<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เกมเตะตัดขาหลังเลือกตั้ง&quot; ชิงเก้าอี้ส.ส.ในสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การนับคะแนนใหม่ ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม ระหว่าง &amp;ldquo;พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร&amp;rdquo; ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และ &amp;rdquo;สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ&amp;rdquo; ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ ที่บทสรุปสุดท้ายเป็นทาง ปชป.ได้รับการชูมือด้วยคะแนนที่มากกว่า 4 คะแนน ท่ามกลางความสับสนและเสียงสวดส่งของบรรดา &amp;ldquo;ฟิวเจอร์ริสต้า&amp;rdquo; ทั้งหลาย ถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปดูต้นเรื่องนับแต่หลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา จะพบว่าเขตนี้มีการนับคะแนน จากทั้ง กกต.เอง รวมทั้งทีมงานผู้สมัครจากทั้ง 2 พรรค พลิกไปพลิกมาถึง 5 ตลบ จากการประกาศคะแนนดิบอย่างไม่เป็นทางการ การรวมคะแนนเองแล้วผลออกมาไม่ตรงกัน สู่การขอนับคะแนนใหม่แล้วยังมีความผิดพลาดเกิดขึ้นตอนนับคะแนนใหม่อีก ก่อนที่จะได้เป็นผู้ชนะหน้าเดิม แต่ระยะห่างที่ 147 คะแนน เปลี่ยนมาเป็น 4 คะแนนแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สามารถ นาคสกุล&amp;rdquo; ผอ.กกต. จ.นครปฐม ได้พูดถึงการโยกคะแนน 66 คะแนน ของพรรคประชาธิปัตย์ในหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ไปให้กับพรรคประชาภิวัฒน์ โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าว เป็น &amp;ldquo;ความผิดพลาดของมนุษย์&amp;rdquo; และดูเหมือนประโยคนี้น่าจะงอกมาอีกหลายครั้งต่อจากนี้ เมื่อ กกต.ถูกทวงถามข้อสงสัยในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ทางหนึ่งต้องยอมรับว่า การที่ประเทศไม่ได้มีการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบถึง 8 ปี การปรับเปลี่ยนกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่รูปแบบของบัตรเลือก การแข่งเขตเลือกตั้งใหม่ เบอร์ผู้สมัครในแต่ละเขตที่ต่างกัน และอื่นๆ อีกมากมาย เช่นเดียวกับการผลัด &amp;ldquo;7 อรหันต์ กกต.&amp;rdquo; ที่เป็นป้ายแดงทั้งหมด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความตะกุกตะกัก และความผิดพลาดจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กระแสความไม่พอใจของประชาชนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ระบุให้ 250 ส.ว.มามีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ท่ามกลางความสงสัยของฝ่ายตรงข้ามว่า เป็นการเอื้อให้กับ ส.ส.เขตของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ความสับสนเรื่องเบอร์ผู้สมัคร มาจนถึงการเลื่อนเลือกตั้งจากเดิม ในวันที่ 24 ก.พ. เลื่อนไปเป็น 24 มี.ค. การยุบพรรคไทยรักษาชาติ และสารพันปัญหาตั้งแต่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การเลือกตั้งล่วงหน้า การประกาศผลคะแนนล่าช้า การดำเนินจนถึงปัญหาการตีความสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป ความไม่พอใจทั้งหมดทั้งมวล จึงระบายมาสู่ กกต. ในฐานะ &amp;ldquo;หนังหน้าไฟ&amp;rdquo; ที่ต้องรับไปเต็มๆ เพราะถือเป็น &amp;ldquo;ผู้รับผิดชอบรายล่าสุด&amp;rdquo; จนนำไปสู่การล่ารายชื่อถอดถอน โดยเฉพาะการลงชื่อผ่านเว็บไซต์ change.org