<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ7สิงหาฯเดือดแน่!การข่าวพบจะมีความรุนแรง ตร.เตรียมกำลัง 38 กองร้อยรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 -ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวถึงการนัดหมายการชุมนุมในวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า ในวันดังกบ่าวจะมีด้วยกัน 3 กลุ่ม 1.กลุ่มเยาวชนปลดแอก นัดหมายที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจากนั้นมีการเชิญชวนเคลื่อนตัวไปที่พระบรมมหาราชวัง ในกลุ่มนี้มีการเชิญให้กลุ่มการ์ดวีโว่ และกลุ่มราษฎรให้มาร่วมชุมนุม กลุ่มที่ 2. กลุ่มอาชีวะประชาชน เพื่อประชาธิปไตย โดยนายธนเดช ศรีสงคราม นัดหมายกันที่เชิงสะพานผ่านฟ้า ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาลในลักษณะคาร์ม็อบ กลุ่มที่ 3. จะเป็นกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 กลุ่มแดงใหม่ภาคี 4 ภาค กลุ่มราษฎรลพบุรี สระบุรี นครนายก มีการรวมตัวกันในจังหวัดต่างๆ โดยมีเป้าหมายเคลื่อนตัวมาที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอแจ้งให้ทราบว่ากรุงเทพฯเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การประกาศชักชวนรวมตัวมั่วสุม หรือการชุมนุมไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย การกระทำดังกล่าวจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ การดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆในเขตกรุงเทพฯที่ผ่านมา มีการดำเนินคดีแล้วจำนวน 293 คดี สอบสวนเสร็จสิ้น 196 คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน 97 คดี เตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ที่จะมาร่วมชุมนุมหรือผู้ชักชวน หากมีการกระทำการใดๆในเขตกรุงเทพฯ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เน้นย้ำทุกๆคดีจะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยการชุมนุมในวันที่ 7 ส.ค.กลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะใช้ถนนราชดำเนิน&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าที่จัดตั้งแนวสุดท้ายที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ จะไม่ยินยอมให้ข้าวแนวไปมากกว่านั้น&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวเพิ่มว่า แค่มีการประกาศเชิญชวนก็ผิดแล้ว การตั้งแนวรั้งหน่วงเป็นการป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอาจนำไปสู่ความวุ่นวาย สร้างผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ผู้ร่วมชุมนุมหรือบุคคลที่มีหมายจับ เป็นหน้าที่ของเราที่ต้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ขอให้มั่นใจ ถ้าพบตัวเมื่อไหร่ก็ต้องจับตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราตามไปจับตัวอยู่แล้ว ส่วนมากจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ใช้วิธีการเดิมๆ ใช้ความรุนแรงใช้อาวุธ และสิ่งที่เตรียมมาเพื่อจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าฝืนกฎหมายพยายามบุกเข้าไปในสถานที่ราชการหรือสถานที่ไม่ควรจะเข้าไปหลายๆครั้ง เราได้เฝ้าระวังและจะมีการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการป้องกันเหตุกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการตั้งจุดตรวจโดยรอบ พื้นที่ที่จะมีการชุมนุม ตั้งจุดตรวจทั้งหมด 14 จุด เส้นทางที่จะเข้ามาบริเวณที่ชุมนุมในการตรวจค้นอาวุธป้องกันเหตุร้าย ป้องกันบุคคลที่ 3 ที่จะมาก่อเหตุ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มีความเป็นห่วงได้มาประชุมซักซ้อมนโยบาย อันดับแรกคือความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เน้นย้ำโดยการใช้อุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้ตำรวจมีความปลอดภัยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเกราะอ่อน โล่กันกระสุนหรือแม้กระทั่งกระสุนยาง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนตามมาตรฐานสากลและให้มีการฝึกทบทวนเป็นระยะๆ ในส่วนนี้จะเป็นการป้องกันตัวเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการป้องกันตามมาตรฐานสากล ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำทุกครั้ง หลังจากการปฏิบัติทุกครั้งจะมีการทบทวนการปฏิบัติ ดูว่าการปฏิบัติแต่ละครั้งมีข้อบกพร่องอย่างไรมีจุดอ่อนตรงไหนและดำเนินการแก้ไขหลายๆครั้งเราปฏิบัติตามมาตรฐานสากล