<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรืองไกรตอกฝ่ายค้านงบลับมีนานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร! &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ประเดิมย้ายข้าง จ่อแจ้ง &amp;quot;ชวน&amp;quot; ตักเตือน &amp;quot;พิธา&amp;quot; ทำผิด รธน.เล่นแร่แปรธาตุงบประมาณ ตอกฝ่ายค้านงบลับมีมานานแล้วในทุกรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ อบรมฝ่ายนิติบัญญัติ การพูดนอกกรอบกฎหมายเป็นเรื่องที่น่าอาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2565 เปิดเผยว่า เห็นข่าวเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. และ 6 มิ.ย. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับการจะปรับลดงบประมาณปี 2565 แล้ว รู้สึกไม่สบายใจ และคงจะต้องเตือนด้วยความหวังดี ตามเนื้อข่าว นายพิธาตั้งใจทำงานดี โดยจะใช้ฐานะกรรมาธิการฯ คนหนึ่งปรับลดงบประมาณออกจำนวนหนึ่ง และกล่าวด้วยว่าจะนำงบประมาณที่ปรับลดไปใช้อย่างนั้นอย่างนี้ รายละเอียดปรากฏทั้งในข่าวและในเฟซบุ๊กไปแล้วนั้น การกระทำดังกล่าวของนายพิธามีสองส่วน ส่วนหนึ่งทำได้ แต่อีกส่วนหนึ่งทำไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ทำได้คือ ส.ส. หรือกรรมาธิการฯ ทำการปรับลดงบประมาณได้ ยกเว้นเฉพาะบางรายการที่ห้ามไว้ ส่วนที่ทำไม่ได้คือ การปรับลดงบประมาณที่มีผลทำให้ ส.ส.หรือ กมธ.มีส่วนในการใช้งบประมาณ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม จะกระทำมิได้ สิ่งที่นายพิธาคิดและจะทำในส่วนที่สอง คืออ้างว่าจะนำงบประมาณที่ปรับลดไปใช้อย่างนั้นอย่างนี้ จึงทำไม่ได้ กรณีนายพิธาถือเป็นความคิดที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่เกิดการกระทำตามมา ประกอบกับกรรมาธิการฯ มีทั้ง ส.ส.และคนที่ไม่ใช่ ส.ส. ดังนั้นเพื่อให้เกิดความระมัดระวังมิให้มีการฝ่าฝืน ม.144 จึงเห็นว่าควรนำเรื่องนี้แจ้งนายชวน ประธานสภาฯ เพื่อเตือน ส.ส.ในสภา และอีกทางหนึ่งก็แจ้งให้นายอาคม รมว.คลัง แจ้งเตือนในที่ประชุม กมธ.งปม. ช่วงบ่ายวันที่ 7 มิ.ย.จะยื่นหนังสือให้ประธานสภาฯ เพื่อดำเนินการแจ้งเตือน ส.ส.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรยังกล่าวถึงงบลับว่าในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีมานานแล้ว ทุกรัฐบาลเป็นปกติ เพราะในหน่วยงานความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหาร มีความจำเป็น แต่สามารถตรวจสอบได้ โดยการตรวจสอบจะต้องเป็นลำดับชั้นความลับ เช่น งบสายข่าวค้ายาเสพติด สายข่าวค้ามนุษย์ บางเรื่องก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันทุกอย่างตรวจสอบได้ และการใช้ก็มีขั้นตอน มีระเบียบ แต่คนที่ไม่เคยตรวจสอบอาจจะไม่เข้าใจและให้ข่าวในเรื่องนี้ ซึ่งหากตรวจสอบจะเห็นว่าสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีกว่า 10 หน่วยงานที่มีงบลับ กระทรวงการต่างประเทศก็มี ถือเป็นเรื่องปกติ และเท่าที่ดูปีนี้ยังไม่พบความผิดปกติของงบประมาณลับที่ขอมา แต่อาจจะต้องขอปรับลดงบประมาณได้หากพบว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเมื่อตัดแล้วจะไม่สามารถนำไปใช้ส่วนอื่นได้ ต้องดูตามคำขอของหน่วยงานราชการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าต้องอ่านกฎหมายก่อนให้สัมภาษณ์ก็จะดี เพราะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ พูดออกไปก็จะเสียหาย ไม่ใช่อยากพูดอะไรก็พูด การพูดนอกกรอบกฎหมายทั้งที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเป็นเรื่องที่น่าอาย&amp;rdquo; นายเรืองไกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านออกมาตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละหน่วยงานของรัฐบาลตั้งงบลับจำนวนมาก ว่า ตนไม่รู้เรื่อง ไม่ทราบเรื่อง ขอให้ถามทางสำนักงบประมาณจะดีกว่า และตนไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ละหน่วยงานสามารถตั้งงบประมาณลับของตัวเองได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ขอตอบ เพราะไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กล่าวว่า งบลับก็คืองบลับ ไม่ได้ปรับให้เป็นกำนัลแก่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เพราะงบลับเป็นส่วนหนึ่งที่มีการพิจารณาทุกปีอยู่แล้ว ส่วนจะเปิดเผยได้หรือไม่ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ซึ่งในส่วนของ กมธ.เราก็พิจารณาในสัดส่วนของงบประมาณ และยังมีคณะอนุกรรมาธิการฯ เข้าไปดูแลในส่วนตรงนี้อีก แต่ก็ยอมรับว่าคงทำอะไรมากไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยที่ประชุมวุฒิสภาเห็นสมควรตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 42 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประธานวุฒิสภาจะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปยัง กมธ.วิสามัญฯ โดยจะต้องเสนอรายงานความเห็นต่อประธานวุฒิสภาภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับร่าง พ.ร.บ.ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเตรียมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ว่า ตามข้อตกลงของวิป 3 ฝ่าย จะใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วัน แต่หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะลงมติในวันถัดไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐจะมีผู้อภิปราย จำนวน 12 คน และ ส.ส.รัฐบาล รวม 25 คน โดยจะให้เวลาฝ่ายละ 9 ชั่วโมง เชื่อว่าฝ่ายค้านคงจะใช้เวลาครบ ส่วนฝ่ายรัฐบาลจะใช้เวลาครบ 9 ชั่วโมงหรือไม่ ขอรอดูสถานการณ์ก่อน ถ้าเป็นไปได้คาดว่าจะจบภายในหนึ่งวัน แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลไม่ลดผู้อภิปรายอาจจะใช้เวลา 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าฝ่ายค้านประกาศจะไม่ให้ พ.ร.ก.ดังกล่าวผ่านสภา นายวิรัชตอบว่า ฝ่ายค้านก็พูดเหมือนตอนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่บอกว่าจะไม่ให้ผ่าน แต่เราก็ผ่านมาได้ อย่างไรก็ตาม การประชุมวิปรัฐบาลในครั้งนี้จะมีมติว่าต้องผ่าน พ.ร.ก.ฉบับนี้ แม้ว่าการอภิปรายจะเป็นแบบราชสีห์ แต่การโหวตต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต่างจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลนำมาใช้ในปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้มีการสรุปการดำเนินการเพื่อรายงานให้กับประชาชนได้รับทราบ รัฐบาลต้องวิเคราะห์ว่ามีปัญหาอะไรที่ควรป้องกันไม่ให้มาเกิดซ้ำกับ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน ตั้งแต่ใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทล่าช้า ใช้ไม่หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โอกาสที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะกู้ครั้งที่ 3 คงยากแล้ว เพราะเงินกู้เต็มวงเงิน 60% ของจีดีพีประเทศ รัฐบาลล้มเหลวจนกองเชียร์ชุดสุดท้ายยังตีจาก มีโอกาสที่จะกลับบ้านแบบโดดเดี่ยว จึงต้องใช้เงินกู้ครั้งสุดท้ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105615</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบลับ, พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be2575903bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งทีมชำแหละพรบ.งบฯ อัดพรก.ซอฟต์โลนทิพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยรัฐบาลส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านเข้าสภา 27 พ.ค.นี้ ไปอภิปรายหลัง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ยอมรับหากถูกคว่ำต้องยุบสภาตามธรรมเนียม ประชาธิปัตย์คึกคักตั้งทีม&amp;nbsp; ส.ส.อภิปรายงบฯ 13 คน ปชป.ไม่ไว้หน้า อัด พ.ร.ก.ซอฟต์โลน รัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า คาดว่าอาจจะส่งให้สภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงวันที่? 27-28 พ.ค.นี้ โดยสามารถพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งวันที่จะพิจารณาก็แล้วแต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะกำหนด? ความจริงมีความสำคัญก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯด้วยซ้ำไป เพราะในรัฐธรรมนูญใช้คำว่า เสนอในโอกาสแรก แต่เผอิญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้จัดคิวไว้แล้ว และส่งวาระแล้ว? ตอนนี้เสียเวลาไปแล้ว 15 วัน ดังนั้น?เมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เสร็จแล้ว จะพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้เลย ไม่ถือว่าล่าช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทางฝ่ายค้านท้วงติงมาว่าหากพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับติดกันจะทำให้เหลือเวลาดูรายละเอียดน้อย รองนายกฯ ตอบว่า ก็ด้วยเหตุผลอันนี้ หากรัฐบาลรีบส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเลยจะทำให้ประธานสภาฯ ลำบากใจในการบรรจุวาระการประชุม เพราะหากส่งเร็วต้องบรรจุเร็ว และเมื่อบรรจุเร็วจะไม่ได้ทำการบ้าน ดังนั้น? คาดว่าจะส่งไปให้สภาบรรจุในวาระภายใน 1-2 วันนี้ เมื่อขอบรรจุไปแล้วจะไปต่อกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 โดยสภาจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ วันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. จากนั้นจะเป็นวันหยุด หากสะดวกและพร้อมพิจารณาต่อในวันที่ 4 มิ.ย.ได้เลย แต่ถ้าไม่พร้อมก็แล้วแต่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าการผ่านหรือไม่ผ่านร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุแจงว่า ถ้าผ่านก็มีผล? ถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีผล ซึ่ง พ.ร.ก.ที่ผ่านไปก็มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ว่าหากสภาไม่อนุมัติหรือไม่เห็นชอบ ?