<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุ่ม6พันล้านจัดหาวัคซีน ปัดต่อพรก.โยงการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาลยันต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมโควิดไม่เกี่ยวชุมนุมทางการเมือง ให้รอ &amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; เคาะ เผย &amp;ldquo;ศบศ.&amp;rdquo; เตรียมถกเพิ่มมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วยประชาชน ข่าวดีคนไทยเตรียมรับวัคซีนโควิด-19 หลัง ครม.อนุมัติงบกลางกว่า 6 พันล้านบาทจัดหาวัคซีนสำหรับประชาชน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; หนุน สธ.ลดวันกักตัว มั่นใจประสิทธิภาพคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีจะมีการเตรียมต่ออายุพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเวลา 45 วัน ว่าเป็นการคาดการณ์ ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. จะมีขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย. อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากเรียนว่าในส่วนมาตรการที่จะควบคุมและอำนวยความสะดวกด้านสาธารณสุข ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในแต่ละครั้งก็เพื่อประโยชน์ในการดูแลประชาชน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในด้านสาธารณสุข ไม่มีประเด็นในเรื่องการเมือง ซึ่งปัจจุบันก็มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมเรื่องโควิด-19 แต่ก็ยังมีเรื่องการชุมนุมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนถ้าจะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเวลา 45 วัน ก็เพราะต้องการให้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปีใหม่ที่ประชาชนมีการเดินทาง สำหรับเรื่องการลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วันหรือไม่ จะมีการหารือในที่ประชุม ศบค. แต่ในเบื้องต้นจากข้อมูล ณ ปัจจุบัน ประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศยังมีการตรวจพบเชื้ออย่างต่อเนื่อง แม้บางครั้งกักตัว 14 วันก็มีโอกาสพบได้ ตรงนี้จะมีการประเมินในที่ประชุม ศบค.อีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวอีกว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ย. จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ด้วย ซึ่งในที่ประชุม ครม. มีการพูดคุยในเบื้องต้นถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งกระทรวงการคลังได้พิจารณาโครงการเพิ่มเติมให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยในช่วงสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และช่วยพ่อค้าแม่ค้าได้ด้วย โดยจะนำเข้าที่ประชุม ศบศ.ขอย้ำว่าโครงการทั้งหมดเมื่อผ่านที่ประชุม ศบศ.แล้ว ต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.ก่อนมีผลดำเนินการ เช่น หากที่ประชุม ศบศ.อนุมัติโครงการคนละครึ่งในเฟสต่อๆ ไปแล้วประชาชนอย่าเพิ่งไปลงทะเบียน เพราะจะยังไม่มีการเปิดลงทะเบียนใดๆ จนกว่าจะผ่านที่ประชุม ครม.เพื่อความรอบคอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับประชาชนไทยโดยการจองล่วงหน้า (AstraZeneca) และการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำกัด วงเงิน 6,049,723,117 บาท โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติจะจัดทำสัญญาการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า (Advance Market Commitment ; AMC) ภายใต้เงื่อนไขว่ามีโอกาสที่จะได้หรือไม่ได้รับวัคซีนดังกล่าว ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยพัฒนาหรือเหตุผลอื่นๆ ในวงเงิน 2,379,430,600 บาท และให้กรมควบคุมโรคจัดทำสัญญาในการจัดซื้อและบริหารจัดการวัคซีนที่ได้จากการจองล่วงหน้านั้น เมื่อคู่สัญญาสามารถจัดหาวัคซีนได้สำเร็จ (Purchase Agree For Supply of AZD1222 in Thailand ; PA)) ในวงเงิน 3,670,292,517 บาท โดยดำเนินการจัดทำสัญญาทั้ง 2 ฉบับ ในคราวเดียวกัน โดยสัญญาจัดซื้อวัคซีนมีผลผูกพันเมื่อได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะจัดทำคำของบประมาณสำหรับการจัดซื้อวัคซีนตามสัญญาดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ ครม.อนุมัติวงเงิน 2,379,430,600 บาท งบกลาง จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้า ให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อการดำเนินการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า รัฐบาลมอบให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติทำการจองวัคซีนแบบล่วงหน้า โดยจะเป็นการจัดหาวัคซีนร้อยละ 20 ของประชากร หรือประมาณ 13 ล้านคน จำนวน 26 ล้านโดส ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลเห็นความจำเป็นในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม ในเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเตรียมที่ ศบค.ชุดเล็ก ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน เตรียมเสนอในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ โดยให้ชะลอเรื่องการลดจำนวนวันเหลือ 10 วัน ตามที่มีข้อเสนอ และให้คงระยะเวลากักตัวไว้ที่ 14 วันก่อนว่า เดี๋ยวมาหารือกันเพื่อหาความลงตัวให้ได้ ทางการแพทย์ยืนยันระยะเวลา 10 วันกับ 14 วันไม่แตกต่างกันมากในการควบคุมโรค แต่ไม่ได้หมายความว่าตัดเวลา 4 วันหายไป แต่อาจจะอยู่ภายใต้การควบคุม ให้ติดตามตัวได้ตลอดให้ เราต้องพยายามลดช่องว่างลงมาจากผู้ร้องและผู้ถูกกักตัว ก็ร้องเรียนเข้ามาว่าออกไปไหนไม่ได้ ทั้งนี้เรื่องใดที่สรุปแล้วก็นำเข้ามาพิจารณา ก็ต้องรับฟัง เพราะอาจจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และสรุปกันในที่ประชุมไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาก็ไม่ถึงกับต้องโหวต ทุกอย่างต้องว่ากันด้วยเหตุและผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ศบค.ชุดเล็กที่เห็นว่าควรชะลอลดเวลากักตัวไว้อาจจะไม่นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เห็นวาระการประชุม หมอและกรมควบคุมโรคก็ยอม ถ้าเขาไม่คิดถึงความสะดวกของประชาชน และเขาว่าไม่ต้องเสนออะไรเลยก็ได้ ไม่ต้องถูกใครดุใครว่า ที่เสนอให้ลดเวลากักตัวเพราะมั่นใจในประสิทธิภาพของเขา โดยเฉพาะกรมควบคุมโรคสามารถคัดแยกคัดกรองด้วยประสบการณ์ ไม่ได้ทำแค่ตอนที่มีโควิด ไข้หวัดนก โรคซาร์ส อีโบลา ถึงมั่นใจว่าทำอย่างนี้แล้วความปลอดภัยจะเกิดขึ้น หากจะหลุดรอดไปก็คงอยู่แค่ส่วนน้อย แต่ยังมีระบบติดตามการรักษา และรับมือไม่ให้กระจายเป็นวงกว้าง ไม่มีซูเปอร์สเปรดเดอร์ เขามั่นใจอย่างนี้จึงเสนอมา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชมเชยที่กล้าเสนอลดวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84182</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาวัคซีน, ชุมนุมทางการเมือง, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมโควิด, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3f26d7d46e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
