<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 06:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 06:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นวยนิ่ม&#039;สอนมวยคฝ.ตีความ&#039;แก๊งอันธพาลกวนเมือง&#039;เป็น&#039;ผู้ชุมนุมสาธารณะ&#039;ใช้ยาไม่ถูกกับโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ต.ค.64-พลตำรวจโทอำนวย นิ่มมะโน อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&amp;nbsp; และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กลุ่มทะลุแก๊ส&amp;rdquo;&amp;nbsp; กับการใช้ยาผิด&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงต้องส่งกำลังใจ และลุ้นระทึกกับอาการของสิบตำรวจตรี เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการอารักขา 1 ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ขณะเข้าไปทำการติดตาม ตรวจค้น กลุ่มวัยรุ่นที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;กลุ่มทะลุแก๊ส จนกระทั่งถูกกลุ่มวัยรุ่นยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดทะลุผ่านหมวกกันน็อคในชุดควบคุมฝูงชนเข้าไปทำลายสมอง ถึงขั้นนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจต้องลงมาทำการผ่าตัดช่วยชีวิตอย่างสุดกำลังความสามารถแต่อาการยังอยู่ในขั้นโคม่า.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระผมได้ติดตามพฤติการณ์ของวัยรุ่นกลุ่มนี้มาระยะหนึ่งแล้ว มีความชัดเจนว่าไม่จัด เป็นการชุมนุมสาธารณะ เพราะพฤติการณ์รวมตัวกันโดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ แล้วไปก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองในลักษณะที่รุนแรง ร้ายแรงขึ้นตามลำดับ เผาทรัพย์สินของทางราชการ จุดพลุดอกไม้ไฟ ประทัดยักษ์ ยิงหัวน็อต ยิงลูกแก้วใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะตะลอนไปตามที่ต่างๆ ตรอกซอกซอยก่อความเดือดร้อนรำคาญเป็นอันตรายต่อประชาชนโดยส่วนรวม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ไปปฏิบัติหน้าที่ถูกมองเป็นเป้าที่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้จะใช้ประลองความแม่นคล้ายกับการไปยิงเป้างานวัดอย่างสนุกสนาน ระยะหลังเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นถึงขนาดมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธและสิ่งเทียมอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธปืน(ของจริง)&amp;nbsp; วัตถุระเบิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนยังคงใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ใช้รถน้ำแรงดันสูง ใช้กระสุนยางซึ่งเป็นมาตรการในการควบคุมฝูงชน ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ. ศ. 2558 ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกันเสมือนกับการใช้ยาไม่ถูกกับโรค นอกจากอาการจะไม่ทุเลาแล้ว จะยิ่งทำให้โรคร้ายทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจจะถึงขนาด เอาไม่อยู่ในที่สุด........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่กระผมเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งร่วมยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อครั้งพลตำรวจโท วิโรจน์&amp;nbsp; จันทรังษี เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ใช้เวลาร่วม 10 ปี กว่าที่ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะประกาศใช้ จะขอพูดโดยย่อเพียงนิยามของคำว่าการชุมนุมสาธารณะ ตามมาตรา 4 ซึ่งหมายความว่า &amp;ldquo;การชุมนุมของบุคคลในที่สาธารณะเพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป และบุคคลอื่นสามารถร่วมการชุมนุมนั้นได้ ไม่ว่าการชุมนุมนั้นจะมีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายด้วยหรือไม่&amp;rdquo; หากเป็นการชุมนุมสาธารณะตามความหมายนี้ จึงค่อยนำพระราชบัญญัติฉบับนี้ และมาตรการจากเบาไปหาหนักในการควบคุมการชุมนุมสาธารณะมาใช้ จึงจะเป็นการจ่ายยาถูกกับโรคแต่ถ้าตามพฤติการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวซึ่งไม่ถือเป็นการชุมนุมสาธารณะอย่างชัดเจน จะต้องใช้ยา(กฎหมาย) ให้ถูกกับโรค&amp;nbsp; กล่าวคือ แทนที่จะใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ , พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งใช้กับผู้ชุมนุมต้องหันกลับไปใช้ประมวลกฎหมายอาญา หมวดที่เกี่ยวกับความมั่นคงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง อั้งยี่ ซ่องโจร พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนฯ จึงจะถูกต้องสาสมเหมาะสมกับโรคและความรุนแรงของโรค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะต้องจัดชุดสืบสวน กระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ที่คอยให้การสนับสนุนด้านการเงิน อาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อให้มีการก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยส่วนรวม จ่ายเงินกันที่หลังแฟลตไหนซอยไหน วัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นเด็กในย่านนั้น หรือเด็กต่างจังหวัดหรือลูกผสม ใครเป็นผู้จัดหา ใครเป็นผู้สนับสนุน ใครเป็นนายทุน เดี๋ยวคงได้รู้กันซึ่งกระผมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจเรา เพราะงานสืบสวนสอบสวนในประเทศนี้ไม่มีใครเหนือตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ ขอแสดงความยินดีกับ พลตำรวจโท สําราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ท่านใหม่) ซึ่งสื่อมวลชนยกย่องว่าทำงานด้วยความรวดเร็ว เด็ดขาด &amp;quot;สำราญมาครบจบแน่&amp;quot;&amp;nbsp; และ พลตำรวจตรีนครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ท่านใหม่เช่นกัน ซึ่งท่านนี้กระผมรู้จักดีเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ชนิดหาตัวจับยาก&amp;nbsp; รีบปรับยาเถอะครับ อย่าเอารถฉีดน้ำกับกระสุนยางไปสู้กับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด.....