<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;ชี้ยังไม่ต้องกู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน ใช้ 5 แสนล้านเดิมให้ดีก่อน แนะขันน็อตระบบราชการให้ทันรับมือวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ส.ค.64-นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวในรายการถามอีกกับอิก ถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจว่า ที่ผู้ว่าแบงก์ชาติออกมาพูดถึงการกู้เพิ่มครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่คาดไม่ถึง ซึ่งอีกทางหนึ่งก็สบายใจได้ว่า สถานะทางการคลังของประเทศ สามารถแบกรับหนี้สาธารณะได้อีกหนึ่งล้านล้านบาท โดยไม่ต้องมีความกังวลในแง่ของเสถียรภาพ แต่ก็ต้องตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ผู้ว่าแบงก์ชาติ บอกว่า 1 ล้านล้านกู้ได้ เป็นสัญญาณให้รัฐบาลว่า ถ้าจำเป็นต้องกู้ก็เป็นความเสี่ยงที่รับได้ เหลืออยู่ที่ว่าจะกู้ตอนไหน กู้แล้วไปทำอะไร เพราะเท่าที่ดูสถานการณ์ปัจจุบัน ความจำเป็นยังไม่มี เพราะ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน มีการเบิกจ่ายใช้ไปประมาณร้อยละ 20 หรือประมาณ 1 แสนล้าน เหลืออีก 4 แสนล้าน ก็ควรมีแผนงานการและประเมินผลการใช้เงินส่วนนี้ต่อดัชนีเศรษฐกิจ แล้วพิจารณาว่าต้องกู้หรือไม่ เพราะในตัวงบประมาณปี 65 เอง ก็ต้องกู้ 4 แสนล้านอยู่แล้ว ในอีก 1 ปีข้างหน้า โดยที่เราก็หวังว่าการฉีดวัคซีน การบริหารจัดการโควิด จะส่งผลทำให้เราเปิดเศรษฐกิจเปิดประเทศได้ เริ่มจะมีรายได้เข้ามาใส่กระเป๋าประชาชน ถ้าเราทำได้เร็ว ทำได้ดี อาจจะไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่มเติม และการพิจารณาว่าจะกู้หรือไม่ในสถานการณ์วิกฤตขนาดนี้ แบงก์ชาติ กระทรวงการคลัง และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ต้องทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างที่เป็นอยู่&amp;rdquo; อดีต รมว.คลัง กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวว่า ช่วงที่รัฐบาลกู้ 1 ล้านล้านบาทครั้งแรก มีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านรวมทั้งตนเอง กังวลว่าอาจจะไม่พอ และยังกังวลว่าถ้าเบิกจ่าย พ.ร.ก.ที่สองคือ 5 แสนล้านบาทครบถ้วนแล้ว จะดันหนี้สาธารณะเทียบกับจีดีพีขึ้นไปเกือบ ๆ จะชนเพดาน อยู่ที่ระดับร้อยละ 58 ถ้าเทียบกับการกู้ยืมเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปี 65 ที่สภาฯ เพิ่งอนุมัติไป ทำให้หนี้สาธารณะทะลุเพดานร้อยละ 60 แน่นอน ซึ่งมีความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีอาจต้องปรับ เงื่อนไขตามกฎหมายวินัยทางการคลัง ให้เพดานหนี้สาธารณะขึ้นไปอีกที่ร้อยละ 70 เพราะมีแนวโน้มว่ายังขาดดุลประมาณ 4-5 แสนล้านบาท ไปอีกระยะหนึ่ง ยังไม่เห็นสัญญาณที่จะจัดงบสมดุลได้อีกหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ ยังกล่าวถึงการคาดการณ์รายรับปี 2565 ว่า การตั้งสมมุติฐานรายได้ของรัฐบาลอาจจะสูงเกินไป อย่างปี 2564 จะเห็นว่ารายรับของรัฐบาลต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และหวังว่า ปี 65 จะไม่ต่ำกว่านี้ จนเป็นเหตุที่ต้องให้กู้เพิ่มอีก ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องมาพิจารณากันอย่างละเอียดว่าการออก พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท เป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจากความเห็นผู้ว่าแบงค์ชาติ ที่บอกว่าถ้าจะกู้ก็กู้ได้ เงินมี และข้อดีอีกอย่างของประเทศไทย มีหนี้สาธารณะจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจ ประเทศอื่น ๆ หลายประเทศหนี้สาธารณะเท่ากับร้อยละ 100 ของจีดีพีเลยด้วยซ้ำ ในขณะที่ของเราอยู่ที่ร้อยละ 50 กว่า ข้อดีอีกอย่างคือหนี้สาธารณะกว่าร้อยละ 98 เป็นการกู้เงินบาทภายในประเทศ ลดความเสี่ยงลงไปมาก ผิดกับอินโดนีเซียที่กู้เงินเป็นเงินดอลลาร์ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน ทำให้ความเชื่อมั่นในเงินรูเปียห์ ของอินโดนีเซียลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ผู้ว่าแบงก์ชาติบอกว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย จะทำให้เกิดหลุมดำขนาดของรายได้จะหายไปราว 2.6 ล้านล้านบาท อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า หลุมดำมันมีอยู่แล้วจากการล็อกดาวน์ และการห้ามรับนักท่องเที่ยว และอื่น ๆ เราไม่มีรายได้มาเป็นปีแล้ว ผู้หาเช้ากินค่ำไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ เจ้าของร้านอาหาร ผับ บาร์ โรงแรม ท่านจึงมองว่าต้องอัดฉีดงบประมาณเข้ามา หนึ่งในประเด็นปัญหาที่ผ่านมา คือการขับเคลื่อนนโยบายของแบงก์ชาติเองด้วย ผู้ว่าฯ บอกจะกู้ 1 ล้านล้านอัดฉีดเข้าไป แต่หากเราย้อนไปดู การออก พ.ร.บ.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท จริง ๆ มันมีการออกกฎหมายอีกสองฉบับ เป็น พ.ร.ก. เช่นเดียวกัน คือ พ.ร.ก. เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเวลาผ่านไปนานหลายเดือน มีเสียงสะท้อนชัดเจนว่าเขาเข้าไม่ถึงเงินส่วนนี้ เพราะโครงสร้างการปล่อยสินเชื่อจากแบงก์ชาติผ่านธนาคารพาณิชย์ มันจึงเป็นปัญหาคอขวด ทั้งความเสี่ยง และความพร้อมในการรับความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์&amp;nbsp; ทำให้ไม่พิจารณาอนุมัติให้กับผู้เดือดร้อนจริง จึงไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย แม้ต่อมามีการปรับเงื่อนไขให้มันง่ายขึ้นแต่ก็ยังยากอยู่ดี ถามผู้ประกอบการเอสเอ็มอีวันนี้ว่า อะไรคือปัญหาหลักของเขา คำตอบคือขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อตามนโยบายของรัฐบาลและของแบงก์ชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนถ้ากู้เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาทแล้วจะจบหรือไม่ อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า มันก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการใช้เงิน ยกตัวอย่าง เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแรก กว่าจะเบิกจ่ายใช้เงินก็ใช้เวลานานพอสมควร แต่ในส่วนของ 5 แสนล้านที่กู้เพิ่ม ตอนนี้ใช้ไปแค่ 1 แสนล้านเหลืออีก 4 แสนล้าน ก็มีคำถามว่าเงินจำนวนนี้จะเบิกจ่ายให้เข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจเมื่อไหร่ และหลังจากใช้เงินนั้นไปแล้ว เป็นจังหวะที่เศรษฐกิจของเราจะกลับเข้ามาเป็นปกติแล้วหรือยัง ตรงนี้จะเป็นคำตอบว่าเราจำเป็นต้องกู้เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาทหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อดูประสิทธิภาพในการใช้เงินกู้ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า เมื่อเป็นลักษณะการผันเงินตรงให้กับประชาชนส่วนนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่พอโครงการที่ต้องพึ่งระบบราชการ เราจะเห็นว่าประสิทธิภาพลดลงไปมาก รัฐบาลมีความจำเป็นต้องขันน็อตเพื่อปรับระบบการทำงานในภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีว่ามีความจำเป็นต้องเยียวยารายได้ประชาชน อีกนานแค่ไหน อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่า ให้รัฐบาลคิดเผื่อไว้เลยอย่างน้อย 3 เดือนหรือจนถึงสิ้นปี เพื่อสร้างความมั่นใจประชาชนว่ารัฐบาลดูแล โดยอาจจะเป็นยอดเงิน 5,000 บาทต่อเดือน ในกลุ่มอยู่ในเขตล็อกดาวน์ เชื่อว่าเงินประมาณสามแสนล้าน ทำให้ดูแลประชาชนมีอยู่มีกินไปต่อไปได้ แต่ถ้าจะกู้มาเพื่อมาจัดสรรให้กับโครงการต่าง ๆ ที่ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง ไม่เห็นด้วย จัดสรรไป ก็ใช้ไม่ทันอยู่ดี และเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจก็ไม่ทันเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท, ผู้ว่าแบงก์ชาติ, พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128650b91cde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ผ่านพรก.