<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 01:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงเสวนาหวั่นคดี&#039;โจ้ถุงคลุมหัว&#039;เป็นมวยล้มต้มคนดู ซัด’ประยุทธ์’ไร้ภาวะผู้นำ สิ้นหวังปฏิรูปตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค.64 - สถาบันปฏิรูปประเทศไทย วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp; (สป.ยธ.) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) จัดเสวนาออนไลน์ หัวข้อ &amp;ldquo;ผ่าคดีผู้กำกับโจ้&amp;hellip;กับอนาคตปฏิรูปตำรวจไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อ.สุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตรเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp; ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาการสอบสวนฯ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ประธานครป. ร่วมเสวนา&amp;nbsp; ดำเนินรายการโดย ผศ.พิมพ์ณัฐชยา สัจจาศิลป์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.วิชา มหาคุณ กล่าวว่า คดีนี้เกิดจากการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จทั้งการจับกุมและการสอบสวนเอง&amp;nbsp; เหมือนสมัยโบราณเช่น ตอกเล็บ เพื่อให้ผู้ต้องหาสารภาพ แต่กระบวนการที่ล้มเหลวจากการใช้อำนาจการตรวจสอบ วัฒนธรรมของตำรวจใช้วิธีการปกปิด ซ่อนเร้น กินเอง ชงเอง ผู้ต่อสู้คดีจะไม่มีโอกาสรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ต่ออาจจะต้องไปถึงศาลในการไต่สวน ดังนั้น การสอบสวน สืบสวนต้องแยกกับการจับกุม ต้องแยกเป็นอิสระไม่เชื่อมโยงกับสายการบังคับบัญชา แต่ตำรวจมักจะบอกว่าถ้าแยกออกจะทำให้สูญเสียกำลังไป แต่เราต้องยอมรับ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนคดีอาญาที่ชอบธรรมตามกฎหมาย การสอบสวนคดีอาญาไม่ใช้การเอาผิด ต้องตั้ง MIND SET ในการให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และให้พนักงานอัยการเข้ามาร่วมการสอบสวนคดีสำคัญบ้าง&amp;nbsp; สุดท้าย เราต้ององช่วยกันผลักดัน พรบ.สอบสวนคดีอาญา เข้าสู่สภา เพราะเราต้องสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้คนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ สิทธิสมาน กล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องร่างกฎหมายพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่อยู่ในรัฐสภาเน้นในเรื่ององค์กรและการให้ความเป็นธรรมในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งหนึ่งในปัญหาสำคัญของตำรวจเลยว่ามีข้อกล่าวหาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ทั้งเรื่องหลักเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาและการซื้อขายตำแหน่ง เรามักจะได้ยินคำว่า &amp;ldquo;ตั๋วช้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; แสดงถึงชาวบ้านไม่พอใจการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จากนี้ไปจะใช้ระบบคะแนนประจำตัวคือความสามารถและความพึงพอใจของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ร่างกฎหมายฉบับ อ.มีชัย โดยคณะรัฐมนตรีรับหลักการ และส่งกลับไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรับแก้มา เสร็จแล้วเสนอต่อรัฐสภาปัจจุบันจึงเป็นฉบับที่ปรับแก้จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขณะนี้ทำไปแล้วถึง 13 มาตรา นายกรัฐมนตรี มีการใช้อำนาจประกาศ คสช. มาแล้ว&amp;nbsp; 6 ครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร กล่าวว่า กล่าวว่า หัวใจการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง คือ&amp;nbsp; การกระจายอำนาจตำรวจให้สังกัดจังหวัด&amp;nbsp; ผวจ.ต้องมีอำนาจตรวจสอบควบคุม สั่งเลื่อนเงินเดือนและแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดทุกระดับได้ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการตำรวจจังหวัดให้ทุกคนเจริญเติบโตในจังหวัด สร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจได้อยู่กับครอบครัวและมีความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในอำเภอและจังหวัด หน่วยตำรวจเฉพาะทางต้องโอนไปให้กระทรวงทบวงกรมที่รับผิดชอบตามกฎหมาย&amp;nbsp; ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดตามอำนาจหน้าที่อีกทางหนึ่งคู่ไปกับตำรวจท้องที่ โดยการสอบสวนคดีสำคัญ หรือที่มีการร้องเรียนของทุกหน่วย&amp;nbsp; อัยการต้องเข้าตรวจสอบหรือควบคุมสั่งการตั้งแต่เกิดเหตุได้ นอกจากนั้น&amp;nbsp; ก็ต้องทำตำรวจให้มีความเป็นพลเรือนมากขึ้น&amp;nbsp; แทนการฝึกและการปกครองบังคับบัญชารวมทั้งวินัยแบบทหารที่มีไว้เพื่อการรบกับข้าศึก&amp;nbsp; โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม จะอยู่ในระบบการปกครองแบบทหารผู้บังคับบัญชาสั่ง &amp;#39;ซ้ายหันขวาหัน&amp;#39; ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีนายพลตำรวจทุกตำแหน่งถึง 500 คน มากที่สุดในโลก&amp;nbsp; มีกองบัญชาการที่ไม่จำเป็นมากมาย&amp;nbsp; เช่น บช.ตำรวจภาค&amp;nbsp; เหล่านี้ต้องยุบให้หมดเมื่อตำรวจสังกัดจังหวัด&amp;nbsp; จะประหยัดงบประมาณปีละเกือบหมื่นล้าน&amp;nbsp; ซ้ำงานรักษากฎหมายของประเทศก็จะดีขึ้นด้วย&amp;nbsp; เพราะลดขั้นตอนและการรายงานรวมทั้งการสั่งการต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละจังหวัดออกไปปัจจุบันตำรวจเลวร้ายกว่าอดีตมาก&amp;nbsp; มีปัญหาการวิ่งเต้นไปจนซื้อขายตำแหน่ง&amp;nbsp; ก่ออาชญากรรมสารพัด&amp;nbsp; และ พรบ.ตำรวจ รวมทั้ง พรบ.สอบสวน ก็ไม่ได้เป็นการปฏิรูปที่เป็นโล้เป็นพายอะไรเลย&amp;nbsp; เพราะส่งไปให้ตำรวจผู้ใหญ่ปรับแก้ตามใจตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีไม่มีภาวะผู้นำเพียงต่อการปฏิรูปตำรวจตามที่ประกาศไว้หลังยึดอำนาจเป็นการ พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวต่อต้านเป็นสำคัญ สิ่งที่กำลังทำพยายามเสนอร่างกฎหมายหลังเกิดเหตุอื้อฉาว&amp;nbsp; ผกก.ตำรวจ เอา &amp;#39;ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาตาย&amp;#39;&amp;nbsp; ไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริงอะไร&amp;nbsp; ประชาชนอย่าไปสนใจร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ&amp;nbsp; ปล่อยให้เขาว่าไปต้องรอให้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญ หรือรัฐบาลใหม่&amp;nbsp; ค่อยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริงตามแนวทางที่กล่าวไว้อีกครั้ง&amp;rdquo;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.