<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.มานะปลุกคนไทยป้องกันคอร์รัปชันเชิงนโยบายก่อนแผนร้ายกลายเป็นเคราะห์กรรมประเทศ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ก.พ.62- ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เขียนบทความ เรื่อง คอร์รัปชันเชิงนโยบาย การโกงอย่างถูกกฎหมาย &amp;nbsp;ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอร์รัปชันเชิงนโยบายเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายโดยมีเจตนาแอบแฝงในการกำหนดนโยบายวางกรอบทิศทางการลงทุนหรือดำเนินโครงการ แล้วมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตามขั้นตอน แม้บางครั้งอาจต้องเสนอโครงการดังกล่าวกลับมาให้อนุมัติอีกครั้งหนึ่ง พฤติกรรมและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและพวกพ้องจึง &amp;lsquo;ถูกต้องตามขั้นตอน&amp;rsquo; ของกฎหมาย (Legalized)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยุ่งยากอยู่ที่ว่า &amp;lsquo;การสร้างและดำเนินนโยบายใดๆ ที่มุ่งประโยชน์แก่ตนเองและพรรคพวกแทนที่จะเป็นสาธารณประโยชน์ อาจถือว่าเป็นการทุจริตเชิงนโยบายทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ส่วนตนกับสิ่งที่เป็นประโยชน์สาธารณะอาจสอดคล้องกันก็ได้&amp;rsquo; (อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางครั้งข้อมูลที่ถูกจัดเตรียมมาอย่างสมเหตุสมผลว่าโครงการนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากเพียงใด ก็อาจเกิดจากการแอบอ้าง ใช้คำพูดที่ทำให้เข้าใจผิดหรือบิดเบือน แม้จะมีงานวิจัยมาประกอบก็ตาม ดังที่ ดร. ต่อตระกูล ยมนาค กรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เล่าประสบการณ์ว่า &amp;lsquo;เคยมีงานวิจัยที่ไม่มีคุณภาพในมหาวิทยาลัยของรัฐที่มักมีหน่วยงานราชการไปจ้างให้เขียนงานวิจัยสนับสนุนนโยบายของตน โดยกำหนดทิศทางและคำตอบงานวิจัยตั้งแต่ยังไม่เริ่มเขียน และเคยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งออกมาสนับสนุนข้อเสนอให้บริษัทยักษ์ใหญ่รับประโยชน์จากสัมปทานของรัฐเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่ามหาศาล เพื่อแลกกับค่าจ้างวิจัยเพียงไม่กี่ล้านบาท&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างการทำตามแผนที่วางไว้..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้เห็นภาพผมขอสมมุติตัวเองเป็นคนที่จ้องจะหากินจากโครงการขยายอาคารผู้โดยสารและการประมูลร้านค้าปลอดภาษี ผมจะทำเรื่องต่อไปนี้ให้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง แผนแม่บทเพื่อการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิแม้จะผ่านการศึกษาและเขียนไว้อย่างรอบคอบแต่ก็เป็นข้อมูลเมื่อ 15 ที่แล้ว จึงต้องปรับปรุงให้เหมาะกับหลายปัจจัยที่เปลี่ยนไป จึงกลายเป็นโอกาสที่จะเขียนขึ้นใหม่ให้สามารถใช้เป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายขององค์กรที่ทุกฝ่ายต้องเดินตาม ผมจะใส่บางอย่างที่ต้องการลงไปแล้วสร้างความชอบธรรมด้วยการอ้างความเห็นและผลการศึกษาขององค์กรสากลอย่าง ICAO และกรรมการร่วมที่ตั้งขึ้นเรียกว่า Airport Consultative Committee โดยที่คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่าองค์กรนี้ทำหน้าที่อะไร แค่ไหน เขาสนใจเรื่องความปลอดภัยและแบบแผนการบิน การบริหารจัดการด้านไหนหรือความสวยงาม ความคุ้มค่าและการลงทุนกันแน่ และเพื่อสร้างหลักประกันว่าจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้ ผมยินดีจ่ายเงินจำนวนมากจ้างคนที่เกี่ยวข้องมาเป็นที่ปรึกษาทั้งระดับองค์กร ระดับโครงการและส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง เป็นที่ทราบกันดีว่าสถาปนิกหรือคนออกแบบโครงการจะมีอิทธิพลอย่างมากในการดำเนินโครงการอย่างน้อยสองเรื่อง คือ 1) การรับเหมาก่อสร้าง เพราะสามารถกุมข้อมูลความลับเกี่ยวกับแบบก่อสร้างตกแต่งที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เช่น กำหนดวัสดุ รูปแบบของงาน เปิดให้พรรคพวกของตนได้เห็นแบบทั้งหมดก่อนคนอื่น และการตั้งราคากลางไว้สูงมากเพื่อทำกำไร 2) การกำหนดเขตแนวพื้นที่บริการผู้โดยสารกับพื้นที่เพื่อการพาณิชย์และร้านค้าดิวตี้ฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผมจะอ้างสารพัดทำทุกวิธีที่จะทำให้คนที่คุยกันรู้เรื่องมารับงานออกแบบ บางทีอาจตั้งค่าจ้างออกแบบไว้ต่ำกว่าราคามาตรฐานวิชาชีพมากๆ (แล้วไปหาทางลดต้นทุนหรือตอบแทนกันด้วยวิธีอื่น) จนบริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์ไม่สนใจเข้าร่วมประกวดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ในการประมูลร้านค้าดิวตี้ฟรีเมื่อคราวเปิดสนามบินปี พ.ศ. 2549 มีประเด็นปัญหามากเกี่ยวกับกฎหมายการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ครั้งนี้จึงต้องแก้กฎหมายเคลียร์อุปสรรคนี้ก่อน ส่วนข้อเรียกร้องให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ให้นำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้เช่นเดียวกับอีกหลายเมกะโปรเจค ถือเป็นเรื่องอันตรายจะทำอะไรได้ไม่ถนัดเพราะมีคนนอกรู้เห็น ต้องหาทางหลีกเลี่ยงหรืออย่างน้อยก็ต้องเขียนทีโออาร์วางกติกาที่ตัวเองได้เปรียบให้เรียบร้อยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องสำคัญคือ ต้องควบคุมโครงสร้างการบริหารองค์กรให้ได้ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะให้ช้าและน้อยที่สุดเพื่อป้องกันการขัดขวางและจับผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุป..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความผิดฐานคอร์รัปชันเชิงนโยบายไม่มีเขียนในกฎหมาย ผลประโยชน์ทับซ้อนก็พิสูจน์ได้ยาก แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดีได้ดังเช่น คดีรับจำนำข้าว แต่สำหรับคนไทยแล้วจำเป็นรู้และหาทางป้องกันไว้ก่อนที่แผนร้ายจะกลายเป็นเคราะห์กรรมของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: ตัวอย่างการตอบคำถามของ ICAO ที่ ทอท. นำมาอ้างอิง https://www.facebook.com/AOTofficial/posts/2166048710314153?hc_location=ufi&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29179</URL_LINK>
                <HASHTAG>ICAO, คอร์รัปชันเชิงนโยบาย, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง, องค์กรต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181111/image_big_5be841b79a1e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท. เร่งปลุกกระแสเมด อิน ไทยแลนด์ หวังเป็นเกราะป้องกันเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.อ.ท.