<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเพิ่มอีก2อุยกูร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับเพิ่มอีก 2 คน ชาวอุยกูร์แหกห้องกัก ตม.มุกดาหาร ชาวบ้านเห็นเลยแจ้งเจ้าหน้าที่ตามจับได้บริเวณชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง เร่งล่าอีก 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ 7 คนหลบหนีออกจากห้องกัก ตม.จังหวัดมุกดาหาร จากการสนธิกำลังของหลายหน่วยงานในจังหวัดเพื่อติดตามจับกุมชาวอุยกูร์นักโทษที่หลบหนีได้เพิ่มอีก 2 คน รวมจับได้ 3 คนแล้ว เหลืออีก 4 คน ซึ่งตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหารยังคงกระจายกำลังไล่ล่าหาตัวทุกพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร, พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร สนธิกำลังกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สภ.เมืองมุกดาหาร ตำรวจสายตรวจ สืบสวนเมืองมุกดาหาร ตำรวจท่องเที่ยว ตชด.234 ตำรวจน้ำ ทหารพราน และหน่วยงานทหาร เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. รับแจ้งจากราษฎรบ้านนาโปน้อยพบชายต้องสงสัยผู้ต้องหาที่หลบหนีในสภาพที่ร่างกายอิดโรย พูดภาษาไทยไม่ได้มาขออาหารชาวบ้าน จึงนำกำลังออกตรวจสอบ พบเป็นชาวอุยกูร์ที่หลบหนีจากห้องควบคุม ชื่อนายเมเมท อายเห็น อายุ 30 ปี จึงควบคุมตัวไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร จากการสอบสวนหาเหตุของการหลบหนีนายเมเมท ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าอยากไปอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะมีเพื่อนอยู่ที่นั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน และวางกำลังคณะทำงานไปทุกพื้นที่ เวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 14 ก.พ.61 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายมูตาลิป อายุ 27 ปี ได้บริเวณใกล้ปั๊มน้ำมัน ปตท. บริเวณสะพานมิตรภาพ ห่างจากจุดที่หลบหนีประมาณ 1 กิโลเมตร นายมูตาลิปได้ออกมาเพื่อขออาหารชาวบ้านกินด้วยความหิวโหย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29156</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ, พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก, พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c657798964f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบผัวเมียไลฟ์สด ขาย&#039;ยางกัญชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;191 จู่โจมจับผัวเมียไลฟ์สดขายยางกัญชาผ่านสื่อออนไลน์ เผยเป็นที่นิยมของนักเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติ กก.ละ 3 แสนบาท มีรายได้เดือนละ 1 ล้าน ด้านหลายจังหวัดแถลงผลงานปราบยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 70/178 &amp;nbsp;ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยประชาอุทิศ 113 เขตทุ่งครุ กทม. จับกุมนายสมพล ทับศรี และนางสาวภัสสร บุญเดช สามีภรรยา พร้อมกัญชาอัดแท่ง 27 แท่ง น้ำหนักราว 26 กิโลกรัม ยางกัญชาจำนวนหนึ่ง ขาตั้งกล้อง และอุปกรณ์ไลฟ์สด 1 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก. 191 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เบาะแสมีการไลฟ์สดขายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงสืบสวนจนพบผู้ต้องหานำเข้ากัญชาโดยผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้านมาพักไว้ในบ้านไม่มีเลขที่ ถนนประชาอุทิศ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ก่อนทยอยนำกัญชามาสกัดเป็นยางกัญชาที่บ้านอีกหลัง ในซอยประชาอุทิศ 113 แล้วไลฟ์สดขายออนไลน์ในกลุ่มลับ โดยจะย้ายบ้านเช่าไลฟ์สดขายกัญชาและยางกัญชาทุก 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ไลฟ์สดขายกัญชาแห้งหรือยางกัญชามากว่า 1 ปี มีรายได้หมุนเวียนถึง 1 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนยางกัญชาที่สกัดแล้วสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 300,000 บาท นิยมในกลุ่มนักเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์มากกว่ากัญชาแห้ง ไม่มีสารนิโคติน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จ.สงขลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ของกลางยาบ้า 710,000 เม็ด มูลค่า 35.5 ล้านบาท ผู้ต้องหา 7 คน โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้ตรวจยึดรถตู้โดยสาร พร้อมผู้ที่นั่งมาในรถ 7 คน โดยการข่าวก่อนหน้านี้ทราบว่าแก๊งค้ายาจะใช้รถตู้ขนยาเสพติดมุ่งหน้าสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทำทีพาครอบครัวไปเที่ยวเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ผลการตรวจค้นพบยาบ้า 7.1 แสนเม็ด ซุกซ่อนในช่องลับใต้หลังคา จับกุมผู้ต้องหา 7 คน ประกอบด้วย นายมะแอ หะยีสะมะแอ อายุ 22 ปี, นายไซฟูเลาะ กาเจ อายุ 24 ปี, นายสะอารี วาโด อายุ 38 ปี, นายสาโรจน์ เจ๊ะยะหลี อายุ 42 ปี, นายซุปิยัง กาเจ อายุ 18 ปี, นายอูสมาน เปาะกาเดย์ อายุ 27 ปี และ น.ส.โซฟาร์ บือราเฮง อายุ 30 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุกดาหาร พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร, พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร กกล.มุกดาหาร ตชด.234 ตำรวจน้ำ นรข. แถลงผลการกวาดล้างและปราบปรามอาชญากรรม จับกุมผู้ต้องหาได้ 113 คน ของกลาง ยาบ้า 146,490 เม็ด ไอซ์ 103 กรัม กัญชาแห้ง 79.408 กรัม กัญชาสด 25 ต้น อาวุธปืนแก๊ปยาวจำนวน 13 กระบอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุดรธานี พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กับพวก แถลงจับกุมแก๊งยาเสพติดเครือข่าย &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ราชาซาตานเอ&amp;quot; ได้ผู้ต้องหา 2 คน คือนายพรชัย คำแดง อายุ 31 ปี นายสายัณห์ อะมะมูล อายุ 33 ปี พร้อมยาบ้า 10,100 เม็ด อาวุธปืน 1 กระบอก ยึดทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำและเงินสดมูลค่า 300,000 บาทเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติด หลังสนธิกำลังร่วมตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. จับกุมผู้ต้องหาได้ 547 ราย ยาบ้า 129,441 เม็ด, กัญชา 446.58 กก., ไอซ์ 94.4 กรัม, อาวุธปืน 30 กระบอก พร้อมทั้งตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวม 1,048,269 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23125</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว, พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ, พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ, พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bfff0a0749ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับฆ่าปาดคอ2ศพ รอเรือหนีเข้าลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้วหนุ่มลาวสุดโหดฆ่าปาดคอ 2 ศพที่พระประแดง สารภาพไม่สะท้าน เสพยาบ้าปลุกใจแล้วงัดบ้านเข้าไปในครัว คว้ามีดเชือดคอแมวเพื่อทดลองความคม พอดียายตื่นมาเห็น จับล็อกปาดคอชิงสร้อยทอง ส่วนที่ฆ่าเด็กเพราะออกมาเห็นเหตุการณ์ จากนั้นเดินทางไปลงหมอชิต ยอมจ่าย 1 พันให้คนขับรถทัวร์โดยสาร ก่อนไปนั่งดื่มเบียร์ 6 ขวดรอเรือข้ามไปฝั่งลาว แต่ถูกจับเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 17 กันยายนนี้ ร.ท.พรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อย ทหารพรานที่ 2110 ได้รับการประสานจาก พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.มุกดาหาร ให้ร่วมติดตามค้นหานายพูล้า วัย 21 ปี ราษฎรบ้านโพนสิม เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ก่อเหตุปาดคอฆ่า 2 ยายหลาน ในบ้านพักท้องที่ ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ เพื่อนบ้านพบศพนางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ อายุ 68 ปี ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอเสียชีวิตในห้องน้ำ ขณะที่ ด.ญ.อิสยา เพิกเฉย อายุ 12 ปี ถูกปาดคอเสียชีวิตในห้องนอน นอกจากนี้ยังมี ด.ญ.อาภารัตน์ อายุ 9 ปี ถูกปาดคอบาดเจ็บสาหัส จากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายคือนายพูล้า ซึ่งอยู่ในย่านนั้น คาดว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา กำลัง ตม.