<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเชื่อเศรษฐกิจไทยฟื้น ชี้รมว.ท่องเที่ยว เตรียมแผนดึงคนจีนกลับมาเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.63​ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) แล้ว จากนั้นทางสภาจะส่งร่างกฎหมายมายังรัฐบาลเพื่อตรวจสอบ ก่อนนำความขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย &amp;nbsp;และประกาศใช้ต่อไป โดยรัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่ช่วยให้ร่างกฎหมายผ่านไปได้อย่างราบรื่น ยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า รอบคอบ เพื่อพัฒนาประเทศชาติ ให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นเมื่องบประมาณปี 2563 ประกาศใช้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากหลายปัจจัยตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ภัยแล้ง การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา บวกกับการใช้จ่ายงบประมาณที่ล่าช้า แต่เมื่องบปี 2563 ได้ประกาศใช้แล้ว การเบิกจ่ายงบประมาณจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาลจะดำเนินโครงการต่างๆได้อย่างเต็มที่ สามารถลงนามในสัญญาต่างๆได้ จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับงานด้านการท่องเที่ยว ถือเป็นด้านที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแล้ว ทั้งนี้ เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสคลายตัวลงแล้ว ขอให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวช่วยกันเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเที่ยวประเทศไทย ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะมีการนำมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (ฟรีวีซ่า) สำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็น 2 ตลาดใหญ่ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้ง พร้อมกับประสานกระทรวงคมนาคม เพื่อเปิดบริการเช่าเครื่องบินเหมาลำให้มากที่สุด โดยหวังว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะกลับมาคึกคักอีกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57302</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยวจีน, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, เศรษฐกิจ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e393ea15752a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุ้งพินอคคิโอเด็ดปีก‘ตู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; โล่งใจร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ผ่านสภา คาดประกาศใช้ มี.ค.นี้ ส.ว.รับลูกพิจารณาแค่ 1 ชม.ผ่านฉลุย &amp;quot;ชวน&amp;quot; มอบ กมธ.กิจการสภาฯ สอบเสียบบัตรแทนกันทุกกรณี ป.ป.ช.ขอข้อมูลสภาก่อนฟัน ส.ส.เสียบบัตร &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ข้องใจประธาน กมธ.-สส.กดบัตรแทนกันอยู่พรรคเดียวกันจะสอบกันอย่างไร แนะปล่อยป.ป.ช.สอบ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เปิดปฏิบัติการ &amp;quot;พินอคคิโอ&amp;quot; ติว 16 ขุนพลกระชากหน้ากาก &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; บริหารประเทศล้มเหลว 5 ด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติในวาระ 2 และ 3 ใหม่ ว่าตอนนี้ใจชื้นขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้เบิกจ่ายเงินตามงบประมาณเก่าไปก่อน แต่ยังไม่มีการเบิกอะไรมากนัก เพราะทุกคนรู้ว่างบประมาณใหม่กำลังจะออก และโครงการต่างๆ ที่อาจไม่ทันได้คัดเลือกคู่ค้า แต่ยังไม่ได้ลงนามผูกพันสัญญา เมื่องบประกาศลงในราชกิจจาฯ และมีผลใช้บังคับ ก็เรียกมาลงนามในสัญญาได้ทันที ซึ่งหน่วยงานหลายแห่ง &amp;nbsp;หลายจังหวัดได้ดำเนินการไปแล้ว เป็นการบรรเทาความล่าช้าไปพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าเป็นความโล่งอกและยินดีของทุกคนทุกฝ่าย ไม่ใช่แต่เพียงรัฐบาล รวมถึงประชาชนผู้ประกอบการ บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่เกรงว่าจะไม่ได้รับเงินจะเริ่มดำเนินการได้ และโครงการต่างๆ เริ่มดำเนินการได้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน วุฒิสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เมื่อแล้วเสร็จจะมีขั้นตอนกฎหมายที่ต้องทิ้งไว้ 3 วันก่อนเสนอมาที่รัฐบาล และรัฐบาลจะมีเวลาอีก 5 วันเพื่อตรวจสอบ จากนั้นจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป เมื่อโปรดเกล้าฯ แล้วจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไปคาดว่าจะเป็นช่วงเดือน มี.ค.- เม.ย.นี้ หลังจากนี้รัฐบาลเตรียมเข้าสู่การจัดทำงบประมาณปี 2564 ซึ่งจะเสนอเข้าสภาในเวลาไม่กี่เดือนนี้&amp;quot; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ให้ความเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ในวาระ 2-3 โดยเฉพาะฝ่ายค้าน แม้จะไม่เข้าร่วมโหวต แต่ก็ลงชื่อเข้าร่วมประชุมเพื่อให้เปิดประชุมได้ ทำให้งบประมาณผ่านสภาตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง ขอชื่นชมนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่แสดงวุฒิภาวะของผู้นำฝ่ายค้านในสภา โดยเห็นด้วยกับแนวทางของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้พิจารณาใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 หลังเกิดความวิตกกังวลเรื่องความถูกต้องของการพิจารณาในมาตรา 6 ซึ่งไม่ได้ตั้งป้อมค้านอย่างเดียว เป็นการให้ความร่วมมือตามสภาพของการเมือง ถือเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง และเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพิจารณางบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะใช้งบประมาณด้วยความระมัดระวัง สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อพัฒนาประเทศและให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด ยิ่งประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และยังต้องเผชิญกับไวรัสโคโรนาอีก ยิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ดังนั้นจะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน&amp;quot; นายธนกรกล่าว
ส.ว.ผ่านงบ 63 ฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 &amp;nbsp;โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มารับฟังการพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ อภิปรายว่า ขอให้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการจ่ายหัวคิวเหมือนการบริหารงานที่ผ่านมา ไม่มีการแสวงประโยชน์เพื่อตัวเอง ใครทุจริตคอร์รัปชันฉ้อราษฎร์บังหลวง ควรต้องลงโทษสถานหนัก ทุกวันนี้ประชาชนต้องเจอกับภัยแล้ง ฝุ่น และโรคระบาด ชาวต่างชาติไม่เดินทางมาเที่ยว ประชาชนได้รับผลกระทบ กฎหมายงบประมาณฉบับนี้เป็นหนทางสำคัญในการแก้ปัญหาประเทศ วุฒิสภามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการใช้งบประมาณเหล่านี้ไม่ให้รั่วไหลและสัมฤทธิผลที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ขอขอบคุณที่ดำเนินการผ่านร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างรวดเร็ว วันนี้นายกรัฐมนตรีมีภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จังหวัดนครราชสีมา จึงไม่ได้มารับฟังการพิจารณาด้วยตนเอง หลังจากนี้สภาต้องเก็บร่างนี้ไว้อีก 3 วัน และนายกรัฐมนตรีเก็บร่างนี้ไว้อีก 5 วัน ก่อนทูลเกล้าฯ ถวาย แต่เนื่องจากงบประมาณปีนี้ล่าช้า จึงต้องใช้เงินจากงบประมาณกลาง 75% และโครงการต่างๆ ยังไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ แต่ตอนนี้ถือว่าเร็วกว่าที่คิด ทุกอย่างก็สามารถที่จะขยับเขยื้อนได้ ข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภา ล้วนอยู่ในนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว และให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้ลงคะแนนผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยมีมติเอกฉันท์เห็นชอบ 215 ต่อ 0 งดออกเสียง 6 โดยมีองค์ประชุม 217 คน รวมเวลาในการพิจารณา 1 ชั่วโมง 10 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาการลงคะแนนในมาตรา 6 ว่าด้วยงบกลาง ในร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ว่าได้รับรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อช่วงเช้า พบว่าองค์ประชุมในวันนั้นครบตลอด แต่ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการปิดลงคะแนนเร็วเกินไป ทำให้จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมในขณะลงมติ แต่ส่วนตัวจะยึดผลการตรวจสอบการแสดงตน หากครบก็เดินหน้าลงมติได้ และเพื่อไม่ให้มีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในภายหลังตนจึงตัดสินใจไปเริ่มต้นกระบวนการใหม่ตั้งแต่มาตรา 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เครื่องลงคะแนนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปัญหาที่แท้จริงคือ ส.ส.ต้องเดินทางมาประชุม เพราะฝ่ายรัฐบาลในปัจจุบันมีจำนวนเสียงปริ่มน้ำ ส.ส.ทุกคนจึงต้องรับผิดชอบเสียงด้วยการอยู่ร่วมประชุม&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า จากกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ มีดำริให้ตรวจสอบการเสียบบัตรแทนกัน โดยจะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ เป็นผู้ตรวจสอบ ตนในฐานะเป็นรองประธาน กมธ.สนับสนุนแนวทางของนายชวน เพราะเห็นว่าปัญหาในสภาก็ควรจะให้คนในสภาตรวจสอบกันเอง เพราะเราเป็นสถาบันนิติบัญญัติไม่ควรจะให้ใครมาก้าวก่าย และไม่ควรให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงวุ่นวาย ดังนั้น กมธ.ยินดีที่จะรับเรื่องนี้ไว้ตรวจสอบ เพราะจากการปรึกษากับนายอนันต์ ผลอำนวย ประธาน กมธ. ก็ยินยอมรับเรื่องนี้ และเห็นว่าเราควรจะทำอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