กู้เงิน5แสนล. หนุนแก้เพดานหนี้สาธารณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส.ว.ยกมือพร้อมเพรียง 205 เสียงอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ย้ำหนี้สาธารณะไม่เกินเพดาน ลั่นไม่ได้เป็นคนสร้างหนี้ทั้งหมด ส.ว.หวั่นเกิดระบาดระลอกใหม่ ประสานเสียงหนุนรัฐบาลปรับแก้เพดานหนี้สาธารณะเพื่อใช้ยามวิกฤติ &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ชี้ พ.ร.ก.กู้เงินเหมือนตีเช็คเปล่ามีมาตั้งแต่ยุค &amp;quot;แม้ว-มาร์ค-ปู&amp;quot; ยกคำวินิจฉัยศาล รธน.การันตีว่าเป็นอำนาจของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 14 มิถุนายน มีการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุม มีวาระพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ พ.ร.ก.ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ส.ว.และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง&amp;nbsp; วุฒิสภา อภิปรายว่า การกู้ยืมเงินของรัฐบาลตาม พ.ร.ก.กู้เงินรอบแรกวงเงิน 1 ล้านล้านบาท พบการอนุมัติโครงการของคณะรัฐมนตรีทำได้ 93% แต่เบิกจ่ายไปเพียง 29%&amp;nbsp; ดังนั้นเชื่อว่ามีข้อจำกัดและการติดขัดสำคัญ โดยเฉพาะรายละเอียดที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.ก. ดังนั้นควรทบทวนและปรับปรุง นอกจากนั้นต้องพิจารณาการเบิกจ่ายเพื่อไม่ให้งบประมาณรั่วไหล ทั้งนี้ตนสนับสนุนการปรับเพดานหนี้สาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;รัฐบาลเตรียมการรองรับอย่างไร หากต้องกู้เงินมากกว่ากรอบ 5 แสนล้านบาท หากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ยังยืดเยื้อ แม้การใช้กรอบวงเงินแต่ละด้านจะเกลี่ยแต่ละด้านเพื่อใช้ในด้านอื่นๆ ได้ แต่การบริหารจัดการใช้วงเงินรัฐบาลควรมีแผนและรายละเอียด&amp;rdquo; นายวิสุทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ส.ว.และประธาน กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ อภิปรายว่า จากการระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา พบว่าใช้งบประมาณเพื่อเยียวยา ระลอกละ 3 แสนล้านบาท ทำให้การระบาดระลอกที่ 3 ไม่สามารถใช้กรอบเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทได้&amp;nbsp; ดังนั้นหากปัญหาไม่คลี่คลาย เงินจะไม่เพียงพอ ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานเร่งการติดตาม ประเมินผล และกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จากการใช้จ่ายเงินกู้ 1&amp;nbsp; ล้านล้านบาททุกโครงการ ทั้งนี้เชื่อว่ามีหลายโครงการที่ทำไม่เสร็จภายในเดือนกันยายน 2564 และต้องดำเนินการต่อในปีหน้า ดังนั้น สปน.และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต้องเตรียมดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมกังวลต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น ที่มาจาก&amp;nbsp; พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท และส่วนที่เหลือของ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท รวมถึงการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปลายปี 2564 เพราะที่ผ่านมารัฐบาลกู้เงินแล้ว 2.3 แสนล้านบาท อาจจะทำให้อัตราส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น ผมเห็นด้วยกับการปรับปรุงเพดานหนี้สาธารณะ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ&amp;rdquo; พล.อ.ชาตอุดมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; กล่าวชี้แจงว่า สำหรับหนี้สาธารณะตนก็ต้องบริหารการกู้เงิน ไม่ให้หนี้สาธารณะเกินเพดานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ใช่กู้ทั้งหมดในคราวเดียว หลายคนบอกว่าหนี้สาธารณะเราเกิน ก็จะเกิน กู้มากมันก็เกิน ถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องกู้ ไม่จำเป็นจะกู้ทำไม ก่อนหน้านี้ประเทศมีหนี้สาธารณะเท่าไหร่ ตนเป็นคนสร้างหนี้สาธารณะทั้งหมดหรือไม่ ขอความเป็นธรรมให้ด้วย ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่อยากยึดอำนาจ 30 กว่าฉบับเพื่อสั่งการเอง&amp;nbsp; เพียงแต่ต้องการปลดล็อกให้หน่วยงานภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. อภิปรายว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมาตนคัดค้านกฎหมายกู้เงินในรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย เพราะตัดบทบาทการตรวจสอบของอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; พ.ศ.2550 แต่รอบปัจจุบันตนจะสนับสนุนและอนุมัติในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะตามกฎหมายรวมถึงรัฐธรรมนูญกำหนดให้ดำเนินการได้ อย่างไรก็ดีตนแทบไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้าน พ.ร.ก.ดังกล่าว แต่ขอเสนอแนะรัฐบาลไว้ปฏิบัติในอนาคตเพื่อเป็นทางเลือก คือแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 มาตรา 21&amp;nbsp; ขยายกรอบยอดเงินกู้ในกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อใช้เฉพาะกิจยามวิกฤติ เช่น 2 ปี หรือ 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเวลา 17.05 น. ภายหลังจากที่ ส.ว.ได้อภิปรายแสดงความเห็นหลากหลายแล้ว ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ซึ่งเป็นการร่วมชี้แจงครั้งแรกในรอบปี 2564 ด้วยคะแนนเสียง 205 เสียง&amp;nbsp; งดออกเสียง 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 แถลงความคืบหน้าผลการประชุม โดยนายสรวุฒิกล่าวว่า กรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง 3 หน่วยงาน คือ 1.กรมศุลกากร งบประมาณทั้งสิ้น&amp;nbsp; 4,095,258,400 บาท 2.กรมสรรพสามิต งบประมาณทั้งสิ้น 2,194,317,000 บาท 3.กรมสรรพากร งบประมาณทั้งสิ้น 9,569,318,900 บาท ในส่วนของกรมสรรพสามิต&amp;nbsp; กมธ.