น้ำแท้&amp;nbsp; มีบุญสล้าง กล่าวว่า คนไทยเรามีความหวังสังคมไทยในการปฎิรูป อุปสรรคไม่ใช่เรื่องความยาก แต่อยู่ที่ไม่ทำ เพราะเงินและอำนาจเป็นอุปสรรคในการปฏิรูป เพราะถ้าปฏิรูปก็เกิดความโปร่งใส ตำรวจก็หากินไม่ได้ ฉะนั้นระบอบแบบนี้มันอยู่ที่ผลประโยชน์ เราควรมาสร้างกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสไว้ให้คนรุ่นหลัง&amp;nbsp; คือ กระบวนการยุติธรรมที่ความจริงปรากฏ อัยการต้องมาทบทวนบทบาทตัวเองในการค้นหาความจริง ในการเปลี่ยนวิธีคิดตัวเองให้มีประสิทธิภาพปรับบทบาทตัวเอง มองเป้าหมายในการผดุงความยุติธรรม การตรวจสอบถ่วงดุลต้องไปทำตั้งแต่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.สุณี ไชยรส กล่าวว่า รธน. 40 ได้เขียนไว้ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมไว้ หลักง่ายคือ 1.สิทธิในร่างกายของเรา 2.ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ 3.เวลาสอบสวนต้องมีทนายหรือผู้ต้องหาไว้วางใจรับฟังด้วย แต่กรณีผู้กำกับโจ้ไม่มีการคุ้มครองพยาน บทเรียนของการทรมานคือ ไม่มีใครกล้าสู้หรือเอาผิดตำรวจได้ กลไกของตำรวจและกระบวนการยุติธรรมยังอ่อนมากสุดท้ายจะหลุดคดี เราจึงต้องจัดการเอาผิดและจะเป็นการท้าทายกระบวนการยุติธรรม กฎหมายตำรวจแห่งชาติถูกหมกเม็ดแปลงสารอย่างที่หลายคนพูดกัน ซึ่งรัฐบาลใช้กระบวนการร่างกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ รธน.คือไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน รัฐบาลยังทำในสิ่งที่ขัดแย้งกันเองจาร่างกฎหมายช้ายากและยืดเยื้อ ดังนั้น ทุกกระบวนการต้องกล้าหาญที่ต้องทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนและโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ กล่าวว่า คดีโจ้จะเป็นมวยล้มต้มคนดู ผู้กระทำผิดลอยนวล เราเห็นเค้าลางความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง ตั้งแต่การแถลงข่าว ถ้าไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมคดีนี้ก็จะเลือนหายไปอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กลายเป็นคดีที่ไม่มีความผิด การโอนคดีให้กองปราบไปดำเนินการประชาชนก็ยังสงสัยในกระบวนการยุติธรรม เพราะประชาชนทุกคนก็เสี่ยงที่จะตกเป็นผู้ต้องหาและถูกคลุมถุงดำได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงท้าย อ.วิชา กล่าวว่า&amp;nbsp; ควรจะต้องผลักดันในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ปฎิรูปคือ ทำอย่างไรให้ตำรวจรับผิดชอบ ยอมรับการตรวจสอบ มีธรรมาภิบาล ยอมรับสิทธิมนุษยชน ถ้าเรายังปล่อยทิ้งเอาไว้ในยามที่บ้านเมืองทุกข์ยากมหาศาล ว่าเราต้องยุติปัญหา ว่ากระบวนการนี้ต้องมีการสอบสวนเอาความจริงให้ปรากฎและให้ความเป็นธรรมในเรื่องการสู้คดี&amp;nbsp; นอกจากนี้ต้องพัฒนาระบบการสร้างคน เปลี่ยนทัศนคติจากใช้อำนาจมาใช้หลักเหตุผล และหลักสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114966</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้), พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, วิชา มหาคุณ, วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612bcb736a173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตื่นแล้ว!โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯรับทราบกระแสเรียกร้องปฏิรูปตำรวจ สั่งสตช.แก้ด่วน 7 ด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ส.ค.64- นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข้อห่วงใยและกระแสเรียกร้องการปฏิรูปตำรวจจากภาคประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปองค์กรตำรวจ โดยยึดหลักสาระสำคัญตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในหมวดปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ... อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า กระบวนการยุติธรรมที่เข้มแข็ง คือเสาหลักในการบริหารประเทศ และได้สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการปฏิรูปในระยะเร่งด่วน 7 ด้านคือ 1.ด้านโครงสร้างของตำแหน่งข้าราชการตำรวจ 2.ด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล 3.ด้านระบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย 4.ด้านการนำระบบเทคโนโลยีมาสนับสนุนการรักษาความปลอดภัย 5.ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 6.ด้านการตรวจสอบและกำกับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และ 7.ด้านสวัสดิการตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับการปฏิรูปโดยแก้ไขกฎหมายนั้น มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 เห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....&amp;nbsp; ที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เสนอ แล้วส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ต่อมามีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 203/2562 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2562 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. .... โดยมีนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์&amp;nbsp; เป็นประธานกรรมการ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเลขานุการ ซึ่งได้ยกร่างกฎหมายจำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ....&amp;nbsp; และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. ....&amp;nbsp; จากนั้นมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. &amp;hellip;. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว และให้เสนอรัฐสภา จากนั้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 4 ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยได้ประชุมมาแล้วถึง 11 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ท่านนายกรัฐมนตรีเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจ ด้วยการยกร่าง พ.ร.บ. ตำรวจ ที่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยรัฐสภา รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเพื่อให้เกิดขึ้นจริง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ขอให้ความมั่นใจว่า ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับที่มีอยู่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และหากเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายเป็นผู้กระทำความผิดเองนั้น ต้องได้รับโทษขั้นสูงสุดด้วย ซึ่งกรณีของ ผกก.