<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;สั่งอุ้มหุ้นกู้เกรดต่ำย้ำธปท.-คลังใช้วิธีเหมือนภาวะปกติไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงการคลัง โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และผู้บริหารกระทรวงการคลัง ร่วมประชุม ว่า พระราชการกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วน พ.ร.ก.ซอฟท์โลน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วงเงิน 5 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพการเงิน 4 แสนล้านบาท ทั้งหมดผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว การเยียวยาเริ่มแล้ว และต้องมั่นใจว่าเงินเยียวยาทั้งหลายไปสู่ประชาชนครบหรือไม่ ซึ่งกระทรวงการคลังยืนยันว่าได้ตามเป้าหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเหลือในส่วนของประกันสังคมที่ยังร้องเรียนอยู่ ได้มอบปลัดกระทรวงการคลังประสานกองทุนประกันสังคมเร่งดำเนินการ โดยยอมรับว่า อาจมีบางส่วนยังช่วยเหลือไม่ครบ ก็สั่งให้ติดตามและประสานให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า ได้ฝากที่ประชุมให้ไปพิจารณารายละเอียด พ.ร.ก.ซอฟท์โลน และ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อช่วยเหลือเอกชน รวมถึงเรื่องตราสารหนี้ ซึ่งมีปัญหาบางส่วนซึ่งเข้าไม่ถึงสินเชื่อ เพราะว่าลักษณะสำคัญของกองทุนและการปล่อยสินเชื่อ จะทำผ่านระบบธนาคาร ดังนั้นเมื่อผ่านระบบดังกล่าว ก็จะมีธุรกิจติดเงื่อนไขเข้าไม่ถึงมีแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพ ที่ให้อำนาจธปท.ตั้งกองทุนไปซื้อหุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท ต้องมีจุดประสงค์ไม่ให้ช่วยเฉพาะธุรกิจที่น่าลงทุน หรือ Investment Grade เท่านั้น แต่ต้องการช่วยธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่มีปัญหาต้องรักษาเอาไว้ จึงฝากกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;ธปท. สำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หากลไกเข้ามาดูแลส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตราสารหนี้ในระดับ Investment Grade ถูกจัดโดย บริษัท ทริสต์ เรตติ้ง และ ฟิทช์ เรตติ้ง ซึ่งเป็นการจัดอันดับในภาวะเศรษฐกิจปกติ แต่ในภาวะที่ไม่ปกติ คุณจะใช้วิธีการปกติมาจัดอันดับไม่ได้ มันจะมีกลุ่มธุรกิจที่ยังมีศักยภาพไปได้ แต่ไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งจุดประสงค์ของรัฐบาล ไม่ได้ต้องการช่วยเฉพาะธุรกิจที่มี Investment Grade เท่านั้น แต่ต้องช่วยธุรกิจไทยที่มีศักยภาพและรักษาเขาเอาไว้&amp;rdquo; นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นชอบกรอบมาตรการที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้จัดตั้งกองทุนช่วยคนตัวเล็ก ซึ่งยังขาดกลไกการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดังนั้นการบริหารจัดการโดยไม่ผ่านระบบธนาคารต้องคิดออกมาให้เร็ว เพราะลำดับถัดไปกลุ่มนี้จะเดือดร้อน มีปัญหา ดังนั้นตรงนี้ต้องออกมาให้เร็ว เพื่อช่วยให้อยู่รอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้หารือกับ ก.ล.ต. จัดตั้งกองทุนที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือบริษัทที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ยังไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือ โดยมีแนวคิดต้องมีคนมาลงขันในกองเหล่านี้ เพื่อมาลงทุนในบริษัทที่ต้องการช่วยเหลือ ซึ่ง ก.ล.ต.ได้ขอมาตรการทางภาษีที่จูงใจให้สามารถระดมทุนก้อนนี้ ซึ่งรัฐบาลาพยายามปิดช่องโหว่ในส่วนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งบุคคลธรรมดา ภาคธุรกิจ ขนาดเล็ก กลาง ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้สั่งการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และอธิบดีกรมจัดเก็บภาษี ต้องการให้มีการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพิ่มเติม เรื่องมาตรการ เช่น ร้านค้าเปิดแล้ว แต่คนไม่กล้าไปซื้อของ ยิ่งได้รับผลกระทบหนัก ร้านค้าต้องจ่ายเงิน ค่าใช้จ่าย แต่รายได้ไม่ดี อีกไม่ช้าจะอยู่ไม่ได้ จำเป็นต้องมีมาตรการจูงใจเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า แทนที่จะรอคนตกงานแล้วเยียวยา กระทรวงการคลังต้องเตรียมมาตรการรับภาระบางส่วนเรื่องการจ้างงาน เช่น บางกิจการห้ามไล่พนักงานออก แต่รัฐต้องช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายบางส่วนในหลายด้าน โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือ อย่าปลดพนักงาน เป็นการช่วยตั้งแต่ต้นงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่คลังจะช่วยได้มากๆ คือธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) และทุกกรมสังกัดกระทรวงการคลัง ต้องแบ่งพื้นที่ในประเทศไทย เป็นจังหวัด เป็นอำเภอ จะทำโรงทาน อย่างน้อย 1 มื้อให้ชาวบ้าน ในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า เศรษฐกิจจะมีปัญหามากขึ้น เป็นการลดค่าใช้จ่ายชาวบ้านวันละ 1 มือ ระดมความช่วยเหลือภาคเอกชนเข้ามา ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง 1 มื้อสำหรับชาวบ้านสำคัญมาก ขอให้คนยากจนได้มีโอกาสตรงนี้
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงการคลัง โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ร่วมเข้าประชุม ว่า ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการการคลายล็อคดาวน์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศกลับเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการฟื้นการท่องเที่ยวของไทย แต่การเปิดให้นักท่องเที่ยงเข้ามาต้องเลือกสรรอย่างให้ดี ประเทศที่จะจับคู่กันต้องปลอดจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทย ไม่จำเป็นต้องเปิดให้ต่างชาติเข้าทั้งประเทศ สามารถเลือกเป็นเมือง หรือ มณฑล เชื่อมโยงระหว่างคนกับพื้นที่ ต้องติดตามให้ดี มีระบบดิจิทัล ต้องค่อยๆ เปิด จะมีต่างประเทศเข้ามาเที่ยวไทยในไตรมาส 3-4&amp;rdquo;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้การกระตุ้นการบริโภค และท่องเที่ยวสำคัญมาก เพราะโลกตอนนี้การส่งออกหวังพึ่งไม่ได้ ดังนั้นการบริโภคในประเทศ จะได้เห็นมาตรการใหม่ของคลัง กระตุ้นคนมีอำนาจซื้อไปจับจ่ายใช้สอย ออกมาไตรมาส 3 บวกกับของการท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวภายในประเทศดี โรงแรมเต็มเกือบ 100% คนอยากออกไปเที่ยว การคลายล็อกของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เริ่มคลาย แต่มาตรการให้คน กทม. ออกไปต่างจังหวัด ต้องมีมาตรการออกมาเพิ่ม เพื่อให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหล่อเลี้ยงไตรมาส 3-4 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นการบริโภค ต้องเตรียมไว้ในไตรมาส 3-4 อย่างน้อยๆ หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะผ่อนคลายและประคองเศรษฐกิจได้ถึงต้นปีหน้า การคิดต้องคิดเป็นรายไตรมาส ปีหน้าหวังส่งออกดีขึ้น ท่องเที่ยวดีขึ้น ถ้ายังไม่ดี คลังเตรียมตัวล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องทำอย่างไร มีเงินเยียวยาประชาชนได้อย่างไร คิดก่อนล่วงหน้าแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาต้องมาพูดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า ได้ฝากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะเริ่มให้หน่วยงานส่งเรื่องเข้ามา ขอใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนการฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท ขอให้เร่งพิจารณา แต่โครงการใดที่ไม่มีคุณภาพไม่ต้องให้ ให้แต่ที่มีคุณภาพ เงินไม่หมดไม่เป็นไร ปรับเป็นเงินเยียวยาได้ เมื่อรวมกับหน่วยงานต่าง ๆ เชื่อ ไตรมาส 3 เม็ดเงินจะลงไปหล่อเลี้ยงได้พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68207</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.ซอฟท์โลน ธนาคารแห่งประเทศไทย, พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพการเงิน, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หุ้นกู้เกรดต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed86392d8ac4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
