<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้ออนุคตช.ปราบโกงเล็งอยู่ถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คตช.ยกเครื่องอนุปราบโกง ตั้งรองนายกฯ คุมขับเคลื่อน เล็งหากลไกรองรับเป็นองค์กรถาวร ไม่โดนยุบหลังรัฐบาลหมดวาระ &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; ดอดแจง ป.ป.ช.ปมจำนองที่ดินสมุยทุนทำ กปปส. &amp;quot;น้องแบม&amp;quot; ยื่นใบสมัคร ป.ป.ท.ขอนแก่นแล้ว องค์กรต้านคอร์รัปชันแนะตีความธรรมาภิบาลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(คตช.) แถลงผลการประชุม คตช. ครั้งที่ 1/2561 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน คตช.มอบหมายให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน คตช.เป็นประธานการประชุมแทนว่า ที่ประชุมมีการรับทราบการดำเนินงานของ คตช.ที่ผ่านมา โดยคณะที่ 1 อนุกรรมการด้านปลูกฝังจิตสำนึกได้แจ้งผลงาน โครงการโตไปไม่โกง เพื่อปลูกสร้างคุณธรรมที่เข้มแข็งให้เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับรางวัลระดับเอเชีย ในด้านการนำการตลาดเข้ามาเปลี่ยนแปลงค่านิยมของคนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะที่ 2 อนุกรรมการด้านการป้องกันการทุจริต ได้เสนอผลงานในการลดโอกาสการทุจริต และขับเคลื่อนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 คณะที่ 3 อนุกรรมการปราบปรามการทุจริตได้เสนอผลการดำเนินการในคดีต่างๆ อาทิ คดีคลองด่านที่มีการรื้อฟื้นจนศาลปกครองกลางสามารถพิจารณาคดีนี้ใหม่อีกครั้งได้ ยังมีคดีเงินทอนวัด &amp;nbsp;คดีจำนำข้าว ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการชุดนี้ยังได้ดำเนินการจัดทำปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการมาตราส่วน 1:4,000 เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้รอการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคณะที่ 4 อนุกรรมการด้านการประสานงานข้อตกลงคุณธรรม ได้ดำเนินการให้มีผู้สังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างส่วนราชการกับผู้ประกอบการ ตั้งแต่กระบวนการจัดทำเอกสารประกวดราคาจนถึงขั้นตอนส่งมอบงาน ซึ่งถือเป็นข้อตกลงคุณธรรม หากเห็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องในขั้นตอนใดสามารถแจ้งให้คณะอนุกรรมการทราบเพื่อปรับปรุงแก้ไขได้ต่อไป โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้สามารถดำเนินการประหยัดงบในการจัดซื้อจัดจ้างได้ 21,800 ล้านบาท ใน 79 โครงการที่เข้ามาร่วมกับรัฐบาลชุดนี้ ทั้งในส่วนราชการรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 11 แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 68 แห่ง ทั้งนี้จะมีการยกระดับค่าดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศ (CPI) ของประเทศไทย จากเดิมปีที่ผ่านมาเราได้ 37 เต็ม 100 ซึ่งเป็นลำดับที่ 96 จาก 180 ประเทศ
ยกเครื่องทีมปราบโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินครั้งต่อไปของ คตช.นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงและตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มขึ้น โดยคณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ด้านการปราบปรามการทุจริตจะมีความเข้มข้นขึ้น โดยจะให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อขับเคลื่อนงานในด้านนี้ และตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นใหม่ ชื่อคณะอนุกรรมการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการต่อต้านทุจริต เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลให้เด่นชัดเป็นรูปธรรม ซึ่งภาครัฐและเอกชนจะต้องมาทำงานร่วมกันและคิดร่วมกัน รวมถึงตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดติดตามการดำเนินการตามมติ คตช.เพื่อติดตามการปฏิบัติงาน ขณะที่การทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ที่แม้ไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการ แต่มีคณะทำงานชุดย่อยที่อยู่ในฝ่ายเลขานุการ ป.ป.ท.จะทำหน้าที่ดังกล่าว เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยคอร์รัปชัน&amp;quot; พ.ท.กรทิพย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายคนใน คตช.ได้เสนอว่าจะทำอย่างไรให้กลไกการแก้ไขปัญหาการทุจริตของ คตช.มีอยู่ต่อไปอย่างถาวร ไม่หมดหน้าที่หรือถูกยุบไปพร้อมกับรัฐบาลเมื่อหมดวาระ แต่ตั้งให้เป็นองค์กรตามกฎหมายที่มีสถานะมั่นคงและถาวร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ โพสต์ภาพนายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลเพื่ออะไร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายสุเทพได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนพิษณุโลก ซึ่งอยู่ติดกับศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงาน ก.พ.เดิม) ตรงข้ามทำเนียบฯ เพื่อให้ถ้อยคำต่อคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจำนองที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 25 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นทุนประเดิมตั้งเวที กปปส.เมื่อช่วงเดือน พ.ย.56 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหลังพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. นายสุเทพมีทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ตั้งข้อสังเกตว่า หนี้สินก้อนหนึ่งที่มาจากการจำนองที่ดินเกาะสมุยจำนวน 25 ล้านบาทนั้น ไม่ได้เป็นการซื้อขายจริง รวมทั้งราคาจำนองที่ดินเกินจริง โดย ป.