ข้อมูลตม.มัด&amp;quot;นที&amp;quot;หนีสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน กรณีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกร้องเรียนมีชื่ออยู่ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ทั้งที่นางนาทีไม่ได้อยู่ในห้องประชุม โดยสำนักงานสภาฯ ได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อขอข้อมูลช่วงเวลาที่นางนาทีเดินทางผ่านด่าน ตม.ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่นางนาทีมีชื่ออยู่ในการลงมติในสภา ล่าสุด ตม.ได้ทำหนังสือตอบกลับมายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แล้ว โดยระบุว่า นางนาทีได้เดินทางออกจากด่าน ตม.สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 15.28 น. ในวันที่ 11 ม.ค.2563 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ของนางนาทีในวันที่ 11 ม.ค.2563 พบว่านางนาทีได้ลงมติครั้งสุดท้ายในมาตรา 49 ว่าด้วยแผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ในเวลา 15.46 น. และลงมติมาตรา 48 ว่าด้วยแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค ในเวลา 15.19 น. หลังจากนี้ สำนักเลขาธิการสภาฯ จะรายงานการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ รับทราบต่อไป นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา นายชวนยังได้เซ็นคำสั่งให้คณะกรรมการกิจการสภาฯ เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบกรณีการเสียบบัตรแทนกันในทุกกรณีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการไต่สวนกรณีมีผู้ร้องเรียน ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในสภาฯ ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น ดูว่ามีมูลจะรับไว้ดำเนินการไต่สวนได้หรือไม่ ตนจะนำเรื่องนี้เสนอแก่คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาในวันที่ 21 ก.พ. พร้อมกับเสนอแนวทางแก่คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ข้อมูลที่ให้ไปรวบรวมเบื้องต้นเพียงพอที่จะดำเนินการไต่สวนหรือไม่ ไม่ว่าจะเรื่องที่ปรากฏคำร้อง หรือเรื่องที่ไม่ปรากฏคำร้อง โดยสำนักงาน ป.ป.ช.ขอข้อมูลไปที่สภาทั้งหมด หลังจากนั้นสำนักงาน ป.ป.ช.และคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า นายชวนมอบหมายให้ กมธ.กิจการสภาฯ ไปดำเนินการ แต่ประธาน กมธ.ก็เป็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และคนกดบัตรแทนมีทั้ง ส.ส.พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แล้วจะตรวจสอบกันได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาในชั้น ป.ป.ช.แล้ว ก็ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. การเสียบบัตรแทนกันนั้นเป็นการเอาเปรียบ ส.ส. รวมถึงเป็นการเอาเปรียบประชาชนและเป็นการทรยศต่อประชาชนในเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจในการเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ประธานสภาฯ สั่งให้ กมธ.กิจการสภาฯ เข้าไปตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวนั้น เชื่อว่าไม่สำเร็จ และอาจจะถูกยื้อเวลาออกไปแรมปี จนนำไปสู่ภาวะวิกฤติศรัทธาของสภา ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ การทำให้กรณีนี้เป็นแบบอย่างของจริยธรรมทางการเมือง โดยให้ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ในกรณีที่ ป.ป.ช.รับคำร้องหรือชี้มูลในเบื้องต้นแล้ว และ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการโดยเร็ว&amp;quot; นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;quot;ทอน&amp;quot;นำภารกิจ&amp;quot;พินอคคิโอ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. แถลงข่าวภารกิจ &amp;quot;พินอคคิโอ&amp;quot; การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลระหว่างวันที่ 24-26 ก.พ.นี้ ว่าพรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มาก กลไกอภิปรายจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญ และมีน้ำหนักที่สุดของฝ่ายค้าน หรือฝ่ายนิติบัญญัติที่จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร เมื่อพวกเราเลือกใช้กลไกนี้แล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อให้สมศักดิ์ศรีของกลไกนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้เริ่มเตรียมการการอภิปรายมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เราได้เริ่มใช้รหัสเพื่อเรียกโครงการนี้ภายในพรรคคือ โปรเจ็กต์พินอคคิโอ โดยมีผมเป็นหัวหน้าทีม เหตุผลที่เลือกพินอคคิโอมาใช้ในการปฏิบัติการ เพราะตัวละครพินอคคิโอคือตัวละครที่ทำผิดซ้ำซาก และพยายามปกปิดความผิดของตัวเองไปเรื่อยๆ จนเรื่องบานปลาย ท้ายที่สุดก็ปกปิดไม่ได้ ซึ่งเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หลังการทำรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยถูกตรวจสอบ และปกปิดความผิดตัวเองจากสาธารณะ ภายใต้ข้ออ้างของความสงบและการคอร์รัปชัน แต่ความจริงแล้วเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน และการปิดบังประชาชนที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อไม่มีประชาธิปไตย ไม่มีฝ่ายค้าน ก็ไม่มีการตรวจสอบ วัตถุประสงค์ของโปรเจ็กต์พินอคคิโอจึงเป็นปฏิบัติการกระชากหน้ากากของพินอคคิโอให้ประชาชนรับรู้ถึงจมูกอันยืดยาว และข้อผิดพลาดของรัฐบาลในรอบ 6 ปี&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวในรายละเอียดว่า พรรคอนาคตใหม่มี ส.ส.ที่จะอภิปรายจำนวน 16 คน ทำงานร่วมกับทีมกฎหมายของพรรค และทำงานร่วมกัมทีมนโยบายอีกกว่า 50 คน เป็นเวลา 4 เดือนเต็ม ฉะนั้นการอภิปรายครั้งนี้จึงไม่ใช่ของผลงานใครคนใดคนหนึ่ง &amp;nbsp;เราตกลงกันว่า เราจะอภิปรายอ้างอิงจากเอกสารชั้นต้น หลักฐานแวดล้อม ข้อกฎหมาย หลักนิติรัฐนิติธรรม และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เราจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ตรงประเด็น และกระชับ เราจะไม่เน้นการใช้โวหาร พูดยืดยาว นอกประเด็น หรือกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเราแบ่งเนื้อหาการอภิปรายเป็น 5 ด้าน คือ 1.การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด 2.การเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องและกลุ่มที่ใกล้ชิด 3.นโยบายที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ 4.เรื่องความมั่นคงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ 5.คุณสมบัติและจริยธรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องการใช้การอภิปรายในครั้งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังพาประเทศไทยไปผิดทาง และคนที่ต้องจ่ายราคาให้การพาประเทศไทยไปผิดทางคือพี่น้องประชาชน เราเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนและสภาเห็นถึงความล้มเหลว และเหตุผลที่ควรลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e469d356df58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6พรรคฝ่ายค้าน ไม่ร่วมโหวตงบ63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 6 พรรคฝ่ายค้านย้ำไม่ร่วมสังฆกรรม พ.ร.บ.งบฯ เปิดทางรัฐบาลดำเนินการตามสะดวก แต่ขู่เลยกรอบ 105 วันในการพิจารณาอาจผิดกฎหมาย &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; แผ่นเสียงตกร่อง ไม่เลิกไล่อัดศาลรัฐธรรมนูญ วิปรัฐบาลสั่ง ส.ส.ห้ามขาด ห้ามลาโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประชุมหารือเกี่ยวกับการดำเนินการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ในวาระ 2-3 ที่จะมีการประชุมในวันที่ 13 ก.พ. โดยการหารือครั้งนี้มีหัวหน้าพรรค 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปรัฐบาล เข้าร่วมพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุม 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านทุกคนจะมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยร่วมเป็นองค์ประชุม แต่การดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการเสียบบัตรแทนกันนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่สุจริต และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยไม่อยู่ในที่ประชุม และมีการเสียบบัตรแทนกัน จึงถือว่าเป็นการออกเสียงที่ไม่สุจริต ดังนั้นเรารอความรับผิดชอบส่วนตนและรัฐบาล การแสดงความรับผิดชอบสูงสุดคือลาออก เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มติดังกล่าวที่ออกมา เพื่อให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เกิดความรวดเร็ว ตามความต้องการของประชาชน หากฝ่ายค้านร่วมประชุมด้วยในวันที่ 13 ก.