<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้ง24มีนาคม กกต.เปิดสมัครส.ส.4-8กพ. ไล่บี้&#039;บิ๊กตู่-4รมต.&#039;ไขก๊อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. สำนักนายกฯ ออกแถลงการณ์ขอประชาชนช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยและสามัคคีปรองดองจนผ่านพ้นการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กกต.เคาะ &amp;nbsp;24 มี.ค.เป็นวันเลือกตั้ง 4-8 ก.พ.เปิดรับสมัคร &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ย้ำรัฐบาลยังมีอำนาจเต็ม โฆษกรัฐบาลเผยพร้อมปรับรูปแบบรายการศาสตร์พระราชาฯ ขณะที่ 4 รมต.เก็บของแล้วพร้อมไขก๊อกเร็วๆ นี้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ยังปิดปากอนาคตทางการเมือง &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; สารภาพถ้าบิ๊กตู่ปฏิเสธคงหาเสียงยาก เป็นเรื่องใหญ่ปรับตัวไม่ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มกราคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 และมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา 3 ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป มาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ระบุว่า โดยที่มาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว สมควรกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น สำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกแถลงการณ์ เรื่องการเลือกตั้งทั่วไป ใจความสรุปว่า การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่การประสานงานระหว่างรัฐบาลกับ กกต.เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งเท่าที่ผ่านมาได้ประสานเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการแจ้งข้อมูลให้ กกต.ทราบถึงกำหนดการและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทั้งที่จะมีขึ้นก่อน ระหว่างพระราชพิธี และภายหลังพระราชพิธี เพื่อไม่ให้กิจกรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะต้องดำเนินการภายหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งบางเรื่องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมอยู่แล้วไปทับซ้อน หรือเสี่ยงต่อการทับซ้อนกับกำหนดการพระราชพิธีดังกล่าวหรือพระราชพิธีประจำปีในเรื่องอื่นๆ ตลอดจนเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับรู้เพื่อจะได้ช่วยกันรักษาบรรยากาศในระหว่างนั้นมิให้เกิดความสับสน ความขัดแย้งหรือเสียความตั้งใจดีและการมีจิตอาสาสาธารณะ เพราะประชาชนทั่วไปกำลังปลื้มปีติยินดีมีสมานฉันท์ในอันที่จะได้มีโอกาสร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันหาได้ยากอีกครั้งหนึ่ง นับแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อ พ.ศ.2473 เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลเชื่อว่าวันเลือกตั้งที่ กกต.จะกำหนดขึ้นนี้จะไม่กระชั้นชิดเกินควรจนกระทบต่อระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองและผู้สมัคร และไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ใด ทั้งจะไม่ช้าเกินควรจนเกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชน เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ยาวนานกว่า 150 วันนับจากวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าการมี ส.ส.และรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะเกิดขึ้นในราวกลางปีนี้อันเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้เมื่อหลายเดือนก่อน&amp;quot;