&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าตีความให้แก๊งอันธพาลกวนเมือง ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ถึงขนาดทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ถึงขั้นต่อไปอาจจะพัฒนาไปเป็นการก่อการร้ายได้ซะด้วยซ้ำ แต่ไปจัดประเภทให้เป็น&amp;quot;ผู้ชุมนุมสาธารณะ&amp;quot; จึงใช้กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าดำเนินการ แทนที่จะเป็นตำรวจสายป้องกันปราบปราม ซึ่งก็เป็นผลมาจากการจ่ายยาผิดนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน
กรรมการปฏิรูปประเทศ
ด้านกระบวนการยุติธรรม
7 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119114</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน, ม็อบทะลุแก๊ส, ม็อบยิงตำรวจ, ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615f7e1c08151.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงสภาเลิก‘ม.112’ ปิยบุตรเผยตัวตน-ก้าวไกลรับลูกรื้อ3พรบ.อุ้มม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เผยตัวตนอย่างเป็นทางการ เลิกกลืนเลือด&amp;nbsp; ชงสภาเลิก ม.122 โดยเร็ว อ้างจะปล่อยให้อนาคตของชาติถูกตั้งข้อหาไม่ได้ ก้าวไกลรับลูก เปิดหน้ารบ สภาเปิดเมื่อไหร่เสนอแก้กม.อาญาฐานความผิดหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึงมาตรา 112 รื้อ พ.ร.บ.คอมพ์ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ คุ้มครองม็อบ 3 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ระบุว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีปัญหาในทุกมิติ ทั้งในแง่ของตัวบทกฎหมาย ในแง่ความไม่ได้สัดส่วนของอัตราโทษ ในแง่การนำมาใช้และตีความ ในแง่ของอุดมการณ์ที่กำกับอยู่เบื้องหลัง ดังที่ผมเคยแสดงความเห็นไว้ในหลายโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก ผมจึงมีความเห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็น &amp;ldquo;ผู้แทน&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; ต้องผลักดันร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 โดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการณ์นี้ อาจใช้โอกาสยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ทั้งระบบไปในคราวเดียวกัน ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประมุขรัฐต่างประเทศ เอกอัครราชทูต ศาล เจ้าพนักงาน ไปจนถึงบุคคลธรรมดา ให้ไปว่ากล่าวกันทางแพ่ง และควรแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาททางแพ่ง ให้มีเหตุยกเว้นความผิดในกรณีวิจารณ์โดยสุจริต เป็นประโยชน์สาธารณะด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักสากลและนานาอารยประเทศในศตวรรษที่ 21 ไม่ควรมีใครถูกจำคุกเพียงเพราะการใช้เสรีภาพในการแสดงออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราปล่อยให้ &amp;ldquo;อนาคตของชาติ&amp;rdquo; โดนตั้งข้อหา ดำเนินคดีแบบนี้ต่อไปไม่ได้ พวกเขาเสียสละเสรีภาพ และอาจรวมถึงร่างกาย ชีวิตด้วย เพื่อการต่อสู้ เทียบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว สิ่งที่เสียไปน้อยกว่าพวกเขามาก ต้องไม่ลืมว่า เงินเดือน ตำแหน่ง คะแนนเสียงจำนวนมากของ ส.ส.หลายคนก็มาจากพวกเขา ดังนั้น การแสดงความกล้าหาญ ต่อสู้เพื่อพวกเขา เพื่ออนาคตของชาติ เพื่อประเทศไทย ด้วยการผลักดันแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลางเดือนมีนาคม 2561 สมัยผมเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมยอม &amp;ldquo;กลืนเลือด&amp;rdquo; ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112 ทั้งนี้ ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวาง ให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคได้ไปต่อ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานได้ เพื่อฝ่าแรงเสียดทานจนไปสู่การลงเลือกตั้งได้ และด้วยหวังว่าเขาจะปรานีให้พรรคอนาคตใหม่ได้ต่อสู้ทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นกลายเป็น &amp;ldquo;ตราบาป&amp;rdquo; ที่ฝังในจิตใจของผม และเป็น &amp;ldquo;แผลเป็น&amp;rdquo; ในชีวิตทางการเมืองของผม จนวันนี้ก็ยังคงก่อกวนอยู่ในความคิดจิตใจของผมเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาถึงวันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว เสียงสนับสนุนให้ยกเลิก 112 มีมากกว่าเดิมเยอะ ประชาชนจำนวนมากพร้อมสนับสนุน และ &amp;ldquo;อนาคตของชาติ&amp;rdquo; พร้อมเป็น &amp;ldquo;ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก&amp;rdquo; ให้กับ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมทราบดีว่า แม้ ส.