<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กล้า&#039; ยื่นหนังสือถึง &#039;อนุทิน&#039; ประสานมหาดไทย ปลดล็อก พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุข ผ่านนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , ทันพแพทย์ อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ , ทันตแพทย์หญิง นลินา ตันตินิรามัย ผอ.กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสำนักงานเขตหลักสี่ปิดประกาศห้ามให้ใช้อาคารโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน ของพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ซึ่งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้เปิดได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยเรียบร้อย แต่ทางปฏิบัติกลับติดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ของกระทรวงมหาดไทย ที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแล จึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขในฐานะหน่วยงานส่วนหน้า มีหน้าที่ดูแลสถานการณ์โควิด-19 บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีโรงพยาบาลสนาม และเสนอให้มหาดไทยออกกฎกระทรวงตามมาตรา 7 อนุ 7 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ปลดล็อกเงื่อนไขการใช้อาคารชั่วคราวของโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวว่าโรงพยาบาลสนามหลักสี่ มีศักยภาพสูงมาก เป็นที่รับผู้ป่วยหนัก รับได้ตั้งแต่เริ่มป่วยจนถึงอาการหนักที่ต้องมีการผ่าตัด ทำได้จบในที่เดียว เรื่องนี้คนทางการแพทย์ก็ทราบดี แล้วเราจะปล่อยให้เขาถูกปิดเพราะกฎระเบียบราชการที่ขาดการบูรณาการกันเองอย่างนั้นหรือ มันจะแปลกมากที่ยามวิกฤติ ยามสงคราม เราตั้งเต็นท์ ตั้งอาคารชั่วคราวช่วยคนไม่ได้ เพราะต้องรอขออนุญาต แต่อาคารต่อเติมรุกล้ำกลับมีให้เห็นทั่วประเทศ หากระบบราชการยังล้าหลังขาดบูรณาการแบบนี้ จะตอบโจทย์วิกฤติไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105341</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, พรรคกล้า, รพ.สนามพลังแผ่นดิน, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60baff69f2205.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นฟ้องกทม.เพิกถอนคอนโดซอย20มิถุนาตั้งในซอยแคบผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 9.00 น.ที่ศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้เป็นตัวแทนชาวบ้านในซอย 20 มิถุนา แยก 5 เดินทางมาศาลปกครองกลางเพื่อยื่นฟ้อง ผู้ว่า กทม. และ ผอ.เขตห้วยขวาง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้มีการก่อสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ 3 อาคารในพื้นที่ซอยดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ถนนหน้าโครงการก่อสร้างคอนโดฯดังกล่าว มีขนาดเล็กและแคบ มีความกว้างไม่ถึง 6 เมตรตลอดสาย เมื่อวัดจากตรงพื้นที่ชิดข้างโครงการติดรั้วถึงฝั่งตรงข้ามถนนชิดรั้วบ้านอีกฝั่งถนน แต่ถ้าวัดจากขอบถนนทั้งสองฝั่งมีขนาดความกว้างเพียง 4 เมตร ซึ่งทำให้รถดับเพลิงขนาดใหญ่ รถยนต์ของประชาชนทั่วไปวิ่งสวนกันแทบไม่ได้ เพราะเป็นทางตันเข้าออกได้ทางเดียว ซึ่งแต่เดิมเป็นถนนส่วนบุคคล ต่อมาได้มีการยกพื้นที่ถนนให้กับทางกรุงเทพมหานครให้เป็นถนนสาธารณะ ทำให้ กทม.ย่ามใจใช้อำนาจในทางมิชอบ อนุญาตให้ผู้ประกอบการมาก่อสร้างอาคารสูง คอนโดมิเนียมในซอยดังกล่าวไปโดยไม่เคยบอกกล่าวหรือปรึกษาหารือชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเลย ทั้งๆที่เป็นซอยที่แคบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชาวบ้านได้ลงขันกันว่าจ้างบริษัทเอกชนมาทำการสำรวจและวัดความกว้างของถนนซอย 20 มิถุนา แยก 5 ตามหลักวิชาการปรากฎว่ามีความกว้างของผิวการจราจรเฉลี่ยเพียง 4.86 เมตร แต่ขนาดถนนหากรวมร่องระบายน้ำด้วยแล้วความกว้างของซอยดังกล่าวจะมีเฉลี่ย 5.58 เมตรเท่านั้น ไม่ถึง 6 เมตรตามที่กฎกระทรวง และ พรบ.ควบคุมอาคาร 2522 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด หรือไม่เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมอาคาร 2544 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น คอนโดดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในซอย 20 มิถุนา แยก 5 เนื่องจากในชอยดังกล่าวท่อระบายน้ำทิ้งหรือท่อน้ำเสียมีขนาดเล็กมากความกว้างของหน้าท่อประมาณ 30 ซม.เท่านั้น และในซอยดังกล่าวมีท่อระบายน้ำอยู่เพียงด้านเดียว ไม่สามารถรองรับน้ำเสียที่ระบายออกมาจากคอนโดฯพิพาทดังกล่าว ที่มีห้องชุดอยู่อาศัย 544 ห้อง เป็นห้องชุดเพื่อการพาณิชย์(ร้านค้า)จำนวนอีก 5 ห้องได้ ทำให้น้ำเสียที่ระบายออกมาสู่ท่อสาธารณะเอ่อล้นท่วมบริเวณถนนในซอยดังกล่าว และหากมีกรณีฝนตกลงลงมาด้วยแล้ว ยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้เกิดน้ำท่วมขังในซอยดังกล่าวมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของประชาชนที่เหยียบย่ำไปในน้ำเสียดังกล่าว และน้ำเสียที่เอ่อล้นดังกล่าวก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยรวมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เกิดขึ้นชาวบ้านในซอยดังกล่าวร้องเรียนเขตห้วยขวาง และผู้ว่า กทม.มาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่เป็นผล จึงนำความมาร้องเรียนสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ให้ช่วยเป็นธุระในการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อเพิกถอนใบอนุญาตคอนโดดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90629</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดซอย20มิถุนา, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, ฟ้องศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a4bd9ac660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเบรกกทม. สร้างทางเดิน ริมเจ้าพระยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวห้าม กทม.สร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 57 กม. ชี้เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุก่อสร้างเป็นอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารซึ่งกทม.ไม่ได้แจ้งแผนผัง-แบบแปลนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ &amp;nbsp;5 ก.พ.63 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งกำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยสั่งห้ามมิให้กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เฉพาะในส่วนของแผนงานที่ 1 คือทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลเห็นว่า การก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็น 1 ในจำนวน 12 แผนงานในโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยแผนงานดังกล่าวจะมีการก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา กว้างประมาณ 6-10 เมตร ยาวตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งระยะทางประมาณ 57 กิโลเมตร ล่วงล้ำเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อใช้เป็นทางสัญจรรองรับการเดินทางด้วยจักรยาน ชมทัศนียภาพ พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะไม่ใช่อาคารหรือสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำเจ้าพระยาที่เจ้าท่าจะพึงอนุญาตได้ตามมาตรา 117 วรรคสอง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2556 ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (พ.ศ. 2537)ฯ และการก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยามีผลกระทบต่อการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา และมิใช่การสร้างสิ่งล่วงล้ำเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อการคมนาคมและการขนส่งทางน้ำตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าลักษณะสิ่งก่อสร้างที่เป็นอาคารตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งในการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ปรากฏว่ากรุงเทพมหานครได้มีการแจ้งและส่งแผนผังบริเวณ แบบแปลนฯ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนทำการก่อสร้างตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2528 )ฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีจึงมีมูลว่าการก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อปรากฏว่ากุรงเทพมหานครได้ดำเนินการเตรียมการที่จะดำเนินการก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยามาเป็นลำดับ กรณีจึงถือได้ว่ากรุงเทพมหานครตั้งใจที่จะกระทำต่อไปซึ่งการละเมิดหรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง และการห้ามมิให้กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เฉพาะในส่วนของแผนงานที่ 1 คือทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีดังกล่าวเครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคมผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวก ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และให้คณะรัฐมนตรีที่ 1 คณะอำนวยการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ 2 กระทรวงมหาดไทยที่ 3 และกรุงเทพมหานคร ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี ยกเลิกการดำเนินโครงการทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;และระหว่างศาลพิจารณาคดีขอให้มีคำสั่งห้ามกรุงเทพมหานครดำเนินโครงการ ซึ่งศาลได้มีการเรียกคู่กรณีไต่สวนไปเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมีคำสั่งในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 พ.ค.58 เห็นชอบการดำเนินงานตามกรอบระยะเวลาของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยศึกษาความเหมาะสม พร้อมทั้งจัดทำรายละเอียดการออกแบบและก่อสร้าง &amp;nbsp;โดยให้สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ทำการสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการช่วงจากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ สามารถก่อสร้างให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อเป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56417</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, ศาลปกครอง, สร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ชอบด้วยกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ad69d5dcbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ฮึดสู้ป้าทุบรถ อุทธรณ์คำสั่งศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กทม.