พ. เราได้สงวนคำแปรญัตติไว้จำนวนมาก จะต้องใช้สิทธิในการอภิปรายใช้เวลานาน 2-3 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หากย้อนไปที่มูลเหตุของการเกิดปัญหา ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่รัฐบาลกลับมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ฝ่ายค้านก็อยู่ร่วมประชุมด้วย แต่กลับเกิดเหตุการณ์มีคนเสียบบัตรแทนกัน ทำให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้สะดุด รัฐบาลทำเสียของ ดังนั้นครั้งนี้เราจะให้ความร่วมมือเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่สามารถร่วมอยู่ประชุมด้วยได้ โดยจะเปิดทางให้รัฐบาลพิจารณางบประมาณได้โดยสะดวก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่สุ่มเสี่ยงที่จะร่วมในการกระทำที่ไม่ชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยไม่ชัดเจนในหลายข้อ จึงจะไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงในเรื่องความถูกผิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความกังวลว่า เนื่องจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 143 กำหนดให้การพิจารณากฎหมายของสภาและวุฒิสภาเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดเรื่องนี้ และการพิจารณาพรุ่งนี้จะเกินเวลา ดังนั้น ส.ส.จึงกังวลใจว่าหากร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้จะเป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นการร่วมทำงานตามมารยาทที่พองามพอดีเป็นวิถีทางที่เราทำได้เพียงเท่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สื่อมวลชนรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า เจรจากับพรรคเพื่อไทยได้ แต่จะมีปัญหากับพรรคอนาคตใหม่นั้น ขอเรียนว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อจากบุคคลใดในฟากรัฐบาลเลย ดังนั้นรู้ได้อย่างไรว่าคุยยาก ในเมื่อไม่เคยมาพูดคุยกันเลย รัฐมนตรีคงคิดเอาเอง
ไล่อัดศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คำร้องที่ฝ่ายค้านได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตามมาตรา 148 วรรค 3 นั้น มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการตราไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญสามารถทำได้อย่างเดียวคือการวินิจฉัยให้ร่างกฎหมายนั้นตกไปทั้งฉบับ แต่หากวินิจฉัยว่าชอบ ก็เดินหน้าต่อ แต่กรณีที่ออกมานั้น จะงงในตัวเอง เพราะท่อนแรกบอกว่า การเสียบบัตรแทนกัน ย่อมมีผลในการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงมิร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่พอมาถึงตอนท้ายกลับบอกว่าร่างนี้ไม่ตกไปทั้งฉบับ เพราะต้องคำนึงถึงสภาพการณ์และเหตุผลความจำเป็นในการใช้งบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปแล้วเป็นคำวินิจฉัยที่ผสมผสานกันทุกเรื่อง แถมท้ายด้วยการสั่งให้สภาลงมติกันใหม่ในวาระ 2-3 &amp;nbsp;เห็นว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด และหากปล่อยไว้เช่นนี้ วันข้างหน้าศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถสั่งอะไรก็ได้โดยที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม การเป็นซูเปอร์รัฐธรรมนูญ กลายเป็นคนที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ผิดในหลักการถ่วงดุลอำนาจ เป็นเหตุให้ฝ่ายค้านต้องมานั่งคิดกันว่าเราจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรบอกว่า เวลานี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อและมหัศจรรย์จากที่ทั้งสภาต้องมาวุ่นวายและมานั่งคิดอ่านกันใหม่หมดเพื่อแก้ปัญหาให้กับ ส.ส.ไม่กี่คนที่เสียบบัตรแทนกัน แล้วจนถึงวันนี้เรายังไม่เคยได้ยินเสียง ส.ส.คนนั้นพูดสักคำ แม้กระทั่งขอโทษก็ไม่มี ความรับผิดชอบอะไรก็ไม่มี ทำเป็นเงียบๆ เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มองว่าสิ่งนี้ไม่ยุติธรรมต่อทั้งสภาผู้แทนราษฎร ต่อตัวรัฐบาล และต่อประชาชน ก็ไม่แน่ใจว่าวันที่ 13 ก.พ. ในที่ประชุมท่านจะรู้สึกอะไรหรือไม่ ที่คนทั้งสภาจะต้องมาแก้ปัญหาที่ท่านเป็นคนก่อขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนเห็นความพยายามในการออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาล เหมือนกับหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา จนถูกตั้งคำถามว่า รัฐบาลลอยแพประชาชน ปฏิเสธความรับผิดชอบแทบทุกเรื่อง จนความเชื่อมั่นเสื่อมทรุดในแทบทุกบริบท ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 มีปัญหา เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันจนต้องนำมาพิจารณากันใหม่ ไม่มีใครไปสร้างปัญหาให้ สนิมเกิดจากเนื้อใน รัฐบาลทำตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า หลังจากที่วิปฝ่ายค้านมีมติไม่เข้าร่วมลงมติในวาระสองและวาระสาม ฝั่งรัฐบาลต้องดำเนินการประชุมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไว้ตามกระบวนการ คือ ลงมติตั้งแต่มาตรา 1 ต่อเนื่องจนถึงมาตรา 55 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้าย ส่วนการอภิปรายนั้น มติวิปรัฐบาลเห็นร่วมกันคือสามารถอภิปรายได้ในส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระใหม่ และไม่ซ้ำเดิมจากการอภิปรายในวาระสอง รอบแรก ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. เนื่องจากถือว่าการอภิปรายของ ส.ส.เคยเกิดขึ้น และได้รับการบันทึกไว้แล้ว ส่วนจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันเดียวหรือไม่นั้น ตนยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะต้องรอดูท่าทีที่ชัดเจนจาก ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอีกครั้ง&amp;nbsp;
ห้ามขาด ห้ามลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ส.ฝั่งรัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุมและการลงมติไว้ให้ครบถ้วน ห้ามขาด ห้ามลาโดยเด็ดขาด ซึ่งวันพิจารณาวาระสองและวาระสาม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนต้องร่วมประชุมและลงมติให้ครบถ้วนทุกคน&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลและท้วงติงว่าการพิจารณาของสภาวาระสองและวาระสาม วันที่ 13 ก.พ.นั้น อาจเกินเวลา 105 วันที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาพิจารณาให้แล้วเสร็จ นายวิรัช กล่าวว่า สภาต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้สภานำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 พิจารณาวาระสองและวาระสาม ส่วนประเด็นระยะเวลา 105 วันนั้น จากคำร้องที่ตนและคณะยื่นเป็นคำถามให้ศาลรัฐธรรมนูญด้วย กลับไม่มีคำวินิจฉัย ดังนั้นการปฏิบัติของสภาต้องดำเนินการตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่ององค์ประชุมสภาเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากและ ส.ส.ทุกคน แต่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบมากกว่าอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณามาพอสมควรแล้ว จึงต้องหาทางช่วยกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวว่า เมื่อมีการเริ่มต้นในวาระที่ 2 ใหม่ ส.ส.ย่อมมีสิทธิอภิปรายได้เต็มที่ แต่เนื่องจากเคยอภิปรายกันเต็มที่มาแล้ว ดังนั้น กระบวนการจากนี้น่าจะประหยัดเวลาลงไปได้ ประกอบกับ ส.ส.ย่อมทราบดีว่าเป็นเรื่องที่พิจารณากันมาแล้ว คงจะไม่มีการลงรายละเอียดกันมากนัก ทั้งนี้ ยังไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณา แต่คิดว่าการพิจารณาไม่น่าจะช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน อย่างน้อยกฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องมีเงินไปใช้จ่ายสำหรับทุกองค์กร&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่อง ส.ส.ที่เขาคุยกันอยู่แล้ว พยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะเป็นความร่วมมือของทุกพรรค ฝ่ายค้านจะอยู่ร่วมโหวตหรือไม่ แล้วแต่เขา เขามีสิทธิทำอย่างไหนได้ก็ทำไป แต่ประชาชนก็ต้องดูติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีปัญหา เพราะคราวที่แล้วฝ่ายค้านก็ไม่ได้โหวต ซึ่งจริงๆ น่าจะไม่ได้โหวตในกฎหมายหลายฉบับ แต่ว่าเสียงทางฝ่ายรัฐบาลต้องให้พอ พอในที่นี่คือพอตามองค์ประชุมทั้งหมด
เสียบบัตรจับได้จ่าย 1 แสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป หากสื่อมวลชนและพลเมืองดีทั่วไป ส.ส.มีการเสียบบัตรแทนกัน 2 ครั้งขึ้นไป กับการลงมติกฎหมายทุกฉบับ รวมทั้งญัตติต่างๆ หากมีหลักฐานดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอ สามารถรับเงินกับตนได้ เหตุการณ์ละ 1 แสนบาท โดยไม่จำกัดเหตุการณ์ แต่ห้ามก๊อปปี้ภาพเขาแล้วมารับเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานดังกล่าวไม่ต้องผ่านการตรวจสอบในชั้นศาล หรือตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ แต่สามารถมารับเงินโดยตรงกับผมได้เลย เพราะผมมีทรัพย์สินถึง 500 ล้านบาท คิดว่างานนี้คงไม่เกิน 10 ล้านบาท ยังเหลือเงินอีกตั้ง 490 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับผู้ที่นำหลักฐานมาเปิดเผย ผมมีวิธีปกปิดไม่ให้ได้รับผลกระทบตามมา&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) เปิดเผยว่า ประธานวุฒิสภากำหนดนัดประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้เสร็จตามกรอบเวลา ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เรื่องนี้ได้ผ่านการอภิปราย และพิจารณาไปแล้ว จึงจะขอร้องสมาชิกวุฒิสภาว่า หากจะอภิปราย ก็ขอให้อภิปรายอย่างกระชับที่สุด และไม่ซ้ำเดิม คาดว่าจะพยายามใช้เวลาอภิปราย และลงมติให้เสร็จภายในวันเดียว จะได้ส่งคืนไปตามช่องทางเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ระบุไม่ให้ราคาคนนอกอดีต ส.ส.นอกสภาว่า ให้สัมภาษณ์ลักษณะสไตล์เดิมๆ ของ ร.ต.อ.