<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาคึกคักส.ส.แห่ร่วมประชุมอภิปรายเงินกู้1.9ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ภายหลังเปิดสมัยประชุมสภาปี2563 ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมี ส.ส.และรัฐมนตรีทยอยเดินทางมาร่วมประชุมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย และเดินผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมทั้งมีเจลแอลกอฮอล์คอยให้ล้างมืออยู่เป็นจุดๆ หากใครมีไข้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้ามายังอาคารรัฐสภา เพื่อปฏิบัติตามมาตรการในการคัดกรองและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 09.30 น.จึงเริ่มเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก โดยเป็นการเปิดใช้ห้องประชุมสุริยันหรือห้องประชุม ส.ส.ครั้งแรก มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผล กระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 พ.ศ.2563 &amp;nbsp;วงเงิน 1 ล้านล้านบาท 2.พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 5 แสนล้านบาท &amp;nbsp;และ 3.พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายในห้องประชุมมีการจัดระเบียบให้ ส.ส.นั่งเว้นระยะห่าง 1ที่นั่ง ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายชวนเปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนต่างๆของประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67063</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก., พระราชกำหนด, ส.ส., สภาผู้แทนราษฎร, เงินกู้, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ecde71489ef9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่นผู้ทรงเกียรติอภิสิทธิ์ชนขอยกเว้นเคอร์ฟิวช่วงอภิปรายพ.ร.ก.เงินกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2563 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยตัวแทนจาก 6 ฝ่ายค้าน ประชุมหารือเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องประเด็น กรอบเวลา และตัวบุคคลที่จะอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า ได้หารือกับประธานสภาฯ เนื่องจากกังวลว่าการประชุมในวันถัดไปที่จะเริ่มในเวลา 9.30 น. จะบริหารจัดการไม่ได้ เพราะองค์ประชุมจะมีปัญหา ประธานสภาจึงเสนอว่าให้ใช้วิธีการเลื่อนการประชุม ซึ่งจะไม่ต่างจากการพักการประชุม เพื่อให้การประชุมในวันถัดไปเริ่มประชุมได้ทันที ซึ่งตนเห็นด้วย ดังนั้นหากมีการถามความเห็นในที่ประชุมสมาชิกเราควรสนับสนุนกรณีดังกล่าวนี้ด้วย สำหรับผู้ประสงค์จะอภิปราย 2-3 รอบ ขอเสนอว่าจะจัดสรรเวลาให้ลงตัวนั้น ไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะประธานสภาระบุว่าถ้าให้คนหนึ่งคนอื่นๆ จะต้องทำด้วย เพราะมีผู้ประสงค์จะขึ้นหลายรอบมีจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า ผู้อภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรค พรรคเพื่อไทย 54 คน พรรคก้าวไกล 14 คน พรรคเสรีรวมไทย 4 คน พรรคประชาชาติ 3 คน พรรคเพื่อชาติ 1 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน นอกจากนี้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีความประสงค์ที่จะร่วมอภิปราย โดยจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งจะแบ่งเวลาจากโควตาของพรรคเพื่อไทยรวม 78 คน โดยการบริหารลำดับคิวจะหารือร่วมกันเป็นวันๆไป เพราะต้องเป็นไปตามสถานการณ์ เนื้อหา และน้ำหนักที่เราอยากจะให้ เบื้องต้นวางลำดับคร่าวๆ ก่อน คนจัดลำดับการอภิปราย คือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย น.ส. มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทนกล่าวอีกว่า การอภิปรายในวันแรก จะเริ่มด้วยภาพรวมของ พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยวางผู้อภิปรายไว้ทั้งหมด 10 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน จะเป็นคนแรกในการอภิปราย ตามด้วย น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย จากนั้นจะเป็นส.ส.จากพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย โดยเน้นย้ำให้ผู้อภิปรายทุกคนรักษาระยะเวลาในการอภิปรายให้ขาดดีกว่าเกิน และสิ่งที่กังวลคือการอภิปรายซ้ำประเด็น โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้นเราจะบริหารอย่างไร เพื่อให้เกิดคุณภาพ ดังนั้นขอให้ทุกพรรคย้ำกับผู้อภิปรายให้ตัดหรือยืดหยุ่น พลิกแพลงเนื้อหาการพูด ไม่ให้เกิดการฉายหนังซ้ำเก่า เพราะจะทำให้เกิดการประท้วงและเป็นเหตุให้ขาดสาระ นอกจากนี้ขอให้แต่ละพรรคส่งตัวแทน มาเป็นกลุ่มพิทักษ์กฎสภาอย่างน้อยขอให้มี 5 คนก่อน อาทิ นายคารม พลพรกลาง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเสนอความเห็นเกี่ยวกับการประกาศเคอร์ฟิว เพราะคนที่ส่งผัก ส่งนม ยังสามารถยกเว้นให้ได้ ทำไมการประชุมสภา จึงเว้นให้ไม่ได้ ดังนั้นวิปฝ่ายค้านจึงควรนำเรื่องนี้ไปหารือกับประธานสภาและวิปรัฐบาล และแจ้งไปที่ ศบค.ว่าเรามีความจำเป็นที่จะให้ ยกเว้นเคอร์ฟิวส์สำหรับการประชุมสภา เพื่อที่จะได้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่วัน พฤหัสบดี-เสาร์ ส่วนวันอาทิตย์ จะได้ใช้เพื่อทดเวลาบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขอเสนอให้สภาทดเวลาไปชั่วโมงหรือชั่วโมงครึ่งในแต่ละวัน เพราะเคอร์ฟิวส์เวลา 23.00 น. ถ้ากลับบ้านเวลา 21.00-21.30 น. ก็น่าจะทันเวลา ดังนั้นอยากให้สภาพิจารณาด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67059</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พ.ร.ก., พรรคเพื่อไทย, พระราชกำหนด, วิปฝ่ายค้าน, ส.ส. น่าน, ส.ส. มหาสารคาม, สุทิน คลังแสง, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e55115860de3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;เตือนฝ่ายค้านอย่าใช้วิชามารขุด&#039;คสช.&#039;ขึ้นมาอภิปราย4พ.ร.ก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2563 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 4 ฉบับในระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.เป็นเวลา 5 วันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมไปชี้แจงรายละเอียดต่อสภาร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นายกฯมั่นใจสามารถชี้แจงในรายละเอียดได้ทุกประเด็น เพราะทุกเรื่องมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้เตรียมทีมวอร์รูมนอกสภาเหมือนเดิม โดยได้มีการพูดคุยกับทีมงานอดีตนักการเมืองที่มีประสบการณ์ที่เชิญมาช่วยงานรัฐบาลและช่วยงานผม ให้ช่วยกันติดตามการอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 1ล้านล้านบาท และ พ.ร.ก.อีก 3 ฉบับในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และช่วยกันจับประเด็นการอภิปรายของฝ่ายค้านว่าอภิปรายนอกประเด็นหรือไม่ ขอเตือนถึงบรรดาพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ขอให้อภิปรายอยู่ในข้อบังคับการประชุม อย่าได้ใช้วาทะกรรมใช้ลีลาฝีปากที่ไม่สร้างสรรค์ สร้างเรื่องกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีอันเป็นเท็จ ต่อรัฐบาลหรือนายกฯเด็ดขาด ทีมวอร์รูมนอกสภาเราจะเฝ้าติดตามฝ่ายค้านทุกคน ขอให้อภิปรายอยู่ในกรอบเนื้อหา พ.ร.ก.ทั้ง 4 ฉบับเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า​ อย่าได้ใช้วิชามารเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวเนื้อหา พ.ร.ก.ทั้ง 4 ฉบับมาโจมตีรัฐบาล อย่าได้ขุดคุ้ยการบริหารงานในยุครัฐบาล คสช.ขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีอีกมันไร้สาระ ทำให้เสียเวลาการประชุม ประชาชนที่ติดตามรับฟังทางบ้าน จะเบื่อหน่ายรำคาญ ยิ่งมีปากมีเสียงปะทะคารมกันและมีประท้วงบ่อยๆ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ ส.ส.ในสายตาประชาชนเสียหายมากขึ้น​ ทีมวอร์รูมนอกสภาจะเฝ้าจับตาการประชุมอย่างใกล้ชิด ถ้ามีการอภิปรายนอกประเด็นใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลและนายกฯ​ ตนและคณะพร้อมตอบโต้นอกสภาทันที ขอเตือนส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านช่วยอภิปรายอยู่ในเนื้อหาสาระและอยู่ในข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัดจะดีที่สุดเพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะนี่เป็นการพิจารณา พ.ร.ก.ไม่ใช่ญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าใจให้ตรงประเด็นด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, พ.