หารือเกี่ยวกับแนวทางในเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศ มีกรรมาธิการบางคนเห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศ เพราะในหลายประเทศ&amp;nbsp; เช่น อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ประเทศในแถบยุโรป มีการประกาศห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีปัญหาด้านสุขภาพตามมา รัฐบาลต้องนำงบประมาณของประเทศมาใช้รักษาปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่จำนวนมาก โรคที่เกิดจากผลของบุหรี่ไฟฟ้า เช่น โรคถุงลมโป่งพองและโรคทางเดินหายใจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตต่อปีจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรวุฒิกล่าวด้วยว่า ควรมีการจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อบูรณาการระบบการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ โดยองค์กรดังกล่าวต้องมีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองหรือกลุ่มบุคคลใด โดยรวมทั้ง 3 หน่วยงาน&amp;nbsp; คือ กรมศุลกากร, กรมสรรพสามิต, กรมสรรพากร ซึ่งรัฐบาลควรไปหารือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกรกล่าวว่า กมธ.หลายคนให้ความสนใจเรื่องหนี้สาธารณะ ประเด็นอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี และสถานะทางการเงินการคลังของประเทศไทย สืบเนื่องจากการอภิปราย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินโดยการออกเป็น พ.ร.ก.หลักๆ มี 5 ฉบับ&amp;nbsp; ได้แก่ ปี 2554 สมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ มีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 7.8 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูสถาบันการเงิน 2.ปี 2552 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ มีการออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท 3.ปี 2555 สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ มีการออก&amp;nbsp; พ.ร.ก.น้ำ วงเงินไม่เกิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่ง กมธ.ต้องถามสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เพราะ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับเป็นเงินกู้ที่ไม่มีรายละเอียด เพราะนำมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินรวม 1.53 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมัย พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เมื่อปี 2563 มีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท สปน.ชี้แจงว่าขณะนี้ใช้เกือบหมดแล้ว ล่าสุดรัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท รวม 2 ฉบับ วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งทั้ง 5&amp;nbsp; ฉบับตัวเลขไม่ต่างกัน การออกเป็น พ.ร.ก.เหมือนการตีเช็คเปล่า จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เพิ่งออกแค่สมัยนี้ ตามกฎหมายแล้วสามารถทำได้ ขณะเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าเป็นอำนาจของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย นอกจากนี้&amp;nbsp; กมธ.ยังให้ความสนใจเรื่องการคำนวณหนี้สาธารณะต่อจีดีพีว่าจะใช้ตัวเลขไหนกันแน่ ระหว่างหนี้ที่เกิดขึ้นแล้วหรือหนี้ที่กำลังจะเกิด ซึ่งปี 2564 มีเงินที่รัฐบาลเก็บไม่เข้าเป้าอีก ตรงนี้จะทำอย่างไรคงต้องให้ สปน.ชี้แจงต่อไป&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับแก้เพดานหนี้สาธารณะ, พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนี้สาธารณะ, หนี้สาธารณะเพื่อใช้ยามวิกฤติ, เป็นอำนาจของรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c75d737a5dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรี๊ดไล่เหมือนหมูหมา ‘บิ๊กตู่’ฉะส.ส.ไม่ให้เกียรติยันกู้เงิน5แสนล้านถูกกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านระอุ! &amp;quot;ขุนคลัง&amp;quot; รับเงินทุนสำรองจ่ายไม่พอเป็นเหตุขอกู้เงิน 5 แสนล้าน &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ชี้เหมือนตีเช็คเปล่า แนะแปลง พ.ร.ก.เงินกู้เป็น พ.ร.บ.รายจ่ายกลางปี 64 เปิดช่องให้สภาตรวจสอบ ส.ส.ภท.เจ้าเดิมโวยใช้ปัญหา สธ.บังหน้ากู้เงินไล่นายกฯ กู้หน้า-กู้ความเชื่อมั่นก่อน &amp;quot;สาทิตย์&amp;quot; เตือนอย่าเอาวัคซีนสร้างฐานการเมือง &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ก้าวร้าวฉีก พ.ร.ก.ทิ้ง ซัดเฮงซวยมีแค่กระดาษ 5 แผ่นขอกู้ นายกฯ เดือดลั่นไม่โง่กู้เงินเกินเพดานหนี้ผิด กม. โอดโดนถล่มตั้งแต่เช้า ไล่เหมือนหมูเหมือนหมา ชี้อย่าเอาวัคซีนมาเล่นการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ วงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มาต่อเนื่องผ่านแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ แต่พบว่ายังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการระบาดในระลอกใหม่ได้ เงินทุนสำรองจ่ายที่เหลืออยู่มีไม่เพียงพอ ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2564 นั้น รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ปี 2564 มีข้อจำกัดและได้รับผลกระทบจากการระบาดจากเชื้อโควิดหากจะรอแหล่งเงินจากงบประมาณปี 2565 จะไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่ ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ซึ่งงบประมาณดังกล่าวไม่อาจดำเนินการให้ได้มาโดยวิธีงบประมาณปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีจำเป็นเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาลในการตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้มีสาระสำคัญคือการให้อำนาจกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาท หรือเงินตราต่างประเทศในวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 ก.ย.2565 เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายใน 3 แผนงานคือ 1.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการระบาดเชื้อโควิดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 2.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชย แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ วงเงิน 3 แสนล้านบาท 3.แผนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักถึงวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่า ความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ มีการกำหนดกรอบการใช้เงินที่สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างรอบคอบรัดกุม รัฐบาลไทยและรัฐบาลทั่วโลกได้กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้สิ้นปี 2564 ระดับหนี้ภาครัฐบาลของโลกคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 92 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,760 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขหนี้ของไทย สิ้นเดือนเม.ย.2564 อยู่ที่ร้อยละ 50.69 ต่อจีดีพี ยังต่ำกว่ากรอบเพดานหนี้สากล โดยระดับหนี้สาธารณะที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ไม่มีระดับตายตัว ขึ้นอยู่กับบริบทและปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนั้นการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลมีเจตนาเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ การก่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังจะทำด้วยความรอบคอบ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง&amp;quot; นายอาคมกล่าว
ฝ่ายค้านซัดเหมือนตีเช็คเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังขอให้สภาพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าให้นายกฯ ไปใช้ โดยไม่มีรายละเอียด เมื่อปีที่แล้วการกู้เงินของรัฐบาล 1 ล้านล้านบาท สาธารณสุขได้รับการจัดสรรมา 3 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของการบริหารจัดการอุปกรณ์การแพทย์ ยา วัคซีน มาอย่างล่าช้า จนเกิดความสูญเสีย สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีเงิน แต่กลับบริหารล้มเหลวทางการบริหารจัดการ การออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทครั้งนี้ เอาไปใช้ช่วยเหลือ 3 ด้าน เหมือนปีที่แล้ว พ.ร.ก.เงินกู้นั้นไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน การแพร่ะระบาดไวรัสโควิดเกิดตั้งแต่มี.ค.2563 ปัญหายังไม่จบ จึงขอเสนอให้เปลี่ยนจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มาเป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2564 เพื่อให้สภาตรวจสอบรายละเอียดได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ ความคุ้มค่าสูงสุด รวมทั้งมีการนำงบกลางไปใช้ในเรื่องไม่จำเป็น แต่ในเรื่องจัดหาวัคซีน บอกจะมาใช้เงินกู้ จึงไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.เงินกู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน โดยชื่นชมนายกฯ ที่กล้าตัดสินใจ เป็นนักปฏิบัติ ออก พ.ร.ก.มาช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ที่มีการตั้งข้อสังเกต ทำไมไม่รอพ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะกว่าจะออกได้คงออกได้ในเดือนตุลาคม แต่ประชาชนรอไม่ได้ และตาม พ.ร.ก.นี้ ช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนทุกสาขาอาชีพกว่า 3 แสนล้านบาท อาจทำให้นักการเมืองบางคนเป็นห่วง นายกฯ ช่วยเหลือประชาชนแล้ว คะแนนเสียงเขาจะลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.20 น. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า สิ่งที่คาดหวังจะได้เห็นจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทคือ หวังว่าจะไม่ซ้ำรอยกับการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งมีอยู่ 3 วิธีที่จะแก้ไขปัญหาได้ คือ 1.มีความจริงจังในการแก้ปัญหาสาธารณสุข การกู้เงินใน 2 ครั้ง เหมือนกับปัญหาสาธารณสุขมาบังหน้ากู้เงิน การกู้เงินครั้งนี้ ระบบสาธารณสุขได้เงินแค่ 3 หมื่นล้านบาท หรือ 6% คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุใช่หรือไม่ ถือว่าไม่เข้าใจการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง 2.จะต้องไม่เยียวยาแบบเดิม เหมือนตอนกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ใช้เงินเยียวยาไป 7 แสนล้านบาท แล้วยังจะขอกู้เงินเพื่อนำไปเยียวยาอีก 3 แสนล้านบาท ถ้าการเยียวยาได้ผลจริง วันนี้คงไม่ต้องมากู้เงินอีก 3.ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่ออนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบอกว่า รมว.คลังและสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า การกู้เงินในนาทีนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญกว่านั้นคือต้องกู้หน้านายกฯ และรัฐบาล และสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องกู้ความเชื่อมั่น ถ้ากู้ความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้ ต่อให้กู้เงินอีกเท่าไรก็แก้ปัญหาไม่ได้ &amp;quot; นายกรวีร์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่าใช้วัคซีนสร้างฐานการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า รัฐบาลตั้งใจจะฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสในสิ้นปีนี้ เตรียมวงเงินที่จะซื้อวัคซีน 1.35 หมื่นล้านบาท จากงบกลางส่วนหนึ่งรวมกับงบเงินกู้ของ 1 ล้านล้านที่กู้มาแล้ว ถามว่าทำไมไม่ใช้เงินกู้นี้ไปจัดซื้อวัคซีน 3 หมื่นล้านบาท ถ้าไม่พอก็ใส่เพิ่มไป 6 หมื่นล้าน วันนี้สับสนที่สุดคือเรื่องวัคซีนทุกจังหวัดได้ไม่ตรงตามความต้องการ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถึงมีข่าวว่าได้แค่ขวดเดียว ทำไมเราไม่จัดการใช้เงินกู้นี้ไปซื้อวัคซีนเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เงินนี้ไม่ควรนำไปใช้ทำโครงการไร้ประสิทธิภาพอื่นใดเลย ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าการระบาดรอบที่ 4 จะเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อไหร่ อย่างไร คนที่ฉีดครบโดส 2 เข็มไปแล้วจะต้องฉีดเข็มที่ 3 ที่ 4 อีกหรือไม่ เงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้ เป็นหนี้ที่ชนเพดาน ต้องทุ่มเททำเรื่องวัคซีน ต้องจัดการ และกระจายให้ดีทั่วถึง ไม่เหลื่อมล้ำและเพียงพอ อย่าเอาการเมืองมาบริหารวัคซีนหรือการเมืองนำการแพทย์ แต่ต้องเอาการแพทย์นำการเมือง ต้องไม่มีโควตาพรรคการเมืองที่เอาคนรวยไปฉีดก่อนประชาชน จนมีข่าวกลุ่มวีไอพีไปฉีดโดยใช้โค้ด &amp;quot;รุ่งเรือง&amp;quot; หรือมีการซื้อขายคิวฉีดวัคซีน หรือบางพรรคการเมืองที่ได้โควตามีข่าวหนาหูมาก อย่าเอาเรื่องวัคซีนไปสร้างฐานการเมือง มันต้องฉีดตามหลักระบาดวิทยา ใครที่ควรได้ก่อนต้องได้&amp;quot; นายสาทิตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คนกู้เงินคนใช้เงินคือ พล.อ.ประยุทธ์ ไร้ความสามารถในการบริหารเงินที่มีอยู่ แต่ยังมีหน้าจะไปกู้เงินมาบริหารอีก ครั้งนี้จะเอาอีก 5 แสนล้าน ไม่มีใครไว้ใจหน้าตาแบบนี้ให้กู้อีกต่อไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์โตมากับการสั่งลูกน้องยึดพื้น ไม่รู้สึกถึงรสชาติพี่น้องประชาชนที่เขาโดนยึดบ้านยึดรถ บริหารสถานการณ์วิกฤติอย่างเชื่องช้า บอกประชาชนคนใช้หนี้ว่าจะกู้ 5 แสนล้านมาเยียวยา แต่ข้อความเนื้อในมีส่วนของการเยียวยาแค่ 3 แสนล้านบาท ด้านสาธารณสุข 3 หมื่นล้าน แล้วก็สอดไส้งบฟื้นฟู ซึ่งไม่รู้ว่าฟื้นฟูเงินในกระเป๋าใครอีก 170,000 ล้านบาท จะกู้เงินมากถึง 5 แสนล้าน แต่ให้เอกสารมาพิจารณาแค่ 5 แผ่น ไม่มีบอกประชาชนคนใช้หนี้ตัวจริงว่าเงินที่กู้ไปนี้จะเอาไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร มีตัวชี้วัดหรือไม่ว่าถ้ามีเงินกู้ก้อนนี้ประชาชนจะกลับคืนสู่ภาวะปกติภายในกี่เดือน กลับทำตัวลับๆ ล่อๆ ตอนผ่าน ครม. ก็ทำเป็นประชุมลับ ชักเข้าชักออกจะเอาดีหรือไม่เอาดี พอมาเข้าสภาส่งมา 5 แผ่นบอกให้รีบๆ ผ่านเหมือนคนร้อนเงิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชายังเสนอทางออกว่า มีสองทาง ทางแรก ถอน พ.ร.ก.เฮงซวยฉบับนี้ออกไป แล้วทำกลับมาใหม่เป็น พ.ร.บ. งบประมาณกลางปีที่มีรายละเอียดของแต่ละโครงการ ส่วนทางเลือกที่สองคือ เปลี่ยนตัวคนกู้ใหม่ เปลี่ยนตัวนายกฯ ใหม่ เพราะนายกฯ คนเดิม คนกู้คนเดิม ไม่เหลือความชอบธรรม ความน่าเชื่อถือ ในสายตาพี่น้องประชน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน ไม่มีความรู้สึกทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน คนใช้หนี้ตัวจริงอยู่ในนี้เลย ทั้งที่ประชาชนมีความตายมีความหิวอยู่จริงๆ มีแต่ตัวหนังสือบนกระดาษ 5 แผ่น&amp;nbsp; ที่ไม่มีความรู้สึกของประชาชนอยู่ในนั้น ไปทำมาใหม่ ผมไม่อาจปล่อยผ่าน พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้ เมื่อถึงช่วงนี้นายณัฐชาได้ฉีกร่าง พ.ร.ก.ทิ้ง &amp;nbsp;