มุกดาหาร ตำรวจน้ำมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ลงพื้นที่ออกลาดตระเวนริมฝั่งแม่น้ำโขง และช่องทางธรรมชาติที่คาดว่านายพูล้าจะลักลอบหลบหนีข้ามไปยังประเทศลาว จากนั้นพบชายต้องสงสัยกำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่ร้านขายของชำ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตรวจสอบทราบชื่อนายพูล้า อายุ 21 ปี สัญชาติลาว และยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆ่าปาดคอในพื้นที่พระประแดง กำลังจะหลบหนีกลับประเทศลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพูล้าให้การว่า ประมาณตี 3 เกือบตี 4 วันอาทิตย์ ตนได้ปีนเข้าบ้านนางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ เข้าไปในบ้านบริเวณครัว พบแมวร้อง ตนจึงใช้มีดในครัวปาดคอแมวจนตาย เพื่อทดลองความคมของมีด ขณะรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน นางมะลิได้ตื่นและเดินออกมาเจอ ตนจึงใช้มีดปาดคอยาย 3 ครั้ง จนล้มลง ขณะนั้นได้มีเด็กหญิงออกมาเห็นการกระทำของตน จึงได้ปาดคอเด็กและค้นทรัพย์สินในห้องนอน และยอมรับว่าก่อนเข้าบ้านนางมะลิได้เสพยาบ้า 1 เม็ด จนเมายาและก่อเหตุดังกล่าว โดยอยากได้เงินเพื่อไปซื้อยาบ้ามาเสพอีก เนื่องจากเห็นว่าบ้านของนางมะลิเป็นร้านขายของชำ น่าจะมีทรัพย์สมบัติมาก เพราะเคยมาซื้อของและเห็นนางมะลิสวมสร้อยคอทองคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพูล้ากล่าวว่า หลังจากก่อเหตุได้นั่งวินมอเตอร์ไซค์จากปากซอยไปลงที่หน้าห้างบิ๊กซีพระประแดง และนั่งแท็กซี่ไปยังสถานีขนส่งหมอชิต ซื้อกางเกง เสื้อ และรองเท้าชุดใหม่ เพื่อเดินทางกลับบ้าน โดยชุดที่ใส่ก่อเหตุได้ทิ้งไว้ในห้องน้ำที่หมอชิต จากนั้นได้บอกคนขับรถทัวร์ว่าไม่มีบัตรประชาชน และจะเดินทางกลับ สปป.ลาว คนขับบอกค่ารถ 1,000 บาท โดยให้นั่งเบาะข้างคนขับ รถเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 8-9 โมงเช้า ถึงยโสธรเวลาประมาณ 15.00 น. หลังจากลงรถทัวร์ได้ให้คนในรถทัวร์พาไปขายทอง ได้เงินมา 7,500 บาท จ่ายให้คนพาไปขาย 300 บาท ค่ารถมอเตอร์ไซค์ 100 บาท แล้วคนในรถทัวร์ได้พาไปที่ท่ารถทัวร์ยโสธร ซื้อตั๋วเพื่อเดินทางต่อมาที่จังหวัดมุกดาหาร ลงที่ บขส.มุกดาหาร ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. แล้วจ้างรถสกายแล็บ หรือสามล้อเครื่องอีก 1,200 บาท มาที่ท่าเรือที่จะข้ามไปยังฝั่งลาว แต่เรือยังไม่มา จึงเข้าไปนั่งในร้านขายของชำ กินเบียร์หมดไป 6 ขวด เพื่อรอเรือมารับข้ามไปฝั่งสะหวันนะเขต แต่ถูกจับเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.มุกดาหาร นำตัวนายพูล้าส่งมอบให้ พ.ต.ต.ธงชัย สมาน รองสารวัตรสืบสวน สภ.พระประแดง ที่เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหา เดินทางกลับ สภ.พระประแดงทันที คาดจะใช้เวลาราว 8-10 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของนางมะลิ และ ด.ญ.อิสยา ที่ถูกนายพูล้าฆ่าปาดคอ เดินทางไปติดต่อรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ซึ่งมารดาของ ด.ญ.อาภารัตน์ หรือน้องข้าวหอม ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และสูญเสียมารดาในคราวเดียวกัน เล่าว่า ปกติที่บ้านจะอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน ตอนเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้านเพราะไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด หลังทราบข่าวก็เสียใจมาก ตอนนี้ห่วงความรู้สึก สภาพจิตใจของน้องข้าวหอมที่ต้องเห็นเหตุการณ์ โดยตอนนี้น้องหอมฟื้นแล้ว แต่ยังต้องต่อท่อออกซิเจน เพราะยังหายใจเองไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ด.ญ.ด.ญ.อิสยา เพิกเฉย อายุ 12 ปี ที่เสียชีวิตร่วมกับนางมะลิ จากการตรวจสอบมิได้เป็นญาติกับนางมะลิ แต่เป็นเพื่อนของน้องข้าวหอม ซึ่งยายของ ด.ญ.อิสยาที่เดินทางไปรับศพ เปิดเผยว่า ปกติไม่ให้หลานไปนอนที่ไหน แต่ครั้งนี้หลานรบเร้าอยากไปนอนกับเพื่อนจึงอนุญาต เสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และอยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายพูล้ามาขอขมาศพ เพราะครอบครัวอยากรู้ว่าทำไมต้องฆ่า ทำไมไม่เอาทรัพย์สินไปเฉยๆ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17805</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ, พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ, มะลิ อิ่มสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสยา เพิกเฉย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fad4fdb881.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.ประสาน34จว. พร้อมรับอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุโซนร้อนเซินติญเข้าญวน ส่งผลกระทบไทยแล้ว อุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ไล่ตั้งแต่เหนือ อีสาน ภาคกลาง จนถึงภาคใต้ ปภ.ประสาน 34 จังหวัดจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประชาชนริมโขงจับตาระดับน้ำเพิ่มน่ากังวล พังงาปักธงแดงริมหาดแหล่งท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุเซินติญ&amp;quot; ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ดังนี้ เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ (18 ก.