<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไฟใต้กระเตื้อง ลดพรก.ฉุกเฉิน ถอนกำลัง3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประชุม กอ.รมน.เล็งถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินปรับมาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงอีก 1&amp;nbsp; อำเภอในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมลดกำลัง จนท.ลงอีก 3 พันนาย หลังสถานการณ์ไฟใต้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานการประชุม กอ.รมน. มีคณะกรรมการฯ เข้าร่วม 22 คน โดยมีวาระพิจารณา 3 เรื่อง และเรื่องเพื่อทราบ 4 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วาระการประชุมที่สำคัญเป็นในส่วนของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งเป็นการประชุมตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคง ปี 2551 ว่าแผนงานที่ปฏิบัติต้องผ่านกระบวนการในการแนะนำความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการก่อน ซึ่งเรื่องการพิจารณาเป็นแผนการปฏิบัติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโครงสร้างการจัดกำลังของ กอ.กอรมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่จะมีการปรับลดกำลังลงมาประมาณกว่า 3,000 อัตรา ซึ่งกำลังหลักจะเป็นของทหารที่ปรับลดลงมา เนื่องจากสถานการณ์ปี 2563 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงปรับลดกำลังลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในบางพื้นที่สามารถปรับการใช้อำนาจกฎหมายที่มีอยู่ คือให้อยู่ใน พ.ร.บ.ความมั่นคง เข้ามาเป็นกฎหมายดูแล จากเดิมที่มี 9 อำเภอ คือ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี, อำเภอจะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี จังหวัดสงขลา, อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, อำเภอสุไหงโก-ลก สุคิริน และศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส โดยเพิ่มอีก 1 อำเภอ คืออำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี รวมเป็น 10 อำเภอที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในการดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นเท่ากับว่า 33 อำเภอจังหวัดชายแดนใต้ที่อยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ปรับลดลงมา 10 อำเภอที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และเหลือเพียง 23 อำเภอที่ยังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมใหญ่สรุปผลการดำเนินงานของปี 63 และจัดทำแผนปฏิบัติการปี 64 ของ กอ.รมน. ร่วมกับคณะรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวง, ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด, รอง ผอ.รมน., ฝ่ายทหาร และกำลังพลส่วนกลาง รวมทั้งสิ้น 282 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานของปี 63 และจัดทำแผนปฏิบัติการปี 64 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติปี 63-65 และสอดคล้องยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งเป็นการตกลงใจกัน โดยคณะกรรมการทั้งหมดเห็นชอบในหลายวาระ สิ่งสำคัญที่สุดทำอย่างไรให้กลไก กอ.รมน.เป็นกลไกความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เป็นหน่วยงานของใคร แต่เป็นหน่วยงานที่มีนายกรัฐมนตรีทุกท่านเป็นผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ปี 2551 ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ความมุ่งหมายคือเป็นองค์กรที่บูรณาการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน เพราะมีกลไกปกติคือกระทรวงอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้ทุกหน่วยงานมีภาระหน้าที่ตามกลไกปกติของตัวเอง ซึ่ง กอ.รมน.จะไปบูรณาการแผนตรงนี้ อะไรที่จำเป็นเพิ่มเติมจะจัดแผนงานขึ้นไปเสริมการทำงานในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สรุปมาแล้วว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้อยู่ในระดับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์ก่อความรุนแรงลดลงเป็นจำนวนมาก พื้นที่ไม่ปลอดภัยลดลง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันในหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกลไกของ กอ.รมน.ในการดูแลทรัพย์สินและบังคับใช้กฎหมาย ส่วนการพัฒนาเป็นของศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่มีกฎหมายกำหนดว่าต้องทำอย่างไรจะทำงานร่วมกันได้ ซึ่งในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยและมีปัญหาด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่างประเทศใช้วิธีการบริหารแบบนี้เช่นเดียวกัน&amp;quot; ผอ.กอ.รมน.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83563</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ความมั่นคง, สถานการณ์ไฟใต้, สถานการณ์ไฟใต้ดีขึ้น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabf94d521bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศรีสาคร’พ้นพื้นที่พ.ร.ก. ดัน‘บิ๊กอั๋น’นั่งเลขาฯสมช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะ คกก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เห็นชอบยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เปลี่ยนใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน พร้อมชง ครม.ไฟเขียวสัปดาห์หน้า &amp;quot;สภาความมั่นคงฯ&amp;quot; หนุน &amp;quot;พล.อ.สมศักดิ์&amp;quot; ข้ามห้วยมานั่งเลขาฯ สมช.คนใหม่ &amp;nbsp;&amp;quot;อนค.&amp;quot; ลุยปฏิรูปกองทัพเสนอยกเลิกเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นสมัครใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 23 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 3 /2562 มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ทุกอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้น อ.แม่ลาน อ.เบตง จ.ยะลา อ.สุไหงโก-ลก อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.-19 ธ.ค.2562 เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมเห็นชอบการปรับลดพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกจากพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยนำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2548 มาบังคับใช้ โดยจะเสนอให้ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะประเมินพื้นที่ว่าพื้นที่ใดเข้าข่ายตามตัวชี้วัดจะปรับลดจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้อีกบ้าง&amp;quot; พล.อ.วัลลภกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ สมช.กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงหน่วยงานรับผิดชอบในส่วนของการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และซิมการ์ดจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจตามหน้าที่และอำนาจของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ แทน