ป.ช.อาจพบความผิดปกติในการแสดงบัญชีทรัพย์สินหลังพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ดังกล่าว จึงได้ตั้งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงขึ้นมา และได้ให้นายสุเทพมาให้ถ้อยคำอย่างละเอียดในวันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขตพื้นที่ 4 ขอนแก่น น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา หรือน้องแบม บัณฑิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตโครงการเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางเข้ายื่นใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครงานกับนายทองสุข ณ พล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ท. เขตพื้นที่ 4 ขอนแก่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองสุขกล่าวว่า วันนี้เป็นเพียงการรับใบสมัครของน้องแบม เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการในการรับเข้าทำงานที่ ป.ป.ท.เขต 4 ขอนแก่น โดยหลังจากที่ ป.ป.ท.เขต 4 &amp;nbsp;ขอนแก่น รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเข้าทำงานแล้ว จะทำการส่งต่อไปยัง ป.ป.ท.ส่วนกลางเพื่อให้ได้พิจารณาตำแหน่ง&amp;nbsp;
น้องแบมสมัคร ปปท.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านน้องแบมกล่าวว่า ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่มอบโอกาสเข้าทำงานเป็นข้าราชการตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก โดยได้มายื่นใบสมัครตามระเบียบของทางราชการ ยืนยันว่าจะตั้งใจทำงานและยึดอุดมการณ์ความถูกต้องเช่นเดิมเพื่อตอบแทนประเทศชาติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวว่า เขตจะส่งต่อมายัง ป.ป.ท.ส่วนกลางเพื่อให้ประเมิน ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อหารือว่า ก.พ.จะใช้วิธีการแบบไหน เช่นให้สอบข้อเขียนหรือสอบสัมภาษณ์ โดยอยู่ในส่วนของกระบวนการคัดสรร ไม่ใช่การสอบคัดเลือก โดยกระบวนการทั้งหมดช้าสุดไม่เกินสิ้นปีนี้ ซึ้งขณะนี้มีตำแหน่งว่าง 2 ตำแหน่ง คือ นักสืบสวนสอบสวน และนักวิชาการยุทธศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ในงานสัมมนาวิชาการครบรอบ 20 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันพระปกเกล้า &amp;nbsp;มีการจัดเสวนาเรื่อง &amp;quot;ธรรมาภิบาลในศตวรรษที่ 21: แนวคิดสู่การปฏิบัติในสังคมไทย&amp;quot; โดยมีนายปกรณ์ &amp;nbsp;นิลประพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร., นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย และ น.ส.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้าร่วมเสวนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกรณ์กล่าวว่า หลักธรรมาภิบาลนั้นคือเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ดังนั้นเราควรเน้นเรื่องการสร้างและการพัฒนาคนให้มีจิตสำนึก ให้สิ่งเหล่านี้อยู่ในใจ รวมทั้งเรื่องความโปร่งใสซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะจะทำให้เห็นปัญหาและรู้ว่าควรแก้ไขอย่างไร ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงพยายามเปิดไฟให้ทุกระบบ เพื่อให้เห็นถึงเรื่องที่เป็นปัญหา ในมาตรา 59 เรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ได้เป็นความลับราชการ &amp;nbsp;มาตรา 76 การบริหารบ้านเมืองที่ดี และปัจจุบันเราพยายามทำเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานทั้งหมด และเปิดสู่สาธารณะเพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งทำเรื่องนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายมานะกล่าวว่า ปัญหาคือธรรมาภิบาลไม่มีความหมายที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้มองว่าการใช้ธรรมาภิบาลนั้นเป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้เกิดการสละอำนาจในการใช้ดุลยพินิจส่วนตัว สู่กระบวนการตรวจสอบ ถ่วงดุล และทำให้เกิดการตัดสินใจบนพื้นฐานผลประโยชน์ส่วนรวม &amp;nbsp;เพราะกฎหมายสามารถตีความออกซ้ายหรือขวาได้ ดังนั้นควรมีเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลและการตรวจสอบจากสังคมเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่ทำลายหลักธรรมาภิบาลในบ้านเรามาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.อภิสิทธิ์ชน &amp;nbsp;2.อุปถัมภ์ 3.อำนาจนิยม ซึ่งสร้างปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลแล้วยังเอื้อให้เกิดการทุจริต ทั้งนี้เราต้องตีความหลักธรรมาภิบาลเพื่อสร้างบรรทัดฐานธรรมาภิบาลขึ้นมาใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ถวิลวดีกล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีคำว่าธรรมาภิบาลอยู่ 2 คำ ซึ่งธรรมาภิบาลจะเป็นสิ่งที่ทำให้ระบบประชาธิปไตยยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการหย่อนบัตรเลือกตั้ง และทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในสังคม แต่ในขณะนี้สังคมยังเดินไปไม่ถึงประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ซึ่งขณะนี้คิดว่าเราเดินถูกทางแต่ยังเดินไปไม่ถึง เพราะเรื่องธรรมาภิบาลจะอาศัยแค่ภาครัฐหรือราชการไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบที่เป็นอิสระและประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้เกิดธรรมาภิบาลอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ลมปาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16746</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุเทพ  เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d44db872ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองกลางเพิกถอนมติตั้ง&#039;พันโทกรทิพย์&#039;เป็นเลขาธิการป.