โจ้ รวมทั้งคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เช่นกันเมื่อมีการกระทำผิดต้องรับโทษขั้นสูงสุด&amp;quot;โฆษกรัฐบาลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114690</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปตำรวจ, ธนกร วังบุญคงชนะ, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a26069b0da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวผ่าตัดตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปฏิรูปสีกากีครั้งใหญ่ &amp;quot;ครม.&amp;quot; ไฟเขียวแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 เน้น 3 เรื่องสำคัญ ยุบ &amp;quot;ก.ต.ช.&amp;quot; เหลือ &amp;quot;ก.ตร.&amp;quot; ดูแลนโยบายบริหารงานทั้งหมด รื้อแต่งตั้ง ตร.ยึดอาวุโสเป็นหลัก พร้อมแก้ปัญหาสอบสวนเปิดเกณฑ์เติบโตเฉพาะสาย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เชื่อจะทำให้ ปชช.ยอมรับมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) เสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และมีประเด็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจและการพิจารณาบำเหน็จความชอบมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว โดยมีสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ สรุปได้ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ที่ สตช.เสนอ เป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 โดยเป็นการดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศของ รธน. และแผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม มีการแก้ไขในประเด็นสำคัญ 3 ประการ คือ 1.การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ มีการแบ่งสายงานเพื่อให้ข้าราชการตำรวจในแต่ละสายงานให้สามารถเจริญเติบโตตามสายงานด้วยความรู้ความชำนาญในสายงานของตนให้ชัดเจน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มสายงาน คือ กลุ่มสายงานบริหาร กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน กลุ่มสายงานสอบสวน กลุ่มสายงานป้องกันและปราบปราม และกลุ่มสายงานวิชาชีพเฉพาะ (ซึ่งเดิมไม่มีการกำหนด) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้กำหนดกระบวนการในการแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่งให้ชัดเจน&amp;nbsp; โดยคำนึงถึง &amp;ldquo;อาวุโส&amp;rdquo; ความรู้ความสามารถ และความพึงพอใจในบริการที่ประชาชนได้รับ และมีการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน เพื่อเป็นการลดการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกระบวนการแต่งตั้ง และการเลื่อนตำแหน่งของสายงานสอบสวนไว้เป็นการเฉพาะ (จากเดิมไม่มีการกำหนด) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปรับปรุงระบบคณะกรรมการ (คกก.) ยกเลิก คกก.เดิม คือคกก.นโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยให้มีเพียง &amp;ldquo;คกก.ข้าราชการตำรวจ&amp;rdquo; (ก.ตร.) ทำหน้าที่ทั้งในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารราชการตำรวจ และกำกับดูแล ตช.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ มติ ครม. และระเบียบแบบแผน รวมทั้งกำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบราชการตำรวจ กำกับดูแลการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในหน่วยปฏิบัติให้เพียงพอ ให้มี คกก.พิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย อุทธรณ์เรื่องร้องทุกข์ รวมทั้งการกำหนดระบบคุณธรรมเพื่อเป็นที่พึ่งของข้าราชการตำรวจในการปลดเปลื้องทุกข์ของข้าราชการตำรวจที่เกิดจากผู้บังคับบัญชา ให้มี คกก.พิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ เพื่อเป็นกลไกสำหรับประชาชน ในการร้องเรียนการปฏิบัติที่ไม่ชอบของข้าราชการตำรวจอันเป็นการปลดเปลื้องทุกข์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน ปรับปรุงการจัดระเบียบราชการใน ตช.ใหม่ โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น ระดับกองบังคับการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรจังหวัด และสถานีตำรวจ (จากเดิมแบ่งเป็นสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการ) เพื่อเป็นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนและใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด จะช่วยให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น กำหนดให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ โดยการให้เงินอุดหนุนแก่สถานีตำรวจเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจนั้น ที่จะได้ร่วมกับท้องถิ่นในการจัดทำแผนหรือมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่นหรือชุมชน จัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดทางอาญา&amp;rdquo; เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ของวงการตำรวจ ส่วนการปฏิรูปกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือการปฏิรูปการสอบสวนคดีอาญานั้น ยังไม่เข้าคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นการแก้ไขในส่วนของคดีอาญาเช่น เดิม การร้องเรียนคดีอาญาจะต้องแจ้งความในพื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ต่อไปจะสามารถแจ้งความในทุกๆ พื้นที่ประเทศแล้วตำรวจจะประสานงานออนไลน์กันเอง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น&amp;quot; รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน วาระที่มีการหารือกันนานที่สุดคือวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. &amp;hellip;. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสนอ โดยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างการประชุม ครม.ว่า ดี จะทำให้ประชาชนยอมรับตำรวจมากยิ่งขึ้น และได้รับความไว้วางใจยิ่งขึ้น ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการอธิบายเรื่องดังกล่าว ยังให้นำคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส มาเป็นหลักในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายวิษณุได้ระบุอีกว่า แม้ก่อนหน้านี้ สตช.