ที่รวบรวมรายชื่อประชาชนไปได้แล้วกว่า 820,000 ชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในการนับคะแนนใหม่ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีเขตอื่นๆ อีกหรือไม่ ที่หากมีการนับคะแนนใหม่อีกครั้ง อาจมีการ &amp;ldquo;พลิก&amp;rdquo; โฉมหน้าผู้ชนะในเขตนั้นเป็นอีกพรรค จากการประกาศคะแนนของ กกต. พบว่าใน 350 เขตทั่วประเทศ มีทั้งหมด 24 เขต ที่ผู้ชนะและอันดับ 2 มีคะแนนห่างไม่ถึง 1,000 คะแนน ในจำนวนั้นมี 9 เขต ที่คะแนนห่างอยู่ที่ไม่เกิน 500 คะแนน โดยมีเขตที่เฉือนกันสุดๆ 5 เขต ได้แก่ เขต 5 กทม. ที่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ชนะ คะแนนผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐไป 27,897-27,667 ห่างกัน 230 คะแนน, เขต 28 กทม. อนาคตใหม่ ชนะ พลังประชารัฐ 29,590 ต่อ 29,413 ห่างกัน 173 คะแนน, เขต 6 เชียงราย อนาคตใหม่ ชนะ เพื่อไทย 23,273 ต่อ 23,081 ห่างกัน 192 คะแนน, เขต 2 ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไทย ชนะ ประชาธิปัตย์ 32,507 ต่อ 3401 ห่างกัน 106 คะแนน, เขต 3 พิษณุโลก 25,207 ต่อ 25,003 พลังประชารัฐ ชนะ ประชาธิปัตย์ ห่างกัน 204 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ใน 5 เขตนั้น หากมีการ &amp;rdquo;พลิก&amp;rdquo; เกิดขึ้นจริง ก็ไม่น่าจะส่งผลต่อการรวม ส.ส.เพื่อตั้งรัฐบาล แต่ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง การที่ &amp;quot;ได้&amp;quot; หรือ &amp;quot;ไม่ได้&amp;quot; เข้าไปนั่งในสภานั้น มี &amp;rdquo;มูลค่า&amp;rdquo; ต่างกันอย่างลิบลับ แต่ในเมื่อไม่มีใครยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อขอนับคะแนนใหม่ ก็คงไม่มีเหตุอันควรใดจะต้องไปนับใหม่ให้เสียทั้งเงินและเวลา ทั้งนี้สำหรับการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่เขต 1 นครปฐมนั้น คาดว่าใช้งบประมาณประมาณ 280,000 บาท ต่อการนับคะแนนใหม่ 1 เขต ซึ่งทั้ง 5 เขตข้างต้นอาจใช้งบประมาณต่ำกว่าจากจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่น้อยกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมาที่เขต 1 นครปฐม ทางอนาคตใหม่ได้ออกแถลงการณ์เสนอให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จากความเคลือบแคลงสงสัยที่เกิดขึ้น และเตรียมจะยื่นเรื่องขอเลือกตั้งใหม่อีกที่เขต 4 นครปฐม สืบเนื่องจากผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ชนะเลือกตั้ง แต่ทางอนาคตใหม่เองบอกว่า มีหลักฐานที่ทางผู้ชนะนั้น ซื้อเสียง และส่งเรื่องให้ตำรวจไปแล้ว ความวุ่นวายที่เกิดแล้วและกำลังจะเกิด โดยเฉพาะกรณี &amp;rdquo;ตรวจสอบผู้สมัครถือหุ้นสื่อ&amp;rdquo; ที่กลายเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ตัดฝ่ายตรงข้ามออกจากเกมการเมือง เมื่อ นายภูเบศร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ เขต 2 สกลนคร ฟาวล์ไปจากปมดังกล่าวตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง ทีนี้ก็ต้องรอดูต่อไปว่า จากมาตรฐานที่มาจากดุลยพินิจของศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง กับกรณีอื่นๆ หากเรื่องไปถึงศาลจริงจะมีการตัดสินกรณีนี้อย่างไร เพราะ อาจมีผู้เกี่ยวข้องจากทุกพรรคการเมืองอีกเพียบเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สถานการณ์การเลือกตั้งยังคงไม่นิ่งจนกว่าจะถึงวันที่ 24 มี.