ป.ท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.61 - ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในการประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 กรณีพิจารณาลงคะแนนคัดเลือกผู้ร้องสอด (พันโท กรทิพย์ &amp;nbsp;ดาโรจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.) &amp;nbsp;ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยให้มีผลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากการประชุมในวันดังกล่าว ไม่ได้มีหนังสือเชิญเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นกรรมการของคณะกรรมการ ป.ป.ท. (ผู้ถูกฟ้องคดี) โดยตำแหน่ง จึงเป็นการประชุมที่ไม่ชอบด้วยขั้นตอนวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดและส่งผลกระทบถึงความสมบูรณ์ของมติที่ประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ดังนั้น การที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้มีมติในการประชุมพิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 จึงเป็นการประทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ท., พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, ศาลปกครอง, เลขาธิการป.ป.ท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b769f971b96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันวินัย270พม.โกงคนจน ปปช.เร่งข้อมูลอาหารเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ป.ป.ท.ชง &amp;quot;พม.&amp;quot; ฟันวินัย 270 ขรก.งาบเงินคนจน ป.ป.ช.เร่งรวบรวมข้อมูลโกงอาหารเด็ก &amp;nbsp;&amp;quot;หมอธี&amp;quot; สั่ง สพฐ.แก้ทั้งระบบหลังโดน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไล่บี้หลายรอบ ผู้ว่าฯ โคราช-มุกดาหารลงพื้นที่สุ่มตรวจ ยังไม่พบ รร.ทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เมื่อวันที่ 18 &amp;nbsp;มิถุนายน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงประมาณ 60 แห่ง ในชุดแรกและชุดสอง โดยส่งรายชื่อข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กว่า 270 รายให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย ส่วนชุดสามต้องรอความชัดเจนอีกระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ จ.บึงกาฬ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดไปแล้ว ส่วนจังหวัดอื่นๆ กำลังเร่งดำเนินการเนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก หรือบางจังหวัดประมาณ 1,000 คน ซึ่งต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำทั้งหมดอาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง อย่างไรก็ตาม ป.ป.ท.ประสานข้อมูลกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อช่วยตรวจสอบติดตามยึดอายัดทรัพย์สินจากการกระทำความผิดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในหลายจังหวัดว่า &amp;nbsp; สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดจะเข้าไปรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เมื่อได้พยานหลักฐานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของ ป.ป.ช.จะมีการรายงานมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป ดังนั้นยังอยู่ระหว่างการทำงานของ ป.ป.ช.จังหวัด โดยมีทั้งการกล่าวหาร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสจำนวนมาก ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะเร่งให้ ป.ป.ช.จังหวัดรายงานเข้ามาโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจและมีผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;อย่าเพิ่งถามเรื่องนี้ รอให้มีการแถลงทีเดียว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตโครงการอาหารกลางวันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่นั้น ได้สั่งการให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. &amp;nbsp;และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เร่งวางแนวทางแก้ไขเชิงระบบ ส่วนปัญหาเรื่องการโอนเงินช้านั้นมีบ้างในบางพื้นที่ แต่เป็นเรื่องที่ ศธ.สามารถหารือกับกระทรวงมหาดไทยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อร้องเรียนว่าค่าอาหารกลางวันเด็ก 20 บาทต่อหัวต่อวันอาจจะไม่เพียงพอนั้น นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่าเงินเท่านี้เพียงพอแล้ว เพราะหลายโรงเรียนมีการบริหารเงินงบประมาณดังกล่าวได้ดี โดยการจัดสรรแบบรวมกลุ่ม และเด็กได้รับอาหารที่ดีสารอาหารครบถ้วน แต่ที่สังคมตั้งข้อสังเกตคือเรื่องทุจริตจนส่งผลกระทบต่อเด็ก ซึ่งปัญหาตรงนี้ต้องรีบแก้ไข และในส่วนที่มีการเสนอให้ ศธ.นำงบส่วนนี้มาบริหารจัดการเองนั้น ทำไม่ได้เนื่องจากเป็นงบที่กระจายอำนาจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ซึ่งหากจะมีการเปลี่ยนแปลงคงต้องหารือหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงเรื่องนี้มากและเรียกผมไปหารือหลายครั้งให้เร่งแก้ไข แต่เรื่องงบไม่ใช่ประเด็น เพราะที่ชาวบ้านโมโหและผมไม่แฮปปี้ คือคุณภาพอาหารของเด็กและมีการทุจริต บางโรงเรียนใช้วิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะได้งบค่อนข้างมาก &amp;nbsp;ทำให้มีตัวกลางเข้ามาดำเนินการ โรงเรียนอาจจะไม่ได้โกง แต่ตัวกลางมีปัญหา เท่าที่ทราบโรงเรียนส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่โรงเรียนที่โกงต้องได้รับโทษ ดังนั้นถ้าเราดำเนินการอย่างสุจริตโปร่งใสก็จะไม่มีปัญหา&amp;quot; รมว.