แปลว่าต้องหยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หากร่าง พ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านต้องยุบสภาหรือไม่? นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ ถูก โดยธรรมเนียม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการประชุม ส.ส.ของพรรคว่า พรรคได้รับการจัดสรรเวลาให้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 138 นาที มี ส.ส.แจ้งความประสงค์อภิปรายหลายคน ซึ่งจะมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, นายกนก วงษ์ตระหง่าน, นายเกียรติ สิทธีอมร นำทีม ส.ส.รวม 13 คน ในการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ และยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่จะได้อภิปรายเพื่อใช้ประโยชน์ในชั้นกรรมาธิการในวาระ 2 ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวด้วยว่า สำหรับ ส.ส.ของพรรคที่จะเป็นกรรมาธิการงบประมาณฯ นั้น มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่, นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และ น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจะใช้ภาษีประชาชนอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ การอ้างเรื่องการฟื้นฟูและเยียวยา เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น แต่การเลี่ยงการตรวจสอบจากตัวแทนประชาชน คือเท่ากับว่าไม่ให้เกียรติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินกู้เพื่อสร้างระบอบประยุทธ์ ผ่านการซื้อเสียงล่วงหน้า ตามโครงการของรัฐบาล ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าเงินกู้ 500,000 ล้านบาท จะนำไปสร้างโครงการประชานิยม ขยายฐานเสียงทางการเมืองให้กับรัฐบาล รวมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องนายทุนที่ใกล้ชิดระบอบประยุทธ์ ได้ประโยชน์มหาศาล มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่นำไปช่วยเหลือประชาชน นี่คือผลของระบอบประยุทธ์ มองผลประโยชน์ตัวเอง มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน สร้างหายนะให้ประเทศ ขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม จนยากที่จะฟื้นฟูในอนาคต&amp;quot; ส.ส.น่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันเดียวกันนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.ซอฟต์โลน) โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการตรา พ.ร.ก.ดังกล่าวว่า สืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเครดิตการเงินของประเทศปรับสูงขึ้นมาก ที่ผ่านมาแม้ภาครัฐจะให้การช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการนาน จึงต้องมีมาตรการเพิ่มสภาพคล่องให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลก และลดภาระหนี้ มาตรการต่างๆ ต้องทำโดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ประกอบด้วย 2 มาตรการคือ 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสม และ 2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักหนี้) วงเงิน 1 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างไม่ได้ แต่ต้องฟังทุกภาคส่วน การปล่อยกู้ผ่านสถาบันการเงิน เราไม่มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเชิงนโยบาย จึงไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ แต่เป็นนโยบายของแต่ละธนาคารที่กำหนดเอง และแม้ว่าการแก้ไขปัญหาเฉพะหน้าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ แต่ต้องมองระยะยาวต่อไปในวันข้างหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลน มาแล้ว แต่ไม่ตอบโจทย์ ครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 แต่กลับไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการอธิบายว่า อยากเห็นการปล่อยกู้เท่าไหร่อย่างไร มีแต่การบอกวัตถุประสงค์คร่าวๆ ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการกำกับธนาคารต่างๆ ให้ปล่อยกู้ตามเป้าหมาย ธปท.ต้องเพิ่มมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารต่างๆ ในการปล่อยสินเชื่อ เช่น ให้มีค่าธรรมเนียมพิเศษกรณีลูกหนี้ขอวงเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินของรัฐมีความเข้มแข็งมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ตั้งคอลเซ็นเตอร์รวมถึงโครงการคลินิกช่วยกู้ เพื่อรับเรื่องให้คำปรึกษาระหว่างเอสเอ็มอีกับสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เท่าที่ทราบและพูดคุยกับผู้ประกอบการมา ได้ยินถึงขนาดว่าคนที่เดินเข้ามาหาแบงก์เพื่อขอกู้&amp;nbsp; ร้อยทั้งร้อยแทบไม่มีใครได้กู้ ได้ยินแล้วพูดตรงๆ ว่าฟังแล้วทั้งเจ็บ ทั้งจุก ครั้งแล้วครั้งแล้ว ที่ธุรกิจเล็กๆ ธุรกิจที่เดือดร้อน ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงวงเงินเยียวยาจริงๆ รัฐบาลสู้อุตส่าห์เตรียมวงเงินสูงถึง 350,000 ล้าน เพื่อพยุงธุรกิจ เขียน พ.ร.ก.อย่างสวยหรู อ่านแล้วดูดีมีความหวัง แต่มันไม่สำคัญ ในความเป็นจริงแบงก์ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามได้อย่างที่เขียน ขอให้นิยามซอฟต์โลนฉบับใหม่นี้ว่าซอฟต์โลนทิพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เชื่อว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวยังไม่สามารถทำให้สถาบันการเงินคลายความกังวลในการปล่อยกู้ได้ อีกทั้งการประกอบธุรกิจขณะนี้ พบว่าเกิดลักษณะซอมบี้ คอมปานี หรือธุรกิจผีดิบ ที่ไม่เติบโต และไม่ตาย เชื่อว่าธนาคารจะไม่ปล่อยเงินให้กู้ ซึ่งจากการติดตามของกรรมาธิการ พบว่ามีกลุ่มธุรกิจรายย่อยมาร้องเรียนกับกรรมาธิการ และเมื่อกลับไปยังภูมิลำเนา พบว่าธนาคารปฏิเสธไม่ร่วมทำการค้าด้วย ดังนั้นความคิดและทัศนคติของธนาคารไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104431</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านเ, พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565, พรก.ซอฟต์โลน, วาระการประชุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afb55b84ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ขอเลื่อนเปิดสภา แฉส.ส.ไม่ยอมฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังประชารัฐเสนอเลื่อน พิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไปกลางเดือนหน้า หวั่นเกิดคลัสเตอร์สภา เผยได้รับการยืนยันจากสภาว่ามี ส.ส.ฉีดวัคซีนแค่ 236 คนเท่านั้น เตือน &amp;quot;ชวน&amp;quot; เปิดสภาช่วงนี้่ไม่ปลอดภัยแน่ๆ ขณะที่เพื่อไทยกั๊กขอฟัง ศบค.กับสภาก่อน ถ้าเลื่อนต้องชดเชย อย่าหนีการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขอเสนอให้เลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ไปเป็นกลางเดือนมิถุนายน ขณะนี้การแพร่ระบาดเชื้อโควิดใน กทม.รุนแรงมาก เท่าที่ทราบตัวเลข ส.ส.ที่ฉีดวัคซีนโควิดที่ได้รับการยืนยันจากสภามีแค่ 236 คน จาก ส.ส.กว่า 480 คน แต่ไม่ทราบว่ามี ส.ส.ไปฉีดวัคซีนเองในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ยังไม่รวมคนติดตาม คนขับรถ เจ้าหน้าที่ในสภาอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งกำลังเร่งระดมฉีดกันอยู่ในช่วง 2-3 วันนี้ และเมื่อฉีดไปแล้วยังไม่เกิดภูมิคุ้มกันทันที ต้องรอฉีดเข็มสองก่อน ใช้เวลาอีกร่วมเดือนจึงจะเกิดภูมิคุ้มกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า การเปิดสภาช่วงนี้ไม่มีความปลอดภัย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะกล้าเสี่ยงเปิดประชุมสภา หรือควรรอไปกลางเดือน มิ.ย. ให้ทุกคนเกิดภูมิคุ้มกันเต็มที่ก่อน ในฐานะประธานกิจการสภาฯ ได้ทำหนังสือให้ข้อแนะนำไปยังเลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร ถึงมาตรการการเตรียมความพร้อมและการป้องกันช่วงเปิดสภาว่า ต้องวางมาตรการเข้มงวด ทั้ง ส.ส. คนติดตาม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนสื่อมวลชน หากยังได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 เข็ม จะไม่อนุญาตให้เข้าสภาเด็ดขาด ซึ่งในวันที่ 24 พ.ค. สำนักเลขาธิการสภาฯ จะสรุปมาตรการควบคุมเฝ้าระวังต่างๆ แจ้งให้ กมธ.กิจการสภาฯ ทราบอีกครั้ง เพราะถ้าเกิดคลัสเตอร์สภาขึ้นมา ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านขอฟังความเห็นจาก ศบค.และทีมแพทย์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง จะให้เปิดสภาประชุมร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2565 ได้หรือไม่ ทราบว่านายชวน รอฟังคำตอบเรื่องนี้จาก ศบค.อยู่เช่นกัน แม้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะออกมาตรการเฝ้าระวังควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในช่วงเปิดประชุมสภา แต่ก็ต้องรอฟังความชัดเจนจาก ศบค.อีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าจะต้องเลื่อน ต้องมีคำตอบชัดเจน เลื่อนถึงเมื่อใด จะมีวิธีชดเชยเวลาที่เสียไปอย่างไร จะต้องมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ อย่าฉวยโอกาสอ้างสถานการณ์โควิดเลื่อนเพื่อปัจจัยการเมือง หนีการตรวจสอบต่างๆ หรือไปออก พ.ร.ก.เกี่ยวกับการกู้เงินต่างๆ เพิ่มเติมอีก เพื่อนำเงินไปใช้เป็นภารกิจทางการเมือง แอบใช้เงินในทางไม่โปร่งใส&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ากรณีคณะรัฐมนตรีออก พ.ร.ก.