จะทักท้วงและไม่เห็นด้วยในบางหลักการ แต่พอได้มีการพูดคุยและประชุมกันในหลายครั้งจนตกผลึกก็ยอมรับและเห็นด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ปฏิรูปสีกากี, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาวุโสเป็นหลัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60d594564de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขวางทุกเม็ด!&#039;อชิรวิทย์&#039;ไม่เอากก.รับเรื่องร้องเรียน-ค้านแยกสอบสวนโอนจราจร จำไว้ตร.ไม่ดีมี1เปอร์เซ็นต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวชี้แจงถึงกรณีไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปตำรวจของคณะกรรมการร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานฯ ว่า&amp;nbsp; ตนต้องการให้การปฏิรูป ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้เงยหน้าอ้าปาก ได้รับข้าตอบแทนตามภาระงาน ชั่วโมงการทำงาน สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ตนเชื่อว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้ค่าคอบแทนพิเศษ นอกเหนือจากเงินเดือน เดือนละ 3,000 บาท เท่านั้น เฉลี่ยวันละ 100 บาท ตนสอบถามตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนใหญ่ไม่ต้องการ 3,000 บาท แต่ขอค่าตอบแทนเท่าชั่วโมงที่ทำงาน ค่าล่วงเวลา มีงานวิจัยพบว่าตำรวจชั้นผู้น้อยทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ทั้งที่ตามกฎหมายแรงงานให้ทำงานแค่วันละ 8 ชั่วโมง ดังนั้น 4 ชั่วโมงที่เกินมา ตำรวจต้องได้ค่าล่วงเวลา วันหยุด วันนักขัตฤกษ์ของตำรวจไม่มี มีคำสั่งห้ามลา ห้ามขาด ห้ามป่วย และวันหยุดเหล่านี้ไม่มีค่าล่วงเวลา หากคิดตามนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยจะได้เงินเพิ่มตามปริมารงานและเวลาทำงาน เพิ่มถึงเดือนละประมาณ 12,000 บาท หากทำแบบนี้คุณภาพชีวิตตำรวจชั้นประทวนจะดีขึ้น เราเพิ่มเงินเดือนไม่ได้ เพราะเป็นมาตรฐานข้าราชการ แต่ของเงินเพิ่มตามการทำงานที่แท้จริง ซึ่งยังไม่นับรวมค่าเสี่ยงภัย ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีที่ร่างพ.ร.บ. ตำรวจฯ ฉบับนายมีชัย กำหนดให้ตำรวจที่เป็น แพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ครู อาจารย์ เป็นตำรวจไม่มียศนั้น&amp;nbsp; เคยถามกันสักคำไหมว่าเขาอยากไม่มียศกันหรือเปล่า ตนไปถามมาแล้ว ถ้าไม่มียศก็ไม่มีใครอยากมาเป็นหมอตำรวจ มีก็น้อยมาก เขาไปอยู่โรงพยาบาลอื่นกันหมด&amp;nbsp; หมอ พยาบาลในเหล่าทัพอื่นๆ หรือ แม้กระทั่งหมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เช่น พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุณ หมอที่เข้าไปช่วยชีวิต 13 นักเตะทีมหมูป่าอะคาเดมี ภาคภูมิใจในการปฏิบัติงานเป็นหมอทหาร ซึ่งการทำงานร่วมกันแบบในภารกิจของตำรวจ ทหาร การกลมกลืนในหน่วยงาน ต้องเลือดเนื้อ ชีวิต จิตวิญญาณสีเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่า ร่างพ.ร.บ.ใหม่ ตั้งคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ เรียก ก.ตร.&amp;nbsp; ที่ผสมระหว่างคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่กำหนดนโยบาย ตั้งผบ.ตร. กับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ที่มีอำนาจแต่งตั้ง&amp;nbsp; ตั้งก.ตร.แบบใหม่ องค์ประกอบกรรมการ มีอัยการสูงสุด เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตัดเลขาธิการ ก.พ.ออกไป มีกรรมการจากการเลือกตั้งจากตำรวจ 5 คน&amp;nbsp; และอีก 3 คนจากคนนนอก ซึ่งตรงนี้ตนไม่รังเกียจรังงอน รับได้ สามารถคานกันได้&amp;nbsp; เห็นดีเห็นงามกับนายมีชัย แต่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ไม่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบตำรวจอีก ทุกวันนี้ตำรวจกลัวการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของประชาชนอยู่แล้ว วันนี้โซเชียลเน็ตเวิร์กของประชาชนแข็งแกร่งมาก แชร์ไวที่สุด และตำรวจก็ดูแลพฤติกรรมตำรวจด้วยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจมักหยิบแต่เรื่องบกพร่อง มองข้ามเรื่องทีดีงาม เรื่องที่ประสบความสำเร็จ หลายครั้ง หลายคดี ที่ตำรวจตรวจสอบกันเอง ตำรวจจับตำรวจ แต่มักไม่ถูกพูดถึง ยอมรับในตำรวจ 2.2 แสนนาย มีตำรวจที่ไม่ดี รีดไถ รังแก ประชาชน แต่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น&amp;nbsp; ก็ประมาณ 2,200 นาย ทุกวันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องแก้พฤติกรรมตำรวจที่ไม่ดีวันละ 4-5 คน ตำรวจประพฤติชั่วมีอยู่จริง เป็นไปตามธรรมชาติในสังคมที่ไม่มีคนดีทั้งหมด ไม้ยังต่างปล้อง พี่น้องยังต่างใจ พี่น้องประชาชนคุมตำรวจมากที่สุด มีสำนักงานจเรตำรวจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทั้ง ก.พ.ค.ตร. และก.ร.ตร. ไม่จำเป็นต้องมี ตั้งมาเป็นน้ำตาล ทำให้เกิดความสำคัญ เปิดโอกาสให้มีการวิ่งเต้นไปที่นั่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนการโอนงานจราจรให้องค์กรท้องถิ่น พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยเพราะท้องถิ่นไม่มีศักยภาพด้านงบประมาณ หากต้องรับภาระงานี้ และทั่วโลกจราจร คือ ตำรวจ ให้ไปวิจัยดู และงานจราจรยังทำหน้าที่สายตรวจ จุดแรกที่สุดที่เข้าถึงเหตุการณ์ เข้าถึงคนร้ายไวที่สุด ถ้าตำรวจจราจรหายไปจากท้องถนนจะทำอย่างไร ต้องคิดเรื่องการโอนย้ายด้วยตนถามตำรวจไม่มีใครอยากโอนย้ายหรอก ต้องรับคนใหม่หรือ ยอมรับความจริงด้วยว่าประเทศเราจน เงินคงคลังมีจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า งานสอบสวนยังแก้ไม่ถูกจุด งานสืบงานสอบต้องไปด้วยกันกับงานสอบสวน การสั่งการต้องหนึ่งเดียว เป็นสองทางไม่ได้ งานสอบสวนเป็นงานที่สำคัญที่สุด ตนเสนอให้มีการกำหนดคุณสมบัติให้ครบถ้วนในตำแหน่งต่างๆ จะดีกว่า&amp;nbsp; ทุกวันนี้ที่หนีงานสอบสวนเพราะคดีไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด ต้องทำสำนวน คือภาระที่พนักงานสอบสวน ต้องแบก งานเยอะ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ตำรวจสายงานสอบสวน หนีปัญหา ฆ่าตัวตาย พวกสำนวนไม่รู้ตัวผู้ต้องหา ต่างประเทศเขาไม่ทำกันเพราะปล่อยไว้ เป็นดินพอกหางหมู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ถ้าจะปรับปรุงอะไรต้องถามเขาว่าต้องการอะไร เช่น กรณีพ่อกระโดดศาลอาญาฆ่าตัวตาย เพราะศาลยกฟ้อง&amp;nbsp; เรื่องนี้อยากชี้ว่าตำรวจเป็นเพียงต้นธารกระบวนการยุติธรรม ตำรวตเปรียบเหมือนพ่อครัว แสวงหาวัตถุดิบปรุงอาหาร ให้อัยการชิม