ค.2563 หรือ 1 ปีหลังการเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญระบุ ระหว่างนั้นอาจมี &amp;ldquo;ฟ้าผ่า&amp;rdquo; ใส่ผู้สมัครพรรคใดพรรคหนึ่ง หรืออาจจะหลายพรรค ก็ไม่รู้ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ กกต.เองต้องเป็นคนที่ต้องคอยตอบคำถามเหล่านี้ และปาดเหงื่อไปด้วยจน ปากเปียก ปากแฉะอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย ไม่ว่าจะมีการนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ สักกี่เขต หรือจะฟัน ส.ส.ไปกี่คน อย่างไรเสียท่ามกลางความสับสนอลหม่านทางการเมือง ที่ยังไม่รู้ว่าจะเดินหน้าไปทางไหนต่อ ผู้ที่ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจตามไปด้วย คงเป็น &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;ldquo; และคณะ ที่จะยังคงได้นั่งอยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่าเรื่องต่างๆ จะนิ่ง และมีความชัดเจนแล้วนั่นเอง. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34829</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร, สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc859b65523c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.พาลขอเลือกใหม่ แพ้ปชป.นครปฐม4คะแนน กกต.รับรายงานผลผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; ฝันค้างชนะเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 นครปฐมไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก่อนถูกปลุกให้ตื่นมารับความจริงพ่าย &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; 4 คะแนน เหตุใบรายงานผล ส.ส.5/18 ผิดพลาดยก 66 คะแนนไปรวมประชาภิวัฒน์แทน ปชป. &amp;ldquo;ช่อส้มหวาน&amp;rdquo; งอแงลั่นต้องเลือกตั้งใหม่เพราะไม่สุจริตและเที่ยงธรรม! &amp;nbsp;เนื่องจากนับคะแนน 5 ครั้งไม่ตรงกัน ซ้ำมีไฟดับ 20 วินาทีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดนครปฐม ตามคำร้องของ น.ส.สาวิกา &amp;nbsp;ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ยื่นร้องต่อ กกต.ตั้งแต่วันที่ 9 &amp;nbsp;เม.ย. เนื่องจากพบว่าผลการเลือกตั้งเขตอย่างไม่เป็นทางการที่ กกต.ประกาศเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ไม่ตรงกับคะแนนหน้าหน่วย โดย พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้คะแนนอันดับ 1 ที่ &amp;nbsp;36,762 คะแนน ส่วน น.ส.สาวิกามาเป็นลำดับที่ 2 ที่ 35,615 คะแนน ห่างกัน 147 คะแนน แต่เมื่อ อนค.นำคะแนนดิบรายหน่วยมารวมเอง น.ส.สาวิกากลับชนะ 4 คะแนน&amp;nbsp;
โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. หลังจัดนับคะแนนใหม่ที่อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ ในช่วงค่ำนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ได้ออกมาระบุถึงผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่าผู้ได้คะแนนอันดับ 1 คือ น.ส.สาวิกา ได้ &amp;nbsp;35,707 คะแนน อันดับ 2 พ.ท.สินธพได้ 35,645 คะแนน โดยชนะไป 62 คะแนน ซึ่งพรรค ปชป.คัดค้านว่ามีการรวมคะแนนผิดพลาด เพราะเท่าที่ติดตามการนับคะแนนพบว่าผู้สมัครของ ปชป.ชนะ อนค.อยู่ 4 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กกต.จึงได้รวบรวมคะแนนและตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จนถึงเวลาประมาณ &amp;nbsp;03.00 น.ของวันที่ 29 เม.ย.