เงินกู้เพิ่มเติมอีก 7 แสนล้านบาทแก้ปัญหาไวรัสโควิดว่า ตั้งแต่ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินไม่ถูกต้อง แทนที่จะทุ่มนำเข้าอุปกรณ์ทดสอบโควิด เปิดเสรีนำเข้าวัคซีน ลงทุนเครื่องมือแพทย์ ป่านนี้ฉีดวัคซีนยังล่าช้า การใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทวางแผนไว้พอหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรื่องการเยียวยามีหลายโครงการ เป็นลักษณะขยายหาฐานเสียงสนับสนุน ควรจะต้องมีการทักท้วง การลดค่าใช้จ่ายประจำวัน จะช่วยไปได้นานกี่เดือน เรื่องการแก้ปัญหารื้ออำนาจผูกขาดของบริษัทธุรกิจพลังงาน ดูแลส่วนนี้เต็มที่หรือยัง นักธุรกิจเล็กน้อยประสบปัญหามาก ช่วยได้แค่ให้กู้เงินเพิ่ม พักชำระหนี้ ควรดูตัวอย่างการช่วยเหลือของประเทศอื่น ที่ใช้วิธีให้เงินผ่านบริษัท ถ้าจ้างงานอยู่ รัฐบาลช่วยแบกรับภาระให้ระยะเวลาหนึ่ง ผูกโยงลูกจ้างไว้กับนายจ้าง ให้ธุรกิจขนาดย่อยพัฒนาฟื้นฟูตัวเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระชัยกล่าวถึงโครงการฟื้นฟูต่างๆ ที่มีการเผยแพร่โดยสภาพัฒน์ พบส่วนราชการมีการนำเงินไปใช้ในงานปกติ เช่น โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็ง พัฒนาทักษะอาชีพ ทั้งหมดดูแล้วกลายเป็นเอาเงินให้ส่วนราชการขับเคลื่อนโดยรัฐมนตรีที่คุมกระทรวง ไม่มีภาพชัดเจนว่ากระตุ้นให้ชุมชนมองภาพรวมอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านนั้น เชื่อว่าไม่ต่างจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน น่าเป็นห่วงมีลักษณะเอื้ออำนวยให้รัฐบาลใช้เงินได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ ตีเช็คเปล่า ตั้งกลไกกำหนดวิธีการทำงานชงเองกินเอง ใครจะตรวจสอบได้ แทนที่จะรับฟังความเห็นจากรัฐสภา กลับใช้วิธีออกเป็น พ.ร.ก. อ้างกรณีฉุกเฉิน ความฉุกเฉินคือโดยปัจจุบันไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่โควิดผ่านมา 5 เดือนแล้ว การกู้เงินเพิ่มทำไมไม่จัดทำข้อมูลเสนอเป็น พ.ร.บ. อย่างโปร่งใส ให้ประชาชนรับทราบ ทำได้แต่เนิ่นๆ แต่ไม่ทำ เบื้องลึกต้องการใช้เงิน ตีเช็คเปล่าเบ็ดเสร็จเหมือน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับแรกใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาย?ณัฐชา? บุญไชยอินสวัสดิ์? ส.ส.เขตบางขุนเทียน กทม. และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อไปสู้กับการแพร่ระบาดของโควิดและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผ่านมาแล้ว 1 ปี ถามว่าเห็นผลอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรม ส่วนใหญ่เป็นเงินโอนไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo;, &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo;,&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ขอให้อ่านปากณัฐชานะครับ หนึ่งล้านล้านบาท แต่มีผลงานแค่นี้ โครงการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ การจ้างงาน แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน ให้กลับมาลืมตาอ้าปาก สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตได้แทบไม่มีเลย เบิกจ่ายได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่แย่ไปกว่านั้นคือเกิดโควิดระลอก 3&amp;nbsp; มีมาตรการควบคุมต่างๆ นานาออกมาแล้ว แต่เมื่อถามเงินเยียวยาอยู่ไหน ก็ได้รับคำตอบเป็นความเงียบ คนหาเช้ากินค่ำเอย ผู้ประกอบการร้านอาหารเอย การท่องเที่ยวเอย การโรงแรมเอย นักร้องนักดนตรีแทบจะกระอักเลือดกันหมดแล้ว ที่ประหลาดที่สุดคือโครงการชื่อโคก หนอง นา ที่ไปมีการตั้งศูนย์เรียนรู้ในค่ายทหาร 157 แห่ง ถามหน่อยว่าไปเรียนทำไมตรงนั้น และเกิดประโยชน์อะไรกับสถานการณ์โควิดตอนนี้บ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชายังกล่าวต่อไปว่า หากมองไปที่แผนงานสาธารณสุข ก็จะพบเห็นแต่ความล้มเหลวอันเนื่องมาจากผู้บริหารไร้ประสิทธิภาพ ถึงทุกวันนี้ หลายโรงพยาบาลยังต้องมาขอรับเงินบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผลของมันคือเมื่อพอเกิดการระบาดระลอกใหม่ที่หนักกว่าเดิม แรงกว่าเดิม เร็วกว่าเดิม แต่อุปกรณ์ไม่พอ ก็กลายเป็นสถานการณ์ฉุกละหุก ถ้าไม่มีงบตนก็คงไม่ว่าอะไร แต่นี่คือมีแต่แค่บริหารจัดการไม่ได้ จัดลำดับความสำคัญของปัญหาไม่เป็น มันก็เลยเกิดปรากฏการณ์เจ็บแต่ไม่จบ&amp;nbsp; วนเวียนซ้ำซากไปแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในวิกฤติด้านสุขภาพ หมอและพยาบาลร้องขอให้มีการลงทุนเพิ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่การเบิกจ่ายกลับเป็นไปอย่างล่าช้า การบริหารงบประมาณ 1 ล้านล้าน เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด เหมือนลูกที่ชอบถลุงเงินพ่อแม่ไปสนุกกับเพื่อนฝูง พอหมดแล้วก็มาขอใหม่ อยากให้สำนึกไว้ว่า เงินของประเทศมาจากภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินของคุณพ่อคุณแม่คุณประยุทธ์ ที่จะขอไปใช้ล้างใช้ผลาญอะไรก็ได้&amp;quot; โฆษกพรรคก้าวไกลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103839</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ, ส.ส.ไม่ยอมฉีดวัคซีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดสภาช่วงนี้่ไม่ปลอดภัย, เสนอเลื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b46961bfc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6พรรคฝ่ายค้าน ไม่ร่วมโหวตงบ63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 6 พรรคฝ่ายค้านย้ำไม่ร่วมสังฆกรรม พ.ร.บ.งบฯ เปิดทางรัฐบาลดำเนินการตามสะดวก แต่ขู่เลยกรอบ 105 วันในการพิจารณาอาจผิดกฎหมาย &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; แผ่นเสียงตกร่อง ไม่เลิกไล่อัดศาลรัฐธรรมนูญ วิปรัฐบาลสั่ง ส.ส.ห้ามขาด ห้ามลาโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประชุมหารือเกี่ยวกับการดำเนินการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ในวาระ 2-3 ที่จะมีการประชุมในวันที่ 13 ก.พ. โดยการหารือครั้งนี้มีหัวหน้าพรรค 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปรัฐบาล เข้าร่วมพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุม 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านทุกคนจะมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยร่วมเป็นองค์ประชุม แต่การดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการเสียบบัตรแทนกันนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่สุจริต และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยไม่อยู่ในที่ประชุม และมีการเสียบบัตรแทนกัน จึงถือว่าเป็นการออกเสียงที่ไม่สุจริต ดังนั้นเรารอความรับผิดชอบส่วนตนและรัฐบาล การแสดงความรับผิดชอบสูงสุดคือลาออก เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มติดังกล่าวที่ออกมา เพื่อให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เกิดความรวดเร็ว ตามความต้องการของประชาชน หากฝ่ายค้านร่วมประชุมด้วยในวันที่ 13 ก.พ. เราได้สงวนคำแปรญัตติไว้จำนวนมาก จะต้องใช้สิทธิในการอภิปรายใช้เวลานาน 2-3 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หากย้อนไปที่มูลเหตุของการเกิดปัญหา ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่รัฐบาลกลับมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ฝ่ายค้านก็อยู่ร่วมประชุมด้วย แต่กลับเกิดเหตุการณ์มีคนเสียบบัตรแทนกัน ทำให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้สะดุด รัฐบาลทำเสียของ ดังนั้นครั้งนี้เราจะให้ความร่วมมือเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่สามารถร่วมอยู่ประชุมด้วยได้ โดยจะเปิดทางให้รัฐบาลพิจารณางบประมาณได้โดยสะดวก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่สุ่มเสี่ยงที่จะร่วมในการกระทำที่ไม่ชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยไม่ชัดเจนในหลายข้อ จึงจะไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงในเรื่องความถูกผิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความกังวลว่า เนื่องจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 143 กำหนดให้การพิจารณากฎหมายของสภาและวุฒิสภาเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดเรื่องนี้ และการพิจารณาพรุ่งนี้จะเกินเวลา ดังนั้น ส.ส.จึงกังวลใจว่าหากร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้จะเป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นการร่วมทำงานตามมารยาทที่พองามพอดีเป็นวิถีทางที่เราทำได้เพียงเท่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สื่อมวลชนรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า เจรจากับพรรคเพื่อไทยได้ แต่จะมีปัญหากับพรรคอนาคตใหม่นั้น ขอเรียนว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อจากบุคคลใดในฟากรัฐบาลเลย ดังนั้นรู้ได้อย่างไรว่าคุยยาก ในเมื่อไม่เคยมาพูดคุยกันเลย รัฐมนตรีคงคิดเอาเอง
