<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตรียมกำลังรับมือ&#039;ม็อบทะลุฟ้า&#039; ยันการคล้องแขนเดินผิดพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 -&amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์ เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงการณ์บังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าที่นัดทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 15.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า วันนี้ม็อบที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มทะลุฟ้านัดชุมนุมกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจากนั้นจะขึ้นไปทำกิจกรรมที่ถนนวิภาวดีรังสิต ในการเตรียมความพร้อมของกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการจัดเตรียมกำลังเพียงพอต่อการรักษาความสงบ ยืนยันว่าการปฏิบัติของ บช.น.เน้นเรื่องรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าพิจารณาว่ายังไม่มีเหตุรุนแรงเจ้าหน้าที่จะยังคงรักษาแนวที่ตั้งจนกระทั่งเกิดความรุนแรงขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการปฏิบัติจะไม่ให้กระทบต่อประชาชนที่ไม่มีส่วนร่วม โดยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมาย ขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อเนื่องถึงสามเหลี่ยมดินแดงและถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องจากการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมามักจะเกิดความรุนแรง ย้ำเตือนว่าปัจจุบันมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การชุมนุมถือว่าเป็นความผิด และเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมบางคนติดเชื้อโควิด เป็นห่วงว่าผู้ร่วมชุมนุมจะได้รับผลกระทบตรงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ&amp;nbsp; ได้สรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมในห้วงที่ผ่านมาว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมแล้วทั้งสิ้น 300 คดีสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 199 คดี คงเหลืออยู่ระหว่างการสอบสวน 105 คดี ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินกับผู้ที่กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย และฝากเรียนเตือนตามที่มีการชักชวนตามสื่อสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดีลโดยเฉพาะในวันนี้ ที่กลุ่มทะลุฟ้าประกาศรวมตัวกันเวลา 15:00 น และเชิญชวนผู้ชุมนุม ชุมนุมในลักษณะคล้องแขนไปตามถนนต่างๆ จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปที่ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯเป็นพื้นประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การคล้องแขนกันเป็นการสัมผัสกันโดยตรง แม้ว่าจะใส่หน้ากากแล้วก็ตามลักษณะนั้นยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค การกระทำเช่นนั้นจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ช่วงหลังดำเนินการสลาสสยการชุมนุมอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นที่อนุสาวรีย์ชัยฯล่าสุดแค่เพียงรวมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าสลายแล้ว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ชัดเจน หากผู้ชุมนุมไม่ก่อความรุนแรงเจ้าหน้าที่จะพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากการชุมนุมเจ้าหน้าที่ทราบอยู่แล้วว่ามีการสะสมอาวุธจะก่อเหตุความรุนแรงเราจึงเข้าทำการระงับเพื่อให้เหตุการณ์คลี่คลาย อย่างการชุมนุมรั้งล่าสุดเมื่อมีการรวมตัวเจ้าหน้าที่ยังอยู่ในที่ตั้งกระทั่งมีการปิดถนน และมีการวางเพลิงเผาทรัพย์สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และในขณะนั้นพบว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธหลายรายการที่จะก่อเหตุรุนแรง จึงเคลื่อนกำลังออกมาระงับในเบื้องต้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็สั่งกำลังกลับเข้าที่ตั้ง หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการเคลื่อนที่ไปที่สามเหลี่ยมดินแดงๆและมีการเผาทำลายทรัพย์สินรถยนต์ ของทางราชการ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าระงับ ตำรวจเน้นเรื่องการรักษาความสงบหากมีความจำเป็นเราก็ต้องดำเนินการ ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอน ตำรวจคงไม่มีเจตนาไปไล่ตีประชาชน หรือผู้มาร่วมชุมนุมถ้าไม่มีเหตุ จริงๆแล้วก็เป็นประชาชนคนไทยทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวเพิ่มในประเด็นเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามหลักนิติธรรมนิติรัฐ ที่ผ่านมาได้มีการเตือนตลอดไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้รับทราบ อย่างที่เห็นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงช่วงต้นเจ้าหน้าที่ได้รักษาพื้นที่ไว้ ตำรวจก็ถอยกลับที่ตั้งแต่หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงก่อความไม่สงบเรียบร้อยอยู่เป็นระยะระยะมีการขว้างปาพยายามที่จะรื้อลวดหนามเพื่อจมูกไปที่ถนนวิภาวดีรังสิต มีการทุบทำลายเผารถยก ทรัพย์สินของทางราชการที่ใช้เพื่อเป็นประโยชน์ของสาธารณะเสียหายทั้งหมด กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้กระจายก่อความเสียหายโดยรวม โดยการทุบทำลายตู้ยามป้อมสัญญาณไฟจราจรเสียหายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะต้องระงับยับยั้งป้องกันเหตุร้ายไม่ให้ลุกลามบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวถึง การจัดกิจกรรมในลักษณะคาร์ ปาร์ก ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ว่า หลายจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานกันไป อยากฝากเรียนว่านอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการรักษาความเรียบร้อยถ้ามีการกระทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการดำเนินงานภายหลังหรือเข้าระงับเหตุตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113166</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, ม็อบทะลุฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116170bd4bcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.น.แจงดำเนินคดีม็อบไล่นายกฯแล้ว 99 คน เตือนทำผิดกม.ฟันทุกรายไม่มีข้อยกเว้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ก.ค.64-ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.)กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม วันที่ 18 ก.ค.ของกลุ่มเยตาวชนปลดแอก นัดหมายเวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนจะมีการเคลื่อนตัวมาที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า&amp;nbsp; กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอเตือนว่าการจัดกิจกรรม ในช่วงนี้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่กรุงเทพฯมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพื้นที่ควบคุมสูงสุด การรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปมีความผิดทางกฎหมาย นอกจากนั้นยังผิด พ.ร.บ.ควบคุมโรค พ.ร.บ.การจราจรทางบกหรือ พ.ร.บ.อื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในส่วนนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา วันที่ 2- 4 กรกฎาคม วันที่ 6 ก.ค. และวันที่ 9-11 กรกฎาคม กองบัญชาการได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด โดยวันที่ 2 ก.ค.กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้มีการประกาศชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ก่อนเคลื่อนตัวมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล กรณีดังกล่าว สน.นางเลิ้ง ได้รับคำร้องทุกข์ดำเนินคดีนายเพนกวิน พร้อมพวก 17 ราย ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วโดยนัดหมายในวันที่ 22 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันเสาร์ที่ 3 ก.ค. กลุ่มไทยไม่ทนนำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ชุมนุมบริเวณแยกผ่านฟ้าก่อนเคลื่อนขบวนมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในกรณีดังกล่าวสน.นางเลิ้ง ได้รับคำร้องทุกข์ ดำเนินคดีผู้ต้องหา 24 คน และในวันที่ 3 ก.ค.เช่นเดียวกันดำเนินคดีกับกลุ่มประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ แลดพวก 2 คน ส่วนกลุ่มคาร์ม็อบของนายสมบัติ งามบุญอนงค์ เริ่มจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สน.ชนะสงคราม ได้รับคำร้องทุกข์ในเบื้องต้นมีผู้ต้องหา 10 คนที่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลได้ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์และพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพิ่มเติม ยังไม่มีการออกหมายเรียกผู้หนึ่งผู้ใด ส่วนวันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ มีการชุมนุมที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ สน.