<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังทางนี้ก่อน!&#039;บวรศักดิ์&#039;ยก4ข้อดีห้ามการส่งออก Astra แต่มี6ข้อเสียที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2558 โพสต์ข้อความผ่านเพซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เคยเขียนเฟสบุ๊คยาวๆ แต่วันนี้ต้องทำเพื่อให้คิดกันดีๆให้รอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจทำตามที่บางคนเสนอให้รัฐบาลใช้อำนาจตามพรบ.ความมั่นคงทางวัคซีนฯมาตรา18วรรคหนึ่ง(2)และวรรค2สั่งกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนAstra&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผมพยายามส่งสัญญาณให้คนรอบข้างผู้มีอำนาจมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่าหัวหน้ารัฐบาลและรมว.สธ.ควรทำ2เรื่องเท่านั้นในเวลานี้คือหาวัคซีนมาฉีดให้มากที่สุด และเตรียมการเรื่องpost COVID recoveryให้พร้อม เมื่อโรคระบาดผ่านไปเราจะได้ฟื้นตัวเร็วที่สุด แต่คงไม่ไปถึงผู้มีอำนาจ วันนี้เราจึงเผชิญกับสภาพการระบาดหนักเช่นนี้ ก่อนจะตัดสินใจบริหารตามเสียงด่าอย่างที่เป็นมา ขอได้โปรดพิจารณาข้อดีข้อเสียของการทำตามข้อเสนอนั้นอย่างรอบคอบ
&amp;nbsp;
ถ้าห้ามหรือจำกัดการส่งออก Astraข้อดีก็คือ
1)เราอาจมีวัคซีนฉีดเพิ่มขึ้น
2)คนป่วยอาการหนักอาจน้อยลง แต่การระบาดจะลดลงหรือหมดไปยังไม่รู้แน่ เพราะหลายประเทศที่ฉีดเกินครึ่งประชากร ก็กลับมาติดใหม่มากมายเช่นอิสราเอล อังกฤษ
3)หมอและบุคคลากรการแพทย์คงเบาแรงลง
4)ห้องไอซียู เตียง เครื่องช่วยหายใจคงเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ข้อเสียก็มีมากไม่แพ้กันคือรัฐบาลอาจต้องรับผิดหลายด้านเพิ่มจากความรับผิดทางสังคมที่ถูกกระหน่ำด่าอยู่ในโซเชียล และความรับผิดทางการเมืองในสภาที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)ความรับผิดทางหลักศาสนาที่ยึด
&amp;ldquo;สัจจะ&amp;rdquo;เป็นคุณธรรมสำคัญ เพราะรัฐบาลไปทำสัญญากับสยามไบโอไซเอนซ์ผิดพลาดเองโดยสั่งวัคซีนน้อยกว่าที่ควร บัดนี้จะมาใช้อำนาจฝ่ายเดียวที่รัฐบาลมีบังคับเขาแทน ภาษาหยาบหน่อยก็เรียกว่า&amp;rdquo;ตระบัดสัตย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)ความรับผิดในแง่รัฐธรรมนูญ รัฐบาลกำลังละเมิดหลักนิติธรรมตามมาตรา3วรรค2 และมาตรา26และละเมิดหน้าที่ของรัฐตามมาตรา53 ที่กำหนดให้ &amp;ldquo;รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo;เพราะแทนที่จะเคารพกฎหมายเกี่ยวกับสัญญา รัฐกลับละเมิดสัญญาเสียเอง อันถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)ความรับผิดทางกฎหมายปกครอง เมื่อรัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายเดียวไปกระทบสัญญาทำให้เอกชนเสียหายที่ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า &amp;ldquo;fait du prince&amp;rdquo;หรือ ทฤษฎี การกระทำของเจ้าผู้ปกครอง รัฐบาลทำได้ก็จริง แต่สยามไบโอไซเอนส์ได้รับความเสียหายเพราะส่งมอบวัคซีนให้คู่สัญญาในต่างประเทศไม่ได้ ถูกคู่สัญญานั้นเรียกค่าเสียหายเท่าใด รัฐบาลไทยก็ต้องถูกศาลปกครองพิพากษาให้ใช้ค่าเสียหายนั้นให้บริษัทเต็มจำนวน ซึ่งไม่รู้จำนวนค่าเสียหายจริงเวลานี้อาจเป็นพันล้าน หมื่นล้านบาทก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)ความรับผิดระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยไม่ให้ส่งออกวัคซีนไปยังประเทศอาเซียนและประเทศอื่นๆที่มาทำสัญญากับบริษัทไปแล้ว ประเทศเหล่านั้นเขาเดือดร้อน เราก็จะเป็นแกะดำตัวใหญ่ในอาเซียนและในวงการระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)ความน่าเชื่อถือในประเทศไทยในการลงทุนที่พยายามทำกันมาแทบตายเพื่อขยับฐานะในease of doing business ก็ดี ใน governance indicator ของworld bank ก็ดี indicator of competitiveness ของ Mdiก็ดี จะหายวับไป เพราะไม่รักษาสัญญา ไม่มีสัจจะ ไม่น่าลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6)ต่อไปสยามไบโอฯไปทำสัญญากับใคร ก็ไม่มีใครอยากคบค้าด้วย เพราะทำแล้ว รักษาสัญญาไม่ได้
&amp;nbsp;
ทั้งหมดนี้คือข้อดีข้อเสีย ท่านที่มีอำนาจ และท่านที่คิดจะเสนออะไรอีก กรุณาเอาไปตั้งสติ ตรึก และ ตรอง ให้&amp;nbsp; รอบคอบ รอบด้าน นะครับ
&amp;nbsp;
เมื่อคิดดีแล้ว จะตัดสินใจอย่างไร ก็ไม่ว่า แต่ต้องรับผิดชอบ ในผลการตัดสินใจกระทำนั้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณมากที่ทนอ่านยาวๆ