ศธ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;nbsp;มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทั่วประเทศสำรวจการดำเนินโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน และให้รายงานกลับมาภายใน 13 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ยังเหลือ สพป.อีกกว่า &amp;nbsp;10 แห่งที่ยังไม่ได้จัดส่งรายงานข้อมูลการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมอนามัยจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับทีมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการวางแผนการจัดทำอาหารกลางวันคุณภาพ &amp;nbsp;โดยมอบหมาย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย นายสง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และสำนักโภชนาการเข้าไปร่วมมือ ทั้งนี้สิ่งที่กรมสนับสนุนอยู่คือ การใช้เมนูไทยสกูลลันช์โปรแกรม ซึ่งเสนอคณะกรรมการระดับชาติว่าด้วยเรื่องอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่กระทรวงศึกษาฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่ง อปท.สามารถนำไปใช้ได้ตลอดทั้งปี พร้อมทั้งขอให้ อปท.พิจารณาจัดให้มีนักโภชนาการประจำอย่างน้อยอำเภอละ 1 คน เพื่อให้คำปรึกษาร่วมกับการใช้โปรแกรมไทยสกูลลันช์ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงการสุ่มตรวจอาหารกลางวันเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลของ จ.นครราชสีมาว่า ได้มีการลงพื้นที่สุ่มตรวจคุณภาพอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ภายในโรงเรียนเมืองนครราชสีมาและโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมาโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบคุณภาพของอาหารกลางวันเด็กนักเรียนที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ ว่ามีคุณภาพถูกหลักโภชนาการหรือเหมาะสมกับงบประมาณหรือไม่ โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 2 &amp;nbsp;แห่งพาสำรวจถึงภายในห้องครัวประกอบอาหาร ซึ่งพบว่าไม่มีการทุจริต และอาหารมีเพียงพอต่อความต้องการของเด็กนักเรียน รวมทั้งมีคุณภาพตามหลักโภชนาการ ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ช่วยกันตรวจสอบโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้ง 32 อำเภอ มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,400 แห่งอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น นายชัชวาล พรอมรธรรม รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วยนางช่อเอื้อง &amp;nbsp;ฤกษ์รุจิพิมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจโรงอาหารของโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก พร้อมลิ้มลองรสชาติอาหารที่ได้จัดทำขึ้นในมื้อกลางวัน รวมทั้งการเดินตรวจสุขอนามัยในการรับประทานอาหารของเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1-ป.6 ของโรงเรียนแห่งนี้ หลังโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ภาพเปรียบเทียบโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทยเป็นกรณีตัวอย่าง กับโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น สังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของทีมข่าวพบว่า เด็กๆ ต่างพากันเข้าแถวหยิบถาดอาหารมารับอาหาร 2 อย่าง &amp;nbsp;พร้อมข้าวสวยและผลไม้ 1 อย่าง ตามเมนูที่แม่ครัวของโรงเรียนได้กำหนดขึ้นมา โดยวันนี้เป็นเมนูแกงจืดเต้าหู้ ผัดลูกชิ้นปลา ข้าวสวย และแตงโม ซึ่งเด็กๆ มีความสุขในการรับประทานอาหารจนเกลี้ยงถาดทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.มุกดาหาร นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวภายหลังลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบติดตามการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โรงเรียนทีโอเอวิทยา (เทศบาล 1 &amp;nbsp;วัดคำสายทอง) ชุมชนคำหอย เขตเทศบาลเมืองมุกดาหารว่า ได้จัดตั้งทีมงานออกไปสุ่มตรวจสอบทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.มุกดาหารแล้วหลายโรงเรียน สำหรับโรงเรียนทีโอเอวิทยาพบว่าอาหารกลางมีโภชนาการที่เป็นประโยชน์แก่เด็ก มีความเหมาะสมทั้งคุณภาพและปริมาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, ชัชวาล พรอมรธรรม, นพ.วชิระ เพ็งจันทร์, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รร.ทุจริต, วิเชียร จันทรโณทัย, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27bfa089207.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปท.ผงะผ้าห่มยังทุจริต &#039;มท.&#039;รับโอนจนท.พันโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ป.ป.ท.&amp;rdquo; ถึงกับผงะ! โกงลามถึงผ้าห่มแล้ว ที่สิงห์บุรี ชี้จัดซื้อแพงกว่าปกติแต่คุณภาพห่วย ซ้ำอากาศก็ไม่หนาวถึงขั้นต้องใช้ เพจหมาเฝ้าบ้านแฉย้ำ ปล่อยมือสอบปลอมลายเซ็นลอยนวล ที่สำคัญกำลังโยกจาก พม.ไปสังกัด มท.แล้ว กรมบัญชีกลางเร่งจัดสัมมนาถอดบทเรียนทุจริต
