<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจพรรคเพื่อไทยลุกเป็นไฟ!สาวกผิดหวังอย่างแรง-ด่าแหลกโหวตหนุนพ.ร.ก.โอนกำลังพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - ขณะนี้ เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ที่มีแฟนเพจกว่า 4.5 แสนคน ถูกผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย เข้าไปแสดงความคิดเห็นโจมตีอย่างดุเดือด หลังวานนี้ พรรคเพื่อไทย มีมติสนับสนุนพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์ ของพรรคที่โพสต์ คำกล่าวของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ว่า &amp;quot;ต้องยอมรับกันว่า รัฐบาลนี้ยังมีปัญหาในด้านความชอบธรรมของรัฐบาลเอง ตั้งแต่การถวายสัตย์ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ได้อธิบายแหล่งที่มาของงบประมาณ ไม่ได้แสดงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ ปัญหาดังกล่าวจะติดตามเป็นเงาตามตัวรัฐบาลนี้ตลอดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งสนับสนุนพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ แสดงความคิดเห็นผิดหวังกับมติของพรรคเพื่อไทยดังกล่าว ดังนี้

&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, พรรคเพื่อไทย, พระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพล, มติพรรคเพื่อไทย, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da92a0eba194.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติ่งส้มถึงกับเงิบ!เมื่อ 1 ใน 4  ส.ส.อนาคตใหม่โหวตสวนมติพรรค ตอบคำถามทำไมหนุนพ.ร.ก.โอนกำลังพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - มีความเคลื่อนไหวของ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ที่ลงมติสนับสนุบพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี &amp;nbsp;1 ใน 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่โหวตสวนมติพรรค ได้ตอบคำถาม ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ที่เข้าไปถามพ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;พตท.ดร.ฐนภัทร กิตติวงศา สารวัตรต๊อกว่า &amp;quot;ทำไมถึงโหวดเห็นชอบกับ พรก ล่ะคับ ขอเหตุผลด้วยคับ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ฐนภัทร ตอบว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรักและเทิดทูนสภาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งพรก.นี้ เป็นพระราชประสงค์ ครับ ผมต้องเห็นด้วยอย่างยิ่ง คุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับผม แต่ผมเคารพในความคิดเห็นของคุณ ด้วยความเคารพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ไม่ยอมรับฟังโดยแย้งกลับ &amp;quot;ผมไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของใคร เป็นความต้องการของใคร แต่ต้องรักษาหลักการการออก พรก. ตาม รธน. คือ กรณีเร่งด่วน ฉุกเฉิน ต้องถือปฏิบัติให้เป็น ภววิสัย ไม่ใช่ อัตวิสัย คับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา สารวัตรต๊อก ตอบกลับว่า &amp;quot;ขอบคุณที่ชี้แนะครับ แต่ผมคงเห็นด้วยกับคุณไม่ได้ครับ เพราะประเด็นคือ เป็นพระราชประสงค์ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ พ.ต.ท.ฐนภัทร &amp;nbsp;จะพยายามชี้แจงเหตุผล อย่างไรก็ตามก็ยังมีผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ หลายคนเข้าไปแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยที่ พ.ต.ท.ฐนภัทร ลงมติสนับสนุน พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48296</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา, พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, พรรคอนาคตใหม่, ส้มหวาน, โหวตสวนมติพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da915dac29d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.กร้าวเผยธาตุแท้ ‘ปิยบุตร’นำทีมขวางพรก.โอนกำลังพลก่อนสภาลงมติ374ต่อ70</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; นำทีมอนาคตใหม่ 70 เสียงค้าน พ.ร.ก.โอนกำลังพลกองทัพบกให้หน่วยถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ &amp;nbsp;อ้างขัด ม.172 ไม่เป็นเรื่องฉุกเฉิน ซัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เสพติด ม.44 ใช้อำนาจออก พ.ร.