ก้าวไกลบี้นายกฯ มานั่งฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาดำเนินมาจนกระทั่งเวลา 15.50 น. ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านสลับกันอภิปราย แต่เนื่องจากมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมกันบางตา ทำให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นมาเสนอให้นับองค์ประชุม เพราะดูแล้วมี ส.ส.อยู่ในห้องไม่น่าจะครบองค์ประชุม ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมระบุว่า เหตุที่สมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา เนื่องจากเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิดที่นายชวนระบุไว้ว่า หากสมาชิกคนใดที่ไม่ได้อภิปราย ให้อยู่บริเวณรอบนอกห้องประชุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พยายามขอร้องไม่ให้นับองค์ประชุม เพราะบรรยากาศการอภิปรายดำเนินมาด้วยดีตั้งแต่เช้า หากฝ่ายค้านมีอะไรไม่พอใจ ขอให้มาคุยกันในวิปทั้งสองฝ่ายก่อน ในที่สุดนายศุภชัยตัดสินใจให้พักประชุม 10 นาที เพื่อให้วิปสองฝ่ายไปพูดคุยทำความเข้าใจกัน หลังจากกลับมาประชุมกันอีกครั้ง นายอรรถกรชี้แจงว่า วิปสองฝ่ายได้ทำความเข้าใจกันด้วยดี และนายพิเชษฐ์ก็ไม่ติดใจให้นับองค์ประชุมแล้ว ขณะที่นายพิเชษฐ์ก็ยอมถอนการขอนับองค์ประชุม ทำให้การประชุมเดินต่อไปได้ เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ต้นเหตุการณ์ขอนับองค์ประชุมเกิดจากนายกฯ ไม่ยอมเดินทางมาฟัง ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชนอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 5แสนล้านบาท เหมือนเป็นการหยามน้ำใจประชาชน ภายในเวลา 18.00 น. หากนายกฯ ยังไม่เดินทางมาสภา พรรคก้าวไกลจะขอนับองค์ประชุมเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เวลา 17.25 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าร่วมประชุมสภา โดยปฏิเสธตอบคำถามถึงการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.30 น. นายวิโรจน์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าห้องประชุมสภาเพื่อร่วมรับฟังการอภิปราย ภายหลังจากที่เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาแล้วแต่ยังหลบอยู่หลังห้องประชุม จากนั้นนายวิโรจน์ได้เสนอขอนับองค์ประชุม ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมบอกให้ใจเย็นๆ รออีกหน่อย เพราะมั่นใจว่าถ้าได้เวลาเหมาะสม นายกฯ จะเข้าห้องประชุมแน่นอน เชื่อว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้นายกฯ มี ความรับผิดชอบ จากนั้นเวลา 18.35 น. พล.อ.ประยุทธ์จึงเข้ามานั่งฟังการอภิปรายในห้องประชุม
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เดือดไม่โง่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 19.05&amp;nbsp;น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า ตนให้ความสำคัญกับรัฐสภาเสมอ และให้เกียรติ ส.ส.เสมอ แต่การให้เกียรติก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วย นั่งฟังการอภิปรายตั้งแต่ต้นก็รู้สึกสะท้อนใจในการใช้คำพูดคำจาของ ส.ส. อีกทั้งยังมีการฉีกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร และตนไม่เคยเห็นมาก่อน ข้อมูลที่ ส.ส.นำมาอภิปรายก็เป็นข้อมูลเก่าๆ ตั้งแต่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชี้แจงไปหมดแล้ว แต่ไม่ฟัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โชคดีที่สภาแห่งนี้มีเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส. ถ้าพูดข้างนอกก็มีปัญหา พวกชอบพูดข้างนอกระวังไว้ก็แล้วกัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า สำหรับหนี้สาธารณะที่ห้ามเกิน 60 เปอร์เซ็นต์นั้น จะบอกว่าตนไม่โง่กู้จนเกินเพดานจนผิดกฎหมาย ตนต้องพูดบ้าง เพราะโดนถล่มตั้งแต่เช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประท้วงนายกฯ ผิดข้อบังคับการประชุมสภาว่า นายกฯ ไม่ได้ชี้แจง และยังใช้กิริยาไม่ให้เกียรติผู้อภิปราย จึงขอให้ประธานในที่ประชุมเตือนนายกฯ ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับสภา ที่นี่สภา ไม่ใช่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอนายกฯ อย่าข่มขู่ผู้อภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยทำหน้าที่ประธานการประชุมวินิจฉัยว่า ลักษณะท่าทางของแต่ละคนแตกต่างกัน จะให้นายกฯ พูดเหมือนใครไม่ได้ ต้องเข้าใจบุคลิกของนายกฯ ส.ส.อภิปรายหนักกว่านายกฯหลายเท่า ก็ยังปล่อยให้อภิปราย ตั้งแต่ฟังมานายกฯ ยังไม่ได้ทำผิดข้อบังคับการประชุมข้อใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ กล่าวต่อว่า อะไรที่ไม่ดีตนขอโทษ แต่การอภิปรายเมื่อเช้าที่ผ่านมา ส.ส.ไล่ตนเหมือนหมูเหมือนหมา ถ้าอยากได้เกียรติก็ต้องให้เกียรติคนอื่นด้วย สำหรับประสิทธิภาพวัคซีนนั้น จะยี่ห้อใดก็เหมือนกัน ถ้า อย.และ สธ. รับรองมาตรฐาน อเมริกาฉีดวัคซีนที่ไหนก็ได้ แต่ถามว่าเขาเฝ้าสังเกตอาการ 30 นาทีเหมือนประเทศของเราหรือไม่ วันนี้ยอดผู้เสียชีวิตของอเมริกามีจำนวนเท่าไหร่ ถ้าวันนี้คนใดติดต่อจัดซื้อวัคซีนได้ขอให้แจ้งมายังตน เพราะที่ผ่านมามีแต่นายหน้าทั้งนั้น จะนำเข้าวัคซีนส่งเดชก็ไม่ได้ วันข้างหน้าจะมีวัคซีนปลอมหรือไม่ก็ไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้มีการปลดล็อก อปท.ให้ซื้อวัคซีน แต่จะซื้อได้หรือไม่ จะซื้อจากบริษัทใด เพราะเขามาขึ้นทะเบียนกับรัฐบาลหมดแล้ว ทั้งซิโนแวค ซิโนฟาร์ม ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาหน้าตากันตอนนี้&amp;nbsp; ส่วนที่ระบุตอนนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 1.8 แสนคน แต่มีคนได้กลับบ้าน 1.3 แสนคน รักษาตัวอยู่ 4 หมื่นคน ทำไมไม่พูด&amp;nbsp; ยืนยันทุกจังหวัดต้องได้วัคซีน แต่จะมากน้อยว่ากันไป ทุกอย่างตรวจสอบได้ เรื่องกระจายวัคซีนเป็นอำนาจผู้ว่าฯ&amp;nbsp;บางครั้งไม่พอ ต้องรอนิดนึง อย่าเอาวัคซีนมาเล่นการเมือง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนท้ายว่า ตนให้เกียรติ แต่บางครั้งการทำการเมืองอย่างเดียวประเทศก็ไปไม่ได้ ขณะนี้วัคซีนมาแล้วในเดือน มิ.ย. ใครที่พูดว่าถ้าวัคซีนมาแล้วจะลาออก ทำไมไม่ลาออก ตนไม่เคยเอาชีวิตคนมาเป็นของเล่น และเคารพให้เกียรติ ส.ส. แต่ท่านต้องให้เกียรติตนด้วย ไล่ให้ออกไป ถามว่าใช่เวทีไหม เมื่อกี้ก็มีการไปแถลงข่าว เอาผู้ต้องหามาแถลงสู้คดีที่สภา เกิดอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105860</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย่าเอาวัคซีนมาเล่นการเมือง, เงินทุนสำรองจ่ายไม่พอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0d1125cbbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งขุนคลังแจงสภาฯพรก.กู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ส่งสัญญาณรัฐบาลเหลือ 1 ปี สั่ง ครม.