เคาะ 24 มี.ค.เลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุด้วยว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนช่วยกันรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยและความสามัคคีปรองดองดังที่ปรากฏตลอดระยะเวลา 4 ปีเศษที่ผ่านมา ให้ยั่งยืนต่อไปจนผ่านพ้นการเลือกตั้งและการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่บ้านเมืองและเป็นที่ชื่นชมยินดีของนานาชาติ การหาเสียงเลือกตั้ง การชี้แจงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนย่อมทำได้ตามวิถีทางประชาธิปไตยเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นไปได้จริงแก่ประชาชน แต่ความขัดแย้ง ข้อพิพาทบาดหมางจนนำไปสู่วิกฤติของบ้านเมืองดังในอดีต ไม่ควรจะย้อนกลับมาหลอกหลอนเราอีก ขณะเดียวกันขอให้พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งช่วยกันออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุดให้สมกับที่รอคอย โดยขอให้มีความรู้เท่าทันผู้สมัคร และมีความเข้าใจวิธีการเลือกตั้งแบบใหม่ ซึ่งแตกต่างไปจากเดิม รัฐบาลหวังว่ากกต.และทุกฝ่ายจะช่วยกันใช้ระยะเวลาที่มีอยู่นับแต่นี้ไปสร้างความรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องเหล่านี้แก่ประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งแรกนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย บริสุทธิ์และยุติธรรมสมตามความมุ่งประสงค์ของพวกเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. แถลงภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปมีผลบังคับใช้แล้ว กกต.จึงประชุมและมีมติเสียงข้างมากกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.เป็นวันเลือกตั้ง และในวันที่ 28 ม.ค.-19 ก.พ.เป็นวันเปิดให้ผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิ์ล่วงหน้าในและนอกเขตเลือกตั้ง รวมถึงการใช้สิทธิ์นอกราชอาณาจักรได้ลงทะเบียน โดยสามารถยื่นคำขอผ่านนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น สถานเอกอัครราชทูต ผ่านช่องทางไปรษณีย์หรืออินเทอร์เน็ต วันที่ 4-8 ก.พ. เป็นวันรับสมัครผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมบัญชีผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานที่สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตจะเป็นผู้ประกาศกำหนดภายใน 3 วัน ภายหลัง กกต.ประกาศวันเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาหรือในวันที่ 24 ม.ค. ส่วนสถานที่รับสมัครแบบบัญชีรายชื่อให้ยื่นได้ที่สำนักงาน กกต. จากนั้นในวันที่ 4-16 มี.ค.จะเป็นวันออกเสียงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร วันที่ 17 มี.ค.เป็นวันออกเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตจังหวัด รวมถึงการออกเสียงเลือกตั้งในสถานเลือกตั้งกลางของผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.กล่าวถึงเหตุผลในการกำหนดให้วันที่ 24 มี.ค.เป็นวันเลือกตั้งว่า กกต.มองทุกปัจจัยที่จะเกิดขึ้นหลังมี พ.ร.ฎ. โดยเฉพาะการต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า การหาเสียง ซึ่งเดิมเรากำหนดระยะเวลาไว้ 52 วัน ก็อยากให้ประโยชน์ตกแก่ประชาชนและพรรคการเมือง เพราะถ้าจะเลือกวันที่ 10 มี.ค.ก็จะกระชั้นเกินไปหรือไม่ อีกทั้งการกำหนดวันที่ 24 มี.ค.ยังทำให้พรรคการเมืองที่ยังตั้งสาขาและตัวแทนประจำจังหวัดไม่ครบ ได้มีเวลาดำเนินการเท่ากันได้ผ่อนคลายได้มากกว่าวันอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการตีความกรอบเวลา 150 วัน รวมถึงการประกาศรับรองผลเลือกตั้งหรือไม่ ประธาน กกต. กล่าวว่า กกต.เคยคุยกันแล้ว ถ้ามีความจำเป็น กกต.ต้องคุยกันและมีมติที่ชัดเจน แต่ขณะนี้เรามุ่งเน้นในเรื่องเตรียมการเลือกตั้งให้เรียบร้อยและประกาศผลให้เร็ว แม้กฎหมายจะกำหนดให้ประกาศรับรองผลภายใน 60 วัน &amp;nbsp;แต่ถ้าเราทำได้การเลือกตั้งให้เรียบร้อย ก็ประกาศผลได้ก่อนไม่จำเป็นต้องรอถึง 60 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากรณีว่าที่ผู้สมัครติดป้ายหาเสียงก่อนมี พ.ร.ฎ.สามารถทำได้หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ควรจะติดเพราะยังไม่ใช่เวลา ตอนนี้ยังติดไม่ได้เพราะ กกต.ต้องหาสถานที่สำหรับติดป้ายหาเสียงก่อน ดังนั้นการติดป้ายก่อนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