นางเลิ้ง ได้ออกหมายเรียกมาดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว วันที่ 6 มีการจัดกิจกรรมหน้าทำเนียบพบผู้ทำผิด 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม กลุ่มอาชีวะปกป้องประชาธิปไตยมีการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลทาง สนดุสิต ได้เรียกตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม กลุ่มประชาชนคนไทย โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเคลื่อนตัวไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สน สําราญราษฎร์ ได้เรียกตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว วันที่ 11 ก.ค.นายสมบัติ งามบุญอนงค์ จัดกิจกรรมเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสิ้นสุดที่แยกราชประสงค์ในส่วนนี้เป็นส่วนต่อเนื่องหลายพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มอบหมายให ้สน.ชนะสงคราม เป็นผู้รับผิดชอบคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการชุมนุมห้วงเวลาวันที่ 2 - 4 ก.ค.วันที่ 6 ก.ค. และวันที่ 9-11&amp;nbsp; ก.ค.ในเบื้องต้นสามารถพิสูจน์ตัวบุคคลที่ร่วมกระทำผิดได้ทั้งสิ้น 99 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดอีกจำนวนหนึ่ง ถ้าพยานหลักฐานชัดเจนสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดจะมีการเรียกตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนที่มีการนัดหมายเชิญชวนผ่านโซเชียลระบบคอมพิวเตอร์ ในส่วนนี้มีการแยกดำเนินคดีโดยให้กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นผู้ดำเนินการ &amp;quot;ขณะนี้กรุงเทพฯมีการแพร่ระบาดของโควิด เจ้าหน้าทีาไม่อยากให้มาชุมนุมเพราะอาจจะเป็นคลัสเตอร์ใหม่ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ได้ติดเชื้อจากผู้ชุมนุมบางส่วนแล้ว ขอให้พึงระมัดระวัง &amp;quot; รอง ผบช.น.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนไทยไม่ทน, กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f129c4cb524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวใช้กำลัง! ผบ.ตร.ฮึ่ม!อะไรเกิดก็เกิดหลัง3นิ้วปลดธงชาติ/เตรียมจับกราวรูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร.ฮึ่ม! ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ อะไรจะเกิดต้องเกิด รับผิดชอบ ไม่ทอดทิ้งกัน หลังม็อบ 3 นิ้วชักธงชาติลงเปลี่ยนเป็นธงแดง ม.112 ขึ้นแทน เตรียมออกหมายเรียกกราวรูด ข้อหาเป็นเข่ง ผิด พ.ร.บ.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ธงชาติ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำให้เสียทรัพย์ ดูหมิ่น&amp;nbsp; &amp;quot;โฆษกรุ้ง&amp;quot; เทพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.คลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางมาประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง โดยมี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดปทุมธานี และที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เกี่ยวกับเรื่องที่มีการ์ดของผู้ชุมนุมนำธงชาติลง แล้วเปลี่ยนผ้าแดงเขียนเลข 112 ขึ้นสู่ยอดเสาแทน โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์เปิดเผยว่า วันนี้มาด้วยวัตถุประสงค์ 3 เรื่อง โดยเรื่องแรกที่ชาวบ้านตั้งคำถามว่าปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้ได้อย่างไรต่อหน้าต่อตา เรื่องที่สองจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการแบบนี้ และเรื่องที่สามคนที่ทำผิดจะต้องโดนอะไรบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องแรกจะต้องยอมรับว่ายุทธวิธีของผู้ที่กระทำผิดต้องการสร้างพื้นที่ข่าว ซึ่งก็ต้องยอมรับเขาทำได้ดี ภาพที่ตำรวจจะชักธงลงก็กลายเป็นภาพตำรวจยืนดู ซึ่งจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีกำลังพร้อมอยู่ เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่บนพื้นฐาน ในหลักคิดที่จะไม่ใช้กำลังโดยไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับตั้งแต่ตนลงมาก็จะต้องมาพบปะทำความเข้าใจกับลูกน้องว่าเรื่องแบบนี้จะให้เกิดอีกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ อะไรจะเกิดต้องเกิด และพวกเราก็ยอมรับผิดและรับผิดชอบ เราไม่ทอดทิ้งกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะมันกระทบกระเทือนของความรู้สึกคนทั้งประเทศ ซึ่งอาจจะเพลี่ยงพล้ำในพื้นที่การข่าวก็ว่าไป แต่อย่างที่บอกว่าสงครามมันยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่สอง จะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ต้องมาปรับการทำงาน โดยเฉพาะตำรวจระดับเล็กจะไม่มั่นใจในอำนาจหน้าที่ ในบทบาทในเรื่องของกฎหมาย ยังไม่แตกฉานเพียงพอ อาจจะไม่แน่ใจตรงนี้ และผู้บังคับบัญชาที่อยู่ก็อาจจะอยู่บนพื้นฐานที่ไม่อยากจะใช้กำลังโดยไม่จำเป็น ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องปรับความคิดกันใหม่ ให้ความรู้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตรงนี้จริงๆ ก็ทำกันมาตลอด รวมถึงเรื่องยุทธวิธีด้วย แต่ว่าก็จะต้องทำให้เข้มข้นขึ้นว่าเขาจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ยุทธวิธีควรจะเป็นอย่างไร แล้วเราก็จะต้องเอาบทเรียนมาถอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่ 3 ใครจะต้องโดนอะไรบ้าง เราก็จะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เราก็จะต้องเร่งรัด และทำให้กระจ่างให้สังคมเห็นว่าต้องรวดเร็ว โดยยึดหลักความเป็นนี่แหละต้องรวดเร็ว และก็ต้องให้ครบถ้วนทุกข้อหาและทุกคนด้วย ตนก็ต้องไปเดินสายทำความเข้าใจกับตำรวจทั่วประเทศด้วยเหมือนกัน โดยเอาบทเรียนตรงนี้ไปให้ความคิดให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่และผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น และทำให้ลูกน้องมั่นใจว่าเรารับผิดชอบในสิ่งที่เราสั่ง และขอให้เขามั่นใจในสิ่งที่เขาทำ เพราะเราไม่ได้สั่งให้เขาทำอะไรนอกอำนาจหน้าที่ แค่ให้รู้ว่าอะไรทำได้ และเมื่อจำเป็นต้องใช้กำลัง ก็อย่าลังเลต้องทำ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ต้องออกหมายเรียกทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นเรื่องผู้กระทำผิดเราต้องออกหมายเรียกทุกคน ซึ่งจากที่ฟังพนักงานสอบสวน ก็จะมีกฎหมายอยู่หลายฉบับ มีเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.บ.ธงชาติ มีเรื่องการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เรื่องของการทำให้เสียทรัพย์ และก็เรื่องของการดูหมิ่น ในส่วนของเยาวชน ทางตำรวจมีกฎหมายเยาวชนชัดเจนอยู่แล้ว วิธีการปฏิบัติต่อเยาวชน ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ ก็ขอให้มั่นใจเราไม่ทำอะไรนอกอำนาจ ส่วนหลังจากออกหมายเรียกแล้ว ก็จะมีขั้นตอนเกี่ยวกับเรื่องของการสอบสวนดำเนิคดีต่อไป ซึ่งในส่วนของความบกพร่องนั้น ตนเชื่อว่าผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งใจทำงาน แต่ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ต้องเป็นบทเรียน และเราต้องดูคนของเราให้พร้อมรับมือทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ในส่วนของมวลชนที่จะมาปักหลักติดตามให้กำลังใจผู้ที่ถูกออกหมายเรียกและเข้ามารายงานตัวนั้น ทางตำรวจก็จะมีมาตรการที่ดีกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อคืนวันศุกร์ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมรับทราบข้อเท็จจริงกรณีมีกลุ่มมวลชนมาร่วมชุมนุมบริเวณหน้า สภ.คลองหลวง เพื่อกดดันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการนำธงชาติลงจากยอดเสา และนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธง มีข้อความว่า &amp;quot;112&amp;quot; ขึ้นสู่ยอดเสาแทน ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ถือว่าเป็นกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ถือว่าเข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนการใช้ ชัก หรือแสดงธงที่มีความหมายถึงประเทศไทย หรือชาติไทย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้แล้วยังมีการฉีดพ่นสีสเปรย์บนสถานที่ราชการ และมีการชูป้ายผ้า มีข้อความที่เข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ซึ่งหากพิสูจน์ทราบได้ใครเป็นผู้กระทำ ก็จะต้องออกหมายเรียกมาดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์และดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการที่มวลชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงนี้นั้นเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งพบว่าไม่ได้มีการขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน และไม่มีมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ซึ่งก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามข้อกำหนด ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งห้ามมิให้มีการชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดฯ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้ที่มาร่วมชุมนุมจะถือว่ามีความผิดทุกคน เว้นแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา เช่น ทนายความ ญาติ หรือบุคคลที่ผู้ต้องหาร้องขอให้มาร่วมรับฟังการสอบสวน ซึ่งคาดว่าทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดที่พิสูจน์ทราบชื่อในวันพรุ่งนี้ จึงฝากเตือนกลุ่มความเห็นต่างว่า การใช้สิทธิเสรีภาพขอให้คำนึงหลักกฎหมาย อย่าเกินกรอบกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมายจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ซึ่งกำลังมีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. ปฏิบัติราชการแทน ผบช.น. มีวิทยุในราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด่วนที่สุด ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 ใจความว่าเพื่อให้การปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อย และจัดการจราจร การชุมนุมสาธารณะ ในวันที่ 17-20 มกราคม 2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้ดำเนินการดังนี้ 1.ชุดเคลื่อนที่เร็วประจำจุด สโมสรตำรวจ จำนวน 2 กองร้อย 2.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 1 จำนวน 2 กองร้อย 3.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 2 กองร้อย 4.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 5.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 6.คฝ.หญิง บช.น.ให้ทั้งหมดเตรียมพร้อม ณ ที่ตั้ง โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เวรยามตามปกติ และพร้อมปฏิบัติเมื่อสั่งภายใน 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังให้จัดเตรียมรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมพลขับ จำนวน 2 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดใหญ่ พร้อมพลขับ จำนวน 4 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก พร้อมพลขับ จำนวน 8 คัน โดยให้แต่งกายชุดเวส หมวกปราบจลาจล พร้อมเตรียมอุปกรณ์ประจำกาย ประจำกองร้อย ไฟฉาย เสื้อกันฝน และสวมใส่หน้ากากอนามัย
รวบกลุ่มการ์ดปลดแอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. วันเสาร์&amp;nbsp; ที่ลานวิคตอรี่พอยท์ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มการ์ดปลดแอก หนึ่งในแนวร่วมสำคัญของม็อบราษฎร นัดหมายมวลชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อรวมตัวกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &amp;quot;ร่วมกันเขียนป้ายความยาว 112 เมตร กับความทุเรศของรัฐบาล&amp;quot; โดยทางกลุ่มได้นำป้ายผ้าดิบสีขาว ความยาว 112 เมตรมากาง แล้วให้มวลชนที่เห็นต่างกับรัฐบาลร่วมกันเขียนข้อความบอกเล่าความในใจกับความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีมวลชนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต่อมาในเวลา 12.19 น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รักษาราชการ ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน บุกเข้าสลายการชุมนุมทำกิจกรรมนี้ โดยทางผู้ชุมนุมกลุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว ทำการเข้ายึดแผ่นป้ายผ้าดิบของผู้ชุมนุม และเข้าจับกุมผู้ร่วมกิจกรรมส่วนหนึ่งขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปยัง สน.พญาไท สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมที่เหลือ พากันกรูเข้าไปด่าทอเจ้าหน้าที่ด้วยความโกรธแค้น มีการกระทบกระทั่งชุลมุน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าแถวเป็นวงกลมเพื่อล้อมรอบพื้นที่และผลักดันผู้ร่วมชุมนุมไม่ให้เข้ามารวมตัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ผกก.สน.พญาไท ได้ประกาศแจ้งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทราบว่าเป็นการรวมตัวกันที่ผิดกฎหมายและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งระหว่างกันมวลชนไม่ให้รวมตัวกัน ผู้ชุมนุมหลายคนแสดงความไม่พอใจถึงขั้นถอดกางเกงโชว์ของลับประชดเจ้าหน้าที่ บ้างก็เข้าไปชี้หน้าด่าทอ ทุบที่บริเวณเป้ากางเกงของตำรวจ อย่างไรก็ตาม หลังจากควบคุมเหตุการณ์ได้ ยังคงมีผู้ชุมนุมวัยรุ่นทยอยเข้ามาสมทบต่อเนื่อง และมีการกระทบกระทั่งกันเป็นระยะ ทำให้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าว พร้อมชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงการห้ามรวมตัวกันเนื่องจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกิตติ์พิวัฒน์ สีบุญเรือง หรือ บก.