แต่ส่วนใหญ่เราจะถูก ผู้ไม่หวังดีทำการโฆษณาชวนเชื่อว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่จริงๆแล้ว การปฏิบัติทุกครั้งถือตามมาตรฐานสากลโดยสมควรแก่เหตุ เพื่อป้องกันเหตุร้ายอันอาจจะลุกลามใหญ่โต&amp;nbsp; มีความจำเป็นที่จะต้องกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันเหตุ อย่างที่เราเห็นมีการพยายามรื้อลวดหนาม พยายามเข้าไปสถานที่ราชการ มีการเผาเพลิงตามจุดต่างๆ หรือใช้ระเบิดเพลิง เจตนาให้เกิดเพลิงไหม้อาคารของผู้อื่น ถ้าเราไม่ป้องกันอันตรายก็จะลุกลามใหญ่โตเหมือนที่ผ่านมา เราต้องดำเนินการป้องกันเหตุร้าย กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีหน้าที่ในการรักษาความสงบสงบเรียบร้อยและรักษาโบราณสถานสมบัติของชาติ โดยเฉพาะสถานที่ที่เป็นยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยเราต้องรักษาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การชุมนุมในวันที่ 7 ส.ค.นี้การข่าวว่าจะมีการกระทบกระทั่งที่รุนแรง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้สื่อข่าวเราได้ประสาน ผบ.พื้นที่ ควรจะอยู่ในพื้นที่ไหนเวลาไหนจะถึงจะปลอดภัย โดยฟังสัญญาณจาก ผบ.พื้นที่ อยากให้ทุกคนปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้สื่อข่าวประชาชนที่สัญจรไปมา ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ที่ใช้ในการดูแล ความสงบเรียบร้อย โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 38 กองร้อย &amp;quot;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเยาวชนปลดแอก, พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย, ม็อบ7สิงหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cdfb8da4eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวใช้กำลัง! ผบ.ตร.ฮึ่ม!อะไรเกิดก็เกิดหลัง3นิ้วปลดธงชาติ/เตรียมจับกราวรูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร.ฮึ่ม! ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ อะไรจะเกิดต้องเกิด รับผิดชอบ ไม่ทอดทิ้งกัน หลังม็อบ 3 นิ้วชักธงชาติลงเปลี่ยนเป็นธงแดง ม.112 ขึ้นแทน เตรียมออกหมายเรียกกราวรูด ข้อหาเป็นเข่ง ผิด พ.ร.บ.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ธงชาติ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำให้เสียทรัพย์ ดูหมิ่น&amp;nbsp; &amp;quot;โฆษกรุ้ง&amp;quot; เทพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.คลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางมาประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง โดยมี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดปทุมธานี และที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เกี่ยวกับเรื่องที่มีการ์ดของผู้ชุมนุมนำธงชาติลง แล้วเปลี่ยนผ้าแดงเขียนเลข 112 ขึ้นสู่ยอดเสาแทน โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์เปิดเผยว่า วันนี้มาด้วยวัตถุประสงค์ 3 เรื่อง โดยเรื่องแรกที่ชาวบ้านตั้งคำถามว่าปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้ได้อย่างไรต่อหน้าต่อตา เรื่องที่สองจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการแบบนี้ และเรื่องที่สามคนที่ทำผิดจะต้องโดนอะไรบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องแรกจะต้องยอมรับว่ายุทธวิธีของผู้ที่กระทำผิดต้องการสร้างพื้นที่ข่าว ซึ่งก็ต้องยอมรับเขาทำได้ดี ภาพที่ตำรวจจะชักธงลงก็กลายเป็นภาพตำรวจยืนดู ซึ่งจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีกำลังพร้อมอยู่ เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่บนพื้นฐาน ในหลักคิดที่จะไม่ใช้กำลังโดยไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับตั้งแต่ตนลงมาก็จะต้องมาพบปะทำความเข้าใจกับลูกน้องว่าเรื่องแบบนี้จะให้เกิดอีกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ อะไรจะเกิดต้องเกิด และพวกเราก็ยอมรับผิดและรับผิดชอบ เราไม่ทอดทิ้งกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะมันกระทบกระเทือนของความรู้สึกคนทั้งประเทศ ซึ่งอาจจะเพลี่ยงพล้ำในพื้นที่การข่าวก็ว่าไป แต่อย่างที่บอกว่าสงครามมันยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่สอง จะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ต้องมาปรับการทำงาน