ก. &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; ยันฉุกเฉินรีบด่วนหลีกเลี่ยงมิได้ ก่อนสภาลงมติ 374 ต่อ 70 เสียงผ่านฉลุยส่งต่อวุฒิสภา ฝ่ายค้านส่อร้าว! &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; โพสต์หนุน &amp;quot;พท.&amp;quot; ยกมือสวน &amp;quot;อนค.&amp;quot; ระบุไม่เกี่ยวกับยืนข้าง ปชช.หรือความเป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 17 ต.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (รมช.กลาโหม) เป็นผู้ชี้แจงเหตุผลในการออกพ.ร.ก.นี้ว่า เพื่อสนับสนุนภารกิจส่วนราชการในพระองค์ในการปฏิบัติหน้าที่การถวายพระเกียรติและการรักษาความปลอดภัยขององค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งให้การปฏิบัติภารกิจทั้งปวงตามพระราชอัธยาศัย และตามพระราชประเพณีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และเกิดความปลอดภัยสูงสุด จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงในการที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ลุกขึ้นอภิปรายว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับหน้าที่เป็นเวลา 3 เดือน ตรา พ.ร.ก.ไปแล้ว 2 ฉบับ ซึ่งทั้งสองฉบับนี้มีปัญหาว่าเป็น พ.ร.ก.ที่เข้าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ เมื่อเรามาพิจารณาถึงเหตุผลในการตรา พ.ร.ก.นี้ ตามที่ พล.อ.ชาญชัยได้อภิปรายถึงเหตุผล เท่ากับว่า ครม.อ้างเหตุเรื่องความปลอดภัยของประเทศ และยืนยันว่านี่เป็นกรณีฉุกเฉิกที่มีความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยของประเทศ ถูกต้องว่าองค์พระมหากษัตริย์เป็นหลักสำคัญของประเทศ เป็นประมุขของประเทศไทย การถวายความปลอดภัยแด่องค์พระมหากษัตริย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ตรงนี้ไม่น่ามีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ประเด็นที่มีปัญหาอยู่ที่ว่า กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งคิดว่าเป็นปัญหาในทางรัฐธรรมนูญ เพราะคำว่าฉุกเฉินคือสิ่งที่เป็นไปปัจจุบันทันด่วนและแก้ไขโดยพลัน และคำว่าจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หมายถึงต้องทำทันที ถ้าไม่ทำจะเกิดผลร้ายแรงตามมา และในหมายเหตุท้ายพ.ร.ก.ยืนยันว่า เป็นไปเพื่อสนับสนุนภารกิจส่วนราชการในพระองค์เกี่ยวกับการถวายอารักขา ถวายพระเกียรติ และถวายรักษาความปลอดภัย นี่คือวัตถุประสงค์ของกฎหมาย แต่ประเด็นคือ ถ้าหากว่า ครม.ยืนยันว่า พ.ร.ก.นี้มีความจำเป็นรีบด่วน ครม.จำเป็นต้องแสดงข้อเท็จจริงให้สภาทราบว่า ณ วันที่ออก พ.ร.ก. มีเรื่องอะไรที่กระทบต่อการถวายอารักขา การถวายพระเกียรติ แต่ ครม.ไม่ได้ชี้แจงเลย&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39;นำอนค.ค้านเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคอนาคตใหม่รายนี้กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้มีปัญหากับการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์คุ้นชินกับการมีอำนาจพิเศษกับอำนาจมาตรา 44 ที่ใช้มา 5 ปีเศษ ประเภทเปิดปุ๊บติดปั๊บ ตลอด 5 ปี ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งมามากแล้วเกิดความผิดพลาด และออกมาตรา 44 แก้ไข บางกรณีวันนี้ออกอีกวันเลิก ฉะนั้นในวันนี้เราเข้าสู่ระบบปกติแล้ว เราใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ท่านไม่มีมาตรา 44 อีกแล้ว ไม่มีมนต์วิเศษ และประเภทที่สั่งอะไรแล้วไม่ขัดรัฐธรรมนูญไม่มีอีกแล้ว ที่สำคัญมีสภาแล้ว ดังนั้นนายกรัฐมนตรีและ ครม.ต้องไม่ลืมว่ามีสภาแล้ว เขาไม่ใช่ลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน การใช้อำนาจของ ครม.จึงต้องเคารพรัฐธรรมนูญ และระมัดระวังรอบคอบกว่าเดิม ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ ตนเห็นว่าการตรา พ.ร.ก.นี้เป็นข้อยกเว้นยอมให้อำนาจกับ ครม. ดังนั้นจึงต้องทำอย่างจำกัดเคร่งครัดตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 172 กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเราปล่อยผ่านเรื่องนี้ เท่ากับว่าเรากำหนดสนับสนุนนิสัยการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยันว่าอะไรก็จะใช้อำนาจรวดเร็วเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่เสมอ หากไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ เราจะช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อำนาจ แต่หากปล่อยผ่านเรื่องนี้ จะกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิด นายกฯ อยากได้อะไรขี้เกียจรอสภา ไม่อยากชี้แจงต่อสภา ก็ใช้อำนาจตรา พ.ร.ก. นานวันเข้าการออก พ.