ค.61) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; (SON-TINH) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 250 กิโลเมตรทางตะวันออกของเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 18.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม ในคืนนี้ (18 ก.ค.61) ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา, ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี, ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด, ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และตาก, ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 18-22 กรกฎาคม 2561 อาจทำให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น รวมถึงคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ดังกล่าว ปภ.จึงได้ประสาน 34 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน แพร่ พะเยา ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งได้กำชับให้ประสานหน่วยงานเจ้าท่า ประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือทุกประเภทให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และงดการเดินเรือหากทะเลมีคลื่นสูงและกำลังแรง รวมถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสภาพความพร้อมและความปลอดภัยก่อนออกเรือทุกครั้ง อีกทั้งตรวจสอบให้มีอุปกรณ์ชูชีพประจำเรืออย่างเพียงพอ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ส่วนชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุกดาหาร สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันค่าเฉลี่อยู่ที่ 8.82 เมตร ห่างจุดวิกฤติอยู่ที่ 3.68 เมตร โดยจุดวิกฤติน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ที่ 12.50 เมตร ทำให้พื้นที่วัดศรีมงคลเหนือ และโรงเจของมูลนิธิการกุศลมุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร อยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง และกำลังก่อสร้างเขื่อนบริเวณปากห้วยมุก ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก และน้ำจากลำห้วยมุกกัดเซาะริมตลิ่ง ทำให้เสนาสนะและพื้นที่วัดที่อยู่ใกล้ลำห้วยมุกพังเสียหาย ต้องอพยพพระภิกษุ และขนย้ายสิ่งของไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย รวมทั้งให้ผู้รับเหมาเร่งดำเนินการป้องกันตลิ่งจากน้ำกัดเซาะดังกล่าวโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเรือโดยสารข้ามฟากที่ท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร ที่วิ่งข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตม.มุกดาหาร กำชับให้เรือทุกลำให้ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพทุกคน เพื่อความปลอดภัยขณะเดินทางข้ามฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตราด ฝนยังตกหนักต่อเนื่อง ซึ่ง ปภ.ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม 24 ชม. และแจ้งเตือนประชาชนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.ตราด นำคณะไปมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านซอยบัวเขียว ต.วังกระแจะ อ.เมือง และเดินทางไปตรวจพื้นที่น้ำท่วมพร้อมอำนวยการแก้ปัญหาในการระบายน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบี่ ฝนตกหนักทำให้น้ำจากคลองเขาพระเอ่อล้นและหลากท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมคลองในพื้นที่หมู่ 2 ต.อ่าวลึกเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รวม 15 หลัง ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร ชาวบ้านเร่งขนย้ายข้าวของไว้ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ถนนในหมู่บ้านหลายจุดถูกน้ำท่วมขัง ส่งผลให้รถจักรยานยนต์วิ่งผ่านไปมาด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยช่วยกันกำจัดเศษขยะระบายน้ำออกจากพื้นที่และสำรวจความเสียหาย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ชยพล ธิติศักดิ์, พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ, พะเยา, พายุเซินติญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชียงราย, เชียงใหม่, เวียดนาม, แพร่, แม่ฮ่องสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f3da69483a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