ชง 3 ประเด็นเห็นแย้งคำสั่งศาลปกครองคดี &amp;quot;ป้าทุบรถ&amp;quot; ชี้ข้าราชการอนุญาตให้สร้างตลาดเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนค่าเสียหายต้องให้ผู้จอดรถขวางบ้านและเจ้าของตลาดร่วมรับผิดชอบ เสนออัยการพิจารณายื่นอุทธรณ์ภายใน 15 มิ.ย.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง หลังมีคำพิพากษาให้ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือ &amp;ldquo;ป้าทุบรถ&amp;rdquo; และพวกรวม 4 คน ชนะคดีตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คณะกรรมการซึ่งมีนายวันชัยเป็นประธาน ได้พิจารณารายละเอียดตามคำสั่งศาลใน 3 ประเด็นที่ยังมีความคิดเห็นที่คลาดเคลื่อน ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ส่วนที่เกี่ยวกับสำนักการโยธา ต้องเป็นผู้ดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ในการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สำนักการโยธาได้พิจารณาและใช้อำนาจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย โดยยึดประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 พ.ศ.2530 และคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งคู่มือปฏิบัติของราชการและกรมที่ดิน ซึ่งไม่ได้ห้ามก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ และได้ยึดคำสั่งดังกล่าวในการออกใบอนุญาตถูกต้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานเขตประเวศ ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขฉบับเพิ่มเติม 2535 ตามมาตรา 40, 42, 43 เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตพร้อมแจ้งความดำเนินคดี โดยศาลจังหวัดพระโขนงมีคำสั่งให้ปรับผู้กระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าก็มีการดำเนินการมาโดยตลอด และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ได้ออกคำสั่งให้แก้ไข เมื่อเจ้าของตลาดไม่ดำเนินการแก้ไข เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการฟ้องศาลจังหวัดพระโขนงอีกครั้ง โดยศาลมีคำสั่งปรับ ส่วน พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ทหารและเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ประชุมติดตามเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งจะเห็นว่าทั้งสำนักการโยธาและสำนักงานเขตประเวศดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในส่วนของค่าเสียหายที่กรุงเทพมหานครจะต้องจ่ายเงินชดใช้ฐานความผิดละเมิด หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ กทม.ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้วก็ไม่น่าจะต้องรับผิดชอบในมุมของการละเมิด แต่หากต้องรับผิดชอบ ก็พบว่ามีผู้ละเมิดร่วมด้วย คือ ผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน และเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง ดังนั้นน่าจะแบ่งสัดส่วนรับผิดชอบร่วมกัน กรุงเทพมหานครไม่น่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายเพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งการคำนวณจำนวนเงินค่าเสียหายของศาลคิดรวม 365 วัน ตลอดระยะเวลา 7 ปี แต่ตลาดเปิดขายจริงเพียงเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น นับ 1 ปี มีเพียง 102 วัน ดังนั้นหากจะให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบค่าเสียหาย ก็ยินดีจ่ายเงินเยียวยาให้ แต่ต้องมีการแบ่งสัดส่วนตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการฯ จะสรุปรายละเอียดสำนวนทั้งหมดเสนอต่อผู้ว่าฯ กทม. และปลัด กทม.เห็นชอบ ก่อนเสนออัยการพิจารณาในการอุทธรณ์ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว ซึ่งต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ และหากอัยการพิจารณายื่นอุทธรณ์ ก็ต้องชะลอเอาผิดด้านวินัยกับข้าราชการประจำไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.มีความเห็นควรอุทธรณ์คำสั่งศาล โดยจะส่งสำนวนให้อัยการเป็นผู้แก้ต่าง ซึ่งก็อยู่ที่ดุลพินิจของอัยการว่าจะเห็นชอบตามที่ กทม.เสนอหรือไม่ ส่วนที่ศาลสั่งให้รื้อถอนตลาดทั้งหมด กทม.ได้สั่งปิดและให้หยุดขายไปแล้ว ที่มีผู้ค้าไปค้าขายเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา เขตประเวศได้เข้าไปทำความเข้าใจแล้ว และ กทม.ได้ออกประกาศให้เจ้าของรื้อถอนตลาดภายใน 60 วัน หากไม่ทำตาม เราก็มีขั้นตอนของกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไป ในส่วนของข้าราชการที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัย เป็นอำนาจของฝ่ายประจำ โดยเป็นอำนาจของปลัด กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10347</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญศรี แสงหยกตระการ, ป้าทุบรถ, พ.ร.บ.การสาธารณสุข, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, พ.ร.บ.รักษาความสะอาด, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, วันชัย ถนอมศักดิ์, ศาลจังหวัดพระโขนง, สำนักการโยธา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0ea5c17bb0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