ไล่อัดศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คำร้องที่ฝ่ายค้านได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตามมาตรา 148 วรรค 3 นั้น มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการตราไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญสามารถทำได้อย่างเดียวคือการวินิจฉัยให้ร่างกฎหมายนั้นตกไปทั้งฉบับ แต่หากวินิจฉัยว่าชอบ ก็เดินหน้าต่อ แต่กรณีที่ออกมานั้น จะงงในตัวเอง เพราะท่อนแรกบอกว่า การเสียบบัตรแทนกัน ย่อมมีผลในการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงมิร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่พอมาถึงตอนท้ายกลับบอกว่าร่างนี้ไม่ตกไปทั้งฉบับ เพราะต้องคำนึงถึงสภาพการณ์และเหตุผลความจำเป็นในการใช้งบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปแล้วเป็นคำวินิจฉัยที่ผสมผสานกันทุกเรื่อง แถมท้ายด้วยการสั่งให้สภาลงมติกันใหม่ในวาระ 2-3 &amp;nbsp;เห็นว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด และหากปล่อยไว้เช่นนี้ วันข้างหน้าศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถสั่งอะไรก็ได้โดยที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม การเป็นซูเปอร์รัฐธรรมนูญ กลายเป็นคนที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ผิดในหลักการถ่วงดุลอำนาจ เป็นเหตุให้ฝ่ายค้านต้องมานั่งคิดกันว่าเราจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรบอกว่า เวลานี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อและมหัศจรรย์จากที่ทั้งสภาต้องมาวุ่นวายและมานั่งคิดอ่านกันใหม่หมดเพื่อแก้ปัญหาให้กับ ส.ส.ไม่กี่คนที่เสียบบัตรแทนกัน แล้วจนถึงวันนี้เรายังไม่เคยได้ยินเสียง ส.ส.คนนั้นพูดสักคำ แม้กระทั่งขอโทษก็ไม่มี ความรับผิดชอบอะไรก็ไม่มี ทำเป็นเงียบๆ เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มองว่าสิ่งนี้ไม่ยุติธรรมต่อทั้งสภาผู้แทนราษฎร ต่อตัวรัฐบาล และต่อประชาชน ก็ไม่แน่ใจว่าวันที่ 13 ก.พ. ในที่ประชุมท่านจะรู้สึกอะไรหรือไม่ ที่คนทั้งสภาจะต้องมาแก้ปัญหาที่ท่านเป็นคนก่อขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนเห็นความพยายามในการออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาล เหมือนกับหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา จนถูกตั้งคำถามว่า รัฐบาลลอยแพประชาชน ปฏิเสธความรับผิดชอบแทบทุกเรื่อง จนความเชื่อมั่นเสื่อมทรุดในแทบทุกบริบท ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 มีปัญหา เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันจนต้องนำมาพิจารณากันใหม่ ไม่มีใครไปสร้างปัญหาให้ สนิมเกิดจากเนื้อใน รัฐบาลทำตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า หลังจากที่วิปฝ่ายค้านมีมติไม่เข้าร่วมลงมติในวาระสองและวาระสาม ฝั่งรัฐบาลต้องดำเนินการประชุมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไว้ตามกระบวนการ คือ ลงมติตั้งแต่มาตรา 1 ต่อเนื่องจนถึงมาตรา 55 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้าย ส่วนการอภิปรายนั้น มติวิปรัฐบาลเห็นร่วมกันคือสามารถอภิปรายได้ในส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระใหม่ และไม่ซ้ำเดิมจากการอภิปรายในวาระสอง รอบแรก ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. เนื่องจากถือว่าการอภิปรายของ ส.ส.เคยเกิดขึ้น และได้รับการบันทึกไว้แล้ว ส่วนจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันเดียวหรือไม่นั้น ตนยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะต้องรอดูท่าทีที่ชัดเจนจาก ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอีกครั้ง&amp;nbsp;
ห้ามขาด ห้ามลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ส.ฝั่งรัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุมและการลงมติไว้ให้ครบถ้วน ห้ามขาด ห้ามลาโดยเด็ดขาด ซึ่งวันพิจารณาวาระสองและวาระสาม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนต้องร่วมประชุมและลงมติให้ครบถ้วนทุกคน&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลและท้วงติงว่าการพิจารณาของสภาวาระสองและวาระสาม วันที่ 13 ก.พ.นั้น อาจเกินเวลา 105 วันที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาพิจารณาให้แล้วเสร็จ นายวิรัช กล่าวว่า สภาต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้สภานำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 พิจารณาวาระสองและวาระสาม ส่วนประเด็นระยะเวลา 105 วันนั้น จากคำร้องที่ตนและคณะยื่นเป็นคำถามให้ศาลรัฐธรรมนูญด้วย กลับไม่มีคำวินิจฉัย ดังนั้นการปฏิบัติของสภาต้องดำเนินการตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่ององค์ประชุมสภาเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากและ ส.ส.ทุกคน แต่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบมากกว่าอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณามาพอสมควรแล้ว จึงต้องหาทางช่วยกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวว่า เมื่อมีการเริ่มต้นในวาระที่ 2 ใหม่ ส.ส.ย่อมมีสิทธิอภิปรายได้เต็มที่ แต่เนื่องจากเคยอภิปรายกันเต็มที่มาแล้ว ดังนั้น กระบวนการจากนี้น่าจะประหยัดเวลาลงไปได้ ประกอบกับ ส.ส.ย่อมทราบดีว่าเป็นเรื่องที่พิจารณากันมาแล้ว คงจะไม่มีการลงรายละเอียดกันมากนัก ทั้งนี้ ยังไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณา แต่คิดว่าการพิจารณาไม่น่าจะช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน อย่างน้อยกฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องมีเงินไปใช้จ่ายสำหรับทุกองค์กร&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่อง ส.ส.ที่เขาคุยกันอยู่แล้ว พยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะเป็นความร่วมมือของทุกพรรค ฝ่ายค้านจะอยู่ร่วมโหวตหรือไม่ แล้วแต่เขา เขามีสิทธิทำอย่างไหนได้ก็ทำไป แต่ประชาชนก็ต้องดูติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีปัญหา เพราะคราวที่แล้วฝ่ายค้านก็ไม่ได้โหวต ซึ่งจริงๆ น่าจะไม่ได้โหวตในกฎหมายหลายฉบับ แต่ว่าเสียงทางฝ่ายรัฐบาลต้องให้พอ พอในที่นี่คือพอตามองค์ประชุมทั้งหมด
เสียบบัตรจับได้จ่าย 1 แสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป หากสื่อมวลชนและพลเมืองดีทั่วไป ส.ส.มีการเสียบบัตรแทนกัน 2 ครั้งขึ้นไป กับการลงมติกฎหมายทุกฉบับ รวมทั้งญัตติต่างๆ หากมีหลักฐานดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอ สามารถรับเงินกับตนได้ เหตุการณ์ละ 1 แสนบาท โดยไม่จำกัดเหตุการณ์ แต่ห้ามก๊อปปี้ภาพเขาแล้วมารับเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานดังกล่าวไม่ต้องผ่านการตรวจสอบในชั้นศาล หรือตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ แต่สามารถมารับเงินโดยตรงกับผมได้เลย เพราะผมมีทรัพย์สินถึง 500 ล้านบาท คิดว่างานนี้คงไม่เกิน 10 ล้านบาท ยังเหลือเงินอีกตั้ง 490 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับผู้ที่นำหลักฐานมาเปิดเผย ผมมีวิธีปกปิดไม่ให้ได้รับผลกระทบตามมา&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) เปิดเผยว่า ประธานวุฒิสภากำหนดนัดประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้เสร็จตามกรอบเวลา ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เรื่องนี้ได้ผ่านการอภิปราย และพิจารณาไปแล้ว จึงจะขอร้องสมาชิกวุฒิสภาว่า หากจะอภิปราย ก็ขอให้อภิปรายอย่างกระชับที่สุด และไม่ซ้ำเดิม คาดว่าจะพยายามใช้เวลาอภิปราย และลงมติให้เสร็จภายในวันเดียว จะได้ส่งคืนไปตามช่องทางเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ระบุไม่ให้ราคาคนนอกอดีต ส.ส.นอกสภาว่า ให้สัมภาษณ์ลักษณะสไตล์เดิมๆ ของ ร.ต.อ.เฉลิม ขอถามกลับว่าการอภิปรายในเรื่องใดๆ ได้มีการปรึกษาหารือกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยแล้วหรือไม่ ระวังทำอะไรไม่ปรึกษาหารือ เดี๋ยวคุณหญิงโกรธหรือไม่พอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มี ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ส่งข่าวมาบอกว่าอย่าไปถือสาท่านเลย เพราะท่านก็อายุมาก ดื่มไวน์ก็เยอะ สุขภาพก็ต้องดูแลรักษา ทุกคนห่วงใยท่าน ทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีใครจะทำงานให้พรรค ก็อยากจะถามกลับท่านเหมือนกันว่า ท่านเฉลิมก็อยู่นอกสภา ไม่ได้อยู่ในสภาเช่นกัน ราคามวยก็คงไม่ได้มีราคาอะไรมากมายที่ต้องกังวล&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57040</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 พรรคฝ่ายค้าน, งบ 63, พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ร่วมสังฆกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440fcce232e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เสรีพิศุทธ์’ลามซัดศาลเป๋ สมชัยปูด17ส.ส.เสียบบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ส.ส.พลังท้องถิ่นไทจนมุมเสียบบัตรแทน รูดซิปปากบัตรปริศนา 2 ใบในมือเจ้าของเป็นใคร ด้าน &amp;quot;สมชัย&amp;quot; ชี้เป้าเพิ่มอื้ออาจมีถึง 17 คน จี้สภาเก็บให้ครบ ด้าน &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; โวยศาลวินิจฉัยเป๋หลังยกคำร้องลงชื่อซ้ำ ขณะที่ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันไร้อุปสรรค พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ติดหล่ม แง้มรัฐบาลมีทางออกหลายช่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่รัฐสภา นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงภายหลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่เจ้าตัวมีพฤติกรรมลักษณะลงมติให้ ส.ส.คนอื่นในระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า ยินดีที่จะให้ข้อมูลกับคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบกรณีเสียบบัตรแทน เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบของสภา รวมไปถึงการตรวจสอบจริยธรรมของนักการเมืองด้วย อยากให้รอกระบวนการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่านายโกวิทย์เสียบบัตรแทนคนอื่นจริงหรือไม่ นายโกวิทย์ตอบบ่ายเบี่ยงว่า ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่านอกจากบัตรตัวเอง 1 บัตรที่ถือไว้ อีก 2 ใบที่เหลือคือของใคร นายโกวิทย์กล่าวเพียงสั้นๆ และย้ำคำตอบเดิมว่า ตนเองถือบัตรของตัวเองอยู่จริง ที่เหลือไม่ขอตอบ แต่ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;สมชัย ศรีสุทธิยากร&amp;rdquo; กรณี ส.ส.ในสภาเสียบบัตรแทนกันในการลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่น่าจะจบแค่ 8 คนที่ถูกเปิดเผยชื่อออกมา แต่เมื่อมีผู้เสียบแทน ย่อมมีผู้ให้เสียบแทน หรือหากพบว่ามีผู้ยอมให้เสียบแทน ก็ต้องสอบสวนไปให้เจอผู้ที่ไปเสียบแทน ซึ่งไม่ยาก การตรวจสอบเวลาในการเสียบบัตรที่มีปัญหา และชื่อผู้เสียบบัตรในลำดับก่อนและหลัง ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาน่าจะมีอยู่ และสอบสวนบุคคลดังกล่าวและบุคคลที่เสียบบัตรในช่องใกล้เคียงถึงพฤติกรรมผิดปกติที่เขาเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภูมิใจไทยมี 3 คนให้คนอื่นเสียบ และ 1 คนเสียบแทนคนอื่น ดังนั้นอย่างน้อยต้อง +1 ถึง +4 จำเลยที่เกี่ยวข้องพลังประชารัฐ มี 1 คนที่เสียบให้คนอื่น และ 1 คนที่ไม่อยู่ แต่มีคนอื่นเสียบบัตรแทน ก็อาจ +0 จนถึง +2 ประชาธิปัตย์ เสียบให้คนอื่นอีก 1 ดังนั้น จำเลย +1 แน่นอนเช่นเดียวกับพลังท้องถิ่นไท เสียบให้คนอื่นอีก 2 ดังนั้น +2 จำนวนคนที่เกี่ยวข้องเมื่อคิดสองทาง คือผู้ใช้และผู้กระทำ จะอย่างน้อยก็ +4 ไปจนถึงมากสุดถึง +9