ส.จะร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก 112 แล้ว ก็อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อาจเจอกลยุทธ์เตะถ่วงไม่ใช่ &amp;ldquo;วาระด่วน&amp;rdquo; ต้องต่อแถวญัตติอื่นๆ จนสภาหมดอายุก็ยังไม่ได้พิจารณา แต่อย่างน้อย การเสนอร่างเข้าไปก่อน ก็เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับการรณรงค์ กดดันต่อเนื่องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบุรุษกับนักการเมือง ต่างกันตรงที่นักการเมืองคิดถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป แต่รัฐบุรุษคิดถึงอนาคตของชาติ คิดถึงคนรุ่นถัดไป เมื่อท่านพูด คนจะฟัง เมื่อท่านลงมือทำ คนจะเชื่อ&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เมื่อสภาเปิดประชุมอีกครั้ง พรรคก้าวไกลจะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึงมาตรา 112, ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และร่างแก้ไข พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 เพื่อคุ้มครองและประกันเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนตามหลักการขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดี แสดงความเห็นว่า นายปิยบุตรกำลังปลุกเร้าเพื่อเร่ง ส.ส.ให้เสนอกฎหมายยกเลิกมาตรา 112 รวมทั้งเสนอการยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น โดยอ้างว่าเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักสากล ไม่ควรมีใครถูกจำคุกเพียงเพราะการใช้เสรีภาพในการแสดงออก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่นายปิยบุตรนำเสนอ เป็นหลักคิดของพวกทุนสามานย์ ที่ใช้วาทกรรมให้คนเคลิ้มตาม ดูแล้วเท่ ที่บอกว่า &amp;quot;ไม่ควรมีใครถูกจำคุกเพียงเพราะการใช้เสรีภาพในการแสดงออก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากพวกนายทุนสามานย์สามารถจัดสมุน ลิ่วล้อใช้วาทกรรมไปทำร้ายคนอื่น ใช้คีย์บอร์ดมุ่งโจมตี ใช้ปลายปากกาเป็นอาวุธในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม เมื่อถูกดำเนินคดีก็พร้อมที่จะจ่ายค่าปรับ เพราะมีทุนสะสมอยู่มาก ส่วนคนจนก็ต้องจำคุกแทนค่าปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ครับ ว่าเจตนาของนายปิยบุตร ต่อสถาบันพระมหากษัตรย์นั้น มีความจริงใจ บริสุทธิ์ใจแค่ไหน พวกเรายืนยันว่า มาตรา 112 คือความมั่นคงของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะมาตรา 112 คือปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติการของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หยุดเถิดคุณปิยบุตร ที่จะมาสร้างวาทกรรมบิดเบือนให้คนเข้าใจผิดเรื่องมาตรา 112 วันนี้สังคมไทยเขาตื่นรู้ และรู้ไปถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของพวกคุณทั้งประเทศแล้ว ถ้าแน่จริงพวกคุณน่าจะออกมาเล่นเองได้แล้ว ไม่ใช่เอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง และปล่อยให้เด็กๆ ต้องไปเผชิญชะตาตามยถากรรม&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ถึงแม้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้แทนของราษฎรบางคนอยากผลักดันร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 ให้จงได้ แต่ก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ส.ส.เหล่านั้นมีผู้ใดบ้าง ที่กล้าท้าทายแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพราะอาจเข้าข่ายการล้มล้างการปกครองได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยคือประเทศไทย ไม่ใช่ทาสรับใช้พวกตะวันตก การบัญญัติและการคงอยู่ของกฎหมายดังกล่าว ย่อมสอดรับกับค่านิยมวัฒนธรรม ประเพณีทางกฎหมายของไทย ซึ่งไม่ขัดหรือแย้งต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติแต่อย่างใด หากการใช้สิทธินั้นไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่อาจปล่อยให้อนาคตของชาติถูกล้างสมองจนต้องโดนข้อหาจนต้องเข้าคุกเข้าตะราง โดยที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังยังลอยนวลอยู่อีกต่อไปได้ สังคมไทยต้องช่วยกันลากไส้ เอาบุคคลเหล่านี้มาลงโทษตามครรลองของกฎหมายโดยเร็ว หากปล่อยให้ยืนผยองอยู่ในสังคม ก็รังแต่จะสร้างความแตกแยก สร้างปัญหาให้กับชาติ ให้กับแผ่นดินต่อไป โดยเอาเด็กและเยาวชนของชาติมาเป็นเครื่องมือในการทดลองทางอุดมการณ์ของตนนั่นเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้นำตัวนายสิริชัย นาถึง หรือนิว อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล โดยมีการแจ้งข้อหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, ทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษี หรือของต้องห้าม หรือเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา โดยมีอาจารย์ในสถาบันที่ผู้ต้องหาศึกษาอยู่เป็นผู้ประกัน หากปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน โดยห้ามผู้ต้องหากระทำการใดในทำนองเดียวกันซ้ำอีก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89868</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.คอมพ์, ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนาคตของชาติ, เลิก ม.112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_60004c15139cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