เฉลิม ขอถามกลับว่าการอภิปรายในเรื่องใดๆ ได้มีการปรึกษาหารือกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยแล้วหรือไม่ ระวังทำอะไรไม่ปรึกษาหารือ เดี๋ยวคุณหญิงโกรธหรือไม่พอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มี ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ส่งข่าวมาบอกว่าอย่าไปถือสาท่านเลย เพราะท่านก็อายุมาก ดื่มไวน์ก็เยอะ สุขภาพก็ต้องดูแลรักษา ทุกคนห่วงใยท่าน ทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีใครจะทำงานให้พรรค ก็อยากจะถามกลับท่านเหมือนกันว่า ท่านเฉลิมก็อยู่นอกสภา ไม่ได้อยู่ในสภาเช่นกัน ราคามวยก็คงไม่ได้มีราคาอะไรมากมายที่ต้องกังวล&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57040</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 พรรคฝ่ายค้าน, งบ 63, พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ร่วมสังฆกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440fcce232e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมศักดิ์&quot; ห่วงงบ 63 ล่าช้าทำแผนทุกอย่างสะดุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.63​ ​นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ตนกังวลเพราะเคยคิดว่างบประมาณจะได้ใช้แบบเต็มรูปแบบภายในเดือนก.พ. แต่เมื่อเกิดปัญหาที่มีผู้ร้องว่ามีส.ส.เสียบบัตรแทนกันในวันลงมติ จึงต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด อาจใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง และเนื่องจากไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563 เป็นการใช้จ่ายงบประมาณปี 2562 ไปพลางก่อน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายรายจ่ายประจำและโครงการที่มีความต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลอาจต้องขยายวงเงินเบิกจ่ายจากที่ไตรมาสแรกที่เรามีเพดาน 30% ดังนั้นควรจะให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้ก่อนเพิ่มเป็น 60-65% โดยควบระหว่างไตรมาสที่ 1 และ 2 ใช้ไปก่อน น่าจะพอสามารถแก้ไขปัญหาไปได้เพราะเป็นเหตุการณ์จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่งตนคิดว่าหากนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ประชุมคงจะเห็นด้วยอยู่แล้ว​ ตนเชื่อว่าทุกฝ่ายจะเห็นด้วยไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพราะมีปัญหาเดือนร้อนกันหมด เราต้องช่วยกันรับผิดชอบร่วมกัน อย่างโครงการก่อสร้างต่างๆของรัฐหากผู้รับเหมาเบิกเงินไม่ได้อาจจะเกิดการทิ้งงาน เพราะในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการที่เกิดขึ้นใหม่หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไปก่อนได้ แต่จะลงนามในสัญญาต่อเมื่องบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีผลบังคับใช้และได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงบประมาณแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ควรต้องออกมาโดยเร็ว ทั้งนี้ผมขอวิงวอนขอศาลรัฐธรรมนูญ เร่งแก้ปัญหาให้จบโดยเร็ว แต่เราจะไปสั่งศาลท่านไม่ได้​ จึงได้แต่ขอวิงวอน บ้านเมืองจะได้ไม่ต้องเกิดความวุ่นวาย ขอให้ศาลท่านเป็นพระเอกช่วยแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56051</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ยุติธรรม&#039; ยุค &#039;สมศักดิ์ เทพสุทิน&#039;  &#039;ปวดหัวตัวร้อนมาหาเรา&#039;, งบ 63 ล่าช้า, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32cf709f648.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับวินิจฉัยเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาล รธน.รับวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 สั่งเลขาธิการสภาฯ-3 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ยื่นคำชี้แจงภายใน 4 ก.พ.นี้ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยุสภาสอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนแล้วฟ้องเอาผิดด้วย &amp;nbsp; ส.ส.พัทลุง ปชป.แฉอีก ส.ส.พัทลุง ภท.ไม่อยู่ห้องประชุมวันพิจารณางบฯ &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; ขู่ พท.อภิปรายนอกประเด็นจะตั้งโต๊ะแฉกลับเรื่องลับ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; จัดทีมอภิปราย แก๊งดาวสภามาครบ &amp;nbsp;ห่วงก๊วนนักเทศน์ทำอภิปรายจืด ยอมหมอบไม่ส่งคนลงแข่งสนามกำแพงเพชร ขอพุ่งเป้าเลือกซ่อมสมุทรปราการ &amp;quot;พีระวิทย์&amp;quot; คัมแบ็กอยู่ฝั่งรัฐบาลลุงตู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) จำนวน 3 คำร้อง ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีปรากฏคลิปภาพ ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน โดยคำร้องทั้ง 3 ฉบับ เป็นความเห็นของนายวิรัช &amp;nbsp;รัตนเศรษฐ ส.ส.และคณะ มี ส.ส.เข้าชื่อจำนวน 109 คน, ความเห็นของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.และคณะ จำนวน 84 คน และความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และคณะ จำนวน 77 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องตามความเห็นของนายวิรัตน์และนายสมพงษ์มีประเด็นต้องพิจารณาเป็นประเด็นเดียวกัน จึงให้รวมทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 คำร้องเป็นกรณี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสองสภาเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จึงเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาฯ ส่งความเห็นนั้นมายังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) กรณีจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ ศาลจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยพร้อมแจ้งให้ผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำร้องตามความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยเป็นประเด็นเดียวกันกับคำร้องตามความเห็นของนายสมพงษ์ โดยมีรายชื่อของผู้เสนอความเห็นซ้ำกันจำนวน 30 คน จึงทำให้จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อไม่ถึง 1 ใน 10 ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ศาลจึงไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ชอบหรือไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการทางออกเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไว้อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นอย่างไรตนไม่ควรพูด เพราะฝ่ายค้านออกมาเตือนอยู่ว่าไม่ให้พูดชี้นำ แต่ตนได้ให้แนวทางกับสำนักงบประมาณและรายงานนายกฯ ไปแล้วว่าถ้าศาลรับเรื่องระหว่างการพิจารณาจะนานเท่าไหร่ก็ตาม รัฐบาลเองต้องใช้เวลาดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ในการเตรียมการ ซึ่งทางออกมาตรการรองรับ เราคิดไว้หลายทาง ซึ่งมากกว่า 3 ทาง และไม่ว่าอย่างไรงบประจำของข้าราชการสามารถใช้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ระบุหากงบประมาณปีใหม่ออกไม่ทัน ให้ใช้งบประมาณของปีเก่าไปพลางก่อน&amp;nbsp;
ยุสภาฟัน สส.เสียบบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความผิดของ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน นายวิษณุกล่าวว่า ใครก็ตามที่เป็นต้นเหตุที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งจนถึงขณะนี้เราไม่เคยรู้เลยว่าสภาสอบกันไปแล้วอย่างไร ได้ความอย่างไร และยังต้องสอบจนกระทั่งได้ความ ซึ่งบางทีอาจจะช้า เห็นหรือไม่จากคดีที่เราชอบอ้างกันเมื่อปี 56-57 ที่เสียบบัตรคนหนึ่งหลายใบมาถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องการลงโทษกี่ปีมาแล้วล่ะ ยืนยันคนเสียบบัตรแทนกันนั้นผิด และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นต้องเป็นความรับผิดชอบอีกหลายเท่า ขณะเดียวกันต้องเตรียมมาตรการต่อไปด้วยว่าหากเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นในอนาคตอีก ฉะนั้นต้องระวัง เดี๋ยวจะเกิดเหตุอย่างนี้กับกฎหมายอื่นอีก และเมื่อมีผลออกมาอย่างไรจะต้องดำเนินการฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สภาจะต้องดำเนินการสอบให้จบ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป เรื่องนี้อาจจะต้องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือจะเป็นคดีอาญาธรรมดา ซึ่งขณะนี้คุณศรีสุวรรณก็ได้ไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.แล้ว นั่นก็เป็นช่องทางหนึ่ง และไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้อง สมรู้ร่วมคิด วางแผน&amp;quot; นายวิษณุ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิฯ แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือปัญหา ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าโดยหลักการแล้วการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถือเป็นเครื่องมือในการแสดงออกซึ่งเจตจำนงของ ส.ว.แต่ละท่านตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้มีการลงมติในเรื่องใดๆ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น &amp;quot;บัตรแห่งอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;quot; ดังนั้นจึงควรมอบบัตรออกเสียงลงคะแนนให้สมาชิกทุกท่านเป็นผู้รับผิดชอบบัตรของตนเอง และควรให้สมาชิกทุกคนนำบัตรออกเสียงลงคะแนนของตนเองออกจากเครื่องลงคะแนนทุกครั้งที่ออกจากห้องประชุม เพื่อป้องกันการใช้บัตรลงคะแนนโดยมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะตัวแทนประชาชน แถลงข่าวนำหลักฐานเปิดเผยถึงการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ว่า ส.ส.คนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภา ในวันที่ 10 ม.ค.2563 ในระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยตนได้ไปตรวจสอบพบว่า ส.ส.คนดังกล่าวมีไฟลต์บินระหว่างเวลา 20.50-22.15 น. ของสายการบินนกแอร์ ซึ่งเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงขอให้สภามีการตรวจสอบการทำหน้าที่ เพราะ ส.ส.ทำงานอยู่บนภาษีของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การออกมาครั้งนี้จะยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยยิ่งร้าวขึ้นหรือไม่ น.ส.สุพัชรีกล่าวว่า ตนไม่ได้มาในนามพรรค แต่มาในนามส่วนตัว ตามที่ประชาชนร้องเรียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายภูมิศิษฏ์ คงมี เป็น ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนถ้าเป็นเรื่องจริงก็จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกันกับกรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