&amp;nbsp;บวรศักดิ์ อุวรรณโณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113153</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์, พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโควิด, ห้ามส่งออกวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115f45a0efb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชลน่าน&#039;ชี้พรก.นิรโทษโควิดเหมือน&#039;ประยุทธ์&#039;สารภาพผิด ใช้ด่านหน้าเป็นเครื่องมือล้างผิดตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมออกร่างพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การออกพระราชกำหนดดังกล่าว เหมือนการสารภาพผิด และยอมรับว่าการแก้ไขสถานการณ์ไวรัสโควิดผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นเจตนาของพลเอกประยุทธ์ มีวัตถุประสงค์ในการใช้บุคลากรทางสาธารณสุข และบุคลากรด่านหน้า ที่ทำงานหนักในการดูแลรักษาผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือในการล้างผิดให้กับตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น รัฐบาลกำลังโยนความผิดไปให้ฝ่ายข้าราชการประจำ รับผิดชอบความผิดแทนฝ่ายนโยบาย ที่บริหารผิดพลาด โดยเฉพาะการบริหารวัคซีน ส่งผลให้แพทย์และพยาบาลต้องทำงานหนัก บางคนเจ็บป่วยและเสียชีวิต แม้จะได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้วก็ตาม ซึ่งการทำงานในภาวะไม่มีความพร้อม อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มารับบริการ อาจจะถึงขั้นมีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ควรออกพระราชบัญญัติคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรออกเป็นพระราชกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การออกพระราชกำหนดดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 2&amp;nbsp; เพราะการให้ความคุ้มครองเรื่องการจำกัดความรับผิด ไม่เข้าข่ายเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน และไม่เกี่ยวเนื่องกับประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบริการทางการแพทย์เกิดขึ้นได้ ทั้งจากกรณีที่มีผู้รับผิดและไม่มีผู้รับผิด เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเยียวยา กรณีมีการฟ้องร้องความผิดฐานละเมิด ถ้าเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายและไม่เลือกปฎิบัติเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ที่สำคัญอาศัยพระราชกำหนดบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.สามารถแต่งตั้ง แพทย์พยาบาล บุคลากรด่านหน้า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติทางการแพทย์ ซึ่งได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญาและวินัย อาจเป็นเพราะไม่สามารถแต่งตั้งผู้บริหารวัคซีนโดยเฉพาะระดับนโยบาย เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติด้านการรักษาพยาบาลได้ จึงเลือกที่จะออกพระราชกำหนดเพื่อคุ้มครอง โดยอาศัยบุคลากรด่านหน้ามาเป็นข้ออ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า พลเอกประยุทธ์ ต้องไม่โยนบาปให้กับฝ่ายข้าราชการประจำมารับผิดแทน โดยเฉพาะการยกร่างพระราชกำหนดโดยอ้างว่าฝ่ายการเมืองไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113149</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโควิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, มาตรา172</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115e2db76cdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 06:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 06:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อัยการธนกฤต&#039;เห็นด้วยต้องคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งข้อสังเกต4ข้อพรก.นิรโทษโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ส.ค.64-ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นข้อกฎหมาย เรื่อง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดกรณีโควิด 19 ในมุมของรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และหลักการคุ้มครองความปลอดภัยผู้ป่วยฉุกเฉิน มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขร่วมออกแถลงการณ์ขอให้มีการคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โรคติดต่ออันตรายโควิด 19 ที่อาจเกิดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานโดยสุจริต นั้น