เดินหน้ามาตรการเมด อิน ไทยแลนด์ มอบศูนย์ไออีซีศึกษาแนวทางการดำเนินงานที่ไม่ขัดดับเบิลยูทีโอ ก่อนทำแผนเสนอรัฐบาลผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ คิดแล้วเสร็จใน 1 เดือน ชี้เป็นการสนับสนุนของไทย ตัวช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ได้มอบหมายให้ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อความเป็นเลิศ(ไออีซี) &amp;nbsp;ทำการศึกษามาตรการและแนวทางเพื่อการส่งเสริมการใช้สินค้าไทยหรือ เมด อิน ไทยแลนด์ เพื่อเป็นวาระแห่งชาติที่จะไม่ขัดกับระเบียบองค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ) ซึ่งคาดว่าจะสรุปภายใน 1 เดือนหลังจากนี้ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลพิจารณา และให้การสนับสนุนต่อไป เนื่องจากปัจจุบันการค้าโลกเปลี่ยนไปมีสงครามการค้าเกิดขึ้นที่อาจทำให้สินค้าต่างชาติไหลบ่าเข้าไทย ซึ่งสินค้าไทยเองส่วนใหญ่มีมาตรฐานที่ดีแล้ว จึงควรสนับสนุนการใช้ในประเทศเพื่อเป็นเกราะป้องกันให้กับเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเบื้องต้นอาจจะมีการจัดทำซอฟท์แวร์ หรือแอพพิเคชั่น พร้อมทั้งจัดทำเรตติ้ง ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าของคนไทย ว่าได้รับความนิยมมากเพียงไร และมีการรีวิวสินค้าจากผู้ใช้ เพื่อให้หน่วยงานราชการ และเอกชน เข้ามาเลือซื้อสินค้าผ่านแอพพิเคชัน และรับรู้รายละเอียดต่างๆ ซึ่งจะเป็นช่องทางให้ผู้ขายสินค้าของคนไทยเข้าถึงผู้ซื้อทั้งภาครัฐและเอกชนได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า มาตรการสนับสนุนให้หน่วยงานราชการใช้สินค้าไทยเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเติบโต และพัฒนาสินค้าได้เร็วขึ้น เพราะในขณะนี้ รัฐบาลมีงบประประมาณรายจ่ายประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ ประมาณครึ่งหนึ่ง เป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ ครุภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งหากเม็ดเงินจำนวนนี้ตกไปอยู่กับผู้ประกอบการคนไทย ก็จะช่วยพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมได้มาก โดยเฉพาะใน 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ที่ส่วนใหญ่ไม่เคยผลิตภายในประเทศ ซึ่งหากมีผู้ประกอบการไทยเข้ามาผลิตในอุตสาหกรรมเหล่านี้ ก็ควรให้การสนับสนุนเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเทศชั้นนำที่มีการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว เช่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น รัฐบาลแต่ละประเทศได้มีนโยบายส่งเสริมให้ภาคราชการใช้สินค้าในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการภายในประเทศที่พึ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ มีเม็ดเงินเข้าไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้รวดเร็ว อย่างเช่นในประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่ภาครัฐและเอกชน เข้าไปช่วยซื้อรถยนต์ที่ผลิตในประเทศในระยะแรก แม้ว่าคุณภาพจะสู้ต่างประเทศไม่ได้ แต่ในปัจจุบันค่ายรถยนต์ทั้ง 2 ประเทศนี้ก็มีความแข็งแกร่งเป็นผู้ส่งออกชั้นนำของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ก็มีข้อกำหนดส่งเสริมการใช้สินค้าไทยอยู่แล้ว เช่น หากมีผู้ยื่นเสนอขายสินค้าให้กับรัฐที่เป็นของไทยเกิน 3 ราย หากมีราคาสูงกว่าต่างชาติไม่เกิน 10% และมีมาตรฐานตรงตามที่กำหนดจะต้องใช้สินค้าไทย แต่ที่ผ่านมา มีการดำเนินการตามแนวทางนี้น้อยมาก ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวด และออกมาตรการใหม่ๆส่งเสริมการใช้สินค้าไทยที่ไม่ขัดกับกติกาของดับเบิลยูทีโอ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14412</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง, ส.อ.ท., ส่งเสริมการใช้สินค้าไทย, เมด อิน ไทยแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af9840beb20d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