พท.จี้นายกฯ รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม แถลงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพระบุเป็นการเสียบบัตรแทนกันของตนเองว่า ที่นั่งที่ตนใช้ลงคะแนนเป็นที่นั่งประจำของนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าที่นั่งห้องประชุมจันทรามีที่นั่งเพียง 250 ที่นั่ง จุดที่เสียบบัตรก็มีไม่เพียงพอ วันนั้นนายประกอบไม่ได้นั่งอยู่ในที่นั่ง แต่มีบัตรเสียบอยู่ จะเห็นได้ว่าระหว่างที่ตนดึงบัตรออกนั้น ตนได้เสียบบัตรของตนเองเข้าไปเพื่อลงคะแนนตามปกติ ซึ่งนายประกอบก็เดินเข้ามาพอดี จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนให้นายประกอบหรือให้ใคร &amp;nbsp;เมื่อตนไม่ได้ทำ ใครที่เอาข้อมูลไปขยายผลก็จะกลายเป็นการหมิ่นประมาท และหากมีการนำไปเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ ก็ถือว่าผิด พ.ร.บ.คอมพ์ มีโทษถึง 5 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 เกิดขึ้นจากปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่การเล่นการเมืองของฝ่ายค้านที่นำเรื่องดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างที่มีความพยายามบิดเบือนกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาล หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ที่ลูกพรรคตัวเองเสียบบัตรแทนกัน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ โดยจะต้องตรวจสอบและมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดกับ ส.ส.ที่โดดประชุมและทิ้งบัตรไว้ให้คนอื่นลงคะแนนแทนจนกลายเป็นการชัตดาวน์งบ 63 อยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเรื่องแค่นี้ผู้นำทั้ง 2 พรรคตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเป็นคนเสียบบัตรแทน ส.ส.ที่โดดประชุม อาจหมายถึงการสมรู้ร่วมคิดหรือเข้าข่ายช่วยกันปกปิดความจริง แล้วอย่างนี้ประชาชนจะไว้ใจให้บริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงภาวะผู้นำในการตรวจสอบและแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากงบปี 63 จะต้องล่าช้าออกไปอีก 2-3 เดือน รัฐบาลก็ควรเปิดเผยแผนสำรองออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบลงทุน หากไม่มีงบลงทุนใหม่ ก็จะกระทบกับแผนการลงทุน&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวหารัฐบาลว่าสีเทา ไม่แปลกใจ และชินกับพฤติกรรมชอบข่มขู่ของร.ต.อ.เฉลิม รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน ไม่ได้เป็นรัฐบาลสีเทา รัฐบาลจึงไม่หายนะแน่ ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีการทุจริตคอร์รัปชันจนต้องหายนะ มีรัฐมนตรีต้องติดคุก บางคนก็หนีไปคนละทิศละทาง เท่าที่ติดตามข่าวข้อมูลการอภิปรายในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเก่าที่ประชาชนทราบอยู่แล้ว ยังไม่มีอะไรใหม่ ร.ต.อ.เฉลิมคงอุบไว้เป็นความลับ เพราะท่านโหมโรงไว้เยอะ แต่ระวังว่าจะเผลอลืมเสียเอง มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เปรียบเสมือนทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟลน
แรมโบ้ขู่แฉกลับเพื่อแม้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเป็นคนที่รู้ข้อมูลพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ตนอยู่ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย ถ้าถามว่าวันนี้จะอภิปรายรัฐบาล ตนจะอาสาอภิปรายนอกสภาคนในพรรคเพื่อไทย คนเป็นผู้ใหญ่บริหารในพรรคเพื่อไทยได้ทำอะไรในบ้านเมืองนี้ไว้ ตนสามารถอภิปรายมีข้อมูลมีเนื้อหามากกว่าที่คนในพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อีกด้วยซ้ำไป ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยยังเล่นการเมืองแบบวิชามาร ยังเล่นการเมืองแบบไปรื้อฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไปรื้อฟื้นของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมา ตนอาจจะตั้งโต๊ะอภิปรายนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชันกับฝ่ายค้านกันเลยว่าใครจะมีข้อมูลทีเด็ดมากกว่ากัน แสดงว่ารัฐบาลมีทั้งองครักษ์ทั้งในสภาและนอกสภาด้วยแน่นอน ถ้าเป็นการอภิปรายที่เป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน หรือมีรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันเราไม่ว่ากัน แต่วันนี้เท่าที่ฟังดูยังไม่มีการเปิดประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมได้จัดทีมวอร์รูมขึ้นมาเป็นอดีต ส.ส.ที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ที่มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ จะติดตามข้อมูลว่าการอภิปรายครั้งนี้อยู่ในประเด็นหรือไม่ และเราจะเปิดเวทีตอบโต้เหมือนกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ถ้ายังใช้วิชามารนอกกติกา ความวิบัติที่คุณเฉลิมพูดนั้นไม่ได้ตกอยู่ที่ท่านนายกฯ ไม่ได้ตกอยู่ที่รัฐบาล แต่ตกอยู่ที่ผู้นำของพรรคเพื่อไทยแน่นอน สิ่งสำคัญก็คือว่าอย่าสร้างหลักฐานเท็จ อย่าใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ และอย่าใช้ข้อมูลที่นอกญัตติเท่านั้นเอง ถ้าไม่อย่างนั้นตนก็จะแฉเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาว่า พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ โดยเลื่อนจากวันนี้ไปก่อน เพราะมีข้อมูลสำคัญที่ไม่อยากให้ตกหล่นไป ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยรับหรือไม่รับคำร้อง กรณีการเสียบบัตรแทนกันระหว่างการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หรือไม่ เพื่อให้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันอีกครั้งในการกำหนดประเด็นเพิ่มและบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้งซ่อมที่ จ.กำแพงเพชร วันที่ 23 ก.พ.นี้ จะได้ไม่ทำงานอย่างกดดัน ซึ่งตนไม่ต้องการให้รัฐบาลใช้วิธีเช่นครั้งอภิปรายทั่วไปกรณีครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนก่อนปิดสมัยประชุมสภา 29 ก.พ.นี้ โดยการอภิปรายฝ่ายค้านตั้งใจไว้ว่าไม่น้อยกว่า 3 วัน
พท.ห่วงซักฟอกจืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับการคัดเลือกบุคคลที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ เบื้องต้นมีการจัดวางบุคคลที่จะอภิปรายใกล้แล้วเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ที่หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคจองกฐินอภิปราย โดยประเด็นมีทั้งคุณสมบัติความไม่เหมาะสม การใช้อำนาจหน้าที่เอื้อให้กับกลุ่มทุนและพวกพ้อง ประเด็นที่ดินย่านบางบอน 3 ใน กทม.และพื้นที่อื่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะมีทั้งประเด็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และประเด็นอีอีซี พรรคเพื่อไทย วางให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นผู้อภิปราย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เรื่องการก่อสร้างโรงกำจัดขยะไฟฟ้าจะมีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม., นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งจะจัดวางขุนพลในทีมกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้อภิปราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประเด็นการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ การเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทได้รับงานประชาสัมพันธ์ จะมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นำอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีทั้งประเด็นความไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี การใช้อำนาจช่วยเหลือพวกพ้องในพรรคเดียวกัน มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นผู้นำอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบุคคลหลักที่จะอภิปรายในพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นนักพูดในสภา ซึ่งจะประกอบด้วย นายสุทิน คลังแสง, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายนิยม เวชกามา, นายสมคิด เชื้อคง, นายขจิตร ชัยนิคม, น.ส.จิราพร สินธุไพร, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนผสมของทีมรุ่นใหม่ รุ่นกลางที่บางคนเป็นนักพูด มีลีลาการนำเสนอน่าสนใจ แต่ก็มีบางคนที่กังวลว่าแม้จะเตรียมตัวมีข้อมูลดีแค่ไหน แต่ถ้าเน้นเชิงวิชาการมากเกินไป ประกอบกับสไตล์การพูดไม่ดึงดูด ใช้น้ำเสียงราบเรียบ อาจทำให้การพูดจืดชืด อาจทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร ขณะที่บุคคลที่มีลีลาการนำเสนออย่างมีเอกลักษณ์ เช่น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ กลับไม่ถูกคัดเลือกให้อยู่ในทีมอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ก.พ. พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัคร เนื่องจากมองว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือจะต้องนำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จึงมองว่าเอาเวลาไปเตรียมพร้อมทวงพื้นที่คืนในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.สมุทรปราการ ที่จะมีผลต่อจำนวน ส.ส.ในทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ และยังจะส่งผลต่อผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยหากมีการเลือกตั้งก่อนวันที่ 24 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร นายธวัธชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้งได้ไปดูแลการสมัคร ส.ส.เขต 2 แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีนายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ให้การต้อนรับ และในช่วงเช้ามีนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเพียงคนเดียว และได้เบอร์ 1 โดยมีนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยได้มาให้กำลังใจในครั้งนี้