&amp;nbsp;ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความคุ้มครองแก่บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในด้านหน้าซึ่งเผชิญกับโรคติดต่ออันตรายโควิด 19 และให้กำลังใจและความชื่นชมแก่บุคลากรผู้กล้าและผู้เสียสละเหล่านี้มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การที่มีกระแสข่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอให้มีการออกพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 นั้น ผมขอให้ข้อสังเกตที่เป็นความเห็นส่วนตัวทางวิชาการในประเด็นข้อกฎหมายในเรื่องนี้ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดถึงเหตุความจำเป็นในการออกพระราชกำหนดไว้ว่า&amp;nbsp; จะต้องเป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในการที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ และให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีข้อควรมาพิจารณาว่า การออกพระราชกำหนดเพื่อจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 จะเข้าหลักเกณฑ์ในการตราพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาดูแล้ว น่าจะยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง ได้ให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตไว้แล้ว กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐต้องเป็นผู้รับผิดต่อผู้เสียหาย ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐโดยตรง จะฟ้องเจ้าหน้าที่ที่กระทำละเมิดไม่ได้ และในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ไปแล้ว หากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้กระทำละเมิดไป โดยไม่ใช่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานของรัฐก็ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น เจ้าหน้าที่ที่เป็นบุคลากรสาธารณสุขหากปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ ที่จะไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดของตนอยู่แล้ว ดังที่กล่าวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ประเภท ระดับ อำนาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจำกัดของหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. 2562 ข้อ 5 (9) ก็ได้กำหนดให้ต้องมีการดำเนินการให้ผู้ปฏิบัติการในกรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน เป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการนั้นได้รับความคุ้มครองความรับผิดต่อผู้เสียหายในการกระทำละเมิดที่ผู้ปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติการนั้นได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 3 มีนาคม 2563 ได้กำหนดให้ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตราย เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินจากสถานพยาบาล และตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มาตรา 28 ได้กำหนดหลักการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินไว้ อีกทั้งยังมีประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ประเภท ระดับ อำนาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจำกัดของหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. 2562 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉินฯ มาตรา 29 (1) เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินให้เป็นไปตามหลักการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินในมาตรา 28&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากจะมีการออกพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 มีข้อควรนำมาพิจารณาว่า จะมีผลกระทบต่อหลักการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินดังที่ได้กล่าวไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หากมีกรณีที่เกิดข้อจำกัดทางด้านบุคลากร ทรัพยากร เวชภัณฑ์ วัคซีน หรือในเรื่องอื่นใด ที่ทำให้เป็นข้อจำกัดหรือเป็นอุปสรรคในการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคติดต่อโควิด 19 การพิจารณาปรับปรุงแก้ไขประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ประเภท ระดับ อำนาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจำกัดของหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. 