ร.ก.จะกลายเป็นสภาพเป็นมาตรา 44 จำแลง เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง&amp;quot; ส.ส.พรรคอนาคตใหม่รายนี้กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร และรัฐธรรมนูญไทยก็รับรองต่อเนื่องเรื่อยมา คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อำนาจประชาธิปไตยผ่านทางรัฐสภา ครม. และศาล พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำอะไรผิด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงต้องรับผิดชอบ แต่รัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และไม่ใช่แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2562 ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื้อหาของคำวินิจฉัยของศาลยืนยันว่ามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ทรงเป็นกลางทางการเมือง และใช้คำว่าปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง หนังสือตำราหลายเล่มของนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็อยู่ในรัฐมนตรีชุดนี้ด้วย ก็เขียนเรื่องนี้เช่นกันว่า ระบอบนี้คือพระมหากษัตริย์ทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่และผมยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การอภิปรายในวันนี้เป็นไปเพื่อยืนยันอำนาจของสภาตามรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบถ่วงดุลกับฝ่ายบริหาร รักษาระบบรัฐสภา ที่สำคัญที่สุดคือการรักษา ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี มิใช่ชี้หน้าด่าคนอื่นว่าไม่จงรักภักดี การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีไม่ใช่การใช้อำนาจกระทำการใดเพื่อทำให้คนคิดว่าพระมหากษัตริย์เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจ ด้วยเหตุผลที่อภิปรายทั้งหมด เห็นว่า พ.ร.ก.ตราขึ้นโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 172 ผมในฐานะ ส.ส. ไม่สามารถลงมติอนุมัติพ.ร.ก.นี้ได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า การปรับโอนครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ไปเป็นของส่วนราชการในพระองค์ จึงต้องดำเนินการโอนอัตราทั้งสองหน่วยไปเพื่อให้หน่วยมีความพร้อมทุกด้านตลอดเวลา มีการจัดอัตรากำลังพลที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการต้องมีหมุนเวียนกำลังพลต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบ และมีการฝึกเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของกำลังพลให้มีความพร้อมอยู่เสมอ และต้องไม่มีข้อบกพร่องโดยเด็ดขาด และให้สอดคล้องกับการบริการจัดการเรื่องงบประมาณให้สอดคล้องงบปี 63 จึงถือเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นรีบด่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ผ่านฉลุย พรก.โอนกำลังพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ชาติและความเป็นมาไม่เหมือนประเทศอื่น ที่เรายืนยาวมาถึงวันนี้ได้เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ หากไม่มีสถาบันนี้ก็คงไม่มีพวกเรามาถึงวันนี้ แต่ด้วยวิวัฒนาการของประเทศและโลก ทำให้ระบบสถาบันกษัตริย์มีความเปลี่ยนแปลงไป จนมาเป็นสถาบันระบบประมุขของระบอบประชาธิปไตยของไทย ดังนั้นความเป็นราชอาณาจักรไทยไม่สามารถแบ่งแยกออกได้ระหว่างความมั่นคงของประเทศกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน อะไรที่กระทบสถาบันกษัตริย์ ก็เท่ากับกระทบความมั่นคงของประเทศด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศที่ไม่เป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ในเมื่อความปลอดภัยของประเทศถือเป็นเรื่องเร่งด่วน อะไรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสถาบันกษัตริย์จึงไม่ต่างกัน&amp;rdquo; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่มีมติชอบด้วยคะแนน 374 ต่อ 70 &amp;nbsp;เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และจะได้ส่งต่อให้วุฒิสภาอนุมัติจาก พ.ร.ก.เป็น พ.ร.