<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จ่อคลอดรมว.คลัง หนี้50%ของจีดีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.บ.งบปี 64 แล้ว&amp;nbsp; ส่วนชื่อ รมว.คลังคนใหม่ &amp;quot;เดี๋ยวก็ออกมา&amp;quot; ด้าน &amp;ldquo;ปลัดคลัง&amp;rdquo; เรียกผู้บริหารประชุมทำแผนดูแลเศรษฐกิจระยะ 6-12 เดือน ปูพรมดูแลเศรษฐกิจระยะสั้น-กลาง-ยาว เตรียมพร้อมเสนอขุนคลังคนใหม่ &amp;ldquo;สบน.&amp;rdquo; เปิดตัวเลขหนี้สาธารณะสิ้น ส.ค.63 พุ่ง 1 แสนล้านบาท แตะระดับ 47.90% ของจีดีพี ลุ้นสิ้นปีงบประมาณ 63 หนี้ประเทศพรวดทะลุ 50% ของจีดีพี สวนทางมูลค่าจีดีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี วันที่ 2 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการนำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2564 ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้วหรือยังว่า &amp;quot;น่าจะทูลเกล้าฯ ถวายแล้วนะ ผมเซ็นไปหลายอย่าง อะไรเร็วสุดก็ลง เอาน่า เดี๋ยวก็ออกมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้มีการนำชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์หันมาตอบว่า เดี๋ยวก็ออกๆ วันนี้พวกเราต้องช่วยกันเดินไปข้างหน้า อย่ามาดึงกันไปเรื่อยทุกเรื่องบ้านเมืองก็ไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ต.ค.2563 จะเรียกประชุมผู้บริหารและอธิบดีกรมต่างๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังมาหารือ เพื่อรับฟังข้อมูลการดำเนินงาน หรือข้อจำกัดในการทำงานของแต่ละหน่วยงานในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ก่อนนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำแผนดูแลเศรษฐกิจในระยะสั้น 6 เดือน ถึง 1 ปีได้อย่างเหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมไว้รอเสนอให้กับ รมว.การคลังคนใหม่พิจารณาต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะดูทั้งระยะสั้นว่าควรจะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่ แต่ละหน่วยงานทำงานเป็นอย่างไร มีข้อจำกัดอะไร ที่ทำได้ไม่ได้บ้าง เพื่อเตรียมทำแผนระยะสั้น และจะดูต่อไปว่าในระยะกลางจะทำอะไรต่อได้บ้าง คิดทุกอย่างเอาไว้ให้ชัดเจน เผื่อถ้ามี รมว.การคลังคนใหม่เข้า ก็จะได้นำแผนเหล่านี้ไปเสนอ&amp;rdquo; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังจะสั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหาข้อมูลผลกระทบจากโควิด-19 ของแต่ละรายภาคธุรกิจว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจยานยนต์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเป็นรายธุรกิจ ให้ตรงจุด และถูกฝาถูกตัวมากขึ้น ซึ่งจะรวมไปถึงการพิจารณาตามแนวทางที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบศ. ที่อยากให้มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้มีรายได้สูง ผ่านมาตรการภาษีด้วยว่าสามารถทำได้หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สศค.ก็จะต้องกลับไปดูว่า หากจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือรายธุรกิจใด จะต้องช่วยเหลือในลักษณะไหน และจะกระทบต่อฐานะการคลังมากน้อยเพียงใด หรือเมื่อหากต้องสูญเสียรายได้จากภาษีไป จะคุ้มค่ากับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหรือไม่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีนั้น ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คงไม่รื้อแผนการพิจารณาของ สศค.ที่ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะนำมาดูเพื่อพิจารณาว่าภาษีตัวใดจะนำมาใช้ในช่วงเวลาใดถึงจะเหมาะสมมากกว่า เพราะเป็นเรื่องที่จะมีผลกับหลายภาคส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รายงานตัวเลขหนี้สาธารณะล่าสุด ณ เดือน ส.ค.2563 อยู่ที่ 7.66 ล้านล้านบาท หรือ 47.90% ของจีดีพี โดยหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยสัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าประมาณ 1% ของจีดีพี เนื่องจากจำนวนหนี้เพิ่ม และมูลค่าของจีดีพีลดลงมาอยู่ที่ 16 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2563 หรือเดือน ต.ค. 2562 ถึงเดือน ส.ค.2563 (8 เดือน) หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นประมาณ 8 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% ของจีดีพี แต่มูลค่าของจีดีพีกลับลดลงถึง 8 แสนล้านบาท จากผลกระทบของโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิ้นปีงบประมาณ 2563 (เดือน ก.ย.63) หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านล้านบาท หรือมากกว่า 50% ของจีดีพี สวนทางกับมูลค่าของจีดีพีที่คาดว่าจะหลุดต่ำกว่า 16 ล้านล้านบาท&amp;nbsp; โดยการก่อหนี้เพิ่มขึ้น มาจากการกู้ชดเชยขาดดุลเพิ่มเติม 2.14 ล้านล้านบาท และการกู้จาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่ ณ เดือน ส.ค. มีการกู้ไปแล้ว 3.38 แสนล้านบาท ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นชอบ เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวเลขหนี้สาธารณะ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2564, รมว.คลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนดูแลเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75da1e5be18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