2562 ดังกล่าว หรือการออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ในเรื่องการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคโควิด 19 เป็นการเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินในสภาวะวิกฤตโรคระบาดร้ายแรงโควิด 19 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อหลักการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินตาม พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉิน ฯ มาตรา 28&amp;nbsp; ควรจะนำมาพิจารณาดำเนินการด้วยหรือไม่ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ควรมาพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113130</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, บุคลากรทางการแพทย์, พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโควิด, มาตรา172</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115ad5de2c6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัดนิรโทษเหมาโกดังล่วงหน้า แนะตั้งกองทุนเยียวยาแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายกฎหมาย พท.ยันไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโควิด ชี้มี กม.ที่ใช้อยู่แล้วบุคลากรทางการแพทย์จะรับผิดต่อเมื่อจงใจหรือประมาทเลินเล่อ หวั่นออกมาคุมความบกพร่องฝ่ายบริหารแนะตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียชีวิตจากโควิดแทน &amp;quot;วิโรจน์&amp;quot; ชำแหละบทเฉพาะกาล พ.ร.ก.นิรโทษ เหมาโกดังล่วงหน้า ประชาชนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายชดเชยจากฝ่ายบริหารไม่ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะออก พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ว่า แม้การออก พ.ร.ก.จะเป็นอำนาจของ ครม. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 แต่ก็ต้องดูว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะหรือไม่ ส่วนเนื้อหาของ พ.ร.ก.จะมีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการจำกัดความรับผิดของบุคลากรด้านสาธารณสุขแค่ไหนเพียงไรคงต้องรอดูก่อน แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกพ.ร.ก.ฉบับนี้เพื่อนิรโทษกรรมให้แก่บุคคลใด เนื่องจากตามหลักวิชาชีพของแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย แพทย์ทุกคนก็ใช้ความรู้ความระมัดระวังในการรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีแพทย์คนไหนที่มีเจตนาจะให้ผู้ป่วยตาย ส่วนความรับผิดฐานประมาทนั้น เมื่อพฤติการณ์เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า มีผู้ป่วยจำนวนมาก โอกาสในการสูญเสียย่อมเกิดขึ้นได้ แม้แพทย์จะรักษาอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม แพทย์เองก็มีข้ออ้างได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว ในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทั่วไปก็มีหลักกฎหมายที่ใช้กันอยู่แล้วว่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะรับผิดก็ต่อเมื่อเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น อีกทั้งการรักษาพยาบาลผู้ป่วยถือหลักความยินยอมของผู้ป่วยหรือญาติของผู้ป่วยด้วย จึงไม่มีเหตุที่ต้องไปกลัวว่าจะมีคนไปฟ้องร้องแพทย์ตามที่มีการแถลงข่าว&amp;quot; นายชูศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ที่สังคมเป็นห่วงขณะนี้คือ การเสนอ พ.ร.ก.จะนำบุคลากรทางการแพทย์เป็นข้ออ้างเพื่อนิรโทษกรรมให้กับผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อวัคซีนและในการกระจายวัคซีน หรือการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ด้วย ซึ่งได้แก่ฝ่ายการเมือง และบุคคลที่ฝ่ายการเมืองแต่งตั้งให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว สิ่งสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาคือ จะทำอย่างไรในการจะชดเชยความเสียหายให้กับผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จึงเห็นว่ารัฐควรจะตั้งกองทุนเฉพาะกิจขึ้นมาโดยอนุมัติเงินจำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด ไม่ว่าจะเสียชีวิตระหว่างการรักษาของแพทย์หรือผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษาก็ตาม ซึ่งจะทำให้แพทย์เองก็มีความสบายใจในการที่จะดูแลรักษาผู้ป่วย ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตก็ได้รับการชดเชยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการสูญเสียได้ระดับหนึ่ง ไม่ใช่ปล่อยให้คนตายรายวัน โดยที่ไม่มีความรับผิดชอบใดๆ จากรัฐเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง &amp;quot;ความหน้าด้านที่สุด ของ พ.