บ. ในวันที่ 20 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ที่ลงคะแนนไม่อนุมัติมาจากพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด ขณะที่งดออกเสียง 2 เสียง ได้แก่ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ อย่างไรก็ดี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางส่วนได้ลงมติเห็นด้วยคือ นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 70 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นชอบ พ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ ว่าไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรผิดปกติ ตนไม่ถือว่าผิดปกติ การมีเสียงไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อในสภามีการลงมติ ก็ต้องมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นจึงไม่เห็นว่าเป็นความแปลกประหลาดอะไร เรื่องนี้เป็น พ.ร.ก.ของรัฐบาล อย่างที่นายปิยบุตรพูดนั้นถูกต้อง รัฐบาลเป็นคนคิด เป็นคนเสนอ และรัฐบาลเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เพราะฉะนั้นถ้า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบของสภา รัฐบาลเป็นคนรับผิดชอบ ต้องลาออกหรือยุบสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการอภิปรายที่มีการพูดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ผู้พูดต้องรับผิดชอบตัวเองใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็รับผิดชอบกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าหลายคนรู้สึกตกใจกับการอภิปรายของนายปิยบุตร นายวิษณุสวนทันทีว่า ตนไม่ตกใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟสบุ๊ก Watana Muangsook ระบุว่า กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.11 ทม.รอ.) มีภารกิจในการถวายการอารักขาและถวายพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ ฯลฯ แต่เป็นส่วนราชการที่อยู่ในการบังคับบัญชาของกองทัพบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 เพื่อกำหนดฐานะของส่วนราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์และพระราชกรณียกิจขององค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ให้เป็นส่วนราชการในพระองค์ โดยปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ ดังนั้น การโอน ร.1 ทม.รอ. และ ร. 11 ทม.รอ. ไปเป็นหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ จึงเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชา แต่ภารกิจยังคงเป็นเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุที่จะออกเป็นพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ประกอบด้วย (1) เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ (2) ความปลอดภัยสาธารณะ (3) ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ (4) เพื่อป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ซึ่งผมเห็นว่าภารกิจที่เกี่ยวกับการถวายความปลอดภัยถือเป็นเรื่องของประเทศและเป็นเรื่องสาธารณะ จึงเป็นเงื่อนไขที่จะออกเป็น พ.ร.ก.ได้ แต่จะเป็นกรณีฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่นั้น กฎหมายถือเป็นดุลพินิจและอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารที่อยู่นอกเหนืออำนาจการตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญ ผมจึงไม่ขอก้าวล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น สาระของเรื่องนี้มีเพียง 2 ประเด็น คือการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชาและวิธีการในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งผมเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชาของ 2 หน่วยทหารดังกล่าวจะตรงและสั้นลงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนวิธีการนั้นจะเสนอเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ก็คงไม่มีอะไรแตกต่างกัน นั่นคือเหตุผลผมเห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยยกมือผ่านพระราชกำหนดดังกล่าว เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวกับการยืนข้างประชาชนหรือมีความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ คนละเรื่องกันครับ&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48278</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พ.ร.ก.โอนกำลังพลกองทัพบกให้หน่วยถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์, พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, พรรคอนาคตใหม่, วุฒิสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัตรากำลังพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da885299ae91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;มองกรณี70ส.ส.อนาคตใหม่โหวตค้าน&#039;พ.ร.ก.โอนกำลังพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค 62 - ที่รัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ซึ่งปรากฏว่า มีผู้ลงมติไม่เห็นชอบ 70 เสียง โดยมาจากพรรคอนาคตใหม่ ว่า ไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรผิดปกติ ตนไม่ถือว่าผิดปกติ การมีเสียงไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อในสภาฯมีการลงมติ ก็ต้องมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น จึงไม่เห็นว่าเป็นความแปลกประหลาดอะไร เรื่องนี้เป็น พ.ร.ก.ของรัฐบาล อย่างที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่พูดนั้นถูกต้อง รัฐบาลเป็นคนคิด เป็นคนเสนอ และรัฐบาลเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เพราะฉะนั้น ถ้า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ รัฐบาลเป็นคนรับผิดชอบ ต้องลาออกหรือยุบสภา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การอภิปรายที่มีการพูดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ผู้พูดต้องรับผิดชอบตัวเองใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็รับผิดชอบกันเอง เมื่อถามว่า หลายคนรู้สึกตกใจกับการอภิปรายของนายปิยบุตร นายวิษณุ กล่าวสวนว่า แต่ตนไม่ตกใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48251</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, พรรคอนาคตใหม่, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da8451d40d3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณร้าว7พรรค!&#039;วัฒนา&#039;ดิ้นแจงปมเพื่อไทยโหวตหนุน&#039;พ.ร.ก.โอนกำลังพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค 62 - นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร. 1 ทม.รอ.) และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร. 11 ทม.รอ.) มีภารกิจในการถวายการอารักขาและถวายพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ ฯลฯ แต่เป็นส่วนราชการที่อยู่ในการบังคับบัญชาของกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 เพื่อกำหนดฐานะของส่วนราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์และพระราชกรณียกิจขององค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ให้เป็นส่วนราชการในพระองค์โดยปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ ดังนั้น การโอน ร. 1 ทม. รอ. และ ร. 11 ทม.รอ. ไปเป็นหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ จึงเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชาแต่ภารกิจยังคงเป็นเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุที่จะออกเป็นพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ประกอบด้วย (1) เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ (2) ความปลอดภัยสาธารณะ (3) ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ (4) เพื่อป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ซึ่งผมเห็นว่าภารกิจที่เกี่ยวกับการถวายความปลอดภัยถือเป็นเรื่องของประเทศและเป็นเรื่องสาธารณะ จึงเป็นเงื่อนไขที่จะออกเป็น พรก. ได้ แต่จะเป็นกรณีฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่นั้น กฎหมายถือเป็นดุลพินิจและอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารที่อยู่นอกเหนืออำนาจการตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญผมจึงไม่ขอก้าวล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สาระของเรื่องนี้มีเพียง 2 ประเด็น คือ การเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชาและวิธีการในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งผมเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชาของ 2 หน่วยทหารดังกล่าวจะตรงและสั้นลงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนวิธีการนั้นจะเสนอเป็น พรก. หรือ พรบ. ก็คงไม่มีอะไรแตกต่างกัน นั่นคือเหตุผลผมเห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยยกมือผ่านพระราชกำหนดดังกล่าวเพราะไม่มีอะไรเกี่ยวกับการยืนข้างประชาชนหรือมีความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ คนละเรื่องกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48250</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, พรรคเพื่อไทย, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181129/image_big_5bffab3ac7d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทษเครื่องเสีย!