<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;ขอตรวจร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติ ว่าขาดตกบกพร่องประเด็นไหนอีก ก่อนเสนอกฤษฎีกา ภายในปี62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2ธ.ค.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมสภาการศึกษา (กกส.) ที่ประชุมรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้สรุปประเด็นความคิดเห็นประเด็นหลักๆ จากที่มีผู้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ก็จะเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตามที่ได้รับฟังมา เช่น เสียงส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนการเรียก ผู้อำนวยการ ,รองผู้อำนวยการ เป็นครูใหญ่ และ ผู้ช่วยครูใหญ่ , ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็น ใบรับรองความเป็นครู เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการเสนอความเห็นประเด็นอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น การจัดทำร่าง พ.ร.บ. การศึกษา ต้องดำเนินการตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะให้ครบถ้วน ควรปรับลดโครงสร้างการบังคับบัญชาจากส่วนกลางถึงสถานศึกษาให้สั้นลง การจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาควรแยกจากกัน ควรเพิ่มเนื้อหาสาระด้านระบบสวัสดิการ และการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เป็นต้น

&amp;ldquo;หลังจากนี้ผมจะขอตรวจดูในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่ายังมีประเด็นใดที่เราควรคำนึงถึงแต่ยังไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอีกหรือไม่ หากครบถ้วนแล้ว คาดว่าอีก 1 สัปดาห์ก็น่าจะเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ ซึ่งจะเสนอภายในปี 2562แน่นอน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีข้อคิดเห็นเรื่องโครงสร้างที่ยังมีความเห็นต่าง จะดำเนินการต่อไปอย่างไร นายณัฏฐพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าไปทักท้วงหรือเสนอแนะได้ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็ได้ตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. ซึ่งมีนายวราวิทย์ กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เป็นประธาน ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ซึ่งอาจได้ข้อสรุปในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตนมั่นใจว่าทุกขั้นตอนมีเวลาเพียงพอที่จะรับฟังถึงความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af9c269c06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot; หยิบร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ มาประชาพิจารณ์อีก1-2รอบ ชี้ที่ทำมาครั้งก่อนยังไม่เปิดกว้าง ก่อนชงให้ครม.ใน 2เดิอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10ก.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมสภาการศึกษา(สกศ.) ได้มีการหารือถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรที่จะมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ดังนั้นจึงอาจจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก 1-2 ครั้ง อีกทั้งจากการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ก็พบว่ามีข้อเสนอแนะในหลายเรื่อง สำหรับประเด็นที่ยังมีความขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การให้มีตำแหน่ง ครูใหญ่แทนผู้อำนวยการนั้น ตนได้เห็นข้อมูลของผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแล้ว ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นในครั้งที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยจำนวนมากกว่าผู้ที่เห็นด้วย โดยในการรับฟังความคิดเห็นครั้งต่อไปก็จะมีการเปิดกว้าง เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่แสดงความคิดเห็นในครั้งที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าเพื่อประโยชน์ของการศึกษาไทย เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน เราสามารถหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการประเมินคุณภาพการศึกษา ตนมองว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นต้องมีอยู่แล้ว เพียงแต่จะว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็คงต้องให้มีการรับฟังความคิดเห็น ทั้งนี้เมื่อมีการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องนำประเด็นต่างๆ มาพิจารณาเพิ่มเติม ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนใดนั้น ตนคิดว่าคงจะต้องดูเรื่องนั้นกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยหรือไม่ หากทำให้ดีขึ้นเราก็ควรจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่หากเปลี่ยนแล้วเกิดข้อขัดแย้งและไม่มีการพัฒนาการศึกษาไทย ก็คงต้องพิจารณาตามเนื้อผ้า โดยที่ประชุมได้กำหนดว่าภายใน 2 เดือนต่อจากนี้จะเสนอร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเรื่องร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เราจึงต้องศึกษาอย่างรอบด้าน อีกทั้งการที่จะออกพ.ร.บ.ต่างๆ ก็ควรที่จะทำครั้งเดียว ซึ่งเราทราบโจทย์ที่ชัดเจนของรัฐบาล ปัญหาที่ควรจะแก้ไข รวมถึงแนวทางที่จะเกินไปข้างหน้าอย่างไรแล้ว ดังนั้นก็จะต้องปรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้มีความสอดคล้อง เพื่อไม่ให้ต้องมีการกลับมาปรับปรุงแก้ไขอีก เป็นการตกผลึกอย่างเต็มที่ไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45425</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ประชาพิจารณ์พ.ร.บ.การศึกษาชาติอีก, พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d69f15b92ad9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “เพื่อไทย”แฉ&#039;วิษณุ&#039; ทำงานพลาด ออก พรก.การศึกษาแห่งชาติ สุดท้ายครูต้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย. 2562 นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีไม่ยอมเปิดเผยคำสั่งคสช.ที่ 1/2562 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว.และไม่ประกาศคำสั่งในราชกิจจานุเบกษาด้วยนั้น สะท้อนถึงเจตนาไม่สุจริตและใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรมในการสรรหาส.ว.&amp;nbsp; อีกทั้งประกาศรายชื่อส.ว. 250 คน&amp;nbsp; ก็เลยเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้งและต้องเป็นโมฆะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่านายวิษณุ พยายามจะแก้ปัญหาความล่าช้าและความล้มเหลวในการปฏิรูปการศึกษาเนื่องจากตรากฏหมายแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติไม่ทัน จึงแก้ผ้าเอาหน้ารอดโดยเลี่ยงไปออกเป็นพระราชกำหนดมาบังคับใช้โดยเร็วไม่ต้องผ่านสนช. แต่สุดท้ายกระทรวงศึกษาฯทักท้วงว่าองค์กรวิชาชีพครูหลายแห่งต่อต้านเนื้อหาในร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้ที่มีการแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้อำนวยการโรงเรียน เป็น ครูใหญ่ เปลี่ยนจากการออกใบประกอบวิชาชีพครูเป็นใบรับรองความเป็นครู ให้ครม. มีมติเมื่อ 7 พฤษภาคม 2562 ชะลอการออกพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติไปเป็นรัฐบาลหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า การกระทำของนายวิษณุปรากฏในเอกสารราชการระบุว่าในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 นายวิษณุเสนอว่าร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทในการบริหารและการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและแนวทาง บริหารและการจัดการศึกษาในอนาคต โดยมีความเชื่อมโยงกับร่างพ.ร.บเกี่ยวกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมซึ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วจึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องตราเป็นพระราชกำหนดตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งครมพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายวิษณุเสนอ
รัฐธรรมนูญมาตรา 172 ว่าด้วยเงื่อนไขการออกพ.ร.ก. ดังนี้ &amp;quot;ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือป้องกันภัยพิบัติพระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่งให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า การออก พ ร.ก.การศึกษาแห่งชาติไม่เข้าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ หากยังขืนกระทำก็เท่ากับสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่า นายวิษณุกำลังดำเนินการที่จะทำให้ ครม.พล.อ.ประยุทธ์โดนโจมตีและถูกกล่าวหาว่ากระทำในสิ่งที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ เหมือนกับกรณีการปกปิดคำสั่งคสช.เรื่องการแต่งตั้งกรรมการสรรหา ส.ว.ที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงว่าน่าจะนำไปสู่การโมฆะ ของส.ว. สรรหาและกระทบไปถึงการโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38684</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd6d2003c892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