&amp;nbsp;ตัวเลขคนที่กระทำผิด จึงแปรผันอยู่ที่ 8+4 คือ 12 คน ถึง 8+9 คือ 17 คน ท่านประธานชวน อย่าลืมบอกท่าน เลขาธิการรัฐสภา เก็บ spare ให้ครบถ้วนด้วยครับ&amp;rdquo; นายสมชัยระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องปมเสียบบัตรแทนกันของพรรคเสรีรวมไทยว่า สาเหตุที่ไม่รับคำร้องเพราะพบว่า ส.ส.ที่ลงชื่อท้ายคำร้องไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเองไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยในครั้งนี้ เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติว่าจะลงชื่อท้ายคำร้องซ้ำกันไม่ได้ เพราะการยื่นคำร้องไม่เหมือนกับการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และคำร้องของตนเองก็มีชื่อของนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และไม่แน่ใจว่าการที่ศาลไม่รับคำร้องเป็นเพราะในคำร้องของตนเองมีการแนบเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบของนายกฯ ซึ่งไม่เหมือนกับคำร้องของพรรคอื่น และเห็นว่าหากศาลวินิจฉัยอย่างนี้ ตนเองจะเอาชื่อของ ส.ส.ที่ไหนมาเพื่อไม่ให้ซ้ำ เพราะแต่ละคำร้องต้องใช้ ส.ส.ลงชื่อถึง 80 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า ตนเองเห็นว่าศาลวินิจฉัยเป๋ไปหมด จึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งใหม่ว่าลงชื่อท้ายคำร้องซ้ำกันได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าศาลจะสั่งอย่างไรก็ได้ และได้ให้นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทยไปตรวจสอบทุกคำร้องว่ามีชื่อของส.ส.ที่ลงชื่อไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เนื่องจากตนเองจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมกรณีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาแถลงยอมรับว่าเสียบแทนกัน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เพราะเป็นการรับสารภาพแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบทุกกรณีที่ปรากฏการเสียบบัตรแทนกันขึ้นมา &amp;nbsp;ส่วนใครจะมีเจตนาอย่างไร ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนแนวทางในการป้องกันในอนาคตนั้น ที่ผ่านมามี ส.ส.เสนอแนวทางรูปแบบการลงคะแนนใหม่ แต่เราต้องดูความเป็นจริงว่าการลงทุนแบบนั้น หากมากเกินความจำเป็นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะความจริงอยู่ที่หน้าที่ และความรับผิดชอบของ ส.ส.แต่ละคน แต่ก็ต้องยอมรับว่าห้องประชุมสภาที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ยังไม่มีความพร้อม เครื่องลงคะแนนไม่ครบตามจำนวน ส.ส. คาดว่าสมัยประชุมหน้าเดือนพฤษภาคม น่าจะลดปัญหาการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า เมื่อศาลรับคำร้องไปแล้วก็ว่าไปตามกระบวนการ รอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ. ส่วนผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อาจมีบ้างเป็นธรรมดา แต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคใหญ่โตหรือเสียหายไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในแนวทางไหน เพราะรัฐบาลเตรียมการในส่วนนี้เอาไว้แล้วทุกทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ในวันที่ 4 ก.พ. กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการรองรับการใช้งบประจำและงบทั่วไปเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีการหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ดังนั้น งบประจำและงบลงทุนที่ผูกพันงบประมาณจะไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนโครงการใหม่ที่ยังไม่เคยผูกพันงบประมาณ สำนักงบประมาณได้เสนอไว้ก่อนแล้วให้เดินหน้าเจรจาเตรียมการไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงนาม เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ประกาศใช้ได้จะลงนามได้ทันที ทำให้การดำเนินการเร็วขึ้น ยืนยันจะไม่เกิดความเสียหายต่อผู้รับเหมาก่อสร้าง คนงาน ผู้ใช้แรงงาน หรืออะไรที่หวั่นเกรงกัน เรื่องงบประมาณล่าช้าเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งนี้ช้ามาแล้ว 4 เดือน หากจะช้าอีก 1-2 เดือนก็เป็นไปได้ ถือว่าครั้งนี้ช้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมการในแง่ร้ายไว้แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แง่ร้ายต่องบประมาณตนนึกไม่ออก แต่แง่ร้ายต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นึกได้ แต่ได้เตรียมการในส่วนนี้ไว้แล้ว สามารถทำให้รวดเร็วได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยออกมาในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ นายวิษณุกล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หากอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ครม.สามารถออกเป็นพระราชกฤษฎีกาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ในกรณีหากจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยสภา และใช้วิธีนี้ในการดำเนินการ แต่ไม่คิดถึงวิธีที่ไม่ต้องขอเปิดสภากันบ้างหรือ ส่วนมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญก็เป็นหนึ่งในหลายช่องทาง รวมถึงการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นทุกเรื่องทุกประเด็น ถามไปแม้กระทั่งว่าถ้าไม่ได้แล้วจะให้ทำอย่างไร ตนก็นึกไม่ออกว่าถามแบบนี้จะให้ศาลตอบอย่างไร และหากไม่ออกมาในทางมาตรา 143 ก็ยังมีอีกหลายช่องทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะรัฐบาล ทางออกที่ดีที่สุดที่จะใช้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ คืออะไร นายวิษณุกล่าวว่า หากตอบแล้วคือชี้นำ แต่มีคิดไว้ในใจแล้วทุกเรื่อง มันไม่ใช่เรื่องการหาช่องว่างหรือช่องลอดอะไรทั้งสิ้น แต่ทางออกที่ดีที่สุดคือ ทางที่ศาลเป็นคนบอกแล้วรัฐบาลจะเดินไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว มันจะจบได้ด้วยคำวินิจฉัยของศาล แล้วจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55989</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ, ส.ส.พลังท้องถิ่นไท, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c1858070.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นซักฟอก5รมต.เว้น‘ปชป.-ภท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พรรคฝ่ายค้านดีเดย์ 11.00 น. ยื่นญัตติอภิปราย 9 รัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แตะโควตา รมต.ประชาธิปัตย์สักราย &amp;ldquo;3 ป.&amp;rdquo; โดนถ้วนหน้าไม่รอดพ่วง &amp;ldquo;อนุทิน-วิษณุ-สมคิด-อุตตม-ดอน-ธรรมนัส&amp;rdquo; ชลน่านเตรียมชงชื่อ &amp;ldquo;นาที&amp;rdquo; ให้นายหัวชวนเพิ่มกรณีเสียบบัตรแทนกัน อนาคตใหม่เปิดเคสใหม่ทั้ง &amp;ldquo;ส.ส.พปชร.-พลังท้องถิ่นไท&amp;rdquo; ลงคะแนนแทนกัน &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ดักคอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่เข้ามาตรา 143 ใช้ พ.ร.ก.แทนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ จะมีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้อยู่กับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จะหารือร่วมกันครั้งสุดท้ายภายในวันที่ 30 ม.ค.เพื่อสรุปรายชื่อของรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย แต่เป้าหมายหลักคือ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรค พท.แจ้งว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ข้อสรุปแล้วว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 31 ม.ค. โดยอยู่ระหว่างประสานกับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยื่นญัตติในเวลา 11.00 น. โดยมีรัฐมนตรีที่จะถูกจะอภิปรายทั้งสิ้น 9 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในประเด็นภาพรวมความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 2.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ประเด็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประเด็นการปล่อยปละละเลยจนอาจมีการทุจริตโรงไฟฟ้าขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 4.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประเด็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลว และเอื้อประโยชน์ให้นายทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) &amp;nbsp;
5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ประเด็นการทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้รัฐบาลยุติการฟ้องร้องคดีอาญาบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ 6.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประเด็นล็อกสเปกการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานความมั่นคง 7.นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ประเด็นความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ และอาจปล่อยให้มีเรื่องทุจริตในกระทรวง 8.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ประเด็นการแก้ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. รวมถึงคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี และ 9.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในประเด็นการท่องเที่ยวที่หดหาย, การออกมาตรการดูแลและป้องกันโรคที่ล้มเหลว รวมถึงกรณีถือหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมปทานของภาครัฐ และส่อว่าน่าจะเข้าข่ายพยายามทุจริต ในฐานะกำกับดูแล 3 &amp;nbsp;กระทรวงคือ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ, คมนาคม และสาธารณสุข&amp;nbsp;