ก็พบสิ่งผิดปกติในหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ที่ไม่ปรากฏคะแนนในช่องของผู้สมัคร ปชป. แต่บันทึกผลคะแนนในช่องของพรรคประชาภิวัฒน์แทน 66 คะแนน ทำให้การรวบรวมคะแนนผิดพลาด ซึ่งทำให้ พ.ท.สินธพกลับมามีคะแนน 35,711 คะแนน เป็นอันดับ 1 ชนะ น.ส.สาวิกาที่ได้ &amp;nbsp;35,707 คะแนนอยู่ 4 คะแนน ซึ่ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ยืนยันว่า ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพรรค ปชป.ชนะ อนค.เพียง 4 คะแนนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 14.30 น. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ได้แถลงถึงปัญหาความผิดพลาดดังกล่าวว่า เกิดปัญหาในการรวมคะแนนโดยพบว่าหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ใบรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง &amp;nbsp;(ส.ส.5/18) ที่มีทั้งสิ้น 3 ชุดไม่ตรงกัน สำนักงาน กกต.จังหวัดนครปฐมจึงได้เชิญตัวแทนผู้สมัครทั้งพรรค ปชป.และ อนค.ซึ่งได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 1 และ 2 มาเพื่อเปิดหีบของหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ดูใบขีดคะแนน (ส.ส.5/11) ว่าสรุปแล้วผลการนับคะแนนของหน่วยดังกล่าวเป็นอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในชั้นนับคะแนนไม่มีปัญหาเป็นที่ยุติ เพราะผู้สังเกตการณ์ของทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับผลการขีดคะแนนของกรรมการนับคะแนน ซึ่งใบขีดคะแนนนี้จะอยู่ในหีบ แต่มามีปัญหาตอนเอาคะแนนจากใบขีดคะแนนมากรอกในใบรายงานผล (ส.ส.5/18) ซึ่งมี 3 ชุด คือ ติดอยู่ที่หน้าหน่วย ส่ง กกต.เขต และส่ง กกต.จังหวัด ซึ่งขณะนี้พบว่าใบ ส.ส.5/18 สองชุดตรงกัน แต่อีกหนึ่งชุดมีคะแนนแตกต่างไป จึงเชิญผู้แทนของทั้งสองพรรคมาเพื่อตรวจสอบโดยไม่ต้องนับคะแนนใหม่&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
รับมีเหตุผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวงกล่าวยอมรับว่า ความผิดพลาดในการนับคะแนนกรณีดังกล่าวทั้งวันที่ 24 มี.ค.และการนับคะแนนใหม่ก่อให้เกิดปัญหาความน่าเชื่อถือขององค์กร แต่ต้องบอกว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวบุคคล เพราะกรรมการนับคะแนนหนึ่งชุดต้องนับคะแนนถึง 4 หน่วยถือว่างานหนักพอสมควร &amp;nbsp;และในอดีตใบ ส.ส.5/18 ทั้ง 3 ชุดจะใช้การก๊อบปี้ด้วยกระดาษคาร์บอนเขียนครั้งเดียว แต่มีปัญหาว่าไม่ชัด ตัวหนังสือเลือนหายได้ง่าย จึงเปลี่ยนมาใช้การเขียนทั้ง 3 ใบ ทำให้บางครั้งเกิดปัญหาการกรอกข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าระบบการเลือกตั้งหรือการนับคะแนนของ กกต.มีความปลอดภัยระหว่างการนับและการลงคะแนน รวมถึงการเก็บรักษา ซึ่งแต่ละขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อผลคะแนนยังไม่เป็นทางการ เหตุใดนายฉัตรไชยจึงออกมาให้สัมภาษณ์ นายแสวงกล่าวว่า ท่านน่าจะได้รับทราบข้อมูลในขณะนั้น ซึ่งยังไม่ครบถ้วนและยังมีปัญหาเรื่องกรอกข้อมูลอยู่ &amp;nbsp;และเมื่อถามต่อว่านายฉัตรไชยใช้คำว่าพรรคอนาคตใหม่ชนะ ไม่ได้ใช้คำว่าผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายแสวงสวนว่า &amp;ldquo;ก็ชนะเบื้องต้นไง&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวถามว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำ จ.นครปฐมต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่าไม่อยากจะโทษ เพราะการนับคะแนนใหม่ เป็นเรื่องของ กกต.