แล้วส่งไปถึงศาล บางอย่างไปถึงอาหารก็บูด พยานไม่ให้การชั้นศาล ยกฟ้องไปหลายคดี&amp;nbsp; กระบวนการยุติธรรมต้องปรับปรุงทั้งระบบ งานสอบสวนทุกอย่างต้องเรียลไทม์ ใช้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ทุกวันนี้การทำคดีหนึ่ง การหาพยานหลักฐาน ตำรวจต้องทำ และจ่ายเงินทำงานเองทั้งหมด มีเรื่องคนด่ายับ ปัญหาที่สำคัญที่คนอื่นไม่รู้ว่าตำรวจต้องควักกระเป๋าเอง&amp;nbsp; หาพยานหลักฐานเอง ถ้าเป็นตำรวจ เอฟบีไอ&amp;nbsp; ต้นสังกัดเป็นคนจ่าย แต่ตำรวจไทย สอบสวนแต่ละคดีต้องควักกระเป๋าทั้งนั้น ไม่ว่าน้ำมัน หลวงให้ก็จริงแต่มีจำนวนจำกัด หมดคือหมด ตอนนี้หมดต้องควักเอง น้ำมัน 500ลิตร ใช้ได้ 20วัน อีก 10วันทำอย่างไร ปฏิรูปไม่เคยพูดถึงงบประมาณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ให้การแต่งตั้งตำรวจประเมินจากความพึงพอใจของประชน ควรให้ลูกน้องประเมินนายประเมินผู้บังคับบัญชาจะดีกว่า เพราะใกล้ชิดกันจริงผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างไรรู้กันหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ก.พ.ค.ตร., นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรจ, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, พนักงานสอบสวน, พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d5e021fd92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยี้ปฏิรูปตำรวจ ทำแค่‘บริหาร’ เมินเสียงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิรุตม์&amp;quot; ชี้ กม.ปฏิรูปตำรวจไม่ตอบโจทย์ประชาชน งานสอบสวนยังขาดอิสระ ไร้หลักประกันความยุติธรรม องค์กรสตรีปลุกเคลื่อนไหวค้านประกาศสตช.รับ ตร.สอบสวนชาย ขัด รธน.-กีดกันทางเพศ จ่อยื่นผู้ตรวจแผ่นดินวินิจฉัยให้โมฆะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... และร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา พ.ศ..... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาวาระที่หนึ่งเสร็จแล้ว ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่เพื่อให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องว่า &amp;nbsp; ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่นี้ แม้ในภาพรวมจะถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงมาก ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นการปฏิรูประบบตำรวจแล้ว แต่ในความเป็นจริง ประเด็นที่แก้ไขหรือเพิ่มเติมล้วนแต่เป็นเรื่องการบริหารงานบุคคล ซึ่งถือเป็นเรื่องภายในองค์กรเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย การช่วยราชการ การมีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม และคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้มีแนวทางปฏิรูปที่สอดคล้องกับเสียงเรียกร้องต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำรวจจังหวัด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายให้คุณให้โทษตำรวจในจังหวัดได้เมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตำรวจจังหวัด &amp;nbsp;หรือ กต.ตร.ปัจจุบัน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน อยู่แล้ว ซึ่งสามารถปรับโครงสร้างองค์ประกอบให้มีข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมฝ่ายอื่นเพิ่มขึ้น รวมทั้งตัวแทนทนายความและสื่อมวลชนและองค์กรเอกชนในจังหวัด&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานสอบสวน แม้จะกำหนดให้มีสายงานสอบสวน มีตำรวจระดับผู้บัญชาการเป็นหน้าคู่ไปกับผู้บัญชาการพื้นที่ มีอำนาจเสนอแต่งตั้งโยกย้ายและเลื่อนเงินเดือนพนักงานสอบสวน แต่ระบบงานสอบสวนยังไม่มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง โดยเฉพาะสถานี ยังไม่เห็นการกำหนดความเป็นอิสระของหัวหน้างานสอบสวนสถานีในเรื่องการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายและการเลื่อนเงินเดือน รวมทั้งการลงโทษทางวินัย ความเป็นอิสระของพนักงานสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอยาก หรือความกลัว เพื่อเป็นหลักประกันความยุติธรรมในการรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงจึงยังไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการโอนหน่วยตำรวจและงานสอบสวนเฉพาะทาง 11 หน่วย เช่น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;ตำรวจน้ำ ตำรวจทางหลวง กองบังคับการตำรวจจราจร &amp;nbsp;ตำรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ตำรวจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค ไปให้กระทรวงทบวงกรมที่รับผิดชอบตามมติสภาปฏิรูปแห่งชาติและมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับปัจจุบันเท่านั้น ก็ไม่มีความชัดเจน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนดคีอาญาว่า ยังคงเป็นการกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสอบสวนในเรื่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญของปัญหา เช่น ประเด็นการตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญโดยพนักงานอัยการตั้งแต่เกิดเหตุ รวมทั้งคดีที่ประชาชนร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และการบันทึกภาพเสียงการสอบปากคำผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ประจักษ์พยาน และผู้ต้องหา ยังไม่ได้ถูกกำหนดไว้ ยังคงเป็นช่องว่างที่พยานหลักฐานการกระทำผิดคดีต่างๆ อยู่ในความรับรู้ของตำรวจฝ่ายเดียว โดยเฉพาะการสอบปากคำบุคคลมีโอกาสที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนได้ง่ายอย่างยิ่ง ไม่มีใครหรือองค์กรใดสามารถตรวจสอบระหว่างการสอบสวนได้ว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพยุติธรรมอย่างแท้จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นการปฏิรูปสำคัญที่ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในร่างกฎหมายทั้งสองฉบับของคณะกรรมการปฏิรูปชุดนายมีชัย ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องเรียกร้องต่อรัฐบาลไม่ว่าชุดนี้หรือพรรคการเมืองที่จะอาสามาเป็นรัฐบาลในการหาเสียงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นให้ดำเนินการปฏิรูปต่อไป&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา สมาคมส่งเสริมศักยภาพสตรี พร้อมองค์กรภาคี จัดเวทีสัมมนาเรื่อง &amp;quot;การเมืองเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ&amp;quot; พร้อมเสนอความเห็นไปยังคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ที่มีนายมีชัยเป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาการกีดกันเพศหญิงเข้ารับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หลังมีประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการตำรวจสัญญาบัตรคุณวุฒิเนติบัณฑิต เพื่อทำหน้าที่สายงานสอบสวน ที่จำกัดการรับสมัครเฉพาะเพศชายเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ กรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ กล่าวว่า หลังจากทราบประกาศของสตช.