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 9 รัฐมนตรีว่า ล่าสุดขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน และเรียกคนที่จะอภิปรายมาซักถามว่ามีข้อมูลหนักแน่นเพียงใด เพราะบางคนเป็น ส.ส.ใหม่ ข้อมูลอาจไม่แน่น ใครมีหลักฐานไม่แน่นจริง ก็คงต้องมาทบทวนกันอีกที คาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการช่วง 22.00-23.00 น. วันที่ 30 ม.ค. เพื่อจะนำรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหมดไปยื่นต่อสภาในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 11.00 น. แต่ดูแนวโน้มแล้วคงต้องปรับลดจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจลงมา คาดว่าคงปรับลดลงมา 1-2 คน แต่จะเป็นใครต้องรอสรุปกันอีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ตราบที่ประชาชนยังคงแห่ติดแฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย เป็นเทรนด์ฮิตอันดับที่ 1 รอบแล้วรอบเล่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องกังวลว่าฝ่ายค้านจะไม่มีเรื่องอภิปราย เพราะหยิบจับเรื่องไหนมาก็ล้วนมีข้อกังขา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่พิธีกรรม ต้องคัดแล้วคัดอีก ทั้งประเด็นที่จะอภิปราย รวมถึงตัวบุคคลผู้อภิปรายต้องซ้อมแล้วซ้อมอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเรื่องใดบ้าง แต่ขยันออกมาบอกว่า ตอบได้ ไม่ถูกน็อก ทั้ง #เบื่อประยุทธ์ &amp;ldquo;#รัฐบาลเฮงซวย ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 หลายรอบขนาดนี้ รัฐบาลไปเอาความมั่นใจมาจากไหน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
จ่อยื่นชื่อ&amp;quot;นาที&amp;quot;เพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้สอบกรณีเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่ศาลกรณีดังกล่าวแล้ว โดยศาลรับ 2 คำร้องของ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ตีตก 1 คำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ซึ่งศาลยังได้ส่งคำสั่งไปให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้ ซึ่งในส่วนของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ได้ให้อำนาจเลขาธิการสภาฯ ไปชี้แจง โดยไม่ต้องกำชับอะไรเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีศาลไม่มีชื่อของนางนาที &amp;nbsp;รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งที่ถูกตรวจสอบและพบว่าให้บุคคลอื่นใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนนั้น นายชวนปฏิเสธจะตอบคำถามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์กล่าวสั้นๆ ว่า สาเหตุที่ยังไม่ตรวจสอบนางนาทีนั้น เป็นเพราะเรื่องเพิ่งส่งมาถึง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจสอบคำร้องของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นต่อนายชวน เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น พบว่ามีการระบุชื่อนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรค ภท.เพียงบุคคลเดียวในการเสียบบัตรแทนกัน ในขณะที่บุคคลที่ศาลให้ชี้แจงเป็นหนังสือนั้น ประกอบด้วย นายสรศักดิ์, นายฉลอง, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ซึ่งสาเหตุที่ศาลให้นายสมบูรณ์และ น.ส.ภริมส่งคำชี้แจงด้วยนั้น เป็นไปได้ว่าในการยื่นคำร้องฝ่ายค้านได้ยื่นหลักฐานประกอบเป็นคลิปที่ปรากฏภาพของ น.ส.ภริมและนายสมบูรณ์ ส่วนกรณีของนางนาทีนั้น เป็นชื่อที่อยู่ในคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของพรรค ว่าได้ยื่นเรื่องนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบแนบไปกับการเสียบบัตรแทนกันด้วย ซึ่งหากศาลไม่รับวินิจฉัยเรื่องถวายสัตย์ฯ ก็ควรรับเรื่องเสียบบัตรแทนกัน เพราะยื่นหลักฐานไปชัดเจน จึงขอถามถึงที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่ามาจากไหน ซึ่งรู้สึกวังเวงแทนประเทศไทยที่มีศาลแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวถึงกรณีไม่มีชื่อนางนาทีว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ซึ่งแต่เราจะชี้ให้เห็นว่ากระบวนการพิจารณางบประมาณดังกล่าวมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างทำคำร้องเพื่อขอเพิ่มหลักฐานใหม่ในกรณีนางนาที โดยจะยื่นผ่านนายชวนในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิ่มเติมตามคำร้องเดิมที่ยื่นไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เป็นผู้เปิดประเด็นเสียบบัตรแทนกันนั้น ระบุว่า สงสัยตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าทำไมคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจึงไม่ปรากฏชื่อของนางนาทีรวมอยู่ด้วย ทั้งที่มีหลักฐานปรากฏชัด จึงคิดว่านางนาทีคงเล่นของ จึงเสกชื่อตัวเองให้หายไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแม้ไม่มีชื่อนางนาที แต่ยังมีชื่อของนายฉลอง ถือว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า น้ำหนักของเรื่องนี้อยู่ที่กรณีของนายฉลองและนางนาที ส่วนคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพของ น.ส.ภริมและนายสมบูรณ์นั้นมีคำอธิบายได้ในระดับหนึ่งว่าเกิดจากกรณีที่จำนวนช่องเสียบบัตรในห้องประชุมนั้นมีไม่เพียงพอกับจำนวน ส.ส.ในสภา และเจ้าของบัตรก็ยืนดูอยู่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;ldquo;เชื่อว่าประเด็นนี้จะทำให้ศาลต้องคิดหนักว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเป็นโมฆะหรือไม่ แต่ผมยังมั่นใจกรณีของนายฉลองและนางนาทีว่ามีน้ำหนักมาก แต่ในเมื่อ ส.ส.ในสภาไม่สงสัยกรณีนี้ ก็ต้องแล้วแต่เขา เพราะในเมื่อตอนนี้ไม่ได้เป็น ส.ส.จึงดำเนินการอะไรไม่ได้มากกว่านี้&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
เปิด 2 รายชื่อใหม่เสียบบัตร
วันเดียวกัน มีการเปิดประเด็นเรื่องการเสียบบัตรเพิ่มเติม เมื่อนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงว่า พรรคมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอของ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2562 เวลา 13.41 น. เลขที่บัตร 150 ในระหว่างการประชุมสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง ซึ่ง น.ส.ธณิกานต์ได้ลงคะแนนเห็นด้วย แต่ในวันดังกล่าว เวลา 13.42 น. พบว่า น.ส.ธณิกานต์ปรากฏตัวในถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไปร่วมรายการแบ่งปันความรู้บทบาทแม่แห่งยุคดิจิทัล ที่สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังมีกรณีนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่เสียบบัตรแทนกันถึง 3 ครั้ง ในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งกรณีของพรรคพลังท้องถิ่นไทยนั้นมีจำนวนเก้าอี้และเครื่องเสียบบัตรเพียงพอต่อจำนวน ส.ส.ของพรรค ทำให้ไม่จำเป็นที่ต้องฝากบัตรลงคะแนนไว้กับ ส.ส.คนอื่นแต่อย่างใด&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการลงคะแนนแทนกันเป็นภาวะของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งวันนี้ไม่ใช่แค่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่เป็นรัฐบาลบัตรข้างมากมากกว่า เพราะทุกญัตติ ทุกโอกาส จะเกิดการเสียบบัตรแทนกันเพื่อเอาชนะทางการเมือง โดย ส.ส.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เกรงต่อข้อบังคับการประชุมสภาดังนั้น หากไม่มีการแก้ไข ก็จะไม่เกิดการถ่วงดุลตรวจสอบ เพราะรัฐบาลจะชนะโหวตทุกครั้งเสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายณัฐชาได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก พร้อมกับแนบเอกสารผลการลงคะแนนของ น.ส.ธณิกานต์ โดยระบุว่าเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงปัญหาเรื่องงบประมาณและการเสียบบัตรแทนกัน ว่าต้องแยกเป็นสองส่วน โดยเป็นปัญหาของสภา แต่ว่ามันกระทบฝ่ายบริหารคือ กระทบรัฐบาล เราก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่พอมีประเด็นอย่างนี้ก็โยนให้ พล.อ.ประยุทธ์รับผิดชอบอีก ซึ่งนายกฯ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส. เป็นผู้นำด้านบริหาร ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารมันแยกกัน นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามดิสเครดิตนายกฯ ทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมได้เรียนนายกฯ ไปแล้วว่าท่านต้องอดทน เมื่อท่านกระโดดเข้าการเมืองแล้วท่านต้องอดทนหนักแน่น ท่านก็บอกว่าท่านสบายใจ ไม่เป็นไรเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน อย่างเต็มที่ต่อไปด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ อย่าไปวิตก ฝ่ายค้านจะเล่นวิชามารอย่างไรเราต้องอดทนให้ได้ วันนี้ลองสังเกตว่าท่านนายกฯ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ท่านไม่ค่อยโกธร ไม่มีอารมณ์โมโหอะไรเลย พูดง่ายๆ ท่านมองทะลุฝ่ายค้านออกหมดแล้วว่าจะมาไม้ไหน&amp;rdquo;นายสุภรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาและแกนนำพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่คำวินิจฉัยคงเป็นบรรทัดฐานที่จะนำไปสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องงบประมาณเป็นความสำคัญในเศรษฐกิจ จึงเชื่อว่าด้วยกลไก ด้วยมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ศึกษาเอาไว้ว่าจะหยิบออกมาใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ สรุปว่ายังไงเงินมีแน่ เงินได้ใช้แน่ แต่อาจช้าบ้าง
ปิยบุตรดักคอออก พ.ร.ก.
ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า เป็นที่น่าติดตามต่อไปเช่นกันว่าศาลจะวินิจฉัยกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้อย่างไรบ้าง รอดหรือไม่รอด พระราชบัญญัติจะตกไปเพราะกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่เคยวินิจฉัยไว้ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อโครงสร้างพื้นฐานในสมัยรัฐบาลเพื่อไทยในปี 2556-2557 หรือไม่ และรัฐบาลจะมีทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือข้อเสนอที่ชี้โพรงให้รัฐบาลออกงบรายจ่ายประจำปีเป็นพระราชกำหนดแทนนั้นทำไม่ได้แน่นอน เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ก็บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่าต้องออกเป็นพระราชบัญญัติเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ตามที่คุณวิษณุได้ให้ความเห็นว่าหากศาลปัดให้กฎหมายงบประมาณตกไปทั้งฉบับนั้น ก็ให้ยกเอารัฐธรรมนูญมาตรา 143 มาใช้ ก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะกรณีที่เกิดขึ้นนั้นไม่เข้ากับมาตรา 143 เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว จนตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่นายกฯ จะทูลเกล้าฯ ถวาย กรณีนี้ทั้งหมดไม่ใช่กรณีตามมาตรา 143 แน่นอน การกระทำเช่นนี้จะขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลักษณะการทำโจ๋งครึ่มเป็นล่ำเป็นสันกันกลางสภาเช่นนี้เกิดจากอะไร ผมเห็นว่าลักษณะเช่นนี้เป็นอาการและผลพวงของการที่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแบบปริ่มน้ำ อันเป็นผลร้ายของรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจที่ออกแบบมา การเสียบบัตรแทนกันจึงเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง ในฐานะรองประธานกลุ่มพรรคสหมิตร ซึ่งประกอบไปด้วย 30 พรรคการเมืองเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อคัดค้านการประกาศรับรองนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. หลังมีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เนื่องจากนายไพบูลย์ไม่มีสถานะเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 56 (2) และตามประกาศผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ประกอบกับเห็นว่าการคำนวณของ กกต. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 (5) ซึ่งบัญญัติไว้ว่าให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แสดงว่าในวันที่ กกต.คำนวณใหม่ นายไพบูลย์ไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูปแล้ว เนื่องจากพรรคสิ้นสภาพ การคำนวณใหม่นายไพบูลย์ต้องไม่ได้รับการจัดสรรเป็น ส.ส. จึงอยากใหม่ กกต.ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการคำนวณคะแนนใหม่ของ กกต. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การคำนวณของ กกต. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ถูกต้องทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ กกต.ละเว้นรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (5) อยากให้ กกต.ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง&amp;rdquo; นายก้องภพกล่าว และว่า การคำนวณครั้งนี้ กกต.จะอ้างว่านายไพบูลย์ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วไม่ได้ เพราะการคำนวณคะแนนใหม่ในวันที่ 28 ม.ค. นายไพบูลย์ไม่ได้อยู่ในสถานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนปฏิรูป ถ้า กกต.จะตอบว่านายไพบูลย์ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค พปชร.ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็น 1 ใน 150 ของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร. และที่สำคัญคือการคำนวณใหม่ต้องยึดตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ร้องที่สามารถร้องได้ แต่คิดว่าเป็นการร้องตามความเข้าใจผิด และมั่นใจว่าจะไม่มีผลใดๆ ตามมาแน่นอน เพราะได้ตรวจสอบข้อกฎหมายมาอย่างดีแล้ว เชื่อว่าไม่มีผลอะไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55924</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ญัตติอภิปราย, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, พ.ร.บ.งบประมาณ, พรรคฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e7bdd9b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับวินิจฉัยเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาล รธน.รับวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 สั่งเลขาธิการสภาฯ-3 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ยื่นคำชี้แจงภายใน 4 ก.พ.นี้ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยุสภาสอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนแล้วฟ้องเอาผิดด้วย &amp;nbsp; ส.ส.พัทลุง ปชป.แฉอีก ส.ส.พัทลุง ภท.ไม่อยู่ห้องประชุมวันพิจารณางบฯ &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; ขู่ พท.อภิปรายนอกประเด็นจะตั้งโต๊ะแฉกลับเรื่องลับ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; จัดทีมอภิปราย แก๊งดาวสภามาครบ &amp;nbsp;ห่วงก๊วนนักเทศน์ทำอภิปรายจืด ยอมหมอบไม่ส่งคนลงแข่งสนามกำแพงเพชร ขอพุ่งเป้าเลือกซ่อมสมุทรปราการ &amp;quot;พีระวิทย์&amp;quot; คัมแบ็กอยู่ฝั่งรัฐบาลลุงตู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) จำนวน 3 คำร้อง ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีปรากฏคลิปภาพ ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน โดยคำร้องทั้ง 3 ฉบับ เป็นความเห็นของนายวิรัช &amp;nbsp;รัตนเศรษฐ ส.ส.และคณะ มี ส.ส.เข้าชื่อจำนวน 109 คน, ความเห็นของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.และคณะ จำนวน 84 คน และความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และคณะ จำนวน 77 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องตามความเห็นของนายวิรัตน์และนายสมพงษ์มีประเด็นต้องพิจารณาเป็นประเด็นเดียวกัน จึงให้รวมทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 คำร้องเป็นกรณี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสองสภาเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จึงเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาฯ ส่งความเห็นนั้นมายังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) กรณีจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ ศาลจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยพร้อมแจ้งให้ผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำร้องตามความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยเป็นประเด็นเดียวกันกับคำร้องตามความเห็นของนายสมพงษ์ โดยมีรายชื่อของผู้เสนอความเห็นซ้ำกันจำนวน 30 คน จึงทำให้จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อไม่ถึง 1 ใน 10 ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ศาลจึงไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ชอบหรือไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการทางออกเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไว้อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นอย่างไรตนไม่ควรพูด เพราะฝ่ายค้านออกมาเตือนอยู่ว่าไม่ให้พูดชี้นำ แต่ตนได้ให้แนวทางกับสำนักงบประมาณและรายงานนายกฯ ไปแล้วว่าถ้าศาลรับเรื่องระหว่างการพิจารณาจะนานเท่าไหร่ก็ตาม รัฐบาลเองต้องใช้เวลาดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ในการเตรียมการ ซึ่งทางออกมาตรการรองรับ เราคิดไว้หลายทาง ซึ่งมากกว่า 3 ทาง และไม่ว่าอย่างไรงบประจำของข้าราชการสามารถใช้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ระบุหากงบประมาณปีใหม่ออกไม่ทัน ให้ใช้งบประมาณของปีเก่าไปพลางก่อน&amp;nbsp;
ยุสภาฟัน สส.เสียบบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความผิดของ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน นายวิษณุกล่าวว่า ใครก็ตามที่เป็นต้นเหตุที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งจนถึงขณะนี้เราไม่เคยรู้เลยว่าสภาสอบกันไปแล้วอย่างไร ได้ความอย่างไร และยังต้องสอบจนกระทั่งได้ความ ซึ่งบางทีอาจจะช้า เห็นหรือไม่จากคดีที่เราชอบอ้างกันเมื่อปี 56-57 ที่เสียบบัตรคนหนึ่งหลายใบมาถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องการลงโทษกี่ปีมาแล้วล่ะ ยืนยันคนเสียบบัตรแทนกันนั้นผิด และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นต้องเป็นความรับผิดชอบอีกหลายเท่า ขณะเดียวกันต้องเตรียมมาตรการต่อไปด้วยว่าหากเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นในอนาคตอีก ฉะนั้นต้องระวัง เดี๋ยวจะเกิดเหตุอย่างนี้กับกฎหมายอื่นอีก และเมื่อมีผลออกมาอย่างไรจะต้องดำเนินการฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สภาจะต้องดำเนินการสอบให้จบ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป เรื่องนี้อาจจะต้องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือจะเป็นคดีอาญาธรรมดา ซึ่งขณะนี้คุณศรีสุวรรณก็ได้ไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.แล้ว นั่นก็เป็นช่องทางหนึ่ง และไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้อง สมรู้ร่วมคิด วางแผน&amp;quot; นายวิษณุ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิฯ แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือปัญหา ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าโดยหลักการแล้วการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถือเป็นเครื่องมือในการแสดงออกซึ่งเจตจำนงของ ส.ว.แต่ละท่านตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้มีการลงมติในเรื่องใดๆ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น &amp;quot;บัตรแห่งอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;quot; ดังนั้นจึงควรมอบบัตรออกเสียงลงคะแนนให้สมาชิกทุกท่านเป็นผู้รับผิดชอบบัตรของตนเอง และควรให้สมาชิกทุกคนนำบัตรออกเสียงลงคะแนนของตนเองออกจากเครื่องลงคะแนนทุกครั้งที่ออกจากห้องประชุม เพื่อป้องกันการใช้บัตรลงคะแนนโดยมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะตัวแทนประชาชน แถลงข่าวนำหลักฐานเปิดเผยถึงการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ว่า ส.ส.คนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภา ในวันที่ 10 ม.ค.2563 ในระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยตนได้ไปตรวจสอบพบว่า ส.ส.คนดังกล่าวมีไฟลต์บินระหว่างเวลา 20.50-22.15 น. ของสายการบินนกแอร์ ซึ่งเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงขอให้สภามีการตรวจสอบการทำหน้าที่ เพราะ ส.ส.ทำงานอยู่บนภาษีของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การออกมาครั้งนี้จะยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยยิ่งร้าวขึ้นหรือไม่ น.ส.สุพัชรีกล่าวว่า ตนไม่ได้มาในนามพรรค แต่มาในนามส่วนตัว ตามที่ประชาชนร้องเรียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายภูมิศิษฏ์ คงมี เป็น ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนถ้าเป็นเรื่องจริงก็จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกันกับกรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