เมื่อวันอาทิตย์ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมชุดปฏิบัติการ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการใช้จ่ายเงินอุดหนุนประเภทสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในกรณีการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกผู้สูงอายุตามฎีกาเบิกจ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.กรทิพย์อธิบายว่า ในเดือน ก.พ. ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สิงห์บุรี ได้จัดซื้อผ้าห่มกันหนาวด้วยวิธีตกลงราคาในวงเงินงบประมาณ 200,000 บาท เพื่อจัดซื้อผ้าห่ม 500 ผืน โดยให้เหตุผลการจัดซื้อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรีมีผู้สูงอายุประสบภัยหนาวจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องจัดหาผ้าห่มเพื่อมาแก้ไขปัญหาภัยหนาวให้แก่ผู้อายุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวต่อว่า ปกติการจัดซื้อผ้าห่มของหน่วยงานอื่นๆ นั้น ตามหลักแล้วจะอิงตามกำหนดขนาดและราคาของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย คือ ความกว้างไม่น้อยกว่า 146 เซนติเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 195 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 1,100 กรัม และมีราคากลางไม่เกินผืนละ 240 บาท ซึ่งในปีงบประมาณ 2558 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการก็ได้จัดซื้อผ้าห่มกันหนาว โดยอ้างอิงประกาศของ ปภ.&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เมื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตรวจสอบการจัดซื้อผ้าห่มของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สิงห์บุรี สิ่งที่พบลำดับแรกคือ ราคาผืนละ 400 บาท เกินกว่าราคาที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเคยจัดซื้อ และเมื่อนำผ้าห่มมาชั่งน้ำหนัก พบว่ามีน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม และกว้างไม่ถึง 180 ซม. ไม่ตรงตามที่คุณลักษณะเฉพาะ ซึ่งผู้มีรายชื่อรับการสงเคราะห์ ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี ยืนยันว่าผ้าห่มที่นำมาให้ตรวจสอบนั้นเป็นผ้าห่มที่ได้รับจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในปีงบประมาณ 2560&amp;rdquo; พ.ท.กรทิพย์กล่าว&amp;nbsp;
พ.ท.กรทิพย์กล่าวย้ำว่า เมื่อตรวจสอบถึงคุณภาพของผ้าห่ม พบว่าบางรายใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเกิดการชำรุด และไม่สามารถใช้ได้อีก บางรายใช้มาเป็นเวลา 1 ปี แต่เมื่อนำไปซัก สีผ้าตก และเนื้อผ้ามีลักษณะเปื่อยยุ่ย ส่วนใหญ่ได้มาก็ไม่ได้นำไปใช้ เนื่องจากอากาศไม่หนาว จึงไม่จำเป็นต้องใช้อีก รวมทั้งได้รับแจกมาแล้วหลายครั้งจากหน่วยงานอื่น จึงเก็บไว้ไม่ได้มีการนำมาใช้งาน
&amp;ldquo;ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า มีผ้าห่มในลักษณะเดียวกันได้แจกจ่ายให้ชาวบ้านในปีงบประมาณ 2561 ด้วย จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการตรวจสอบลึกลงไปถึงรายละเอียดการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวในปีงบประมาณ 2561 ด้วย รวมถึงดำเนินการตรวจสอบการยื่นชำระภาษีของผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับศูนย์คุ้มครองเพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ต่างๆ ต่อไป&amp;rdquo; พ.ท.กรทิพย์กล่าว
ขณะเดียวกัน เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ซึ่งเป็นแผนงานด้านป้องกันขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อสร้างสังคมแห่งการตรวจสอบ จับตาเฝ้าระวังคอร์รัปชัน ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพในหัวข้อว่า &amp;ldquo;ทาบกระจกปลอมลายเซ็น โกงคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น&amp;rdquo; มีเนื้อหาพร้อมภาพว่า ภาพสุดอินไซด์ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ทาบกระจกปลอมลายเซ็นชาวบ้านในเอกสารรับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2560 ที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น โดยน้องแบม น.ส.ปณิดา ยศปัญญา ส่วนคนในภาพคือ นางสายชล สมดา ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนปฏิบัติงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ทีมทำงานของผู้อำนวยการศูนย์ และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคม มีหน้าที่ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนชาวบ้าน สอนวิธีกรอกข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ รายได้ ปัญหาที่ขอรับการช่วยเหลือของชาวบ้านในแบบสอบข้อเท็จจริง ปั้นข้อมูลกันเองโดยไม่ต้องลงพื้นที่ และเป็นคนสอนวิธีการเซ็นชื่อลายมือชาวบ้านด้วยการทาบกระจกให้กับคนอื่นๆ
&amp;ldquo;เป็นหนึ่งในสามของลูกจ้างศูนย์ที่ร่วมขบวนการโกงคนยากไร้ ซึ่ง พส.ไม่เคยแตะต้อง ไม่สอบสวนเอาผิด แถมยังเอาใจใส่ต่อสัญญาจ้างให้เป็นพิเศษ ขณะที่ลูกจ้างอื่นที่ไม่ใช่พวก ไม่ได้รับการต่อสัญญาแม้แต่คนเดียวไม่แค่นั้น พส.ยังได้เลือกสรรนางสายชลเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งนักพัฒนาสังคม ปฏิบัติงานศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่นที่เดิม ตามประกาศกรมฉบับวันที่ 20 เม.ย.2561 ที่ลงนามโดยนางนภา เศรษฐกร อธิบดี พส.&amp;rdquo; เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านระบุ
