<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โวยรัฐบาลอดีตทิ้งคนใต้ สส.ชทพ.ไขก๊อกพ้นกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สภาถกงบฯ 64 1-3 ก.ค. &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เตรียมโชว์ช่วยคนใต้&amp;nbsp; เพราะถูกรัฐบาลในอดีตเลือกปฏิบัติเยี่ยงลูกเมียน้อย &amp;quot;พิธา&amp;quot; ตาสว่าง จะใช้เว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันเป็นกลไกให้เข้าถึงประชาชน กมธ. สอบงบฯ โควิดระอุ! ส.ส.ชทพ.ไขก๊อกพ้น กมธ. &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ท้าใครอยากออกทำหนังสือมา อย่ามัวแต่พูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค. สภาจะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 โดยได้กำหนดกรอบระยะการอภิปราย โดยฝ่ายค้าน 22 ชั่วโมง 30 นาที ฝ่ายรัฐบาล 22 ชม. ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ 2 คน ได้เวลาประมาณ 2 ชม. รวม 46 ชม. และเชื่อว่าสมาชิกจะอภิปรายเสร็จสิ้นและให้ลงมติวาระ 1 เพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 72 คน ให้ได้ก่อนเที่ยงคืนวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งสภาเหลือเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จประมาณ 70 วัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถพิจารณาวาระ 2-3 ได้ภายในกลางเดือน ก.ย. ซึ่งอยู่ในสมัยประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจัดงบประมาณของรัฐบาลในปีนี้ เป็นการจัดงบประมาณ 2 ฉบับซ้อนกัน ระหว่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท กับ พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 จำนวนเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้ยอดเงินงบประมาณที่นำมาใช้จ่ายมีเม็ดเงินสูงมากเป็นประวัติการณ์ จำนวน 5.2 ล้านล้านบาท จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการอภิปราย ซักถามรายละเอียดของแผนงาน โครงการ ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้อย่างถี่ถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวอีกว่า จะขอใช้สิทธิ์อภิปรายงบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด จะขอทวงถามความเป็นธรรมให้กับพี่น้องภาคใต้ ที่เสียโอกาสในการพัฒนามายาวนาน ตั้งแต่ในยุครัฐบาลของระบอบทักษิณ ที่มีแนวคิดพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือก ส.ส.ของพรรคตัวเองก่อน จนถึงรัฐบาล คสช.ก็ยังไม่สามารถคืนความเป็นธรรมให้กับคนภาคใต้ได้เท่ากับโอกาสที่เสียไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขออภิปรายแทนความรู้สึกของคนภาคใต้ทุกคน ให้รัฐบาลชุดนี้ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรม ที่เคยถูกรัฐบาลในอดีตเลือกปฏิบัติเยี่ยงลูกเมียน้อย และขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องภาคใต้ต่อไป&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เห็นว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่ทำมาตอนนี้เหมือนทำมาเพื่อแช่แข็งประเทศไทย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปี 2563 ไม่มีการแก้ปัญหาของชาวภาคเหนือที่มีปัญหาไฟป่าคู่กับโควิด ภาคอีสานภัยแล้งคู่กับโควิด หรือภาคใต้ที่มีปัญหาการท่องเที่ยวพร้อมกับโควิด พวกเขาเหล่านี้จะต้องผิดหวัง ซึ่งส่วนตัวมองว่าต้องเร่งเยียวยาภาคใต้ก่อนอันดับแรกตามความเร่งด่วน โดยดูจาก GPP ของภูมิภาค ไม่ใช่ GDP ของประเทศ อีกทั้งถ้าเป็นตนเองจะใช้เทคโนโลยี เช่น เว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันเป็นกลไกให้เข้าถึงประชาชน เหมือนสิงคโปร์ ที่กดทีเดียวก็เงินเยียวยาถึงประชาชน ดังนั้นจึงหวังว่าคนที่จะเข้ามาทำงาน หลังการปรับ ครม. ก็ต้องมีวิสัยทัศน์ในการแก้งบประมาณที่ไม่ตรงจุด คิดแผนให้นายกรัฐมนตรี และหวังว่านายกฯ จะไม่ใช้อำนาจและตีเช็คเปล่า และหากโครงการต่างๆ ที่เสนอมาใช้จ่ายจากงบประมาณเงินกู้ 1.1 ล้านล้านบาทไม่ตอบสนองจุดประสงค์ ก็ต้องสามารถโอนกลับมาใช้ในด้านการป้องกันโรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ในความรู้สึกคนไทยกับสถานการณ์เศรษฐกิจยากลำบากนั้น ทีมเศรษฐกิจจะเข้ามาใหม่จะรับทุกขลาภ ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะคิดอย่างไร หากต้องการใช้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่แล้ว ควรให้ชุดใหม่เขียนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 เพราะต้องรับผิดชอบ หากปรับ ครม.