&amp;nbsp;พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ที่ลาออกไปทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ยังไม่ได้มีการแต่งตั้ง ให้รองหัวหน้าคณะทำงานฯ ทำหน้าที่แทนไปก่อน และให้พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ดูภาพรวมเรื่องผู้แทนพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า ในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยมี พล.อ.ประวิตร, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ได้เห็นชอบเสนอชื่อ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นเลขาธิการ สมช.คนใหม่ หลังจาก พล.อ.วัลลภจะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือน ก.ย.นี้ โดยจะมีการนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.อ.สมศักดิ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 19 ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในปี 63 ถือเป็นนายทหารคนที่ 3 ติดต่อกันนับตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาถึงรัฐบาลปัจจุบัน ที่โยกคนจากกองทัพมาเป็นเลขาธิการ สมช. ต่อจาก พล.อ.ทวีป เนตรนิยม และ พล.อ.วัลลภ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ จะมีรองเลขาธิการ สมช.เกษียณอายุราชการ 2 คน ทำให้ตำแหน่งว่างลง ซึ่งปรากฏชื่อ พล.ท.ณตฐพล บุญงาม เจ้ากรมข่าวทหาร นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 21 ที่มีข่าวว่าจะถูกโยกมาเป็นรองเลขาธิการ สมช.อีกด้วย โดยพล.ท.ณตฐพลยังเหลืออายุราชการอีก 3 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.ท.อธิป ณรงค์ฤทธิ์ รองสารวัตรสอบสวน &amp;nbsp;สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย บริเวณตรงข้ามมัสยิดนูรูลฮูดาปากู บ้านปากู ม.5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง ริมถนนสาย อ.ทุ่งยางแดง-อ.สายบุรี จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.ที่ 444 และตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานีและกำลังตำรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดข้างรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กง 138 พังงา ทราบชื่อคือ นายมูฮัมหมัด หะมะ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/4 ม.4 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน .38 เข้าที่ท้ายทอย 2 นัดเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า นายมูฮัมหมัดได้เดินทางออกจากบ้านกับเพื่อนเพื่อจะไปที่ อ.สายบุรี โดยมีเพื่อนขับรถ ระหว่างทางแวะละหมาดวันศุกร์ หลังจากเสร็จละหมาดได้เดินข้ามถนนเพื่อจะขึ้นรถ ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบชนิดมาจอดที่หลังนายมูฮัมหมัด และคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธกระหน่ำยิงทันที 2 นัด ทำให้นายมูฮัมหมัดเสียชีวิต ส่วนคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าที่ว่าการอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 พร้อมด้วยนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา และผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้านและนักเรียนโรงเรียนบันนังสตาวิทยา กว่า 300 คน ร่วมในกิจกรรมรวมพลังมวลชนต่อต้านความรุนแรงในพื้นที่ โดยถือป้ายข้อความปฏิเสธความรุนแรง พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับการก่อเหตุความรุนแรงทุกรูปแบบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ณัฐกรได้พบปะสร้างความเข้าใจกับมวลชนที่มาร่วมในกิจกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันกับมวลชนที่มาร่วมในกิจกรรมว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ท้อถอยในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหารของพรรคอนาคตใหม่ว่า ในเรื่องปฏิรูปกองทัพที่ง่ายที่สุดคือการยกเลิกเกณฑ์ทหารแบบปัจจุบัน โดยจะใช้วิธีการสมัครใจแทน แต่ยังคงไว้ซึ่งวิธีการเกณฑ์ทหารยามเกิดศึกสงคราม ซึ่งอยู่คนละหมวดกัน ในส่วนของวิธีการรับสมัครนั้น ผู้สมัครต้องจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย โดยมีระยะเวลาการฝึกอย่างน้อย 5 ปี เพื่อสร้างศักยภาพให้เข้มแข็ง จากเดิมที่ฝึกเพียง 1 ปีครึ่งเท่านั้น ก่อนจะปลดระวางไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคุณมีความสามารถ ก็สามารถสอบเลื่อนตำแหน่งตั้งแต่ยศนายสิบไปจนถึงพันโท ผ่านการสอบแข่งขันวาระละ 5 ปี ทำให้เราจะได้กองทัพที่หนุ่มและเข้มแข็ง ขณะที่ระยะเวลาการฝึกวาระละ 5 ปีนั้น จะทำให้จำนวนกำลังพลลดลง ซึ่งเราสามารถนำงบประมาณในส่วนนี้ไปเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ได้ประมาณ 2 เท่า รวมทั้งให้เป็นทุนการศึกษาจนสามารถเรียนได้จนจบปริญญาตรี อย่างไรก็ตาม ในร่างเรากำหนดจำนวนกองกำลังสำหรับสู้รบไว้คงเดิม แต่เปลี่ยนทหารที่เป็นกองกำลังประจำการมาเป็นกองกำลังสำรองแทน&amp;quot; พล.ท.พงศกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้า อนค.กล่าวว่า หาก พ.ร.บ.ดังกล่าวบังคับใช้ภายใน 6 ปี เราจะมีกำลังรบที่เข้มแข็ง ครบ 10 ปีเราจะมีทั้งกำลังรบและกำลังสำรองที่เข้มแข็ง ตอนนี้เราร่างแล้ว เหลือเพียงตกแต่งจุดต่างๆ ให้สมบูรณ์ โดยการรับฟังความเห็นของประชาชนเพิ่มเติม เพื่อปรับให้สมบูรณ์ก่อนนำเสนอเข้าสภาต่อไป ซึ่งคาดว่าเราจะสามารถยื่นได้ในการประชุมรัฐสภาครั้งแรกในสมัยประชุมหน้า.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44149</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.สถานการณ์ฉุกเฉิน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ความมั่นคง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สถานการณ์ฉุกเฉิน, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ.ศรีสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5ff19fe9c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