รัฐบาลยังมีอำนาจเต็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้พิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดวันเลือกตั้ง โดยมีการเสนอวันที่เหมาะสม 2 วัน คือวันที่ 10 มี.ค.และ 24 มี.ค. โดยเสียงข้างน้อยเห็นว่าหากกำหนดให้เลือกตั้งในวันที่ 10 มี.ค.จะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ภายในกำหนด 60 วันพอดี แต่ฝ่ายเสียงข้างมากเห็นว่าถ้าเลือกวันที่ 10 มี.ค. ระยะเวลาในการหาเสียงจะเหลือแค่ 46 วันและฉุกละหุกเกินไป โดยในสัปดาห์หน้า กกต.ต้องเปิดรับสมัคร จึงเห็นว่าควรจะให้เวลาในการจัดการและให้พรรคการเมืองหาเสียงให้มาก รวมประมาณ 60 วัน เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่มีแถลงการณ์สำนักนายกฯ เกี่ยวกับ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งออกมาเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นเท่านั้น เพราะคนอาจจะสับสนเนื่องจากใน พ.ร.ฎ.ไม่ได้ระบุวันเลือกตั้ง จึงต้องขยายความให้ประชาชนเข้าใจว่า พ.ร.ฎ.ดังกล่าวเป็นขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. แล้ว กกต.จะออกประกาศเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส.อย่างเป็นทางการภายใน 5 วัน ตนเชื่อว่าใน 1-2 วันนี้ กกต.คงจะสามารถประกาศวันเลือกตั้งได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันอีกครั้งว่าวันนี้รัฐบาลเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แม้ใครจะนำไปค่อนขอด รัฐบาลยังมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ แต่งตั้งโยกย้ายอยู่ อีกทั้งหัวหน้า คสช.ก็ยังสามารถใช้ ม.44 เช่นเดียวกัน เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้เช่นนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลจะปฏิบัติหน้าที่ไปตามปกติ แต่จะพิจารณาว่าจะทำอะไรลดลง อะไรค่อยๆ ทำ หรืออะไรจะรั้งรอไว้โดยจะดูตามความเหมาะสม แต่จะหยุดทำงานเข้าเกียร์ว่างไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า การหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ถือว่าเริ่มแล้วนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;และเริ่มคิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่บาทแรก ส่วนการระดมทุนจะอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์กติกาทั้งหมด ดังนั้นการหาเสียง การใช้สื่อหรือการระดุมทน หรือแม้แต่การพูดจาอะไรก็ตามหลายเรื่องที่เคยพูดกันได้ เมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งจะพูดแบบที่เคยพูดไม่ได้ ทุกอย่างจะอยู่ในสายตา กกต.ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณี กกต.ออกมาเตือนหลายพรรคให้เร่งจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองให้ครบตามที่พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนดไว้ เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ ซึ่งขณะนี้มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวที่สามารถส่งผู้สมัครได้ นายวิษณุกล่าวว่าตนไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ยังมีเวลา ที่ผ่านมาบางพรรคอาจซุ่มๆ กันอยู่ก็ได้ เพราะยังไม่มีอะไรชัดเจน แต่เมื่อมีความชัดเจนแล้วทุกพรรคเขาก็ต้องมีความพร้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากพรรคการเมืองไม่สามารถตั้งสาขาได้ครบตามที่กฎหมายกำหนด จะส่งผลต่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน ไม่ได้มีการกำหนดไว้ ดังนั้นจะมีพรรคเดียวหรือสองพรรคก็เลือกตั้งได้ แต่คิดว่าไม่เป็นไปอย่างที่เรากลัวกันหรอก สุดท้ายก็มากัน 60-70 พรรคอยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้ามีประกาศ พ.ร.ฎ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยในช่วงท้ายการประชุมนายกฯ กล่าวว่า เป็นข่าวดีของคนที่อยากเลือกตั้ง เพราะมีการประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งแล้วเมื่อตอนเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันนี้ สำหรับคนที่อยากเลือกตั้ง คงได้เลือกตั้งสมใจ