ตามที่ปรากฏแบบคนเก่าเขียนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ แล้วทีมใหม่มาทำ ซึ่งจะมีสภาพติดขัด ยึกยักไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน นปช.กล่าวว่า คนไทยกำลังเดินไปสู่เดือนกรกฎาคม เชื่อว่าจะเห็นปรากฏการณ์หลากหลายมิติ โดยเรื่องที่ไม่คาดจะเกิด จะได้เห็นทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ส่วนการปรับ ครม.ที่กำลังจะมีขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่วัน และไม่มีความชัดเจนกับสถานการณ์นี้เลย แล้วจะนำไปสู่สถานการณ์อะไรอีกหรือไม่ เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ จะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ ดังนั้นมุมมองทางการเมืองของตนซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว จึงไม่กระโตกกระตาก เพราะจะกลายเป็นเสาค้ำให้เขาโดยปริยายเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกำหนด 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยอมรับว่า นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมาธิการแล้ว อาจเป็นเพราะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันกับตนเอง ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะเลือกวิธีการลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเวลาที่จะต้องหาแนวทางในการตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อการช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่มาทะเลาะกันเองในกรรมาธิการ หรือใช้เป็นเวทีทางการเมืองตอบโต้กัน อีกทั้งไม่ได้เป็นกังวลว่าจะมีกรรมาธิการลาออกเพิ่ม อย่างไรก็ตาม หากใครต้องการลาออก อย่ามัวแต่พูด ให้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์มา&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ได้ลาออกจากกรรมาธิการดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งกับนายไพบูลย์แต่อย่างใด เนื่องจากมีภารกิจมาก จึงขอลาออก โดยในวันที่ 30 มิ.ย. พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการประชุมเพื่อหาบุคคลอื่นมาทำหน้าที่แทนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลาออกของนายณัฐวุฒิ เป็นผลจากความขัดแย้งภายในกรรมาธิการในขั้นตอนเสนอชื่อประธานกรรมาธิการ ซึ่งนายณัฐวุฒิเป็นผู้เสนอชื่อนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน โดยมีพรรคฝ่ายค้านร่วมสนับสนุน เนื่องจากเห็นว่านายกนกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับการยกย่องในสังคม และสามารถสร้างความสง่างามได้ และขอพรรคพลังประชารัฐอย่ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ แต่ในท้ายที่สุดที่ประชุมเสียงข้างมากมีมติเลือกนายไพบูลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การประชุมนัดแรกที่นายไพบูลย์นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ได้ขอให้กรรมาธิการแนะนำตัว แต่นายณัฐวุฒิท้วงว่า กรรมาธิการรู้จักกันอยู่แล้ว ไม่อยากให้เสียเวลามาแนะนำตัวกัน ทำให้ปะทะคารมกันกับนายไพบูลย์เล็กน้อย ก่อนที่นายณัฐวุฒิจะวอล์กเอาต์ออกจากการประชุม ทั้งนี้ ในหนังสือลาออกของนายณัฐวุฒิ ให้เหตุผลว่ามีภารกิจหลายประการที่ต้องดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70089</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564, พรรคร่วมรัฐบาล, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9f2556862b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