เร่งเดินหน้ากิจกรรมส่งต่อรัฐบาลในอนาคต ลั่นจากนี้ไปต้องมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมจับต้องได้พร้อมแผน 1 ปีข้างหน้า ส่งขุนคลังแจง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทต่อสภา&amp;nbsp; กำชับพรรคร่วมรัฐบาลร่วมประชุมโหวตผ่านฉลุย พท.จัด&amp;nbsp; 35 ขุนพลชำแหละ จี้ถามคลังเงินยึดทรัพย์ &amp;ldquo;แม้ว-ปู&amp;rdquo; ล่องหน ครม.เยียวยาโควิด ไฟเขียวจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจหมื่นอัตราช่วย นศ.จบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ปัจจุบันสถานการณ์เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทได้มีการอนุมัติไปแล้ว 984,000 ล้านบาท จนถึงวันนี้เบิกจ่ายไปแล้ว 73&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์ ยังคงเหลือเงินกู้อีกประมาณ 15,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งต้องมีเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อสำรองในการลดค่าน้ำค่าไฟให้ประชาชนต่อไป ทั้งนี้หลายเรื่องที่ได้มีการหารือในที่ประชุม ครม. ตนมีความเป็นห่วงกังวลเกี่ยวกับเกษตรกร ชาวนา&amp;nbsp; ชาวไร่ ชาวสวน ว่าทำอย่างไรจะให้หลุดพ้นจากความยากจนได้โดยเร็วที่สุด โดยได้สั่งการและมอบนโยบายไปแล้ว ว่าจำเป็นต้องเร่งรัดหลายกิจกรรมในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ยังเหลืออยู่ในรัฐบาลปัจจุบัน และเตรียมพร้อมที่จะทำอะไรให้เกิดผลสัมฤทธิ์ส่งต่อให้รัฐบาลวันข้างหน้าต่อไป ทั้งนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติตามแผนงาน 1 ปี และแผนงานระยะปานกลาง 3 ปี ยุทธศาสตร์ 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ได้ขัดข้องเรื่องแผนงานโครงการที่เสนอขึ้นมา&amp;nbsp; แต่เราจำเป็นต้องมีการตรวจสอบคัดกรอง โดยคณะอนุกรรมการ คณะกรรมการหลายระดับด้วยกัน จากภาครัฐและภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการพิจารณาแผนงานโครงการทั้งสิ้น ซึ่งไม่ได้ต้องการให้ไปเกิดประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น ประโยชน์ต้องตกอยู่กับพี่น้องคนไทยทุกคน ในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด ให้เกิดความทั่วถึงและเป็นธรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ? กล่าวอีกว่า ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกคนที่ทำงานอย่างหนักในการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด หลายเดือนมาแล้วเป็นปีมาแล้ว บางคณะทำงานทุกวัน 24&amp;nbsp; ชั่วโมง มีการประชุมทุกวันไม่มีวันหยุด หลายคนเจ็บป่วยเป็นไข้บ้าง ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข อสม.? แม้กระทั่งหน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดทุกคน นั่นคือพลังของคนไทยที่เราจะต้องชนะไปด้วยกัน เรามีคนจำนวนมากที่เดือดร้อนในหลายอาชีพ จึงจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของเรา ซึ่งได้ย้ำว่าใน 1 ปีนี้จะต้องมีผลสำเร็จที่จับต้องเป็นรูปธรรมได้ ว่าเรามีการแก้ไขปัญหาอะไรไปแล้วบ้าง และอีก 1 ปีข้างหน้าจะทำอะไร เตรียมแผนเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้มีการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน 10,000 อัตรา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นวงเงินจำนวนกว่า 2,200 ล้านบาท โดยจะเปิดรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่จบใหม่ จัดสรรอัตราเข้าสู่หน่วยงานราชการที่มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วนทั่วประเทศโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทน 18,000 บาทต่อเดือน มีสัญญาการจ้างงานไม่เกินหนึ่งปี และได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าพนักงานราชการปกติ รวมถึงเงินประกันสังคมด้วย ถือเป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เรียกว่าได้เข้าเป็นพนักงานราชการเฉพาะกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุม ครม.ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะ&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ที่อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ทั้งนี้ในช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์เอ่ยปากชื่นชมโครงการจับคู่กู้เงินของกระทรวงพาณิชย์ ที่เสนอโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ว่าเป็นโครงการที่ดี พร้อมกับบอกรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ ว่า หากใครมีโครงการดีๆ แบบนี้ให้มานำเสนอได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)&amp;nbsp; ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ในวันที่ 9&amp;nbsp; มิ.ย.ด้วยว่า ให้ทุกคนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp; โดยเฉพาะการโหวตที่เน้นย้ำว่าต้องให้ผ่าน ต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมฝากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp; รมว.การคลัง ชี้แจงให้ครอบคลุมชัดเจนด้วย ทั้งนี้อารมณ์และน้ำเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ในระหว่างพูดเรื่องดังกล่าว สื่อถึงความซาบซึ้งที่ต้องการเห็นความรักความสามัคคีในการอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงตอบคำถามสื่อมวลชนแทน พล.อ.ประยุทธ์ ภายหลังประชุม ครม.ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เป็นผู้ชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทต่อที่ประชุมสภา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)?&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 5&amp;nbsp; แสนล้านบาทในสภาวันที่ 9 มิ.ย.ว่า คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร&amp;nbsp; ส.ส.ทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลคงเล็งเห็นความสำคัญในความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่จำเป็นต้องเตรียมงบประมาณมาดำเนินการช่วงวิกฤตินี้ ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน จึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรในการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า? ความเข้าใจในเรื่องการจัดสรรงบประหว่าง พปชร.กับพรรคภูมิใจไทยไม่น่าจะเกิดปัญหาขึ้นอีกใช่หรือไม่ นายอนุชาปฏิเสธว่าไม่มี ที่ผ่านมาหลายคนมองว่ามีปัญหา? แต่เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของสมาชิกบางคน ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม เราต้องถือว่าทุกพรรคมีเอกสิทธิ์?มีความคิดของตัวเอง? แต่ถึงเวลาที่ต้องคิดเพื่อส่วนรวมต้องคิดอีกอย่างหนึ่งได้ ยืนยันรัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง รวมไปถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกข้อ? มั่นใจว่าจะไม่เป็นประเด็นปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. กล่าวภายหลังการประชุม ส.ส.พรรค ว่า ได้เตรียมความพร้อมการประชุมวาระการพิจารณา&amp;nbsp; พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งวิป 2 ฝ่ายได้ตกลงกันว่า จะเปิดให้สมาชิกอภิปรายฝ่ายละ 9 ชั่วโมง เริ่ม 09.30 น.