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ปิดปากอนาคตการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการตัดสินใจอนาคตทางการเมือง โดยได้แต่ยิ้มๆ ขณะเดินกลับขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมยกมือทำสัญลักษณ์โอเคถึงสองครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ได้ตัดสินใจทางการเมืองแล้วหรือยัง นายกฯ ได้แต่ส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปยังห้องทำงานว่า &amp;quot;ยัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; @prayutoffcial ระบุว่า &amp;quot;พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศแล้ว ผมขอให้ทุกฝ่ายเคารพและเดินหน้าสู่การ #เลือกตั้ง62 โดยความเรียบร้อยเพื่อความสงบสุขของประเทศนะครับ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ยังมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงเรื่องการจัดสรรและบริหารทุกๆ อย่างยังเป็นไปตามปกติ ไม่ได้เป็นรัฐบาลรักษาการ ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ ส่วนแนวทางเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ตรวจราชการของนายกฯ ยังเป็นไปตามปกติ แต่การประชุม ครม.สัญจรคงต้องมาทบทวนดูอีกครั้งว่าจะมีต่อไปหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ได้กำชับรัฐมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ที่มีระเบียบและแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว มีข้อกำหนดไว้อยู่แล้วว่าสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้ &amp;nbsp; ส่วนหากรัฐมนตรีลาออกต้องปรับ ครม.หรือไม่นั้น ต้องสอบถามจากนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ในส่วนของรายการ &amp;quot;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางและรูปแบบบ้าง โดยจะเริ่มบางส่วนในวันศุกร์นี้ และในวันศุกร์ถัดไปจะมีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เช่นเรื่องการสื่อสารจะพยายามพูดถึงเรื่องปัญหาประชาชน นำสิ่งที่ได้ทำมาแล้ว มีผลตอบรับอย่างไร เล่าให้ประชาชนฟัง จะไม่พูดเชิงนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอย้ำว่าวันนี้รัฐบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ปกติในทุกๆ เรื่อง อำนาจของรัฐบาลยังมีอยู่เต็ม &amp;nbsp;นโยบายใดที่เคยทำมาและเป็นแนวปฏิบัติปกติยังสามารถทำได้เหมือนเดิม แต่อาจจะต้องระมัดระวังบ้างในเรื่องการนำเสนอ หรือการพูดถึงนโยบายหรือบางโครงการ ถ้าไปกระทบหรือเป็นการชี้นำให้พรรคการเมืองพรรคใดก็คงต้องละเว้นตรงนั้น รวมถึงการทำหน้าที่ของนายกฯ ของรัฐมนตรีก็ดี ในเวลาราชการ หรือการพูดขึ้นเวทีแนะนำพรรคใดพรรคหนึ่งก็ไม่เหมาะสม&amp;quot; นายพุทธิพงษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 12.30 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้เรียกนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรมและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์และเลขาธิการพรรค พปชร.เข้าพบ ที่ห้องทำงานชั้น 1 ตึกบัญชาการ โดยใช้เวลาในการพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายสนธิรัตน์ได้ให้ทีมงานประสานนำรถยนต์ส่วนตัวมารับด้านข้างตึกบัญชาการ 1 โดยเมื่อรถมาจอดรอ นายสนธิรัตน์รีบเดินออกจากห้องทำงานนายสมคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยกล่าวเพียงสั้นๆ กับสื่อมวลชนว่า &amp;quot;ไม่มีอะไร มาเรื่องงาน ขออนุญาตไม่พูด&amp;quot; ก่อนจะรีบเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบฯ ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอุตตมได้เดินออกมาพร้อมกับนายสมคิด โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความชัดเจนเรื่องการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายอุตตมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ยัง เดี๋ยวก็รู้ เร็วๆ นี้&amp;quot; ก่อนจะขึ้นรถยนต์ส่วนตัวอีกด้านหนึ่งของตึกบัญชาการ 1 ด้วยเช่นกัน จากนั้นเวลา 13.15 น. นายสมคิดเดินลงจากตึกบัญชาการ 1 ไปยังตึกภักดีบดินทร์เพื่อเข้าร่วมประชุมกับนายกฯ โดยผู้สื่อข่าวถามนายสมคิดถึงกรณีที่เรียกนายอุตตมและนายสนธิรัตน์เข้าพบ นายสมคิดกล่าวทีเล่นทีจริงว่า &amp;quot;เขาคงมาเยี่ยมไข้&amp;quot; เมื่อถามว่าได้พูดคุยกันถึงเรื่องที่ 4 รัฐมนตรีจะลาออกด้วยหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีอะไรเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานของนายอุตตมและสนธิรัตน์แจ้งว่าสาเหตุที่ไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องการเมือง เนื่องจากตอนนี้มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้แล้ว การจะให้สัมภาษณ์อะไรเกี่ยวกับเรื่องการเมืองต้องระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในเวลาราชการหากผิดพลาดจะมีผลทางกฎหมายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า ในส่วนของพรรค พปชร.ยืนยันเสมอว่าเมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งออกมาแล้ว 4 รัฐมนตรีที่เป็นผู้บริหารพรรคจะได้หารือร่วมกันเพื่อหาวันที่เหมาะสมในการร่วมกันตัดสินใจตามที่ได้พูดไปหลายหนแล้ว ย้ำว่า 4 รัฐมนตรีจะไปพร้อมกัน โดยจะต้องคุยกับนายกรัฐมนตรีด้วยเพื่อรายงานให้รู้ถึงการตัดสินใจของพวกตน
ถ้าบิ๊กตู่ปฏิเสธ-พปชร.ปรับตัวไม่ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในงานรับผิดชอบของทั้ง 4 คนได้เก็บงานกันเสร็จเกือบหมดแล้ว อย่างของตนหากขึ้นไปดูบอร์ดที่ห้องทำงาน จะเห็นว่าปฏิทินการทำงานของตนถูกขีดออกไปจำนวนมากแล้ว นายอุตตมเองยืนยันว่าเก็บงานไปได้มากแล้ว และมีความพร้อม เพียงแต่จะมีจังหวะเวลาที่เหมาะสมของพวกเราว่าจะเป็นวันไหน&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าทำไม พปชร.จึงไม่ทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์เสียที ปล่อยให้รอนาน นายกอบศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ขอคุยกันภายในคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งหัวหน้าพรรคได้ระบุไปแล้วว่ามีขั้นตอนของมัน &amp;nbsp;ต้องรอกระบวนการตัดสินใจของพรรคต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พปชร.เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่ กกต.เตือนว่ายังไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองได้ครบถ้วน ซึ่งอาจจะไม่สามารถส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องปรึกษานายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค ที่เป็นผู้ดูแลด้านกฎหมายต่างๆ ของพรรค แต่เชื่อว่านายวิเชียรจะดูแลได้เรียบร้อย ไม่น่าจะพลาด และมั่นใจว่า พปชร.พร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวิเชียรกล่าวว่า การประกาศลาออกของ 4 รัฐมนตรี เชื่อว่าหลังจากที่ กกต.ประกาศวันเลือกตั้งแล้วคงจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พปชร.กล่าวถึงความชัดเจนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคว่า พรรค พปชร.ยังไม่มีมติทาบทามบุคคลใดเข้ารับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีของพรรค แต่จากการประชุมเวทีใหญ่ที่ภาคเหนือได้เลียบเคียงสอบถามประชาชน แทบทุกคนต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ ด้วยหลายเหตุผลที่ดำเนินการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกหนึ่งสมัย เพราะที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึงอาจทำอะไรได้ไม่เต็มที่ และมั่นใจว่ามติภาคเหนือตอนล่างน่าจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของพรรค พปชร. แต่ทั้งหมดต้องรอมติพรรคซึ่งจะมีการพูดคุยกันเร็วๆ นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คงหาเสียงยาก เพราะที่ผ่านมาในการรณรงค์หาเสียงได้เดินตามแนวทางผลงานของรัฐบาล ที่ได้พูดมาโดยตลอดถึงนโยบายรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบ และพรรคเตรียมจะต่อยอด ซึ่งยอมรับว่าถ้าปฏิเสธคงเป็นเรื่องใหญ่และคงปรับตัวไม่ทัน &amp;quot;นายสมศักดิ์กล่าวเมื่อถามว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับการทาบทามจาก พปชร.