์ เวิลด์ เอนเนอจี จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ประกอบด้วย นายวิฑูรย กรีธาธร หรือ ส.จ.เก่ง อดีต ส.จ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/3 หมู่ 9 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 268/2561 ลงวันที่ 6 เม.ย.2561 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 157/85 หมู่บ้านทองธัชการซอย 3 ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนขนาดต่างๆ จํานวน 5 กระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 2 จับกุม พ.อ.สมศักดิ์ มุ่ยแฟง หรือเสธมุ่ย นายทหารนอกราชการ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/158 หมู่ 6 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้ที่บริเวณหน้าอาคารไอเฮาส์ ลากูนา การ์เดนท์ เอฟ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ตามหมายจับของศาลสมุทรปราการ ในข้อหาผู้ใช้จ้างวาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 3 จับกุมนายโชติทิวัตถ จิรภัทรพุฒิธนา อายุ 44 ปี เจ้าของบริษัท ฟ้าชัย วิศวกรรม จํากัด เลขที่ 1299 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ และรายที่ 4 จับกุมนายวราวุฒิ ผาสุข อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 4 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จับกุมได้บริเวณริมถนนบริภัทร ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.60 ได้เกิดเหตุคนร้ายขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ไล่ตามรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งของ ดร.อัครนันท์ มาตามถนนซอยมังกรนาคดี ถึงสะพานข้ามคลองก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ ดร.อัครนันท์พักอาศัยอยู่ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายเปิดประตูลงจากรถมาโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นชกต่อยกัน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งกลับไปที่รถ แล้วหยิบเอาปืนขนาด 11 มม. มากระหน่ำยิง ดร.อัครนันท์จนเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนทราบว่า เหตุที่เกิดขึ้นกลุ่มคนร้ายได้วางแผนอำพรางคดี ทำให้เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทอันมีสาเหตุมาจากการขับรถเฉี่ยวชน แต่สาเหตุที่แท้จริงมาจากปมขัดแย้งภายในบริษัทพลังงานโซลาร์เซลล์ที่ผู้ตายเป็นประธานบริษัทอยู่ แต่ภายหลังได้แยกตัวออกมาจากบริษัทดังกล่าว ที่มี พ.อ.สมศักดิ์ หรือเสธมุ่ย เป็นหุ้นส่วนใหญ่ แล้ว ดร.อัครนันท์ได้ไปตั้งบริษัทใหม่ ทำให้ลูกค้าเก่าหันไปใช้บริการ จนส่งผลให้บริษัทของเสธ.มุ่ยเกิดปัญหา เนื่องจากผู้ตายมีความเชี่ยวชาญในระบบพลังงานโซลาร์เซลล์ ที่ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจ จึงมีการวางแผนสังหาร โดยให้ ส.จ.เก่งติดต่อมือปืนจากซุ้มนักการเมืองใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรีเข้ามารับงาน ในราคา 4 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ดร.อัครนันท์ เป็นวิศวกรผู้มีชื่อเสียงด้านพลังงาน และเป็นบิดาผู้พิพากษาคนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า เบื้องต้นในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาบางรายให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง ล่าสุดผู้ต้องหาทั้ง 4 คนถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ โดยก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน รวมจับกุมทั้งสิ้นในขณะนี้ 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 1 คน ซึ่งเป็นเจ้าของรถที่ใช้ขับไปยิง ดร.อัครนันท์ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าผู้ต้องหารายนี้คือนายโก๋ ที่ตำรวจมีข้อมูลว่าน่าจะเป็นคนยิง ดร.อัครนันท์ และภายหลังมีข่าวว่านายโก๋ถูกรถชนเสียชีวิตแล้วโดยอาจเป็นการฆ่าตัดตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการจับกุม 4 ผู้ต้องหาฆ่า ดร.อัครนันท์ ว่า พฤติการณ์ของการก่อเหตุ ทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งติดต่อ ชี้เป้า ร่วมกันลงมือ ซึ่งจะต้องรวมรวบพยานหลักฐานทั้งหมดส่งฟ้องศาล ส่วน พ.อ.สมศักดิ์ มุ่ยแฟง หรือ เสธมุ่ย นายทหารนอกราชการ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในขบวนการ และหากสืบสวนพบว่ามีผู้กระทำความผิดมากกว่า 5 คน หรือเชื่อมโยงไปถึงใครเพิ่มเติมอีก ก็จะดำเนินการทั้งหมด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17507</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พ.อ.สมศักดิ์ มุ่ยแฟง, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสธ.มุ่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a66985ad34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างฝากเข้ารร.ดัง เรียกเงินกว่า10ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ ตามจับติวเตอร์โรงเรียนกวดวิชา อ้างสนิทกับ &amp;quot;วิทยา คุณปลื้ม&amp;quot; สามารถฝากเด็กเข้าโรงเรียนชลชาย เรียกค่าหัวรายละ 1-2 แสนบาท ผู้ปกครองหลงเชื่อยอมจ่ายเงินรวมแล้วกว่า 10 ล้าน แต่เหลวเลยเข้าแจ้งความ อ้างผู้บริหารโรงเรียนร่วมมือและรับเงินไปแล้วก้อนโต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.พิทยา คงเจริญ สว.กก.4 บก.ป. ร่วมแถลงผลจับกุมนายมณฑล นิ่มยี่สุ่น อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ซอย 2 ถนนบางแสน-อ่างศิลา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.174/2561 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น จับกุมได้ที่ร่มไทรรีสอร์ท หมู่ 12 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา นายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี อดีต ส.ส.ชลบุรี ได้พาผู้ปกครองนักเรียนเข้าแจ้งความที่ สภ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีต่อนายมณฑล อาจารย์สอนอยู่โรงเรียนกวดวิชาบ้านส้มฟ้า ที่อ้างกับผู้เสียหายว่ามีความสนิทสนมกับนายวิทยา และสามารถพาบุตรหลานที่เข้ามาเรียนกวดวิชากับโรงเรียนกวดวิชาของผู้ต้องหา ให้เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชลราษฎรอำรุง หรือโรงเรียนชลชายได้ แต่มีค่าดำเนินการรายละ 1-2 แสนบาท ทำให้มีผู้ปกครองหลายรายหลงเชื่อ นำเงินมอบให้ผู้ต้องหา แต่เมื่อประกาศผลสอบออกมา ก็ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่สามารถฝากเข้าเรียนได้ตามที่กล่าวอ้าง จึงรวมตัวเข้าแจ้งความ เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 20 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหนีมากบดานใน จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายมณฑลให้การรับสารภาพว่า ตนรับเงินจากกลุ่มผู้ปกครองเด็กเพื่อฝากเข้าเรียนจริง เพราะมีผู้บริหารรายหนึ่งของโรงเรียนดังกล่าวร่วมอยู่ด้วยรับดำเนินการให้ โดยทำมานานกว่า 3 ปีแล้ว เงินที่ได้มาก็นำไปให้ผู้บริหารรายดังกล่าวด้วย โดยตนยังมีคลิปหลักฐานขณะที่นำเงินไปให้ถึง 17 คลิป อย่างไรก็ตาม ขอปฏิเสธว่าไม่เคยกล่าวอ้างถึงอดีต ส.ส.ชลบุรีแต่อย่างใด ทั้งนี้ อยากขอร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าขอให้ช่วยลงมาดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อเอาผิดถึงผู้บริหารรายนี้ให้ได้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่ง สภ.เมืองชลบุรี รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12313</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.พิทยา คงเจริญ, พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, วิทยา คุณปลื้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34e5346196f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