เขต ซึ่ง ผอ.กกต.จังหวัดมีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม นายสามารถ นาคสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดนครปฐม เป็นประธานแถลงเหตุความผิดพลาดของการประกาศผลการนับคะแนน โดยมีผู้แทนจาก กกต.ส่วนกลาง 2 คนร่วมสังเกตการณ์ ผู้แทนจากผู้สมัคร ปชป. และนางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการสรรหาพรรคอนาคตใหม่และว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถยอมรับว่ามีเหตุความผิดพลาดเกิดขึ้นจริง เนื่องจากผลที่ส่งไปรวมคะแนนไม่ตรงกับหมายเลขของผู้ที่ได้คะแนนจริง โดยเหตุเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 25 หลังนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้ง &amp;nbsp;คณะกรรมการต้องบันทึกเป็น 3 ส่วน ส่งเข้าเก็บในหีบบัตร ส่งไปติดประกาศ และส่งไปรวมคะแนนเพื่อประกาศต่อสาธารณชน ปรากฏว่าในส่วนที่ส่งไปรวมคะแนนมีการบันทึกผิดหมายเลขของผู้สมัคร จากผู้สมัครหมายเลข 2 พรรค ปชป.ได้ 66 คะแนนกลับส่งคะแนนไปรวมในผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาภิวัฒน์ จึงทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายเลข 2 พรรค ปชป.หายไป 66 คะแนน ทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายหมายเลข 9 พรรค อนค.ชนะไป 62 คะแนน แต่เมื่อนำคะแนนของหมายเลข 2 กลับมารวมทั้งหมด ปรากฏว่า พ.ท.สินธพชนะ น.ส.สาวิกา 4 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สรุปคะแนนรวมทั้งหมดเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ผู้สมัครหมายเลข 2 &amp;nbsp;พรรค ปชป.ได้ 35,711 คะแนน น.ส.สาวิกา ผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรค อนค.ได้ 35,707 คะแนน ซึ่ง หลัง กกต.ชี้แจงเหตุความผิดพลาด กองเชียร์ได้ลงมาจากห้องส่งเสียงเฮร้องไชโยด้วยความยินดี พร้อมส่งเสียงว่าเบอร์ 2ๆ เสธ.แก้ว ซึ่งเป็นชื่อของ พ.ท.สินธพ
ก่อนหน้านี้ที่พรรค ปชป.ได้มีการแถลงถึงความผิดพลาดดังกล่าว ก่อนที่นายสาธิต ปิตุเตชะ &amp;nbsp;รักษาการรองหัวหน้าพรรคจะเรียกร้อง กกต.ให้ประกาศรับรองผลโดยเร็วเพื่อป้องกันความสับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค อนค.ได้ออกแถลงการณ์ระบุ ผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมถือเป็นกรณีที่มีปัญหาอย่างมาก โดยมีการแสดงคะแนนเปลี่ยนไปมาถึง 5 ครั้ง ได้แก่ 24 มี.ค. กกต.ประกาศให้พรรค อนค.ใหม่แพ้ ปชป. 147 คะแนน ด้วยคะแนน 35,615 ต่อ 35,762 &amp;nbsp;แต่ 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง ผู้สมัคร อนค.ขอคะแนนรายหน่วยจาก กกต.มาตรวจสอบเอง พบว่า อนค.ชนะพรรค ปชป. 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,766 ต่อ 35,762 คะแนน และในวันที่ 28 เม.ย.พรรค ปชป.ประกาศชัยชนะได้คะแนนมากกว่าพรรค อนค.ใหม่ 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,711 คะแนน ส่วนนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ให้สัมภาษณ์ว่าพรรค อนค.ชนะพรรค ปชป. 62 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,645 คะแนน สุดท้าย 29 เม.ย. นายจรุงวิทย์แถลงว่าพรรค อนค.แพ้พรรค ปชป. 4 คะแนน 35,707 ต่อ &amp;nbsp;35,711 คะแนน