&amp;nbsp; คาดว่าจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp; 05.00 น.ของวันรุ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังประชุม ส.ส.พรรคว่า ได้ให้ ส.ส.ของพรรคศึกษาเนื้อหาของ พ.ร.ก.ดังกล่าว ซึ่งการอภิปรายถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ว่าจะชี้ให้เห็นหรือถ่ายทอดความรู้สึกต่อประเด็นใด ทั้งนี้ การทำหน้าที่ต้องแยกว่างานสภาเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ไม่ใช่ว่าหัวหน้าพรรคจะสั่งการได้ทุกอย่าง เพราะ ส.ส.เป็นผู้แทนประชาชนที่เลือกเขามา และการอภิปรายแสดงความเห็นไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคภูมิใจไทยไม่ได้อภิปรายอย่างราชสีห์แล้วโหวตอย่างหนู เพราะหนูนี่แหละที่ช่วยราชสีห์ ในนิทานอีสปไม่เคยบอกว่าราชสีห์ช่วยหนู มีแต่หนูที่ช่วยราชสีห์&amp;nbsp; และการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 ที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งการอภิปรายเป็นการนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ ส.ส.ไปรับฟัง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องก็ถือว่าแฟร์ดี&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า&amp;nbsp; ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีความเห็นตรงกันกับกรรมการบริหารพรรค ที่พรรคเพื่อไทยจะอธิบายชี้ให้เห็นถึงความไม่จำเป็นในการกู้เงิน เนื่องจากปีที่แล้วรัฐบาลออกเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งปัญหาวัคซีนหรือการเยียวยาประชาชน ทั้งที่สถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศของปีที่แล้วน้อยกว่าปัจจุบัน เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยได้จัด ส.ส.สำหรับการอภิปรายไว้ 35 คน&amp;nbsp; ยังไม่รวมพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ โดยจะให้สิทธิ์ ส.ส.ที่ยังไม่ได้อภิปรายในการพิจารณาร่างงบประมาณที่ผ่านมาได้อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินนี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp; พ.ศ.2565 เปิดเผยภายหลังประชุม กมธ.งบประมาณว่า&amp;nbsp; กมธ.ฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีที่รัฐยึดทรัพย์ของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า เมื่อยึดไปแล้วไปเก็บไว้ที่ส่วนใด ซึ่งผู้แทนของกระทรวงการคลังชี้แจงไม่ได้ ทั้งนี้ กมธ.ฝ่ายค้านก็จะตรวจสอบต่อไปว่ายึดไปแล้วไปอยู่ที่ส่วนไหนของงบประมาณ นอกจากนี้ เรายังสอบถามเกี่ยวกับกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ที่ตั้งชื่อคล้ายคลึงกับพรรคการเมือง&amp;nbsp; และถามด้วยว่าเมื่อใช้งบประมาณในส่วนดังกล่าวไปแล้ว จะหาเงินส่วนใดไปใช้คืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105720</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, พรรคร่วมรัฐบาล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf816c80013.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!ตีเช็คเปล่าจ้องถล่มเงินกู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้านจ้องชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเข้าสภาพุธนี้ ปชป.แขวะ 1 ล้านล้านบาทรอบที่แล้วมีบางโครงการล้มเหลว เพื่อไทย-ก้าวไกล ประสานเสียงไม่ตีเช็คเปล่าให้ประยุทธ์ ภท.ปั่นราคาบอกไม่มีอวย แต่ขอลงมติเห็นชอบ ส่วนงบฯ 65 &amp;quot;ยุทธพงศ์&amp;quot; ล็อกเป้า ขวางงบซื้ออาวุธ-งบลับ ทั้งยานเกราะล้อยาง-เฮลิคอปเตอร์โจมตี-เรือยกพลขึ้นบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9&amp;nbsp; มิถุนายนนี้ ที่จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ได้มีความเคลื่อนไหวจากพรรคการเมืองต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุม ส.ส.พรรคในวันอังคารที่ 8 มิ.ย.นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณา&amp;nbsp; พ.ร.ก.ดังกล่าว โดยการออก พ.ร.ก.เพิ่มเติมครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากที่ออก พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจากการดำเนินการตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมา พบว่ามีทั้งที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในขณะที่หลายโครงการก็ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นการใช้เงินกู้เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.ก.นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลและ ศบค. ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเช่นกันว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาทเป็นโอกาสอีกครั้งที่รัฐบาลจะแก้ไขข้อผิดพลาดของการบริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และโอกาสที่จะกู้ครั้งที่ 3 คงจะยากแล้ว เพราะเงินกู้เต็มวงเงิน 60% ของ GDP ประเทศที่กำหนดไว้เป็นกรอบความยั่งยืนทางการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และโฆษกพรรค ภท.กล่าวเช่นกันว่า การทำหน้าที่ของ ภท.ทุกครั้งในการอภิปรายไม่เคยมีครั้งใดที่อวย&amp;nbsp; มีแต่จะตั้งข้อสังเกตต่างๆ กับรัฐบาลทุกครั้ง ฉะนั้นการทำ หน้าที่ของ ภท.คือการพยายามนำเสนอสิ่งที่คิดว่าสามารถนำไปปรับปรุงให้เป็นประโยชน์มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภูมิใจไทยไม่ใช่ทำหน้าที่แบบได้ครับพี่ ดีครับผม&amp;nbsp; เหมาะสมครับนาย แต่เราพยายามมองถึงข้อบกพร่องของมันและข้อสังเกตต่างๆ และใน พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้ก็เหมือนกัน&amp;nbsp; ภท.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สำหรับมติพรรคต้องรอการประชุมพรรค ภท.วันอังคารที่ 8 มิถุนายนนี้ แต่ด้วยเนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ที่กำลังรอเงินกู้ที่จะใช้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งมีความจำเป็นต้องอนุญาตให้รัฐบาลกู้มาเพื่อเยียวยาปัญหาของประชาชน แต่ด้วยวิธีการและกระบวนกานจะต้องมีความชัดเจน&amp;quot; โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า การใช้จ่ายเงินกู้รอบนี้ควรจะใช้งบส่วนใหญ่แก้ไขปัญหาโควิด-19 มากกว่าการแจกเงินให้ประชาชนเป็นรายหัว เนื่องจากมีการแจกมาแล้วหลายรอบ ขณะที่งบประมาณการดูแลป้องกันโควิด-19 ในระดับพื้นที่ยังลงไปไม่ถึง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้าน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวว่า พรรคเห็นแล้วว่าการบริหารจัดการเงินกู้ล้านล้านบาทที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวเป็นอย่างมาก งบสาธารณสุขเบิกจ่ายล่าช้า ไม่สามารถรักษาระดับการจ้างงานและพยุงจีดีพีได้ ผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มท่องเที่ยวต้องปิดตัวลงโดยไม่ได้รับการเยียวยาเลย การอนุมัติเงินกู้แสนล้านบาทเป็นเพียงการให้โอกาสต่ออายุ ต่อลมหายใจให้รัฐบาลชุดนี้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่สามารถตีเช็คเปล่าให้ประยุทธ์ได้อีกแล้ว เพราะหากรัฐบาลนี้ยังบริหารต่อไป ปีหน้าก็ต้องกลับมายื่น พ.ร.ก.