ดังกล่าว ตนนำเข้าที่ประชุมกรรมการฯ และเล่าให้นายมีชัย และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กรรมการฯ ทราบ โดยคำตอบที่ได้คือ ประกาศรับสมัครสอบที่จำกัดเฉพาะเพศชายขัดกับรัฐธรรมนูญ ขณะที่ความเห็นของตน มองว่าการประกาศรับสมัครสอบหรือแข่งขันต้องยึดความรู้ ความสามารถ ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร ขณะเดียวกัน การดำรงตำแหน่งข้าราชการ ควรยึดระบบคุณธรรม ที่มีหัวใจคือหลักความสามารถ ดังนั้นการเปิดรับสมัครข้าราชการ ที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้านการประกอบอาชีพ การระบุหรือจำกัดเพศ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและผิดกฎหมายว่าด้วยความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 มาตรา 17
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงทิพาวดีกล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ที่จัดทำแล้วเสร็จเบื้องต้นว่า มีหลักการปฏิรูปที่สำคัญคือ กำหนดว่าพนักงานสอบสวน ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการตำรวจ เพราะเนื้อหากฎหมายบัญญัติให้พนักงานสอบสวนมีอิสระ และมีความเป็นมืออาชีพ ขณะที่ผู้บังคับบัญชางานสอบสวน ต้องเป็นผู้ที่ดูแลและรับผิดชอบโดยตรงเพื่อแก้ปัญหากรณีที่มีผู้มีอำนาจแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรูปคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ตัวแทนนักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประกาศของ สตช.ดังกล่าวอาจเป็นเพราะความไม่รู้กฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ซึ่งมองให้เห็นว่า สตช.หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องนั้น ขาดวิสัยทัศน์ต่อการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและปัญหาที่ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของการกระทำความรุนแรง ทั้งที่ในทางสากลเปิดรับพนักงานสอบสวนหญิงเพื่อหวังให้แก้ปัญหาเหล่านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยมีพนักงานสอบสวนหญิงประมาณ 400 คน จากตำแหน่งกว่า 10,000 ตำแหน่ง ดังนั้นควรใช้ช่องทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยประกาศของ สตช. เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานให้กับหน่วยงานรัฐ ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรเอกชน หากจะกีดกันการสมัครงาน เพราะเพศสภาพเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง รวมทั้งขอเรียกร้องให้สำนักงานกิจการสตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แสดงบทบาทต่อการพิทักษ์สิทธิและความเสมอภาคของสตรีด้วย&amp;quot; น.ส.รัชดาระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ตัวแทนนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้มีกระบวนการเคลื่อนไหวและกดดันให้ประกาศรับสมัครสอบดังกล่าวเป็นโมฆะ แม้ขณะนี้จะปิดรับสมัครสอบแล้ว ซึ่งภาคการเมือง และองค์กรสตรีต้องช่วยกันทำหนังสือไปยัง สตช. หากยังนิ่งเฉย ต้องทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้กำกับดูแล สตช. เพื่อให้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสวนา สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี พร้อมองค์กรภาคีที่ร่วมงาน &amp;nbsp;มีความเห็นร่วมกันว่าจะทำหนังสือไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบการออกประกาศของ สตช.ดังกล่าวว่าเข้าข่ายขัดกับรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงปฏิญญาสากลที่เกี่ยวกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และการไม่เลือกปฏิบัติหรือไม่ ขณะเดียวกันเรียกร้องไปยัง สตช. ให้แก้ไขคำประกาศรับสมัครสอบดังกล่าวฯ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉย อาจต้องยื่นหนังสือนายกฯและเคลื่อนไหวผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14663</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูประบบตำรวจ, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b64605a6521b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิพากษ์ร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ ยังไม่ตอบโจทย์ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ส.ค.61- พ.ต.อ.วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญาพ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานฯ ได้พิจารณาวาระที่หนึ่งเสร็จแล้ว ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่เพื่อให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่า &amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่นี้ &amp;nbsp;แม้ในภาพรวมจะถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นการปฏิรูประบบตำรวจแล้ว &amp;nbsp;แต่ในความเป็นจริง ประเด็นที่แก้ไขหรือเพิ่มเติมล้วนแต่เป็นเรื่องการบริหารงานบุคคลซึ่งถือเป็นเรื่องภายในองค์กรเป็นส่วนใหญ่ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย &amp;nbsp;การช่วยราชการ &amp;nbsp;การมีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม และคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์
&amp;nbsp;
