<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยรัฐออกกฎเหล็กคุมเข้มโฆษณา ส่อทำอนาคตศัลยกรรมไทยดิ่งลงเหว   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - จากกรณีที่ แพทย์ด้านศัลยกรรมในประเทศไทยออกโรงค้าน พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2559 ที่ให้สถานพยาบาล ต้องขออนุญาตโฆษณา ตรวจอนุมัติก่อน เพื่อป้องกัน โฆษณาโอ้อวดเกินจริงของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยคัดค้านการประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไข และค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พร้อมเสนอให้ สบส. กำกับดูแลสถานพยาบาลที่มีดารานักแสดงและเน็ตไอดอล เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาด้วย เพราะถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลโน้มน้าวใจผู้บริโภค แต่กฎหมายยังไม่ครอบคลุมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ชลธิศ &amp;nbsp;สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน มีความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศไทย มีชื่อเสียงและเป็นศูนย์กลางศัลยกรรมความงามของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งขณะนี้มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น ที่เชี่ยวชาญเรื่องศัลยกรรม คือ ประเทศไทย และประเทศเกาหลี โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญการ ให้บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสูง ตลอดจนมีความพร้อมด้านสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ส่งผลให้ตลาดศัลยกรรมในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 20% &amp;nbsp;ต่อปีไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจาก สมาคมศัลยกรรมตกแต่งเสริมสวยนานาชาติได้เปิดเผยรายงานศัลยกรรมตกแต่งเสริมสวยระดับโลก สำหรับปี 2559 พบว่าการทำศัลยกรรมเสริมสวยทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9% &amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปีก่อน &amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยติดอันดับที่ 21 โดยมีการทำศัลยกรรมตกแต่งเสริมสวยกว่า 1.12 แสนครั้ง โดยทำศัลยกรรม เปลือกตามากที่สุดรองลงมาคือ เสริมหน้าอก และเสริมจมูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ชลธิศ กล่าวต่อว่าสำหรับประเทศไทยนั้น มีความตื่นตัวด้านศัลยกรรมตกแต่งมานาน รวมทั้งมีพัฒนาการด้านการแพทย์ก่อนหน้าประเทศเกาหลีมากถึง 30 ปี จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ตั้งแต่การผ่าตัดแปลงเพศ การทำตา การเสริมจมูกดึงหน้า และมีศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดในโลก แต่ที่ศัลยกรรมตกแต่งในประเทศไทยยังไปไม่ถึงไหนเพราะรัฐบาลไม่ได้ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ขณะที่ประเทศเกาหลีมีการส่งเสริมธุรกิจศัลยกรรมตกแต่งอย่างครบวงจร ที่ถึงแม้จะเติบโตทีหลังประเทศไทยแต่เป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งเนื่องจากรัฐบาลเอาจริงเอาจังมาก ทำให้ตลาดศัลยกรรม ในประเทศเกาหลีทำเงินเข้าประเทศได้ไม่แพ้การท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ออกประกาศภายใต้ พ.ร.บ. สถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2599 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 2561 ว่าสถานพยาบาลจะต้องมาขออนุญาตโฆษณาต่อ สบส. เพื่อป้องกันการโฆษณาที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ ให้มาขออนุญาตภายใน 90 วัน หรือภายในวันที่ 30 เมย. 2561 แล้วมีแพทย์ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน นั้น &amp;nbsp; นายแพทย์ชลธิศ กล่าวว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด &amp;nbsp;เพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการโน้มน้าว การโฆษณาชวนเชื่อจากผู้ที่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เช่น หมอเถื่อน เอเจนซี่เถื่อน หรือการตลาดที่ใช้ดารา นักแสดง เน็ตไอดอล เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเชิญชวนให้ทำศัลยกรรมนั้น ไม่ได้มาตรฐานทางวิชาการแต่มีการโหมโฆษณาอย่างเต็มที่ คลินิกศัลยกรรม บางแห่งติดต่อแพทย์ต่างประเทศเข้ามาทำผ่าตัด &amp;nbsp;โดยไม่มีใบอนุญาต แต่ปัญหาเหล่านี้กลับไร้การควบคุม ขณะที่ประกาศดังกล่าวออกมาเพื่อตีกรอบแพทย์หรือผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ ในระยะยาวเราจะเห็นธุรกิจตัวนี้หดตัวลงและส่งผลกระทบในสังคมกว้าง ทางแก้ คือ ควรเขียนกฎหมาย เพื่อควบคุมการโฆษณาของกลุ่มเอเจนซี่ศัลยกรรมให้การบริการที่ได้มาตรฐานทางวิชาการ &amp;nbsp;ส่วนแพทย์ต่างประเทศที่เข้ามาให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาในประเทศไทยนั้น ต้องออกกฏเกณฑ์ควบคุมที่ชัดเจนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นพ.ชลธิศ  สินรัชตานันท์, พ.ร.บ. สถานพยาบาล, ศัลยกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afec0b78f698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
