<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวหมอ!ส.ส.ส้มหวานอ้าง&#039;วิ่งไล่ลุง&#039;เป็นกีฬา ไม่ต้องอนุญาตตามพ.ร.บ.ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.63- นายคริส โปตระนันทน์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีวิ่งไล่ลุงว่า ใครบอกต้องขออนุญาตกลับไปดูกฎหมายด้วยครับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายคริสได้โพสต์พ.ร.บ.การชุมนุมสาธรณะ พ.ศ.2558 ประกอบ โดยเฉพาะมาตรา 3 &amp;nbsp;ที่ระบุว่าพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่การชุมนุมสาธารณะ ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) การชุมนุมเพื่อจัดแสดงมหรสพ กีฬา ส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือกิจกรรมอื่นเพื่อประโยชน์ทางการค้าปกติของผู้จัดการชุมนุมนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53977</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริส โปตระนันทน์, พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ, วิ่งไล่ลุง, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e13d0d9b43f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โบว์&#039;ร่อนจม.ถึง&#039;จักรทิพย์&#039;ใช้ความกล้าหาญอบรมตร.ทั่วประเทศเพราะไม่เข้าใจพรบ.ชุมนุมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62- น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ อยากเลือกตั้ง ร่อนจดหมายจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ภายใต้รัฐธรรมนูญ และ พรบ.การชุมนุมสาธารณะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบว์ขออนุญาตมีจดหมายนี้ถึงท่านด้วยภาษาแบบพี่น้องร่วมชาติคุยกัน และส่งผ่านสื่อที่ดูเหมือนจะไม่เป็นทางการแต่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเฟสบุ๊ค เพื่อสื่อสารเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านที่มีผลต่อการปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่มี พรบ.การชุมนุมสาธารณะปี 58 และรัฐธรรมนูญปี 60 ประกาศใช้ เจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมดดูเหมือนจะขาดความเข้าใจ ว่าสิทธิในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อก่อความวุ่นวายให้บ้านเมือง แต่การใช้สิทธิดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสื่อสารเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ และตรวจสอบผู้ถืออำนาจ ซึ่งสิทธิเสรีภาพดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกยกไว้ในลำดับความสำคัญต้นๆของทุกประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย และได้รับการรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมีทัศนคติที่คลาดเคลื่อนต่อหลักการดังกล่าว การปฏิบัติงานภายใต้พรบ.การชุมนุมสาธารณะจึงสะท้อนให้เห็นปัญหาต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;ไม่เข้าใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าใจบทบาทของตนในการอำนวยให้ผู้ชุมนุมได้ใช้เสรีภาพอย่างเต็มที่ภายใต้กรอบกฎหมาย ก็กลับปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะ &amp;ldquo;จับผิดและพยายามสกัดกั้น&amp;rdquo; ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะจึงกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม โดยเฉพาะเมื่อการชุมนุมได้ผ่านพ้นไปด้วยดีแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังย้อนกลับมาใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการผู้ชุมนุมในภายหลังอีก เช่นกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งบนสกายวอล์คเมื่อ 27 ม.