เพจยังระบุอีกว่า อาจนับเป็นความโชคดีของคนดี ๆ ใน พส. เพราะนางสายชลสละสิทธิ์ไปเอาตำแหน่งข้าราชการ เป็นนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการหรือพัฒนากร สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน มท.แล้ว โดยเตรียมรายงานตัวในวันที่ 11 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ไม่รู้ว่ากรมการพัฒนาชุมชนจะรู้หรือยังว่ากำลังรับของดีเข้าบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ปัจจุบันมีข่าวเกี่ยวกับการทุจริตภาครัฐเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก โดยสาเหตุการทุจริตส่วนใหญ่เกิดจากการกำกับดูแลและควบคุมด้านการเงินการบัญชีที่ยังไม่เหมาะสมและเพียงพอ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีโอกาสที่จะก่อการทุจริตได้ ประกอบกับรัฐบาลให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งกรมตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างการรับรู้ถึงเหตุการณ์การทุจริตและสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมทั้งแนวทางในการป้องกันการทุจริตและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากความเสี่ยง ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ เครื่องมืออุปกรณ์ กระบวนการบริหารงานและการปฏิบัติงาน ตลอดจนด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงจัดให้มีการสัมมนาเรื่องการถอดรหัสการทุจริตภาครัฐภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐ ในวันจันทร์ที่ 7 พ.ค. ณ ห้องกษัตริย์ศึก โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์
น.ส.สุทธิรัตน์กล่าวอีกว่า งานสัมมนาดังกล่าวจะมีผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และกรมบัญชีกลาง มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การทุจริตที่เกิดขึ้นในภาครัฐ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชีและด้านการตรวจสอบภายในของหน่วยงานภาครัฐ ได้เรียนรู้และสามารถปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์ความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงและการสร้างระบบการควบคุมภายในที่ดีในการบริหารงานและการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และส่งผลต่อความเสียหายและภาพลักษณ์ของหน่วยงานภาครัฐได้
&amp;ldquo;นอกจากสัมมนาเพื่อถอดบทเรียนการทุจริตที่เกิดขึ้นในภาครัฐแล้ว ยังได้สร้างการรับรู้ถึงการรับจ่ายเงินภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้เข้าปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชีและการตรวจสอบภายใน ได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว ในอันที่จะช่วยให้การรับ-จ่ายเงินด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างถูกต้อง มี ระบบการควบคุมและการตรวจสอบที่เพียงพอและเหมาะสม&amp;rdquo; น.ส.สุทธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เผยผลวิจัยเชิงสำรวจหรือโพลเรื่อง ความคิดเห็นต่อสิ่งที่ควรจะมีในประเทศไทย โดยสำรวจคนไทยทั่วประเทศ 1,249 ราย ระหว่างวันที่ 1-5 พ.ค. ซึ่งผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือ 80.2% เชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเมื่อประเทศมีประชาธิปไตย ในขณะที่ 19.8% ไม่เชื่อ นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือ 85.7% เชื่อว่าทุจริตคอร์รัปชันจะลดลง เมื่อสื่อมวลชนมีเสรีภาพกว่านี้ ในขณะ 14.3% ไม่เชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่น่าสนใจคือผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือ 73.9% เชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะปฏิบัติดีเมื่อมีภาคประชาชนเข้มแข็ง ในขณะที่ 26.1% ไม่เชื่อ ผลสำรวจยังพบด้วยว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือ 83.4% เชื่อว่าการศึกษาไทยจะก้าวไกล ต้องมีพื้นที่สร้างสรรค์เด็ก ในขณะที่ 16.6% ไม่เชื่อ&amp;rdquo; ผลโพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลสำรวจยังมีข้อเสนอแนะ 5 อันดับแรก เพื่อทำให้ระบบการศึกษาไทยดีขึ้น พัฒนาสร้างสรรค์เด็กไทยสู่เป้าหมาย คือ 40.6% ระบุเพิ่มกิจกรรมนอกชั้นเรียนเพื่อเสริมทักษะด้านสติปัญญา และความรู้ในชีวิตจริง รองลงมา 23.9% ระบุเพิ่มคุณภาพครู อาจารย์ ผู้สอน เข้มงวดมากขึ้น ปรับปรุงหลักสูตร, 14.5% ระบุให้ผู้ปกครองส่งเสริมลูกในสิ่งที่ลูกสนใจ ไม่ใช่พ่อแม่ผู้ปกครองสนใจ ให้เด็กเป็นศูนย์กลาง, &amp;nbsp;8.2% ระบุลดการบ้าน ไม่ใช้เวลาเรียนที่มากเกินไป ให้การบ้านน้อยลง เด็กจะมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น และ 7.5% ระบุนำหลักสูตรเหมาะสมกับวัยมาสอนให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นบ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8629</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, ป.ป.ท., ปลอมลายเซ็นลอยนวล, ผู้สูงอายุประสบภัยหนาว, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, วาระแห่งชาติ, ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพจหมาเฝ้าบ้านแฉย้ำ, แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน, โกงลามถึงผ้าห่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb1ffdf139d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! โกงแม้กระทั่งผ้าห่มคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2561 &amp;ndash; พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมคณะทำงานชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการใช้จ่ายเงินอุดหนุน ประเภทสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในกรณีการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พ.ท.กรทิพย์กล่าวภายหลังว่า เดือน ก.พ.2560 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดซื้อผ้าห่มกันหนาว ด้วยวิธีตกลงราคาในวงเงินงบประมาณ 200,000 บาท สำหรับจัดซื้อผ้าห่ม 500 ผืน โดยระบุเหตุผลจัดซื้อว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี มีผู้สูงอายุประสบภัยหนาว แต่จากการตรวจสอบพบว่าในการจัดหาผ้าห่มนั้นไม่มีความจำเป็น อีกทั้งได้จัดหาผ้าห่มที่มีปริมาณน้ำหนักกรัมน้อยกว่าปกติ จึงทำให้ราคาสูงกว่าที่ควรเป็น