&amp;quot;พีระวิทย์&amp;quot; หนุนลุงตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงการได้เข้ามาเป็น ส.ส.อีกครั้ง หลังจากได้เป็นส.ส.เพียง 3 วันว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเป็นส.ส.อีกครั้ง จากการที่หยุดไป 7-8 เดือน ตนไม่ได้หยุดทำหน้าที่ของ ส.ส. โดยลงพื้นที่ตลอด เพราะว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเป็นส.ส. และวันนี้ก็ได้กลับมาแล้ว โดยตนได้ไปบนที่วัดสะตือ จังหวัดสระบุรี เพื่อให้ได้กลับมาจริงๆ ซึ่งจะต้องนำคณะกลองยาวไปถวายแก้บน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระวิทย์กล่าวว่า เบื้องต้นจะอยู่กับกลุ่มกิจสังคมใหม่ เพราะที่ผ่านมากลุ่มนี้ไม่เคยทอดทิ้ง และในช่วงบ่ายวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมาแสดงความยินดีในฐานะที่ตนเป็นน้องชาย ยืนยันจะอยู่ในฝั่งรัฐบาลและสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และอยากเข้าไปร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะประเด็นคำนวณสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะตนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง และมั่นใจว่าจะไม่หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.อีกอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กรณีที่มีการแจกใบดำอดีตผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์นั้น ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ มาตรา 131 วรรค 2 กำหนดให้ &amp;quot;ดำเนินการคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่ โดยมิให้นำคะแนนที่ผู้สมัครดังกล่าวได้รับไปรวมคำนวณด้วย&amp;quot; แต่วันก่อนในข่าวแจก กกต.ประกาศเพียงแต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส.บัญชีรายชื่อลดลง 1 คน และพรรคไทยรักธรรม มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คนเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินการตามที่ พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ กำหนดไว้ นั่นคือต้องประกาศจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองทั้งหมดใหม่ ซึ่งถ้าคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อบนฐานของวันที่ 28 พ.ค.2562 ตามที่ กกต.ระบุ พรรคพลังประชาชนปฏิรูปควรจะต้องได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คำถามคือในเมื่อปัจจุบันพรรคนี้ได้ยุบตัวเองไปแล้ว ส.ส. 1 คนดังกล่าวจะจัดสรรไปให้พรรคไหนด้วยหลักเกณฑ์อะไร กกต.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน จะโอนให้พรรคพลังประชารัฐโดยพลการไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีกข้อสังเกตหนึ่ง เป็นไปได้ที่ กกต.จะคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ บนฐานของจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต ที่แต่ละพรรคได้รับเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2562 ไม่ได้คิดอยู่บนฐาน ส.ส.เขตที่พรรคการเมืองมี ณ ปัจจุบันจริงๆ นั่นหมายความว่าแม้พรรคพลังประชารัฐจะดูด ส.ส.งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่เข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้มีจำนวน ส.ส.เกินจำนวน ส.ส.พึงมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อลง&amp;quot; นายชัยธวัชกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55838</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รับวินิจฉัย, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3194e90e5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมสด! อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 เป็นวันที่สอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากเมื่อวานนี้ (17 ต.ค.62)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รัฐสภา, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da91f5a13874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกเป้าถล่มกลาโหม ฝ่ายค้านตั้ง12หัวหมู่ชำแหละงบ/รบ.จัดทัพรับศึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รัฐบาล-ฝ่ายค้านแบ่งเวลาถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ฝ่ายละ 18 ชั่วโมง มิติใหม่วิปรัฐบาลเจียดให้ฝ่ายค้านอิสระ 20 นาที พปชร.จัดทัพ 26 ขุนพลรับศึก มั่นใจเสียงหนุนผ่านวาระแรกกำชับห้ามขาดพร้อมลงคะแนนตลอด 3 วัน ห่วงฝ่ายค้านเน้นตัวบุคคล แนะอดใจรอซักฟอกสมัยหน้า &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; วางกรอบชำแหละ 4 ประเด็น ตั้ง 12 หัวหมู่ตามซ้ำรายหัวข้อ พุ่งเป้างบ ก.กลาโหม 2.33 แสนล้าน ซัดซื้ออาวุธ-สร้างบ้านพักรับรองไม่ตอบโจทย์ขณะที่ ปชช.ยังลำบาก จ่อยื่นศาล รธน.วินิจฉัย รมต.ร่วมโหวต &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; พ้อ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ชวดชำแหละทั้งที่เป็นผู้วางเกมอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 16 ตุลาคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวก่อนการประชุมร่วมกับนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และวิปฝ่ายค้าน ว่าในวันที่ 17 ต.ค.นี้ จะเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในเวลาประมาณ 12.00 น. เนื่องจากมีวาระการพิจารณาพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ที่ต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนในช่วงเช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าไม่กังวลในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เมื่อฝ่ายค้านสงสัย รัฐบาลก็มีหน้าที่ชี้แจง เชื่อว่าไม่มีปัญหา ซึ่งในส่วนของ ส.ส. รัฐบาลพร้อมลงมติทุกเมื่อ โดยก่อนการประชุมสภา วิปรัฐบาลจะซักซ้อมการประชุมก่อนในช่วงเช้า&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายวิรัชแถลงว่า จากการประชุมได้ข้อสรุปเรื่องเวลาในการอภิปราย โดยฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะได้เวลาฝ่ายละ 18 ชั่วโมง คาดว่าวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ จะเลิกการประชุมหลังเที่ยงคืน แล้วจะใช้วิธีพักการประชุม เพื่อจะได้มาประชุมต่อในช่วงเช้าของอีกวัน โดยไม่ต้องนับองค์ประชุม ส่วนหากฝ่ายใดประท้วง ก็ให้หักเวลาของฝ่ายนั้น สำหรับการแถลงรายละเอียดงบประมาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะให้เวลา 2 ชั่วโมง โดยไม่นับรวมเวลาอภิปรายของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ขณะที่เวลาอภิปรายของ ครม. 6 ชั่วโมงนั้น ให้รวมอยู่ในโควตา 18 ชั่วโมงของฝ่ายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ เปิดเผยภายหลังเข้าหารือด้วยว่า หลังจากที่ตนและพรรคไทยศรีวิไลย์ได้ประกาศวางตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ และต้องการทำหน้าที่ของผู้แทนปวงชนอภิปรายสะท้อนปัญหาการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้รัฐบาลทำการปรับปรุง ซึ่งวิปรัฐบาลได้ตกลงแบ่งเวลาในส่วนของฝ่ายรัฐบาลให้อภิปรายประมาณ 20 นาที ถือเป็นมิติใหม่ในสภา เพื่อยืนยันว่าอย่างน้อยในอนาคตไม่ให้การทำการเมืองถูกโน้มน้าวไปทางใดทางหนึ่ง จึงขอขอบคุณที่ให้ฝ่ายค้านอิสระได้มีโอกาสร่วมอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อใช้เวลาฝ่ายรัฐบาลอภิปราย จะถือเป็นข้อผูกมัดว่าจะต้องโหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบฯ ด้วยหรือไม่ นายพิเชษฐ กล่าวว่า ต้องรอฟังเหตุผลว่าตนจะอภิปรายอะไร ซึ่งอาจจะขัดกับความรู้สึกของประชาชน แต่จะมีประโยชน์ต่อประชาชนที่จะได้รับเช่น การใช้คำสั่ง คสช.ระงับการทำเหมืองทองอัครา ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบกลางเป็นหมื่นล้านบาทมาจ่ายทดแทนนั้น สมควรหรือไม่อย่างไร เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสินบนข้ามชาติด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะลงมติอย่างไรนั้น จะต้องรอหารือกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ก่อนว่าทั้ง 2 พรรคจะมีความเห็นอย่างไร ผมยืนยันว่าการใช้เวลาของรัฐบาลในการอภิปรายไม่ได้ผูกมัดว่าจะต้องเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ แม้จะถูกมองว่าเป็นการหักหลังกันก็ยอม เพราะทุกอย่างต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก&amp;rdquo; นายพิเชษฐกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.ประมาณว่า เราเตรียมพร้อมในทุกเรื่องที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและพร้อมที่จะชี้แจง รวมถึงรับฟังความเห็นและข้อชี้แนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและทุกฝ่าย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้แถลงเปิด จากนั้นจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านขึ้นอภิปราย โดยขึ้นอยู่กับประธานจะอนุญาตให้ใครขึ้นอภิปราย ในส่วนของตนจะชี้แจงทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ รายได้ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง หากไปเกี่ยวกับกระทรวงอื่น แต่ละกระทรวงก็จะเป็นผู้ตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจว่าจะมีเสียงสนับสนุนให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ ได้&amp;quot; นายอุตตมกล่าว&amp;nbsp;