ร.ก., พระราชกำหนด, สภาผู้แทนราษฎร, สุภรณ์ อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e703fd56a383.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>21พ.ค.&#039;สมช.&#039;ถกเลิกพรก.ฉุกเฉินหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2563 &amp;ndash; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เวลา 11.00 น.วันที่ 21 พ.ค. สมช.มีกำหนดการประชุมเพื่อพิจารณาการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตามที่ได้มีประกาศในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และได้ขยายเวลาประกาศบังคับใช้จะครบกำหนดวันที่ 31 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าว &amp;nbsp;โดยการพิจารณาของ สมช.ไม่ได้ใช้โพลใดๆ เป็นตัวตัดสิน แต่ใช้สถานการณ์โควิด-19 ด้านสาธารณสุข เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ณ วันนี้ มีผลจากมาตรการต่างๆเดือนที่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ดีขึ้นในวันนี้เป็นผลจากห้วงที่ผ่านมา ถ้าเราจะตัดสินใจทำอะไรเพื่อทำให้อนาคตดีขึ้น ต้องดูสถานการณ์ดีหรือไม่ดีวันนี้เป็นตัวตัดสิน รวมถึงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ดูหลายอย่างด้วย สำคัญต้องถามจากสาธารณาสุขเป็นหลัก เพราะให้ความสำคัญสาธารณสุขเป็นหลัก ถ้าต้องการเครื่องมือนี้ต่อไปก็โอเค หรือถ้าพ.ร.บ.โรคติดต่อทำได้ก็ได้โอเค โดยการประชุมได้เชิญตัวแทนจากสาธารณสุขและภาคเอกชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผลการประชุมวันที่ 21 พ.ค.ถือเป็นแค่มติ สมช.ต้องเข้าที่ประชุม ศบค.ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.แต่หาก ครม.เห็นเป็นอย่างอื่นก็แล้วแต่สำหรับการประชุม ศบค.ปกติที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.จะประชุมทุกวันศุกร์ ซึ่งต้องรอหนังสือยืนยันการประชุม ศบค.อย่างเป็นทางการก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66439</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก., พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, สมช., เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec1321a0f942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039;ยกพ่อยูเอ็นติงต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลต่ออายุพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือนว่า เป็นอำนาจของ ครม.ในการตัดสินใจ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย แต่คงแก้ไขอะไรไม่ได้ พรรคเพื่อไทยได้แสดงความเห็นไปหลายครั้งแล้วว่า เมื่อรัฐบาลสามารถใช้มาตรการทางสาธารณสุขควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้แล้ว ควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อแทน เนื่องจากสามารถกำกับดูแลและควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ที่จำเป็นในเวลานี้ได้เหมือนกัน การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก จึงถูกสังคมตั้งคำถามว่ารัฐบาลอยากได้อำนาจอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาโควิดมาใช้ด้วยใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้รัฐบาลลองฟัง นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการของสหประชาชาติ ที่กล่าวเปิดรายงานนโยบายว่าด้วยความสำคัญของสิทธิมนุษยชนในการรับมือกับโรคระบาดใหญ่ว่า การใช้มาตรการต่างๆ ที่อ้างถึงวิกฤติด้านสาธารณสุขโดยไม่เกี่ยวกับโรคระบาดเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ รัฐบาลต่างๆ จำเป็นต้องแสดงความโปร่งใส รับมือเหตุการณ์ต่างๆอย่างแข็งขัน และแสดงความรับผิดชอบมากขึ้น โดยพื้นที่ประชาสังคมและเสรีภาพสื่อเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และไม่ว่าเราจะทำอะไรจงอย่าลืมว่า ภัยของเราคือไวรัสไม่ใช่ผู้คน ดังนั้นการประกาศภาวะฉุกเฉินต่างๆ ต้องใช้เพื่อมาตรการทางสาธารณสุข ที่มีเป้าหมายและระยะเวลาที่ชัดเจนโดยก้าวก่ายประชาชนให้น้อยที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากเลขาธิการของสหประชาชาติจะออกมาแสดงความห่วงใยในเรื่องนี้แล้ว สำนักข่าวรอยเตอร์ ก็ได้เสนอข่าว &amp;quot;U.N. raises alarm about police brutality in lockdowns&amp;quot; อ้างความเห็นของ มิเชล บาเชเล (Michelle Bachelet) ข้าหลวงใหญ่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) &amp;nbsp;ที่แสดงความเป็นห่วงการที่รัฐบาลหลายประเทศนำการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งเป็นมาตรการรุนแรง มาใช้เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้วทำให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในข่าวบอกว่าปัจจุบันมี 80 ประเทศ ที่ใช้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในจำนวนนี้มี 15 ประเทศ ที่น่าเป็นห่วงที่สุด แต่โชคดีที่ยังไม่มีชื่อประเทศไทยติดโผ บาเชเลเตือนว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ควรถูกใช้เพื่อกำจัดผู้เห็นต่าง ควบคุมประชาชน และทำให้ตนเองอยู่ในอำนาจได้นานขึ้น พรรคเพื่อไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ รัฐบาลจะใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมาเพื่อรับมือกับภาวะฉุกเฉินอย่างสมดุลและเหมาะสม ควบคู่ไปกับการปกป้องสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก&amp;rdquo;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64584</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, พ.ร.ก., พท., พรรคเพื่อไทย, พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70dd8809492.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.โหวตท้วมท้นหนุนพ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2562- &amp;nbsp;การประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1 เป็นพิเศษ ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมได้มีการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการ ในพระองค์ พ.ศ. 2562 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นผู้ชี้แจงเหตุผล และความจำเป็นที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก ก่อนที่ประธาน ส.ว.จะเปิดให้สมาชิกอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังอภิปรายไปสักระยะได้มีการลงมติ ซึ่งองค์ประชุมมีทั้งสิ้น 226 คน โดยมีผู้เห็นด้วยทั้งสิ้น 223 คน ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 3 เสียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48439</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก., พระราชกำหนด, พรเพชร วิชิตชลชัย, วุฒิสภา, ส.ว., โอนอัตรากำลังพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d720aff9988a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ไม่ยุ่งพ.ร.ก.โอน&#039;ราบ11&#039; เป็นเรื่องของสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีมีเสียงเรียกร้องจากนักกิจกรรมทางการเมืองให้ส.ส.งดออกเสียงอนุมัติ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณของกรมทหารราบที่ 1มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญและไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ว่า เรื่องการงดออกเสียงพ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นเรื่องในสภา อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเขา ตนไม่ยุ่งเกี่ยว เป็นเรื่องของสภาที่จะพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีรายงานว่าบางพรรคการเมืองอาจงดออกเสียงจะกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่นั้น ทุกพรรคการเมืองและรัฐมนตรีทุกคน ตนได้มีการพูดคุยทำงานร่วมกันมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง มีการหารือกันในช่วงพักการประชุมครม. ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ทุกเรื่องสามารถเดินหน้าไปได้ อะไรที่มันติดขัด ก็มาหารือร่วมกัน แม้จะเป็นรัฐมนตรีคนละพรรคก็ตาม เราเป็นรัฐบาลของคนไทย ของประเทศไทย เราต้องทำให้ได้ก็แล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48083</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พ.ร.ก., โอนราบ 11</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da57cb4bd1f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