บี้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คะแนนที่เปลี่ยนไปมาเช่นนี้ ทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติอันชอบธรรมได้เลยว่าผลการเลือกตั้งครั้งใดถือว่าเป็นครั้งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังเกิดเหตุไฟดับนานถึง 20 วินาทีในระหว่างการนับคะแนน และผู้สังเกตการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ได้ตรวจสอบพบเหตุผิดปกติหลายกรณีมากเกินกว่าจำนวนคะแนนที่พรรคอนาคตใหม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นกรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัดนครปฐมมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา &amp;nbsp;124 เพื่อให้ได้มาซึ่งผลการเลือกตั้งที่โปร่งใสเป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค อนค.ระบุว่า ผลคะแนนของเขตการเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม ถือว่ามีปัญหาอย่างมาก มีการเปลี่ยนผลคะแนนไปมาถึง 5 ครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยที่คะแนนตรงกันเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งสรุปแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้จริงๆ ว่าผลคะแนนไหนเป็นผลคะแนนที่ถูกต้องและชอบธรรม เมื่อหลักฐานปรากฏตามนี้จึงเป็นเหตุให้พรรคขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ในนครปฐมเขต 1 ทั้งเขต เพื่อให้ได้ผลการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ โปร่งใส เป็นธรรม และแสดงเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีเขต 1 จ.นครปฐม ทำให้มีคำถามจากประชาชนออกมาว่าแล้วเขตอื่นจังหวัดอื่นจะมีข้อผิดพลาดเช่นนี้หรือไม่ จึงถึงเวลาแล้วหรือยังที่การนับคะแนนผลการเลือกตั้งควรมีการรีเช็กหรือตรวจสอบซ้ำด้วยระบบกับการนับด้วยเจ้าหน้าที่ เมื่อ &amp;nbsp;Human Ware มีความผิดพลาด ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบด้วยระบบเพื่อให้ผลการเลือกตั้งน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวเช่นกันว่า การทำงานของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใสจริงหรือไม่ จนผ่านมาเดือนเศษแล้ว กกต.ก็ไม่สามารถทำลายความไม่เชื่อใจ สร้างความน่าเชื่อถือกลับมาได้ จนมาถึงกรณีล่าสุดที่เขต 1 จ.นครปฐม ที่มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ กรณีนี้ยิ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคว่า แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาได้เจอกับลูกพรรคที่แพ้คะแนน 400-500 คะแนน ก็ถามว่าพอใจแล้วใช่หรือไม่ หลายคนก็บอกว่าพอใจแล้วและยอมรับความพ่ายแพ้ ดังนั้น เราต้องมีสปิริตเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ขอให้พรรคการเมืองคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กกต.แจกใบส้มนายสุรพล &amp;nbsp;เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นข้อหาที่เบาบางมากจนแทบไม่น่ามีความผิด การให้เงินพระเป็นหน้าที่ทางสังคม เป็นหน้าที่ชาวพุทธ พระภิกษุก็ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะฟ้องร้อง กกต.หรือไม่นั้นยังไม่ได้ฟันธง แต่สภาพตอนนี้คือเป็นความน่าเชื่อได้ว่า และสังคมก็เชื่อได้ว่าสามารถฟ้องได้ ซึ่งไม่ได้ข่มขู่ แต่ถึงเวลาเราอาจรักษาสิทธิ์ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมสาย ศรียาภัย, ดร.รยุศด์ บุญทัน, พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร, พรรณิการ์ วาณิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc70aee3b22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