ห่วงฝ่ายค้านซักฟอกบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้กำชับ ส.ส.เป็นพิเศษหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ในส่วนของพรรค พปชร.มีการเตรียมการและเน้นย้ำ ส.ส.ไปแล้ว รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลก็มีเตรียมการเช่นเดียวกัน เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าอาจมีฝ่ายค้านมายกมือโหวตให้กับรัฐบาล นายอุตตม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลมาอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ไม่นำประเด็นทางการเมืองมาตีรวนกับเรื่องงบประมาณ เพราะประชาชนทั่วประเทศกำลังติดตามอยู่ โดยในส่วนการตั้งงบของรัฐบาลในส่วนไหนที่ฝ่ายค้านเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ ก็ขอให้อภิปรายแบบติเพื่อก่อ เสนอแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวเรื่องเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำอาจทำให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ผ่านที่ประชุมสภา นายสิระกล่าวว่า ตนมั่นใจว่าในหลักการ และทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต่างก็อยากให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกคนคือตัวแทนของประชาชน คงไม่มีใครอยากจะทำให้การเมืองชะลอการเดินหน้าของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกังวลอยู่แค่เรื่องเดียว นั่นก็คือการอภิปรายของฝ่ายค้าน ที่อาจจะเน้นไปที่ตัวบุคคล จนกลายเป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบที่ฝ่ายค้านพยายามใช้เวทีสภาในรูปแบบนี้มาโดยตลอด ซึ่งมองว่า สมัยประชุมที่ผ่านมา ฝ่ายค้านยังทำหน้าที่ได้ไม่สร้างสรรค์ ก็หวังว่าการอภิปรายในวันที่ 17-19 ต.ค.นี้ คงจะเป็นการอภิปรายที่อยู่ในกรอบของเนื้อหา และอยากให้ฝ่ายค้านอดใจรอไว้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในโอกาสหน้า อย่าได้เอามารวมกัน เพราะจะทำให้ฝ่ายค้านดูไม่มีความเป็นมืออาชีพ&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า ในการประชุม ส.ส.พรรคเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ได้มีการกำหนดตัวผู้อภิปรายจำนวน 26 คน รวมเวลาอภิปรายประมาณ 4 ชั่วโมง โดยแต่ละคนได้รับมอบหมายให้อภิปรายรายละเอียดงบประมาณในหัวข้อที่แตกต่างกันไป ได้แก่ 1.นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ รับผิดชอบภาพรวมและอุดมศึกษา 2.น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ รับผิดชอบอภิปรายภาพรวม และนโยบายอีอีซี 3.นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและสมาชิกพรรค รับผิดชอบอภิปรายในภาพรวมและนโยบายอีอีซี 4.นางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี รับผิดชอบหัวข้อความยากจนและแรงงาน 5.นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. รับผิดชอบหัวข้อพัฒนาเมืองและนโยบายชิมช้อปใช้ 6.นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา รับผิดชอบด้านความมั่นคงและสามจังหวัดชายแดนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. หัวข้อ กทม. 8.นายอรรถกร ศิริลัทยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวข้อกลาโหม 9.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี หัวข้อกลาโหม 10.นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวข้อภาพรวมงบประมาณ 11.น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี หัวข้อกระทรวงดิจิทัลฯ 12.นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา หัวข้อกระทรวงศึกษาธิการ 13.นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย หัวข้องบฯ อปท. 14.นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา หัวข้อโครงสร้างกระทรวงศึกษา 15.นายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์ หัวข้อการเก็บภาษียาสูบ 16.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. หัวข้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและการศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี หัวข้อวิทยาศาสตร์ 18.นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร หัวข้อเกษตรกร และ 19.น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร หัวขอบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะที่ผู้อภิปรายในภาพรวม ได้แก่ 20.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. 21.น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. 22. นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช 23.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร 24.นายสุชาติ อุตสาหะ ส.ส.เพชรบุรี 25.นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช และ 26.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก
ปชป.ชี้ 4 ประเด็นต้องแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเบื้องต้นไม่มีการพูดคุยกันเรื่ององครักษ์พิทักษ์ ครม.เหมือนคราวแถลงนโยบายรัฐบาล พร้อมกันนั้นยังได้กำชับให้ ส.ส.ทุกคนห้ามขาด ห้ามลา และมาสายเด็ดขาด โดยให้เตรียมความพร้อมในการลงคะแนนเสียงตลอดระยะเวลา 3 วัน ซึ่งพรรค พปชร.ยังเชื่อว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ น่าจะผ่านพ้นไปด้วยดี และไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการยกมือสนับสนุนแต่อย่างใด&amp;quot; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.การคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;งบประมาณปี 2563 ที่จะมีการพิจารณาในวาระแรกปลายอาทิตย์นี้ควรต้องมีการแก้ไขปรับปรุงค่อนข้างมากในชั้นกรรมาธิการ เพราะตามที่เสนอมา เป็นการร่างตามกระบวนการเดิมๆ ที่ยังไม่สอดคล้องสถานการณ์ที่เป็นจริงของประเทศ และยังไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนตามที่ทุกคนคาดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือข้อสรุปของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประชุมร่วมกันเมื่อวานนี้ เราจะใช้สิทธิอภิปรายชี้แจงประเด็นปัญหาและเสนอแนวทางที่รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนงบประมาณเพื่อให้ส่งผลต่อ 4 ประเด็นหลักในการแก้ปัญหาให้แก่ประชาชน ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 2.การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมลํ้า 3.การแก้ไขปัญหาปากท้อง 4.ประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล เราพร้อมทำหน้าที่ของเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดี และศุกร์ 17-18 ตุลาคมนี้ เชิญติดตามการอภิปราย&amp;rdquo; นายกรณ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ว่า ที่ประชุมได้เตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2563 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ โดยเฉพาะงบประมาณในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้รับการจัดสรร 9,812 ล้านบาท ลดลง 599 ล้านบาท หรือลดลง 7.73% ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการในด้านข้อมูลเพื่อชี้แจง หากมีการสอบถามมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของงบที่ได้รับลดลงนั้น เนื่องจากในปี 2563 ไม่มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายสำหรับใช้ในการรักษาข้าวในสต๊อกที่ค้างมาจากโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา ซึ่งปกติจะใช้งบประมาณปีละประมาณ 1,500 ล้านบาท พอขายข้าวในสต๊อกได้หมด ก็ไม่มีภาระตรงนี้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า มั่นใจว่าในส่วนของงบประมาณคมนาคมจะไม่มีปัญหา สามารถชี้แจงได้แน่นอน ซึ่งในปี 2563 นั้น กระทรวงคมนาคมของบประมาณไปราว 210,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบหน่วยราชการ 170,000 ล้านบาท และงบประมาณรัฐวิสาหกิจ 40,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมจะอธิบายข้อซักถามได้ เพราะมีการเชิญหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมรอชี้แจงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เรียกประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค รวมถึง ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาประชุมเตรียมเนื้อหา และความพร้อมในการเตรียมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปราย 20 ชั่วโมง เนื่องจากมีเนื้อหาและบุคคลที่ต้องการอภิปรายจำนวนมาก หวังว่ารัฐบาลจะเข้าใจ จากการพูดคุย ก็เห็นว่ารัฐบาลมีท่าทีที่อ่อนลง ส่วนรูปแบบการอภิปรายจะใช้วิธีแบบลูกเสือ คือมีผู้อภิปรายทั่วไปก่อน จากนั้นนายหมู่จะเป็นผู้เติมเต็มสรุปข้อมูลเป็นบางช่วง เพื่อให้เนื้อหาครอบคลุม เบื้องกำหนดตัวนายหมู่ไว้ 12 คน แบ่งตามหมวด เช่น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม., นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และตน ส่วนเนื้อหาภาพรวมจะเน้นชี้ให้เห็น 4 ประเด็นหลัก คือการใช้งบให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนหรือไม่ แก้ปัญหาตอบโจทย์ประเทศได้สูงสุดหรือไม่ ใช้งบประมาณได้ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และสุดท้ายจัดงบประมาณมีความโปร่งใสถูกต้องหรือไม่ โดยจะชี้ให้เห็นเหตุผลว่าเหตุใด ฝ่ายค้านจึงไม่สามารถยกมือสนับสนุนให้กับ พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ได้