ส.ส.ปชป.ยืนยันโหวตเห็นด้วย&#039;พ.ร.ก.โอนกำลังพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค 62 - &amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าพล.ต.ต.สุรินทร์ลงมติงดออกเสียงในการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นหน่วยงานบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;ตนยืนยันว่ากดลงมติเห็นด้วยกับพ.ร.ก.ดังกล่าว แต่ปรากฎว่าเครื่องลงคะแนนขัดข้องไปแสดงผลว่างดออกเสียง &amp;nbsp;ตนจึงทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งว่าตนกดลงมติเห็นด้วยกับพ.ร.ก.ฉบับนี้ แต่เครื่องลงคะแนนเกิดปัญหาขัดข้อง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ไม่ได้สอบถามตนถึงเรื่องนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่, ส.ส.ประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da83a67ce92a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;นำอนาคตใหม่โหวตค้านพ.ร.ก.โอนกำลังพลและงบประมาณฯ ให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ชี้แจงเหตุผลในการออกพ.ร.ก.นี้ ว่า เพื่อสนับสนุนภารกิจส่วนราชการในพระองค์ในการปฏิบัติหน้าที่ การถวายพระเกียรติและการรักษาความปลอดภัยขององค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งให้การปฏิบัติภารกิจทั้งปวงตามพระราชอัธยาศัย และตามพระราชประเพณีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และเกิดความปลอดภัยสูงสุดจึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงในการที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพ.ร.ก.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับหน้าที่เป็นเวลา 3 เดือน ตราพ.ร.ก.ไปแล้ว 2 ฉบับ ซึ่งทั้งสองฉบับนี้มีปัญหาว่าเป็นพ.ร.ก.ที่เข้าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ เมื่อเรามาพิจารณาถึงเหตุผลในการตราพ.ร.ก.นี้ ตามที่พล.อ.ชาญชัย ได้อภิปรายถึงเหตุผลเท่ากับว่าครม.อ้างเหตุเรื่องความปลอดภัยของประเทศ และยืนยันว่านี่เป็นกรณีฉุกเฉิกที่มีความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยของประเทศ ถูกต้องว่าองค์พระมหากษัตริย์เป็นหลักสำคัญของประเทศ เป็นประมุขของประเทศไทย การถวายความปลอดภัยแด่องค์มหากษัตริย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ตรงนี้ไม่น่ามีปัญหา แต่ประเด็นที่มีปัญหาอยู่ที่ว่ากรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งคิดว่าเป็นปัญหาในทางรัฐธรรมนูญ เพราะคำว่าฉุกเฉินคือสิ่งที่เป็นไปปัจจุบันทันด่วนและแก้ไขโดยพลัน และคำว่าจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หมายถึงต้องทำทันที ถ้าไม่ทำจะเกิดผลร้ายแรงตามมา และในหมายเหตุท้ายพ.ร.ก.ยืนยันว่าเป็นไปเพื่อสนับสนุนภารกิจส่วนราชการในพระองค์เกี่ยวกับการถวายอารักขา ถวายพระเกียรติ และถวายรักษาความปลอดภัย นี่คือวัตถุประสงค์ของกฏหมาย แต่ประเด็นคือ ถ้าหากว่าครม.ยืนยันว่าพ.ร.ก.นี้มีความจำเป็นรีบด่วน ครม.จำเป็นต้องแสดงข้อเท็จจริงให้สภาฯทราบว่า ณ วันที่ออกพ.ร.ก.มีเรื่องอะไรที่กระทบต่อการถวายอารักขา การถวายพระเกียรติ&amp;nbsp; แต่ครม.ไม่ได้ชี้แจงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้มีปัญหากับการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คุ้นชินกับการมีอำนาจพิเศษกับอำนาจมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ที่ใช้มา5ปีเศษ ประเภทเปิดปุ๊บติดปั๊บ ตลอด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ที่ใช้อำนาจมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ออกคำสั่งมามากแล้วเกิดความผิดพลาดและออกมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;แก้ไข บางกรณีวันนี้ออกอีกวันเลิก ฉะนั้น ในวันนี้เราเข้าสู่ระบบปกติแล้ว เราใช้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ท่านไม่มีมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;อีกแล้ว ไม่มีมนต์วิเศษ และประเภทที่สั่งอะไรแล้วไม่ขัดรัฐธรรมนูญไม่มีอีกแล้ว ที่สำคัญมีสภาฯแล้ว ดังนั้น นายกรัฐมนตรีและครม.ต้องไม่ลืมว่ามีสภาฯแล้ว เขาไม่ใช่ลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน การใช้อำนาจของครม.จึงต้องเคารพรัฐธรรมนูญ และระมัดระวังรอบคอบกว่าเดิม ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ ตนเห็นว่าการตราพ.ร.ก.