&amp;quot;ไม่ได้มีแนวทางปฏิรูปที่สอดคล้องกับเสียงเรียกร้องต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงเลย &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายให้คุณให้โทษตำรวจในจังหวัดได้เมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตำรวจจังหวัด หรือ กต.ตร. ปัจจุบัน &amp;nbsp;ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฯ อยู่แล้ว &amp;nbsp;ซึ่งสามารถปรับโครงสร้างองค์ประกอบให้มีข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมฝ่ายอื่นเพิ่มขึ้นรวมทั้งตัวแทนทนายความและสื่อมวลชนและองค์กรเอกชนในจังหวัด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า อย่างงานสอบสวน &amp;nbsp;แม้จะกำหนดให้มีสายงานสอบสวน มีตำรวจระดับผู้บัญชาการเป็นหน้าคู่ไปกับผู้บัญชาการพื้นที่ &amp;nbsp; มีอำนาจเสนอแต่งตั้งโยกย้ายและเลื่อนเงินเดือนพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;แต่ก็ระบบงานสอบสวนก็ยังไม่มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง &amp;nbsp;โดยเฉพาะสถานี &amp;nbsp;ยังไม่เห็นการกำหนดความเป็นอิสระของหัวหน้างานสอบสวนสถานีในเรื่องการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายและการเลื่อนเงินเดือนรวมทั้งการลงโทษทางวินัย &amp;nbsp;ความเป็นอิสระของพนักงานสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ &amp;ldquo;อยาก&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ความกลัว&amp;rdquo; เพื่อเป็นหลักประกันความยุติธรรมในการรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงจึงยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หรืออย่างการโอนหน่วยตำรวจและงานสอบสวนเฉพาะทาง 11 หน่วย เช่น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;ตำรวจน้ำ &amp;nbsp;ตำรวจทางหลวง &amp;nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร &amp;nbsp;ตำรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ตำรวจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี &amp;nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว &amp;nbsp;ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค ไปให้กระทรวงทบวงกรมที่รับผิดชอบตามมติสภาปฏิรูปแห่งชาติและมติคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับปัจจุบันเท่านั้น &amp;nbsp;และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะยื้อหรือซื้อเวลาให้เนิ่นนานสร้างความเสียหายต่อประชาชนและสังคมต่อไป &amp;nbsp;ก็ไม่มีความชัดเจน &amp;nbsp;คงมีเพียงการยุบเลิกตำรวจรถไฟ &amp;nbsp; การกำหนดให้โอนตำรวจป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งงานจราจรให้กรุงเทพมหานคร และมหานครภายในเวลาห้าปี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ร่างพ.ร.บ.การสอบสวนดคีอาญา นั้น พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ก็ยังคงเป็นการกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสอบสวนในเรื่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญของปัญหา &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ประเด็นการตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญโดยพนักงานอัยการตั้งแต่เกิดเหตุรวมทั้งคดีที่ประชาชนร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม &amp;nbsp; และการบันทึกภาพเสียงการสอบปากคำผู้กล่าวหา &amp;nbsp;ผู้เสียหาย &amp;nbsp;ประจักษ์พยาน และผู้ต้องหา &amp;nbsp;ยังไม่ได้ถูกกำหนดไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;ยังคงเป็นช่องว่างที่พยานหลักฐานการกระทำผิดคดีต่างๆ &amp;nbsp;อยู่ในความรับรู้ของตำรวจฝ่ายเดียว &amp;nbsp;โดยเฉพาะการสอบปากคำบุคคลมีโอกาสที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนได้ง่ายอย่างยิ่ง &amp;nbsp;ไม่มีใครหรือองค์กรใดสามารถตรวจสอบระหว่างการสอบสวนได้ว่า &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพยุติธรรมอย่างแท้จริงหรือไม่?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วิรุตม์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นการปฏิรูปสำคัญที่ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในร่างกฎหมายทั้งสองฉบับของคณะกรรมการปฏิรูปชุดนายมีชัย &amp;nbsp;ฤชุพันธุ์ เหล่านี้ &amp;nbsp;ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องเรียกร้องต่อรัฐบาลไม่ว่าชุดนี้หรือพรรคการเมืองที่จะอาสามาเป็นรัฐบาลในการหาเสียงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นให้ดำเนินการปฏิรูปต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจจังหวัด, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, พนักงานสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b63ca3f653ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดรับฟังกม.ปฏิรูปตำรวจ เดินหน้าแยกงานสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ ผุดกรรมการพิทักษ์คุณธรรม-รับพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ พบการทำผิดวินัยและจริยธรรมสืบสอบได้เอง พร้อมแจ้งผู้บังคับบัญชาลงโทษวินัย หากเพิกเฉยผิดวินัยร้ายแรง เดินหน้าแยกงานสอบสวน มี ผบช., ผบก.และ ผกก.สอบสวน รับผิดชอบ ตัดอำนาจ ผบช.พื้นที่ แต่งตั้งโยกย้ายเลื่อนเงินเดือนพลการไม่ได้ ให้แจ้งความสถานีไหนก็ได้ คดีสำคัญต้องแจ้งอัยการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญาพ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาวาระที่หนึ่งเสร็จแล้ว เพื่อให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และจะนำความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับต่อไป ทั้งนี้สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2561 ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งหมด 165 มาตรา มีสาระสำคัญดังนี้ ในมาตรา 25 ระบุให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;ก.พ.ค.ตร.&amp;rdquo; ประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 27 กรรมการ ก.พ.ค.ตร. ต้องทำงานเต็มเวลา ให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขาธิการ และผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ ของ ก.พ.ค.ตร.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 35 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;ก.ร.ตร.&amp;rdquo; มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชนจากการกระทำหรือไม่กระทำการของข้าราชการตำรวจอันมิชอบหรือการประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสมและเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำรวจ กระทำผิดวินัย หรือละเมิดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย (1) ผู้ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประชุมร่วมกันคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน (2) ผู้ซึ่งเคยรับราชการในตำแหน่งตั้งแต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือเทียบเท่าขึ้นไป และได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ จำนวนหนึ่งคน (3) ผู้ซึ่งเคยรับราชการในตำแหน่งตั้งแต่อัยการพิเศษฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไป และได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการอัยการ จำนวนหนึ่งคน (4) ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการ หรือเทียบเท่าขึ้นไปจำนวนสามคน ซึ่ง ก.