ร.ก.นิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้า อยู่ที่บทเฉพาะกาล&amp;quot; ระบุว่า ประเด็นที่สังคมจับจ้อง และก่นด่ากันในตอนนี้ก็คือ ข้อที่ 7 ที่มีการนิรโทษกรรมล่วงหน้าให้กับ &amp;quot;บุคคล และคณะบุคคล ที่ได้รับการแต่งตั้ง หรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหา หรือบริหารวัคซีน&amp;quot; ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่า ผู้ที่มีอำนาจ หรือมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงนโยบายเกี่ยวกับวัคซีนทั้งหมด ทั้งนายกรัฐมนตรี ผอ.ศบค. รมว.สาธารณสุข ปลัดกระทรวง ผู้อำนวยการสถาบัน อธิบดี คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนทั้งหมด กำลังนำเอาความเหนื่อยยากของบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ามาบังหน้า เพื่อให้ตนเองพ้นจากความรับผิดชอบทั้งปวง ถ้าเป็นการรักษาชีวิตของประชาชนในสถานการณ์โควิดนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่การอาศัยสถานการณ์โควิดมานิรโทษกรรมให้กับตนเองและพวกแบบเหมาเข่งล่วงหน้า แบบนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนแน่ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ทำงานหน้างานจริงๆ มีข้อสงสัยอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้ว พวกเขาก็ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และ พ.รบ.การแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความเลวร้ายที่หน้าด้านที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ข้อที่ 7 แต่อยู่ที่ &amp;quot;บทเฉพาะกาล&amp;quot; ที่ระบุว่า บรรดาคดีที่มีมูลความผิดที่เกี่ยวเนื่องจากการให้บริการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ กรณีโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้น นับตั้งแต่วันที่ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ให้ได้รับ &amp;quot;การยกเว้นความรับผิดทางแพ่งและอาญา ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือทางวินัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ไม่ใช่แค่การเหมาเข่ง แต่เป็นการ &amp;quot;เหมาโกดัง&amp;quot; เพราะถ้า พ.ร.ก.ฉบับนี้ผ่าน นั่นเท่ากับว่าประชาชนที่ถูกเลื่อนฉีดวัคซีนจากการแทงม้าตัวเดียว และการจัดฉีดวัคซีนที่ล่าช้าจนในที่สุดตัวเองต้องมาติดโควิด และเสียชีวิต ประชาชนที่ต้องรอเตียงเข้าไม่ถึงยา Favipiravir จนต้องตายคาบ้าน เด็กตัวเล็กๆ ที่พ่อแม่เสียชีวิตด้วยโควิด จากความล้มเหลวจากการบริหารจัดการของรัฐบาล-ประชาชนที่ได้รับผลข้างเคียงและเสียชีวิตจากนโยบายการฉีดวัคซีนสลับชนิดของรัฐบาล ทั้งหมดจะไม่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยเยียวยาอะไรจากรัฐบาลได้เลย รวมทั้งการกำหนดนโยบายล็อกดาวน์ที่ผิดพลาด ขาดการเยียวยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าอ่านมาถึงบทเฉพาะกาล จะตกใจอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเหมาเข่ง แต่เป็น พ.ร.ก.นิรโทษกรรมเหมาโกดังล่วงหน้า ที่ไม่ใช่แค่บุคคล หรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายวัคซีนเท่านั้น ที่จะได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ แต่เป็นฝ่ายบริหารที่อยู่บนหอคอยงาช้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ผอ.ศบค. เลขาฯ สมช. นายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย ฯลฯ จะไม่ต้องรับผิดอะไรเลย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียชีวิตจากโควิด, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, ประชาชนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย, พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8c49f78a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