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การจัดซื้อผ้าห่มที่หน่วยงานอื่นได้ดำเนินการจัดซื้อนั้น จะกำหนดขนาดและราคาไว้โดยอ้างอิงตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) คือ ความกว้างไม่น้อยกว่า 146 เซนติเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 195 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 1,100 กรัม และมีราคากลางไม่เกินผืนละ 240 บาท แต่การจัดซื้อผ้าห่มของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งสิงห์บุรี จัดซื้อผ้าห่มที่ราคาผืนละ 400 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเคยจัดซื้อ &amp;nbsp; และมีน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม และความกว้างไม่ถึง 180 เซนติเมตร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ท.กรทิพย์กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบถึงคุณภาพของผ้าห่ม พบว่า บางรายใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเกิดการชำรุด และไม่สามารถใช้ได้อีก บางรายใช้มาเป็นเวลา 1 ปี เมื่อนำไปซักสีผ้าตก และเนื้อผ้ามีลักษณะเปื่อย ยุ่ย ส่วนใหญ่ได้มาก็ไม่ได้นำไปใช้ เนื่องจากอากาศไม่หนาว &amp;nbsp;จึงไม่จำเป็นต้องใช้ อีกทั้งได้รับแจกมาแล้วหลายครั้งจากหน่วยงานอื่น จึงเก็บไว้ไม่ได้มีการนำมาใช้งานนอกจากนี้มียังข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า มีผ้าห่มในลักษณะเดียวกันได้มีการแจกจ่ายให้ชาวบ้านในปีงบประมาณ 2561 ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ตรวจสอบลึกลงไปถึงรายละเอียดการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวในปีงบประมาณ 2561 ด้วย รวมถึงดำเนินการตรวจสอบการยื่นชำระภาษีของผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับศูนย์คุ้มครองฯ เพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ต่างๆ ต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8598</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, ป.ป.ท., ปภ., ผ้าห่มกันหนาว, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, สิงห์บุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb1ffdf139d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบโกงคนจนล็อต3เพิ่ม28แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ป.ท.ลุยขยายผลสอบโกงเงินคนจนล็อต 3 พบเพิ่ม 28 แห่ง งบประมาณ 103 ล้านบาท ศูนย์ขอทาน-กองคุ้มครองสวัสดิภาพฯ พันทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานขยายผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการใช้จ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) เพิ่มเติมในล็อตที่ 3 ว่า มีทั้งหมด 28 แห่ง งบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 103,816,600 บาท ประกอบด้วย พื้นที่ส่วนกลาง 2 แห่ง คือศูนย์ปฏิบัติการคนไร้ที่พึ่งและขอทาน งบประมาณ 1,704,750 ล้านบาท และกองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต 656,850 บาท รวม 2,361,600 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ 2 แห่ง คือ ศูนย์ประสานงานหมู่บ้านสหกรณ์ฯ ประจวบคีรีขันธ์ 100,000 บาท และศูนย์ประสานงานหมู่บ้านสหกรณ์ฯ เพชรบุรี 100,000 บาท รวม 200,000 บาท, &amp;nbsp;สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 5 แห่ง คือ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งปรือใหญ่ ศรีสะเกษ งบประมาณ 700,000 บาท, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี งบประมาณ 480,000 บาท, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งสันมหาพน เชียงใหม่ งบประมาณ 400,000 บาท, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง สระบุรี งบประมาณ 380,000 บาท และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ งบประมาณ 350,000 บาท รวม 2,310,000 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิคมสร้างตนเอง 9 แห่ง ดังนี้ นิคมสร้างตนเองปราสาท สุรินทร์ งบประมาณ11,030,000 บาท, นิคมสร้างตนเองรัตภูมิ สงขลา งบประมาณ10,530,000 บาท, นิคมสร้างตนเองเทพา สงขลา งบประมาณ 10,530,000 บาท, นิคมสร้างตนเองเบตง ยะลา งบประมาณ 10,270,000 บาท, นิคมสร้างตนเองท้ายเหมือง พังงา งบประมาณ 7,850,000 บาท, นิคมสร้างตนเองโคกโพธิ์ ปัตตานี งบประมาณ 6,200,000 บาท, นิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหม สุรินทร์ งบประมาณ 5,537,000 บาท, นิคมสร้างตนเองลำโดมใหญ่ อุบลราชธานี งบประมาณ 5,510,000 บาท, นิคมสร้างตนเองกิ่วลม ลำปาง งบประมาณ 2,350,000 รวมทั้งสิ้น 69,807,000 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 10 แห่ง คือ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง พะเยา งบประมาณ 12,980,000 บาท, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง แพร่ งบประมาณ 5,950,000 บาท, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง กำแพงเพชร งบประมาณ 3,380,000 บาท, &amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง เพชรบูรณ์ งบประมาณ 3,200,000 บาท, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ราชบุรี งบประมาณ 950,000 บาท, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง พิษณุโลก งบประมาณ740,000 บาท, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง กาญจนบุรี งบประมาณ 688,000 บาท, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ลำพูน งบประมาณ 450,000 บาท, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง อุทัยธานี งบประมาณ 450,000 บาท และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง เพชรบุรี งบประมาณ 350,000 บาท รวม 29,138,000 บาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8464</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิคมสร้างตนเอง 9 แห่ง, ป.ป.ท., พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, ศูนย์ประสานงานหมู่บ้านสหกรณ์ฯ, สอบโกงเงินคนจนล็อต 3, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb1c1ed3038.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกงทั้งประเทศจะแก้อย่างไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัวแต่ชะเง้อดูพลัง &amp;quot;ดูด&amp;quot; จึงพลาดบางเรื่องไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์ที่ผ่านมามีข่าวสำคัญยิ่งจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ &amp;nbsp;(ป.ป.ท.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ.๒๕๖๐ ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง &amp;nbsp;๗๖ ศูนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงาน ป.ป.ท.ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๖๗ จังหวัด รวมวงเงิน ๑๒๙,๕๐๗,๐๐๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่ไม่พบการทุจริต มีจำนวน ๙ จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย สิงห์บุรี ปราจีนบุรี นครศรีธรรมราช นนทบุรี ฉะเชิงเทรา แพร่ นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ &amp;nbsp;และสุโขทัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เหลือโกงหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...พ.ท.กรทิพย์ บอกว่าทั้ง ๙ จังหวัดที่ระบุ ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้มีการทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่เจ้าหน้าที่ที่ลงไปในพื้นที่ ๒ ครั้ง ไม่พบเอกสารหลักฐาน หรือพยานบุคคลที่นำไปสู่การพิสูจน์ จึงต้องใช้คำว่าไม่พบพฤติการณ์ทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ...อาจจะมี แต่ไม่พบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...เห็นตัวเลขแบบนี้ แทบลมใส่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไม่มีพื้นที่ไหน จังหวัดใด ปลอดโกงอย่างปราศจากข้อสงสัยเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ลองมองภาพให้กว้างขึ้น นอกเหนือจาก เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้ว หน่วยงานอื่น กระทรวงไหน โกงกันอีกบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะเยอะจนจับไม่ไหว!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันสะท้อนถึงระบบการตรวจสอบคอร์รัปชันยังคงล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าลืมนะครับ กรณีโกงเงินคนจนเป็นฝีมือ &amp;quot;นักศึกษาฝึกงาน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านการตรวจสอบไม่ได้ไปเจอเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือคำตอบว่า ทำไมทุกรัฐบาลที่ผ่านมายังคงเผชิญข้อครหาเรื่อง คอร์รัปชัน เพราะไม่มีการวางระบบตรวจสอบที่แน่นหนาเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อเถอะครับ จิ้มไปตรงไหน ไม่ว่ากระทรวงอะไร เจอคอร์รัปชันทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลาโหม มหาดไทย ศึกษาธิการ คือ ๓ กระทรวงที่มีงบประมาณลำดับต้นๆ มีการโกงฝังรากลึกมานาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเค้กที่ถูกแบ่งมาใหม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกือบทั้งหมด คอร์รัปชันมโหฬาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตรวจไปก็ไม่เจอ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะระบบตรวจสอบห่วย แถมคนตรวจสอบกับคนโกงรู้เห็นเป็นใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งระบบทั้งคนล้วนมีปัญหาทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากรัฐบาล คสช.มีเจตนารมณ์ที่จะแก้ปัญหาคอร์รัปชันจริง ก็ยังพอมีเวลาที่จะเริ่มต้นวางรากฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่...ทำได้เท่านั้นจริงๆ เริ่มต้นวางรากฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8393</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณีโกงเงินคนจนเป็นฝีมือ, การตรวจสอบคอร์รัปชัน, การทุจริต, ชะเง้อดูพลัง, น.ส.ปณิดา ยศปัญญา, ป.ป.ท., ผักกาดหอม, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, รัฐบาล คสช., อ่านเอาเรื่อง, เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