พท.จี้นายกฯ รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม แถลงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพระบุเป็นการเสียบบัตรแทนกันของตนเองว่า ที่นั่งที่ตนใช้ลงคะแนนเป็นที่นั่งประจำของนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าที่นั่งห้องประชุมจันทรามีที่นั่งเพียง 250 ที่นั่ง จุดที่เสียบบัตรก็มีไม่เพียงพอ วันนั้นนายประกอบไม่ได้นั่งอยู่ในที่นั่ง แต่มีบัตรเสียบอยู่ จะเห็นได้ว่าระหว่างที่ตนดึงบัตรออกนั้น ตนได้เสียบบัตรของตนเองเข้าไปเพื่อลงคะแนนตามปกติ ซึ่งนายประกอบก็เดินเข้ามาพอดี จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนให้นายประกอบหรือให้ใคร &amp;nbsp;เมื่อตนไม่ได้ทำ ใครที่เอาข้อมูลไปขยายผลก็จะกลายเป็นการหมิ่นประมาท และหากมีการนำไปเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ ก็ถือว่าผิด พ.ร.บ.คอมพ์ มีโทษถึง 5 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 เกิดขึ้นจากปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่การเล่นการเมืองของฝ่ายค้านที่นำเรื่องดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างที่มีความพยายามบิดเบือนกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาล หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ที่ลูกพรรคตัวเองเสียบบัตรแทนกัน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ โดยจะต้องตรวจสอบและมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดกับ ส.ส.ที่โดดประชุมและทิ้งบัตรไว้ให้คนอื่นลงคะแนนแทนจนกลายเป็นการชัตดาวน์งบ 63 อยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเรื่องแค่นี้ผู้นำทั้ง 2 พรรคตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเป็นคนเสียบบัตรแทน ส.ส.ที่โดดประชุม อาจหมายถึงการสมรู้ร่วมคิดหรือเข้าข่ายช่วยกันปกปิดความจริง แล้วอย่างนี้ประชาชนจะไว้ใจให้บริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงภาวะผู้นำในการตรวจสอบและแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากงบปี 63 จะต้องล่าช้าออกไปอีก 2-3 เดือน รัฐบาลก็ควรเปิดเผยแผนสำรองออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบลงทุน หากไม่มีงบลงทุนใหม่ ก็จะกระทบกับแผนการลงทุน&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวหารัฐบาลว่าสีเทา ไม่แปลกใจ และชินกับพฤติกรรมชอบข่มขู่ของร.ต.อ.เฉลิม รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน ไม่ได้เป็นรัฐบาลสีเทา รัฐบาลจึงไม่หายนะแน่ ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีการทุจริตคอร์รัปชันจนต้องหายนะ มีรัฐมนตรีต้องติดคุก บางคนก็หนีไปคนละทิศละทาง เท่าที่ติดตามข่าวข้อมูลการอภิปรายในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเก่าที่ประชาชนทราบอยู่แล้ว ยังไม่มีอะไรใหม่ ร.ต.อ.เฉลิมคงอุบไว้เป็นความลับ เพราะท่านโหมโรงไว้เยอะ แต่ระวังว่าจะเผลอลืมเสียเอง มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เปรียบเสมือนทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟลน
แรมโบ้ขู่แฉกลับเพื่อแม้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเป็นคนที่รู้ข้อมูลพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ตนอยู่ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย ถ้าถามว่าวันนี้จะอภิปรายรัฐบาล ตนจะอาสาอภิปรายนอกสภาคนในพรรคเพื่อไทย คนเป็นผู้ใหญ่บริหารในพรรคเพื่อไทยได้ทำอะไรในบ้านเมืองนี้ไว้ ตนสามารถอภิปรายมีข้อมูลมีเนื้อหามากกว่าที่คนในพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อีกด้วยซ้ำไป ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยยังเล่นการเมืองแบบวิชามาร ยังเล่นการเมืองแบบไปรื้อฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไปรื้อฟื้นของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมา ตนอาจจะตั้งโต๊ะอภิปรายนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชันกับฝ่ายค้านกันเลยว่าใครจะมีข้อมูลทีเด็ดมากกว่ากัน แสดงว่ารัฐบาลมีทั้งองครักษ์ทั้งในสภาและนอกสภาด้วยแน่นอน ถ้าเป็นการอภิปรายที่เป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน หรือมีรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันเราไม่ว่ากัน แต่วันนี้เท่าที่ฟังดูยังไม่มีการเปิดประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมได้จัดทีมวอร์รูมขึ้นมาเป็นอดีต ส.ส.ที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ที่มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ จะติดตามข้อมูลว่าการอภิปรายครั้งนี้อยู่ในประเด็นหรือไม่ และเราจะเปิดเวทีตอบโต้เหมือนกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ถ้ายังใช้วิชามารนอกกติกา ความวิบัติที่คุณเฉลิมพูดนั้นไม่ได้ตกอยู่ที่ท่านนายกฯ ไม่ได้ตกอยู่ที่รัฐบาล แต่ตกอยู่ที่ผู้นำของพรรคเพื่อไทยแน่นอน สิ่งสำคัญก็คือว่าอย่าสร้างหลักฐานเท็จ อย่าใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ และอย่าใช้ข้อมูลที่นอกญัตติเท่านั้นเอง ถ้าไม่อย่างนั้นตนก็จะแฉเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาว่า พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ โดยเลื่อนจากวันนี้ไปก่อน เพราะมีข้อมูลสำคัญที่ไม่อยากให้ตกหล่นไป ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยรับหรือไม่รับคำร้อง กรณีการเสียบบัตรแทนกันระหว่างการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หรือไม่ เพื่อให้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันอีกครั้งในการกำหนดประเด็นเพิ่มและบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้งซ่อมที่ จ.กำแพงเพชร วันที่ 23 ก.พ.นี้ จะได้ไม่ทำงานอย่างกดดัน ซึ่งตนไม่ต้องการให้รัฐบาลใช้วิธีเช่นครั้งอภิปรายทั่วไปกรณีครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนก่อนปิดสมัยประชุมสภา 29 ก.พ.นี้ โดยการอภิปรายฝ่ายค้านตั้งใจไว้ว่าไม่น้อยกว่า 3 วัน
พท.ห่วงซักฟอกจืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับการคัดเลือกบุคคลที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ เบื้องต้นมีการจัดวางบุคคลที่จะอภิปรายใกล้แล้วเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ที่หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคจองกฐินอภิปราย โดยประเด็นมีทั้งคุณสมบัติความไม่เหมาะสม การใช้อำนาจหน้าที่เอื้อให้กับกลุ่มทุนและพวกพ้อง ประเด็นที่ดินย่านบางบอน 3 ใน กทม.และพื้นที่อื่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะมีทั้งประเด็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และประเด็นอีอีซี พรรคเพื่อไทย วางให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นผู้อภิปราย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เรื่องการก่อสร้างโรงกำจัดขยะไฟฟ้าจะมีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม., นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งจะจัดวางขุนพลในทีมกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้อภิปราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประเด็นการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ การเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทได้รับงานประชาสัมพันธ์ จะมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นำอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีทั้งประเด็นความไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี การใช้อำนาจช่วยเหลือพวกพ้องในพรรคเดียวกัน มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นผู้นำอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบุคคลหลักที่จะอภิปรายในพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นนักพูดในสภา ซึ่งจะประกอบด้วย นายสุทิน คลังแสง, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายนิยม เวชกามา, นายสมคิด เชื้อคง, นายขจิตร ชัยนิคม, น.ส.จิราพร สินธุไพร, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนผสมของทีมรุ่นใหม่ รุ่นกลางที่บางคนเป็นนักพูด มีลีลาการนำเสนอน่าสนใจ แต่ก็มีบางคนที่กังวลว่าแม้จะเตรียมตัวมีข้อมูลดีแค่ไหน แต่ถ้าเน้นเชิงวิชาการมากเกินไป ประกอบกับสไตล์การพูดไม่ดึงดูด ใช้น้ำเสียงราบเรียบ อาจทำให้การพูดจืดชืด อาจทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร ขณะที่บุคคลที่มีลีลาการนำเสนออย่างมีเอกลักษณ์ เช่น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ กลับไม่ถูกคัดเลือกให้อยู่ในทีมอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ก.พ. พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัคร เนื่องจากมองว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือจะต้องนำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จึงมองว่าเอาเวลาไปเตรียมพร้อมทวงพื้นที่คืนในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.สมุทรปราการ ที่จะมีผลต่อจำนวน ส.ส.ในทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ และยังจะส่งผลต่อผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยหากมีการเลือกตั้งก่อนวันที่ 24 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร นายธวัธชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้งได้ไปดูแลการสมัคร ส.ส.เขต 2 แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีนายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ให้การต้อนรับ และในช่วงเช้ามีนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเพียงคนเดียว และได้เบอร์ 1 โดยมีนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยได้มาให้กำลังใจในครั้งนี้
&amp;quot;พีระวิทย์&amp;quot; หนุนลุงตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงการได้เข้ามาเป็น ส.ส.อีกครั้ง หลังจากได้เป็นส.ส.เพียง 3 วันว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเป็นส.ส.อีกครั้ง จากการที่หยุดไป 7-8 เดือน ตนไม่ได้หยุดทำหน้าที่ของ ส.ส. โดยลงพื้นที่ตลอด เพราะว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเป็นส.ส. และวันนี้ก็ได้กลับมาแล้ว โดยตนได้ไปบนที่วัดสะตือ จังหวัดสระบุรี เพื่อให้ได้กลับมาจริงๆ ซึ่งจะต้องนำคณะกลองยาวไปถวายแก้บน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระวิทย์กล่าวว่า เบื้องต้นจะอยู่กับกลุ่มกิจสังคมใหม่ เพราะที่ผ่านมากลุ่มนี้ไม่เคยทอดทิ้ง และในช่วงบ่ายวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมาแสดงความยินดีในฐานะที่ตนเป็นน้องชาย ยืนยันจะอยู่ในฝั่งรัฐบาลและสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และอยากเข้าไปร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะประเด็นคำนวณสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะตนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง และมั่นใจว่าจะไม่หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.อีกอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กรณีที่มีการแจกใบดำอดีตผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์นั้น ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ มาตรา 131 วรรค 2 กำหนดให้ &amp;quot;ดำเนินการคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่ โดยมิให้นำคะแนนที่ผู้สมัครดังกล่าวได้รับไปรวมคำนวณด้วย&amp;quot; แต่วันก่อนในข่าวแจก กกต.ประกาศเพียงแต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส.บัญชีรายชื่อลดลง 1 คน และพรรคไทยรักธรรม มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คนเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินการตามที่ พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ กำหนดไว้ นั่นคือต้องประกาศจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองทั้งหมดใหม่ ซึ่งถ้าคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อบนฐานของวันที่ 28 พ.ค.2562 ตามที่ กกต.ระบุ พรรคพลังประชาชนปฏิรูปควรจะต้องได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คำถามคือในเมื่อปัจจุบันพรรคนี้ได้ยุบตัวเองไปแล้ว ส.ส. 1 คนดังกล่าวจะจัดสรรไปให้พรรคไหนด้วยหลักเกณฑ์อะไร กกต.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน จะโอนให้พรรคพลังประชารัฐโดยพลการไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีกข้อสังเกตหนึ่ง เป็นไปได้ที่ กกต.จะคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ บนฐานของจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต ที่แต่ละพรรคได้รับเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2562 ไม่ได้คิดอยู่บนฐาน ส.ส.เขตที่พรรคการเมืองมี ณ ปัจจุบันจริงๆ นั่นหมายความว่าแม้พรรคพลังประชารัฐจะดูด ส.ส.งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่เข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้มีจำนวน ส.ส.เกินจำนวน ส.ส.พึงมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อลง&amp;quot; นายชัยธวัชกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55838</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รับวินิจฉัย, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3194e90e5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