โดยเฉพาะตำรวจระดับเล็กจะไม่มั่นใจในอำนาจหน้าที่ ในบทบาทในเรื่องของกฎหมาย ยังไม่แตกฉานเพียงพอ อาจจะไม่แน่ใจตรงนี้ และผู้บังคับบัญชาที่อยู่ก็อาจจะอยู่บนพื้นฐานที่ไม่อยากจะใช้กำลังโดยไม่จำเป็น ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องปรับความคิดกันใหม่ ให้ความรู้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตรงนี้จริงๆ ก็ทำกันมาตลอด รวมถึงเรื่องยุทธวิธีด้วย แต่ว่าก็จะต้องทำให้เข้มข้นขึ้นว่าเขาจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ยุทธวิธีควรจะเป็นอย่างไร แล้วเราก็จะต้องเอาบทเรียนมาถอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่ 3 ใครจะต้องโดนอะไรบ้าง เราก็จะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เราก็จะต้องเร่งรัด และทำให้กระจ่างให้สังคมเห็นว่าต้องรวดเร็ว โดยยึดหลักความเป็นนี่แหละต้องรวดเร็ว และก็ต้องให้ครบถ้วนทุกข้อหาและทุกคนด้วย ตนก็ต้องไปเดินสายทำความเข้าใจกับตำรวจทั่วประเทศด้วยเหมือนกัน โดยเอาบทเรียนตรงนี้ไปให้ความคิดให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่และผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น และทำให้ลูกน้องมั่นใจว่าเรารับผิดชอบในสิ่งที่เราสั่ง และขอให้เขามั่นใจในสิ่งที่เขาทำ เพราะเราไม่ได้สั่งให้เขาทำอะไรนอกอำนาจหน้าที่ แค่ให้รู้ว่าอะไรทำได้ และเมื่อจำเป็นต้องใช้กำลัง ก็อย่าลังเลต้องทำ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ต้องออกหมายเรียกทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นเรื่องผู้กระทำผิดเราต้องออกหมายเรียกทุกคน ซึ่งจากที่ฟังพนักงานสอบสวน ก็จะมีกฎหมายอยู่หลายฉบับ มีเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.บ.ธงชาติ มีเรื่องการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เรื่องของการทำให้เสียทรัพย์ และก็เรื่องของการดูหมิ่น ในส่วนของเยาวชน ทางตำรวจมีกฎหมายเยาวชนชัดเจนอยู่แล้ว วิธีการปฏิบัติต่อเยาวชน ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ ก็ขอให้มั่นใจเราไม่ทำอะไรนอกอำนาจ ส่วนหลังจากออกหมายเรียกแล้ว ก็จะมีขั้นตอนเกี่ยวกับเรื่องของการสอบสวนดำเนิคดีต่อไป ซึ่งในส่วนของความบกพร่องนั้น ตนเชื่อว่าผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งใจทำงาน แต่ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ต้องเป็นบทเรียน และเราต้องดูคนของเราให้พร้อมรับมือทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ในส่วนของมวลชนที่จะมาปักหลักติดตามให้กำลังใจผู้ที่ถูกออกหมายเรียกและเข้ามารายงานตัวนั้น ทางตำรวจก็จะมีมาตรการที่ดีกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อคืนวันศุกร์ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมรับทราบข้อเท็จจริงกรณีมีกลุ่มมวลชนมาร่วมชุมนุมบริเวณหน้า สภ.คลองหลวง เพื่อกดดันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการนำธงชาติลงจากยอดเสา และนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธง มีข้อความว่า &amp;quot;112&amp;quot; ขึ้นสู่ยอดเสาแทน ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ถือว่าเป็นกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ถือว่าเข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนการใช้ ชัก หรือแสดงธงที่มีความหมายถึงประเทศไทย หรือชาติไทย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้แล้วยังมีการฉีดพ่นสีสเปรย์บนสถานที่ราชการ และมีการชูป้ายผ้า มีข้อความที่เข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ซึ่งหากพิสูจน์ทราบได้ใครเป็นผู้กระทำ ก็จะต้องออกหมายเรียกมาดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์และดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการที่มวลชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงนี้นั้นเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งพบว่าไม่ได้มีการขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน และไม่มีมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ซึ่งก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามข้อกำหนด ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งห้ามมิให้มีการชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดฯ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้ที่มาร่วมชุมนุมจะถือว่ามีความผิดทุกคน