นี้ เป็นข้อยกเว้นยอมให้อำนาจกับครม. ดังนั้นจึงต้องทำอย่างจำกัดเคร่งครัดตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;172&amp;nbsp;กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเคยชินจะใช้ช่องทางตามมาตรา&amp;nbsp;172&amp;nbsp;เสมือนกับมีอำนาจตามมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ไม่ได้ และหากเราปล่อยผ่านเรื่องนี้เท่ากับว่าเรากำหนดสนับสนุนนิสัยการใช้อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยันว่าอะไรก็จะใช้อำนาจรวดเร็วเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่เสมอ หากไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้เราจะช่วยให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อำนาจ แต่หากปล่อยผ่านเรื่องนี้จะกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิด นายกฯอยากได้อะไรขี้เกียจรอสภา ไม่อยากชี้แจงต่อสภา ก็ใช้อำนาจตราพ.ร.ก. นานวันเข้าการออกพ.ร.ก.จะกลายเป็นสภาพเป็นมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จำแลง เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ทั้งการแถลงสัตย์ไม่ครบ แถลงนโยบายไม่แจ้งที่มาของงบประมาณ และการออกพ.ร.ก.&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ เป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมาได้รับการยกเว้นจากรัฐธรรมนูญจนกระทั่งถึงวันนี้ สภาฯจะยินยอมให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นข้อยกเว้นของรัฐธรรมนูญอีกต่อไปหรือ ตนคิดว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นติดกันหลายเรื่องเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ชัดเจน ว่านี่คือการแสดงอาการของโรคพล.อ.ประยุทธ์ คือ โรคไม่แยแสรงรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร และรัฐธรรมนูญไทยก็รับรองต่อเนื่องเรื่อยมา คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อำนาจประชาธิปไตยผ่านทางรัฐสภา ครม. และศาล พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำอะไรผิด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงต้องรับผิดชอบ แต่รัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และไม่ใช่แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่&amp;nbsp;3/2562&amp;nbsp;ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื้อหาของคำวินิจฉัยของศาลยืนยันว่ามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ทรงเป็นกลางทางการเมือง และใช้คำว่าปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง หนังสือตำราหลายเล่มของนักวิชาการด้านกฏหมายรัฐธรรมนูญซึ่งก็อยู่ในรัฐมนตรีชุดนี้ด้วย ก็เขียนเรื่องนี้เช่นกันว่าระบอบนี้คือพระมหากษัตริย์ทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ&amp;rdquo; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวทิ้งทายว่า พรรคอนาคตใหม่และตนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การอภิปรายในวันนี้เป็นไปเพื่อยืนยันอำนาจของสภาฯตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบถ่วงดุลกับฝ่ายบริหาร รักษาระบบรัฐสภา ที่สำคัญที่สุดคือการรักษา ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี มิใช่ชี้หน้าด่าคนอื่นว่าไม่จงรักภักดี การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีไม่ใช่การใช้อำนาจกระทำการใดเพื่อทำให้คนคิดว่าพระมหากษัตริย์เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจ ด้วยเหตุผลที่อภิปรายทั้งหมด เห็นว่าพ.ร.ก.ตราขึ้นโดยไม่เป็นไปตามมาตรา&amp;nbsp;172&amp;nbsp;ตนในฐานะส.ส.ไม่สามารถลงมติอนุมัติพ.ร.ก.นี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp; ชี้แจงว่า กระทรวงกลาโหมมีภาระกิจตามที่กฎหมายกำหนด โดยกองทัพบพกำหนดให้กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นหน่วยทหารหลักที่มีภาระกิจโดยตรงในการถวายความปลอดภัยต่อพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ อันเป็นหน้าที่สำคัญยิ่งที่ต้องปกป้องสถาบันกษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทุกคนเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ&amp;nbsp; สำหรับหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์นั้น เดิมขึ้นตรงกับกระทรวงกลาโหม ต่อมาได้ปรับเป็นส่วนราชการในพระองค์ มีหน้าที่ในการวางแผน ดำเนินการประสานงาน บังคับบัญชา ควบคุมกำกับดูแลและปฏิบัติงานในการถวายอารักขาและถวายพระเกียรติ พระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี รัชทายาท พระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลอื่น รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชพิธีรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพระราชฐาน&amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติภาระกิจในการพิทักษ์รักษาปกป้องตลอดจนสนับสนุนภาระกิจของสถาบันกษัตริย์เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เพราะการถวายความปลอดภัยต่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จะต้องไม่มีข้อบกพร่องเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับโอนครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ไปเป็นของส่วนราชการในพระองค์จึงต้องดำเนินการโอนอัตราทั้งสองหน่วยไปเพื่อให้หน่วยมีความพร้อมทุกด้าน ตอลดเวลา&amp;nbsp; มีการจัดอัตรากำลังพลที่เหมาะสม โดยเร็วที่สุด อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการต้องมีหมุนเวียนกำลังพลต่างๆตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบ และมีการฝึกเพิ่มพูลความรู้ความสามารถของกำลังพลให้มีความพร้อมอยู่เสมอ&amp;nbsp; และต้องไม่มีข้อบกพร่องโดยเด็ดขาด และให้สอดคล้องกับการบริการจัดการเรื่องงบประมาณให้สอดคล้องงบปี 63 จึงถือเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นรีบด่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;พล.อ.ชัยชาญ ย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัวประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ชาติและความเป้นมาไม่เหมือนประเทศอื่น ที่เรายืนยาวมาถึงวันนี้ได้เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ หากไม่มีสถาบันนี้ก็คงไม่มีพวกเรามาถึงวันนี้ แต่ด้วยวิวัฒนาการของประเทสและโลกทำให้ระบบสถาบันกษัตริย์มีความเปลี่ยนแปลงไป จนมาเป็นสถาบันระบบประมุขชองระบอบประชาธิปไตย ของไทย&amp;nbsp; ดังนั้นความเป็นราชอาณาจักรไทยไม่สามารถแบ่งแยกออกได้ระหว่างความมั่นคงของประเทศกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน อะไรที่กระทบสถาบันกษัตริย์ก็เท่ากับกระทบความมั่นคงของประเทศด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นการถวายความปลอดภัยให้พระมหากษัตริย์จึงเปรียบเหมือนการถวายความปลอดภัยให้กับประเทศชาติ&amp;nbsp; ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศที่ไม่เป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนในเมื่อความปลอดภัยของประเทศถือเป็นเรื่องเร่งด่วน&amp;nbsp; อะไรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสถาบันกษัตริย์จึงไม่ต่างกัน&amp;nbsp; ส่วนอะไรถือเป็นเร่งด่วนหรือไม่เราควรให้อำนาจฝ่ายบริหารพิจารณา&amp;nbsp; เราในฐานะสภาผู้แทนฯควรพิจารณาว่าเหตุผลนั้นเห็นด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละท่าน หากไม่เห็นด้วยก็ใช้สิทธิตามที่กฎหมายกำหนด แต่สำหรับผมเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและให้การรับรอง&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่มีมติชอบด้วยคะแนน374&amp;nbsp;ต่อ 70&amp;nbsp; เสียง งดออกเสียง2 เสียง และจะได้ส่งต่อให้วุฒิสภาอนุมัติจากพ.ร.ก.เป็นพ.ร.บ. ในวันที่&amp;nbsp;20 ต.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงผลการลงมติว่า ส.ส.ที่ไม่อนุมัติมาจากพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด ขณะที่งดออกเสียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เสียง ได้แก่ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางส่วนได้ลงมติเห็นด้วย&amp;nbsp;คือน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า&amp;nbsp;พ.ร.ก.ดังกล่าว&amp;nbsp;มีทั้งสิ้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มาตรา โดยมีสาระสำคัญ คือ ให้โอนบรรดาอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ตามกฏหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกรมทหารราบที่&amp;nbsp;1 มหาดเล็กราชวังลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์&amp;nbsp; ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศกำหนด ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ ตามกฏหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48224</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da7f6e4e60dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