ค. 61 ที่มีการตั้งข้อหาว่าชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานต่ำกว่า 150 เมตร ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 7 โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าวัดระยะห่างในภายหลังได้ 148.53 เมตร คือขาดไปเมตรกว่าๆ ทั้งที่ระหว่างการชุมนุมก็ไม่ได้มีการทักท้วงในประเด็นนี้เลย หรือล่าสุดที่ท่าน้ำนนท์ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นลานกิจกรรมที่ผู้ชุมนุมใช้เป็นจุดนัดพบอย่างสงบเรียบร้อยก่อนเดินทางยื่นหนังสือถึงกกต. ก็กลับถูกห้ามปรามและตั้งข้อหาหลังการชุมนุมผ่านพ้นไปโดยสงบกว่าหนึ่งสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;ไม่ได้มาตรฐาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่าความรู้เกี่ยวกับ พรบ.ชุมนุมฯ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดไม่ได้มาตรฐานจนส่งผลให้เกิดการปฏิบัติที่หลากหลาย เช่น ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของประชาชนผู้แจ้งการชุมนุมและเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับแจ้งการชุมนุม ตามมาตรา 10 และ 11 บ่อยครั้งที่ประชาชน นักกิจกรรม นักศึกษา โดยเฉพาะนอกกรุงเทพมหานคร เดินขึ้นโรงพักเพื่อแจ้งการชุมนุม และได้รับคำตอบว่า &amp;ldquo;ไม่อนุญาต&amp;rdquo; ในทันที ทั้งที่เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามมาตรา 11 ในการตรวจสอบแก้ไข รับแจ้ง และแนะนำข้อพึงปฏิบัติตามพรบ.ชุมนุมฯเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้แจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนผู้ต้องการใช้สิทธิเสรีภาพในหลายจังหวัดต้องประสบความยากลำบากในการสร้างความเข้าใจ พรบ.ชุมนุมฯต่อเจ้าหน้าที่ก่อนจะได้จัดกิจกรรม อีกทั้งนักศึกษาในหลายมหาวิทยาลัยถูกสกัดกั้นการชุมนุมโดยสงบทั้งที่เนื้อหาในการแจ้งไม่มีส่วนใดขัดต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;ldquo;ไม่เสมอภาค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราพบเห็นการเลือกปฏิบัติที่เป็นสองมาตรฐานชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ยึดแนวทางสันติวิธีแต่มักถูกห้ามปรามและสร้างความขลุกขลัก เช่นความพยายามห้ามใช้เครื่องเสียงก่อนการชุมนุม การพยายามต่อรองให้ลดเวลาลงจากที่แจ้ง การจับผิดเรื่องระดับเสียงจนเกิดสถานการณ์ยึดเครื่องเสียงขนาดเล็กของเรา เช่นที่เกิดเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ก่อนจะตรวจสอบหลักฐานพบว่าไม่มีอะไรที่เกินกรอบตามกฎหมาย ในขณะที่ม็อบสนับสนุนรัฐบาลต่อต้านคนอยากเลือกตั้งสามารถใช้รถเครื่องเสียงขนาดใหญ่ และชุมนุมได้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยปราศจากการสกัดกั้นขัดขวางและจ้องจับผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศที่เกิดขึ้นอันเกิดจากการปฏิบัติงานด้วยความ &amp;ldquo;ไม่เข้าใจ ไม่ได้มาตรฐาน และไม่เสมอภาค&amp;rdquo; นี้ ไม่เป็นผลดีต่อพัฒนาการประชาธิปไตยและการเลือกตั้งที่จะมาถึง ซึ่งควรเกิดขึ้นในบริบทที่เสรีเป็นธรรม เพื่อให้เป็นผลดีในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ เราทุกคนผู้เคยมีประสบการณ์กับการจัดการชุมนุมทราบดีว่า เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการนั้นได้รับความกดดันใหญ่หลวงจากอำนาจที่อยู่นอกเหนือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่พวกเขาเหล่านั้นกลับต้องรับภาระ ความไม่สบายใจจากการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน และความเสี่ยงจากการถูกดำเนินคดีข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความเห็นโดยสุจริตและจริงใจว่าท่าน ผบ.ตร. ในฐานะผู้บังคับบัญชา ควรแสดงความกล้าหาญปกป้องลูกน้องให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระจากอำนาจของหน่วยงานนอกระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ตำรวจไทยได้เป็นที่พึ่งของประชาชน ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และต้นทางของกระบวนการยุติธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอนำเรียนมาด้วยความห่วงใย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27192</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, ณัฎฐา มหัทธนา, ผบ.ตร., พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ, ร่อนจดหมาย, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c466980ca1d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