เว้นแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา เช่น ทนายความ ญาติ หรือบุคคลที่ผู้ต้องหาร้องขอให้มาร่วมรับฟังการสอบสวน ซึ่งคาดว่าทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดที่พิสูจน์ทราบชื่อในวันพรุ่งนี้ จึงฝากเตือนกลุ่มความเห็นต่างว่า การใช้สิทธิเสรีภาพขอให้คำนึงหลักกฎหมาย อย่าเกินกรอบกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมายจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ซึ่งกำลังมีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. ปฏิบัติราชการแทน ผบช.น. มีวิทยุในราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด่วนที่สุด ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 ใจความว่าเพื่อให้การปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อย และจัดการจราจร การชุมนุมสาธารณะ ในวันที่ 17-20 มกราคม 2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้ดำเนินการดังนี้ 1.ชุดเคลื่อนที่เร็วประจำจุด สโมสรตำรวจ จำนวน 2 กองร้อย 2.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 1 จำนวน 2 กองร้อย 3.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 2 กองร้อย 4.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 5.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 6.คฝ.หญิง บช.น.ให้ทั้งหมดเตรียมพร้อม ณ ที่ตั้ง โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เวรยามตามปกติ และพร้อมปฏิบัติเมื่อสั่งภายใน 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังให้จัดเตรียมรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมพลขับ จำนวน 2 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดใหญ่ พร้อมพลขับ จำนวน 4 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก พร้อมพลขับ จำนวน 8 คัน โดยให้แต่งกายชุดเวส หมวกปราบจลาจล พร้อมเตรียมอุปกรณ์ประจำกาย ประจำกองร้อย ไฟฉาย เสื้อกันฝน และสวมใส่หน้ากากอนามัย
รวบกลุ่มการ์ดปลดแอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. วันเสาร์&amp;nbsp; ที่ลานวิคตอรี่พอยท์ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มการ์ดปลดแอก หนึ่งในแนวร่วมสำคัญของม็อบราษฎร นัดหมายมวลชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อรวมตัวกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &amp;quot;ร่วมกันเขียนป้ายความยาว 112 เมตร กับความทุเรศของรัฐบาล&amp;quot; โดยทางกลุ่มได้นำป้ายผ้าดิบสีขาว ความยาว 112 เมตรมากาง แล้วให้มวลชนที่เห็นต่างกับรัฐบาลร่วมกันเขียนข้อความบอกเล่าความในใจกับความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีมวลชนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต่อมาในเวลา 12.19 น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รักษาราชการ ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน บุกเข้าสลายการชุมนุมทำกิจกรรมนี้ โดยทางผู้ชุมนุมกลุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว ทำการเข้ายึดแผ่นป้ายผ้าดิบของผู้ชุมนุม และเข้าจับกุมผู้ร่วมกิจกรรมส่วนหนึ่งขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปยัง สน.พญาไท สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมที่เหลือ พากันกรูเข้าไปด่าทอเจ้าหน้าที่ด้วยความโกรธแค้น มีการกระทบกระทั่งชุลมุน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าแถวเป็นวงกลมเพื่อล้อมรอบพื้นที่และผลักดันผู้ร่วมชุมนุมไม่ให้เข้ามารวมตัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ผกก.สน.พญาไท ได้ประกาศแจ้งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทราบว่าเป็นการรวมตัวกันที่ผิดกฎหมายและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งระหว่างกันมวลชนไม่ให้รวมตัวกัน ผู้ชุมนุมหลายคนแสดงความไม่พอใจถึงขั้นถอดกางเกงโชว์ของลับประชดเจ้าหน้าที่ บ้างก็เข้าไปชี้หน้าด่าทอ ทุบที่บริเวณเป้ากางเกงของตำรวจ อย่างไรก็ตาม หลังจากควบคุมเหตุการณ์ได้ ยังคงมีผู้ชุมนุมวัยรุ่นทยอยเข้ามาสมทบต่อเนื่อง และมีการกระทบกระทั่งกันเป็นระยะ ทำให้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าว พร้อมชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงการห้ามรวมตัวกันเนื่องจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกิตติ์พิวัฒน์ สีบุญเรือง หรือ บก.