เอ็ม แกนนำกลุ่มภาคีการ์ดเพื่อประชาธิปไตย เผยว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมถูกควบคุมตัวไปที่ ตชด.ภาค 1 จำนวน 2 คน กิจกรรมนี้ทางกลุ่มเพียงต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจในการบริหารงานของรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่กลับอ้างกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามาจับกุมและใช้ความรุนแรงจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ เท่ากับว่ารัฐบาลจงใจใช้กฎหมายโรคระบาดมาควบคุมการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องรับผลที่จะตามมา ยืนยันจะต้องมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ระบุว่า ในฐานะโฆษกอย่างเป็นทางการของกลุ่ม &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; ขอชี้แจงให้ประชาชนทุกท่านทราบว่าการประกาศรวมตัวที่สามย่านที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มราษฎร หรือแกนนำคนใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังข้อมูลข่าวสาร และติดตามการประกาศและการเคลื่อนไหวของเราได้ทางเพจของแกนนำ และเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration จนกว่าจะมีการประกาศเพจของราษฎรอย่างเป็นทางการเท่านั้นค่ะ
&amp;quot;รุ้ง&amp;quot;เทพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอย่างไรก็ตาม การชุมนุมการทางเมืองโดยสงบเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชนโดยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยายังคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า &amp;quot;ที่ต้องออกมาชี้แจงเนื่องมาจากโพสต์ของเพจนี้ค่ะ นี่ไม่ใช่เพจของเรา และเกรงว่าทุกคนจะสับสนได้ค่ะ&amp;quot; โดยแคปหน้าจอเพจ &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; ซึ่งเป็นรูปโปรไฟล์หมุดคณะราษฎร 2563 เขียนข้อความว่า ประกาศรวมพลที่สามย่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; เป็นแนวร่วมม็อบ 3 นิ้วเนื่องจากแอดมินเพจได้ถูกจับกุมคดี 112 จากกรณีขายปฏิทินเป็ดยางโดยแอบอ้างและล้อเลียนปฏิทินพระราชทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้กำชับกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ปท.) และกองกฎหมายฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบผู้กระทำความผิดโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทางสื่อสังคมออนไลน์ และรวบรวมหลักฐานยื่นแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์?กล่าวว่า โดยทางกองกฎหมายฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้แจ้งความเอาผิดผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; มาตรา 14 ในช่วงวันที่ 4-15 ม.ค.2564 รวม 11 URLs เป็นผู้กระทำความผิดทาง Facebook 9 URLs และทาง YouTube 2 URLs พบชื่อบัญชีผู้กระทำความผิด อาทิ บัญชีเฟซบุ๊ก เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, บัญชี Pavin Chachavalpongpun (นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์) และยูทูบแชนเนล ชื่อ FAIYEN CHANNEL (วงไฟเย็น) ที่เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; มาตรา 14 โพสต์พาดพิงสถาบันหลักของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ปท.สรุปคำสั่งศาล ในช่วงเดียวกัน พบมีการกระทำผิดจำนวน 9 คำสั่งศาล รวม 136 URLs (รายการ) โดยมีทั้ง Facebook, YouTube, Twitter และเว็บอื่นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างต่อเนื่องจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ขอให้ใช้วิจารณญาณในการใช้งาน ไม่โพสต์หรือแชร์ส่งต่อข้อความที่ไม่เหมาะสม เพราะจะถือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบพิสูจน์ตัวตนได้ทั้งหมด&amp;quot; รัฐมนตรีดีอีเอสระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้, ทำให้เสียทรัพย์, ปลดธงชาติ, ผบ.ตร., พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ธงชาติ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ม.112, ยกเลิก  ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_6002992167ece.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