เล็งถล่มงบ กห.ซื้ออาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่ได้จ้องล้มรัฐบาล หรือเอางบประมาณมาเป็นเกมการเมือง แต่ต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ หาก พ.ร.บ.งบประมาณไม่ผ่านสภา รัฐบาลยังสามารถเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่เข้ามาภายใน 1-2 เดือน และยังสามารถเบิกจ่ายงบประมาณที่จำเป็นได้ล่วงหน้า จึงไม่กระทบกับการใช้จ่ายงบประจำของแต่ละกระทรวง&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านอาจจะยอมให้ผ่านร่างพ.ร.บ.งบฯ ในวาระรับหลักการนั้น นายสุทินกล่าวว่า จะมีข้อสรุปในวันสุดท้าย หลังจากหารือร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน ส่วนจะยกมือให้ผ่านหรืองดออกเสียง ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะรับฟังคำแนะนำและนำไปปรับปรุงหรือไม่ เชื่อว่าจะไม่มีงูเห่าหรือมีใครแตกมติพรรค รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยืนยันไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แกนนำพรรคเศรษฐกิจใหม่ จะยังไม่ร่วมอภิปรายในครั้งนี้ เพราะแสดงความต้องการตั้งแต่ต้นว่าจะขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเท่านั้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีสามารถโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้หรือไม่ เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงจะต้องมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการอภิปรายครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นักกิจกรรมการเมืองเรียกร้อง ส.ส.งดออกเสียงให้กับร่างพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นการเสนอกฎหมายไม่ถูกต้อง เหมือน พ.ร.ก.ชะลอการบังคับใช้กฎหมายส่งเสริมสถาบันครอบครัวก่อนหน้านี้ นายสุทินกล่าวว่า เป็นมุมมองเสียงสะท้อนจากสังคม ซึ่งก็ต้องรับฟัง แต่จะปฏิบัติตามข้อเสนอหรือไม่ ขอหารือรายละเอียด เนื้อหา เหตุผลกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่พูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณของกองทัพหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรสนใจและให้ความสำคัญ ไม่ใช่การชังชาติหรือไม่รักชาติ เหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์และผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งแกนนำรัฐบาลบางคนพยายามสร้างกระแสชี้นำสังคม ฝ่ายค้านต้องการชี้ให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ล่าสุดสวนดุสิตโพลได้สะท้อนถึงความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนมากกว่ามุ่งไปที่การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฉพาะงบกระทรวงกลาโหมที่ตั้งไว้สูงถึง 2.33 แสนล้านบาท เพิ่มจากปี 2562 ถึง 6,200 ล้านบาท ปีที่ผ่านมามีการตรวจพบถึงการใช้งบของกองทัพไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจหลายอย่าง เช่น มีการเปิดเผยถึงเรื่องการสร้างบ้านพักรับรองผู้บัญชาการทหารเรือบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยงบสูงถึง 112 ล้านบาท หรือสร้างบ้านพักรับรองบนยอดเขาริมทะเลที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 51 ล้านบาท ตนเป็นทหาร มาเข้าใจว่าการสร้างบ้านพักรับรองให้หรูหรา สมเกียรติ ก็มีความจำเป็น แต่ไม่ควรสร้างขณะที่คนไทยจำนวนมากยังลำบากอยู่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลอย่าอ้างเรื่องความมั่นคงเพื่อจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนมากให้กองทัพไปจัดซื้ออาวุธ วันนี้ทุกประเทศในภูมิภาคของเราต่างแข่งขันกันในเรื่องเศรษฐกิจ มีแต่ประเทศไทยที่เร่งสะสมอาวุธ และใช้หน่วยงานด้านความมั่นคงไปจัดการฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง มั่นใจว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านจะเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแน่นอน เพราะเราจะแจกแจงความบกพร่องและความไม่เหมาะสมในการทำงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะการจัดวางงบประมาณที่ไม่ถูกต้องตามสถานการณ์ และการให้ความสำคัญความมั่นคงมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ไม่ตอบโจทย์สงครามการค้าที่ส่งผลกระทบกับประเทศอย่างรุนแรง มีการจัดงบประมาณแบบขาดวินัย โดยเขียนเช็คเปล่าให้นายกฯ มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่สำคัญเป็นการจัดงบประมาณที่ไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน.
เสียดาย&amp;quot;ทอน&amp;quot;อดร่วมวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนพรรคเพื่อไทยมีผู้อภิปรายจำนวน 66 คน พรรคอนาคตใหม่ 20 คน เท่ากับจะได้อภิปรายคนละ 56 นาที ฝ่ายค้านจะอภิปรายบนเนื้อหาสาระที่ดี ไม่ตีรวน เพราะไม่เกิดประโยชน์ จะเป็นลักษณะทักท้วงติติง และแสดงหลักฐานว่าการจัดงบประมาณไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศอย่างไร โปร่งใสตรวจสอบได้ และเป็นไปตามที่รัฐบาลแถลงนโยบายไว้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะเน้นการอภิปรายในกระทรวงใดบ้าง นายชลน่าน กล่าวว่า มีผู้อภิปรายเป็นรายกระทรวงอยู่แล้ว เช่น งบกระทรวงกลาโหมจะมีคนชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสม ไม่ตอบโจทย์กับสภาวะของประเทศที่กำลังยากลำบาก รวมถึงงบกลางที่ตั้งงบประมาณในส่วนของเงินทดรองจ่ายฉุกเฉินไม่เหมาะสม ส่วนการลงมติ คงต้องรอดูสถานการณ์จากการรับฟังการอภิปราย และการชี้แจงของรัฐมนตรี รวมถึงของนายกฯ ก็จะเป็นตัวชี้วัดด้วยส่วนหนึ่ง หากร่าง พ.ร.บ.งบฯ ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1 ชั้นรับหลักการ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาวาระที่ 2 ชั้นคณะ กมธ. หากมีมาตราใดที่ตั้งงบไม่สอดคล้องและไม่เหมาะสม กมธ.ก็สามารถลงมติไม่เห็นชอบเป็นรายมาตราได้ หรือไม่เห็นชอบร่างดังกล่าวในวาระที่ 3 ได้ เพราะการเห็นชอบที่สำคัญที่สุดคือวาระที่ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า พรรคอนาคตใหม่เตรียมพร้อมในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ แล้ว แม้มีเอกสารมาก แต่เตรียมตัวทุกวัน โดยการอภิปรายจะเน้นเนื้อหาสาระมากกว่าจำนวนคน และเน้นอภิปรายในภาพรวมว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้หรือไม่ และจะเสนอแนะว่าหากพรรคอนาคตใหม่มาเป็นรัฐบาล จะจัดทำงบประมาณอย่างไร ในการที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียดายที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคไม่สามารถมาร่วมอภิปรายได้ ทั้งที่เป็นผู้วางแผนในการอภิปรายทั้งหมด และเสียดายที่ได้รับการจัดสรรเวลาน้อยกว่าที่คิด โดยในส่วนของพรรคได้ประมาณ 391 นาที&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พงศกร รอดชมภู &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ยังได้กล่าวถึงร่างงบประมาณทางการทหารของปี 2563 ว่ามีอยู่ 2 ประเด็นหลักที่อาจจะต้องอภิปรายในรัฐสภา คือ 1.การซื้ออาวุธทางการทหาร ก็ไม่ได้บอกชัดเจนว่าจะซื้ออาวุธอะไร เพื่ออะไร เกิดผลอย่างไร ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสในการซื้ออาวุธ อีกประเด็นหนึ่งคือ หากซื้ออาวุธที่ท่านว่ามานี้ จะเกิดต่อความมั่นคงหรือเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศมากน้อยแค่ไหน เพราะการที่จะป้องกันประเทศได้ต้องมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ระบบอาวุธ ไปจนถึงยุทธศาสตร์การเตรียมกำลังพลกับอาวุธต้องสัมพันธ์กันหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีการเตรียมกำลังอย่างหนึ่ง ใช้อาวุธอีกอย่างหนึ่ง การซื้ออาวุธที่ท่านว่าจะไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้พรรคอนาคตใหม่พบว่าการซื้ออาวุธกับการจัดกำลังพลไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน เหมือนกับว่างบประมาณ ก็ตั้งแบบที่เคยๆ กันมา โดยไม่มีเป้าหมายที่จะทำให้กองทัพมีความเข้มแข็งเท่าที่ควร ซึ่งเห็นว่ากองทัพควรจะมีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ โดยใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและโปร่งใสที่สุด&amp;quot; พล.ท.พงศกรกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48202</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รัฐบาล-ฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามขาดพร้อมลงคะแนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d720aff9988a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