เอ็ม แกนนำกลุ่มภาคีการ์ดเพื่อประชาธิปไตย เผยว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมถูกควบคุมตัวไปที่ ตชด.ภาค 1 จำนวน 2 คน กิจกรรมนี้ทางกลุ่มเพียงต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจในการบริหารงานของรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่กลับอ้างกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามาจับกุมและใช้ความรุนแรงจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ เท่ากับว่ารัฐบาลจงใจใช้กฎหมายโรคระบาดมาควบคุมการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องรับผลที่จะตามมา ยืนยันจะต้องมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ระบุว่า ในฐานะโฆษกอย่างเป็นทางการของกลุ่ม &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; ขอชี้แจงให้ประชาชนทุกท่านทราบว่าการประกาศรวมตัวที่สามย่านที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มราษฎร หรือแกนนำคนใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังข้อมูลข่าวสาร และติดตามการประกาศและการเคลื่อนไหวของเราได้ทางเพจของแกนนำ และเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration จนกว่าจะมีการประกาศเพจของราษฎรอย่างเป็นทางการเท่านั้นค่ะ
&amp;quot;รุ้ง&amp;quot;เทพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอย่างไรก็ตาม การชุมนุมการทางเมืองโดยสงบเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชนโดยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยายังคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า &amp;quot;ที่ต้องออกมาชี้แจงเนื่องมาจากโพสต์ของเพจนี้ค่ะ นี่ไม่ใช่เพจของเรา และเกรงว่าทุกคนจะสับสนได้ค่ะ&amp;quot; โดยแคปหน้าจอเพจ &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; ซึ่งเป็นรูปโปรไฟล์หมุดคณะราษฎร 2563 เขียนข้อความว่า ประกาศรวมพลที่สามย่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; เป็นแนวร่วมม็อบ 3 นิ้วเนื่องจากแอดมินเพจได้ถูกจับกุมคดี 112 จากกรณีขายปฏิทินเป็ดยางโดยแอบอ้างและล้อเลียนปฏิทินพระราชทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้กำชับกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ปท.) และกองกฎหมายฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบผู้กระทำความผิดโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทางสื่อสังคมออนไลน์ และรวบรวมหลักฐานยื่นแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์?กล่าวว่า โดยทางกองกฎหมายฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้แจ้งความเอาผิดผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; มาตรา 14 ในช่วงวันที่ 4-15 ม.ค.2564 รวม 11 URLs เป็นผู้กระทำความผิดทาง Facebook 9 URLs และทาง YouTube 2 URLs พบชื่อบัญชีผู้กระทำความผิด อาทิ บัญชีเฟซบุ๊ก เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, บัญชี Pavin Chachavalpongpun (นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์) และยูทูบแชนเนล ชื่อ FAIYEN CHANNEL (วงไฟเย็น) ที่เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; มาตรา 14 โพสต์พาดพิงสถาบันหลักของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ปท.สรุปคำสั่งศาล ในช่วงเดียวกัน พบมีการกระทำผิดจำนวน 9 คำสั่งศาล รวม 136 URLs (รายการ) โดยมีทั้ง Facebook, YouTube, Twitter และเว็บอื่นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างต่อเนื่องจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ขอให้ใช้วิจารณญาณในการใช้งาน ไม่โพสต์หรือแชร์ส่งต่อข้อความที่ไม่เหมาะสม เพราะจะถือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบพิสูจน์ตัวตนได้ทั้งหมด&amp;quot; รัฐมนตรีดีอีเอสระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้, ทำให้เสียทรัพย์, ปลดธงชาติ, ผบ.ตร., พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ธงชาติ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ม.112, ยกเลิก  ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_6002992167ece.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