จะเป็นเช่นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุกำลังตัดสินใจว่าจะอยู่ทำงานต่อหรือไม่ ถ้ามีพรรคการเมืองเชิญชวนต้องดูนโยบายก่อนว่าเป็นอย่างไร ว่าความจริง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องรอแล้วก็ได้ เพราะคุณลักษณะของพรรคการเมืองที่กล่าวมามีอยู่ในไม่กี่พรรค พรรคที่เอาชื่อโครงการรัฐมาเป็นชื่อพรรคการเมือง พรรคที่มี 4 รัฐมนตรีไปเป็นแกนนำพรรค แล้วถูกเรียกร้องให้แสดงสปิริตลาออก เพราะเกรงว่าอาจมีการใช้อำนาจรัฐ ทรัพยากร &amp;nbsp;งบประมาณของรัฐ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ออก ดูจะเข้าเงื่อนไขมากที่สุดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ที่น่าห่วงใยก็คือว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะอยู่ในบัญชีรายชื่อของ พปชร.ในตำแหน่งนายกฯ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. มิฉะนั้นแม้ว่าเป็นได้แต่จะเป็นปัญหาของชาติ เพราะว่าจะกลายเป็นผู้สมัครตำแหน่งนายกฯ พรรคเดียวที่มีอำนาจปลด กกต. พล.อ.ประยุทธ์ควรเป็นแบบอย่างของการเสียสละและการไม่เอารัดเอาเปรียบ ณ วันนี้ไม่มีใครได้เปรียบมากกว่าท่านแล้ว &amp;nbsp;อย่าได้เปรียบจนกระทั่งถึงการเอาเปรียบ เพราะวันใดที่คนรู้สึกว่าเอาเปรียบ วันนั้นท่านจะรู้ว่าท่านคิดผิดจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวเช่นกันว่า เราอยากเห็นท่าทีที่ชัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะประกาศตัวลงสนามเลือกตั้งเมื่อไหร่ สังคมเข้าใจว่าวันหนึ่งท่านจะเข้าร่วมพรรคการเมืองที่รัฐมนตรีในรัฐบาลไปเป็นกรรมการบริหารพรรค วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องโชว์ความเป็นลูกผู้ชายในการแสดงท่าทีที่ชัดเจน ที่สำคัญท่านต้องทบทวนบทบาทของตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีทั้ง 4 คนคิดเองได้ไม่ต้องให้มีใครมาบอกว่าเมื่อกรรมการจะผันตัวเองมาเป็นผู้เล่นต้องวางตัวอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค ทษช.กล่าวว่า รัฐบาลนี้มาโดยวิธีพิเศษ เลยจะขออยู่อย่างพิเศษ ทำงานอยู่แบบพิเศษ ซึ่งเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ ขณะที่ 4 รัฐมนตรีเคยพูดไว้ว่าจะลาออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ดังนั้นขอให้เป็นเรื่องของดุลพินิจผิดชอบชั่วดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวว่า ในส่วนนี้สตช.เตรียมมาตรการพร้อมในการรองรับที่ กกต.จะสั่งการมาตามรัฐธรรมนุญ ส่วนการชุมนุมอย่ามีแล้วกันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มองอย่างเดียวคนแอบอ้างสถานการณ์เลื่อนเลือกตั้งแล้วจัดชุมนุม แล้วมือที่ &amp;nbsp;3 เข้ามาแทรกแซง ในส่วนตำรวจมีแค่นี้ที่ต้องห่วง ตอนนี้มีทั้งกลุ่มหนุนกลุ่มค้านออกมาชุมนุม แต่เชื่อว่าคงไม่รุนแรงขึ้น เพราะยืนยันไปกับทั้ง 2 ฝ่ายว่าจะบังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ห่วงคือมือที่ 3 &amp;nbsp;การข่าวขณะนี้ยังไม่มีเหตุ แต่ที่ผ่านมาก็เคยมีอย่างเหตุการณ์ไม่สงบ 3 จังหวัดก็เลยมา 7 จังหวัด แล้วสถานการณ์ภาคใต้ช่วงนี้เหตุต่อเนื่อง ก็ระวังไม่ให้ขยายมาถึงจุดที่ชุมนุมประท้วง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27368</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, พ.ร.ฎ., พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วิษณุ เครืองาม, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c4882732d532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