กู้เงินอีก ซึ่งจะเป็นภาระให้ประชาชนต่อไป ดังนั้นที่ประชุมพรรคก้าวไกลจึงมีมติว่าสำหรับ พ.ร.ก.ฉบับนี้ เรามีมติไม่เห็นชอบให้รัฐบาลกู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท โดยมีการเตรียมผู้อภิปราย 11 คน ในเวลาที่ได้จัดสรร 125 นาที&amp;quot; รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ใน พ.ร.ก.ดังกล่าวเขียนไว้กว้างๆ คือ ใช้ด้านสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท ด้านเยียวยาประชาชน 3 แสนล้านบาท และด้านฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.7&amp;nbsp; แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีรายละเอียดใดๆ ว่าจะนำไปใช้อะไรบ้าง มองว่าเป็นการจัดงบไม่เหมาะสม เช่น ด้านสาธารณสุขทำไมไม่จัดเยอะกว่านี้ ปีที่แล้ว 2564 พลเอกประยุทธ์ที่มาขอเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ด้านสาธารณสุข 4.5 หมื่นล้าน แต่วัคซีนไม่มี ดังนั้นนายกฯ ควรเอาสัญญามาเปิดได้หรือไม่ว่าซื้อวัคซีนราคาเท่าไหร่ ซื้อบริษัทใดบ้าง และจะส่งมอบกันอย่างไร เพราะวันนี้ประชาชนเดือดร้อน มีคนป่วย&amp;nbsp; คนเจ็บและตายทุกวัน นอกจากนี้ที่บอกขอเงินกู้ไปใช้แก้โควิด สถานทูตอเมริกาไม่ได้ช่วยบริจาคแค่วัคซีน แต่ยังสนับสนุนเงินเป็นพันล้านบาทแล้ว นอกจากนี้วัคซีนซิโนแวคที่ประเทศจีนบริจาคอีก 5 แสนโดสมาถึงประเทศไทยแล้ว ที่ขอเงินกู้ไปปีที่แล้ว รวมถึงที่ขอเพิ่มตกลงเอาเงินไปทำอะไรบ้าง วันที่ 7 มิ.ย.จะมีวัคซีนเพียงพอฉีดเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ แล้วให้ความมั่นใจประชาชนได้อย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยเตรียม 35 ส.ส.เพื่อชำแหละ พ.ร.ก.เงินกู้&amp;nbsp; หากกู้โดยไม่วางแผนหรือถ้าเป็นการตีเช็คเปล่า พรรคเพื่อไทยจะไม่เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน&amp;quot; นายยุทธพงศ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายยุทธพงศ์ ส.ส.เพื่อไทยและหนึ่งใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากนี้ไปกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีการประชุมวันจันทร์ถึงวัน ศุกร์ ตั้งแต่ 7 มิ.ย.-5 สิงหาคม มีหน่วยรับงบประมาณ 732&amp;nbsp; หน่วยที่ต้องเข้ามาชี้แจง การเชิญแบ่งเป็นด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม ด้านความมั่นคง ด้านบริหาร หน่วยงานอิสระ หน่วยงานอื่นของรัฐ และแผนงานบูรณาการ 11 แผนงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายฉบับนี้สภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 105 วัน นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งถึงสภา จะครบกำหนดในวันที่ 29 สิงหาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า กรอบในการทำงานของ กมธ.ในส่วนพรรคเพื่อไทยที่มี กมธ. 15 คน นำทีมโดยนายประเสริฐ&amp;nbsp; จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ให้กรอบไว้คือ พิจารณาในส่วนงบที่ไม่จำเป็นที่สามารถปรับลดได้ งบที่ไม่เป็นเรื่องเร่งด่วน โดยมอบให้ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ ดูแลรับผิดชอบเรื่องงบศึกษาธิการ นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู ดูงบประมาณด้านเศรษฐกิจ เน้นกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; กระทรวงพาณิชย์ และให้ตนดูเรื่องงบด้านความมั่นคง&amp;nbsp; มหาดไทย ตำรวจ กลาโหม กองทัพ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะเข้าไปดูเรื่องงบราชการลับ ปีนี้ถือว่าเป็นวิกฤติงบประมาณเพราะสามารถจัดเก็บรายรับได้เพียง 240,000 ล้านบาท ไม่เพียงพอต้องกู้ 7 แสนล้านล้านบาท รวม 3.1 ล้านล้านบาท งบประมาณบางอย่างไม่มีรายละเอียด เช่นงบกระทรวงกลาโหม มีงบราชการลับของกองทัพบก 290 ล้านบาท กองทัพเรือ 62 ล้านบาท กองทัพอากาศ 30 ล้านบาท&amp;nbsp; สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม 32 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย 55 ล้านบาท รวม 470 ล้านบาท และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 416 ล้านบาท นอกจากนี้ไม่ใช่มีเพียงงบลับของกระทรวงกลาโหม งบราชการลับอีกก้อน ประมาณ 558 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่สำนักปลัดนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ขึ้นตรงกับนายกฯ เช่น เงินราชการลับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 60 ล้านบาท อยากถามว่าเอาไว้ทำอะไร ทำไอโอ หรือตรวจสอบพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ มีเงินราชการลับสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 232 ล้านบาท งบราชการลับสภาความมั่นคงแห่งชาติ 50 ล้านบาท และกระทรวงการต่างประเทศมีงบราชการลับ 8 ล้านบาท ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มีงบลับ 20 ล้าน หรือแม้กระทั่งกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp; ไม่ว่าสำนักปลัดกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการคุ้มครองแรง งาน หรือกรมจัดหางานก็มีงบราชการลับ แล้วเหตุใดการตั้งงบลับจึงเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ เพียงแค่งบลับของกลาโหมกับสำนักปลัดนายกฯ ก็มีงบลับรวมกว่าพันล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเข้าไปตรวจสอบคือ งบจัดซื้ออาวุธในปี 2565 เท่ากับเรากู้มาซื้ออาวุธ เพราะงบประมาณเราเก็บภาษีรายได้มากกว่ารายจ่าย กองทัพบกมีโครงการจัดหายานเกราะล้อยางเพื่อเสริมสร้าง กอ.รมน.รูปแบบใหม่ ระยะที่สองปี 63-65&amp;nbsp; จำนวน 4,515 ล้านบาท และโครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี (ระยะที่หนึ่ง) ปี 64-66 วงเงิน 4,226 ล้านบาท ส่วนกองทัพเรือซื้อเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำจากประเทศจีน จำนวน 1 ลำ ปี 62-65&amp;nbsp; วงเงิน 6,185 ล้านบาท โครงการจัดหาเรือดำน้ำ 2 ลำ รุ่น&amp;nbsp; S26-T ปี 63-69 วงเงิน 22,500 ล้านบาท ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 กองทัพเรือไม่ขอเข้ามาใหม่ ส่วนกองทัพอากาศมีโครงการซื้อเครื่องบินโจมตีขนาดเบา ปี 64-66 วงเงิน 4,500 ล้านบาท และโครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ หรือ SPACE DOMAIN ระยะที่หนึ่ง ปี 64-67&amp;nbsp; วงเงิน 1,470 ล้านบาท ระยะที่สอง ปี 65-67 ระยะที่สาม ปี&amp;nbsp; 67-69 และระยะที่สี่ ปี 70-72 อย่างไรก็ตาม อาวุธที่เราเห็นของสามเหล่าทัพเป็นยุทโธปกรณ์ราคาแพงจากต่างประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ไม่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจประเทศ และเงินยังไม่มีแต่กลับมาใช้ซื้ออาวุธมากมาย ดังนั้นเห็นว่าส่วนไหนสามารถชะลอหรือสามารถลดได้ก็ควรทำ เพื่อนำมาแก้ปัญหาโควิด&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายค้าน, พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน, พรรคร่วมรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกู้5แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bcdf38b7928.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
