<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ส.อ.ท.” ขอปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย หวังสอดรับอุตสาหกรรม 4.0 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส.อ.ท.&amp;rdquo; เตรียมเสนอร่างแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยปีพ.ศ&amp;hellip;.หลังรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้วต่อกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อดันสู่&amp;rdquo;ครม.&amp;rdquo; เผยกฏหมายเดิมเก่าใช้ตั้งแต่ปี 2530 แย้มแก้ไขการเข้าเป็นสมาชิกใหม่ให้สอดรับกับอุตสาหกรรม 4.0 จากเดิมเน้นใบประกอบกิจการโรงงาน พร้อมแก้ไขกติกาเลือกตั้งลดขัดแย้งจ่อลดขนาดกรรมการเลือกตั้งเหลือไม่เกิน 250-270 คนจากปัจจุบันรวม 375 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ส.อ.ท.ได้จัดทำร่างแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. &amp;hellip;.แล้วเสร็จหลังเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทั่วประเทศโดยหลังจากนี้จะนำเสนอต่อนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เพื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ปี 2530 เห็นว่าโลกได้เปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำจนทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงดังนั้นพ.ร.บ.ฯเดิมที่กำหนดการได้มาซึ่งสมาชิกนั้นจะมุ่งเน้นการพิจารณาที่การเป็นโรงงานขนาดใหญ่ต้องมีใบประกอบกิจการโรงงานหรือรง. 4 ต่อมาก็กำหนดว่าเป็นโรงงานขนาดใดก็ได้แต่ก็ยังผูกติดกับคำว่าโรงงาน แต่ขณะนี้การผลิตเปลี่ยนไปอุตสาหกรรมบริการ การขนส่ง(โลจิสติกส์ ) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) เหล่านี้มีมากขึ้นและจะมีบทบาทสำคัญในอนาคตจึงปรับปรุงให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นสมาชิกและร่วมมือมากขึ้น&amp;rdquo;นายสุพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้กระบวนการเกี่ยวกับการเลือกตั้งต่างๆ จะปรับใหม่ โดยจะแก้ไขที่มาของกรรมการเลือกตั้งเดิมจะมาจากการเลือกจากสมาชิกทั่วประเทศก็จะแบ่งเป็นมาจากส.อ.ท.จังหวัดและกลุ่มอุตสาหกรรม จากนั้นกรรมการจะมาโหวตเลือกประธานส.อ.ท. ซึ่งกระบวนการนี้จะมีการปรับเปลี่ยนขนาดกรรมการใหม่ให้มีความกระชับ และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นอดีตที่ผ่านมาที่การเลือกตั้งเป็นประเด็นปัญหาขัดแย้ง เป็นต้น โดยแนวทางทั้งหมดคาดหวังว่าจะสามารถนำไปใช้ในการเลือกตั้งประธานส.อ.ท.ครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากส.อ.ท. กล่าวว่า &amp;nbsp;พ.ร.บ.เดิมกำหนดที่มาของกรรมการเลือกตั้ง(กส.)รวม 375 คนแบ่งเป็นมาจากกรรมการแต่งตั้งที่ได้มาาก 45 กลุ่มสมาชิก ส.อ.ท.กับ 74 จังหวัดรวม 119 คน จากนั้นจะมาสู่การเลือกตั้งหรือกรรมการชุดเลือกตั้งซึ่งคิดจากจำนวนกรรมการแต่งตั้งคูณ 2 เป็น 238 คน รวมเป็นกรรมการเลือกตั้ง 375 คนซึ่งกรรมการจะมาโหวตเลือกประธานดังนั้นฝ่ายใดมีกรรมการมากกว่าก็จะทราบทันทีว่าใครจะได้เป็นประธาน แต่ของใหม่จะเป็นลักษณะการแบ่งโควตาของกลุ่มอุตสาหกรรมและส.อ.ท.จังหวัดในอัตราส่วนที่เท่ากันและกรรมการจะมาโหวตประธานโดยรวมจะมีกรรมการเลือกตั้ง(กส.)ประมาณ 250-270 คน หรือลดขนาดจากของเดิมไปราว 105-125คนเป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22769</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ส.อ.ท., สุพันธุ์ มงคลสุธี, อุตสาหกรรม4.0</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b111bbc671da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