ตร. คัดเลือกจากบุคคลและตามวิธีการที่กำหนดในมาตรา 36 (5) ทนายความซึ่งประกอบอาชีพทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบปี ซึ่งสภาทนายความคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน (6) ผู้แทนระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบลสองคน ซึ่งที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลคัดเลือกซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นสตรีหนึ่งคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 43 เมื่อความปรากฏต่อ ก.ร.ตร. ไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้ร้องเรียนหรือไม่ว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบ หรือมีความประพฤติหรือปฏิบัติไม่เหมาะสมและเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำรวจ กระทำผิดวินัย หรือละเมิดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ให้ ก.ร.ตร. มีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลหรือไม่ โดย ก.ร.ตร.จะดำเนินการไต่สวนเอง หรือมอบหมายให้ข้าราชการตำรวจในสำนักงานจเรตำรวจดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเพื่อรายงานต่อ ก.ร.ตร. ตามประเด็นที่ ก.ร.ตร. กำหนดก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่ ก.ร.ตร.พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีไม่มีมูลให้สั่งยุติเรื่อง แต่ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลและมีลักษณะเป็นการกระทำผิดวินัย ให้ ก.ร.ตร. ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น พร้อมพยานหลักฐานให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจเพื่อดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้น โดยไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 108 และมาตรา 109 แต่หากกรณีใดมีลักษณะเป็นการทุจริต ให้ ก.ร.ตร ส่งสำนวนและเอกสารเกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ แล้วแต่กรณี โดย ก.ร.ตร.จะสั่งให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐก็ได้ และในกรณีที่เห็นว่า เป็นการสมควรเพื่อระงับความเดือดร้อนของประชาชนหรือป้องกันความเสียหายต่อราชการ จะให้ผู้บังคับบัญชาสั่งพักราชการผู้นั้นไว้ก่อนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่และอำนาจสั่งพักราชการไว้จนกว่าการดำเนินการทางวินัยจะแล้วเสร็จ โดยให้ถือว่าการสั่งพักราชการดังกล่าวเป็นการสั่งพักราชการตาม มาตรา 120&amp;nbsp;
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 57 ในกองบัญชาการหนึ่ง ให้มีผู้บัญชาการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น และให้มีผู้บัญชาการสอบสวนคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านการสอบสวนภายในกองบัญชาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 58 ผู้บัญชาการมีหน้าที่และอำนาจ และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ (4) พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการลงไปภายในเขตอำนาจ แต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บังคับการสอบสวนลงไป ให้แต่งตั้งตามข้อเสนอของผู้บัญชาการสอบสวน (5) พิจารณาและสั่งเลื่อนเงินเดือนประจำปีข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการลงไปภายในเขตพื้นที่ที่ไม่อยู่ในอำนาจของผู้บังคับการตามมาตรา 59 แต่การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการสอบสวนลงไป ให้พิจารณาตามข้อเสนอของผู้บัญชาการสอบสวน (7) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกสี่เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 69 การประเมินตามมาตรา 68 ให้ประเมินตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ความอาวุโสในการดำรงตำแหน่ง โดยให้ผู้ดำรงตำแหน่งนานที่สุด มีอาวุโสสูงสุด และได้รับคะแนน 50 คะแนน และผู้มีอาวุโสลำดับถัดไป ให้ได้รับคะแนนลดลงปีละ 5 คะแนน ในกรณีที่มีอาวุโสเท่ากัน ให้ได้รับคะแนนเท่ากัน ทั้งนี้ โดยให้นับตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่มีการประเมิน (2) ความรู้ความสามารถที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน โดยให้ประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด (3) ความพึงพอใจในบริการที่ประชาชนได้รับ มีคะแนนเต็ม 30 คะแนน โดยให้ประเมินตามมาตรา 70 ในกรณีที่มีคะแนนประเมินเท่ากัน และไม่สามารถแต่งตั้งผู้ได้รับคะแนนเท่ากันทั้งหมด ให้แต่งตั้งตามความรู้ความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ตร. กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา มีทั้งหมด 25 มาตรา มีสาระสำคัญดังนี้ ในมาตรา 7 ให้พนักงานสอบสวนในทุกท้องที่มีหน้าที่และอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษที่มี ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อตน ณ สถานที่ทำการที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ ไม่ว่าเหตุจะเกิดขึ้นในท้องที่ใด และเมื่อรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแล้ว ให้มีหน้าที่สอบสวนเบื้องต้นเท่าที่จะพึงทำได้ แล้วรีบส่งคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษพร้อมด้วยสำนวนการสอบสวนเบื้องต้นไปยังพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเร็ว และให้ถือว่าการร้องทุกข์ การกล่าวโทษ และการสอบสวนดังกล่าว เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว และให้แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ ทราบด้วยว่าจะส่งเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจแห่งใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้รับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษตามวรรคหนึ่ง หรือรับแจ้งตามวรรคสองแล้ว ให้พนักงานสอบสวนออกใบรับให้ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ หรือผู้แจ้ง แล้วแต่กรณีโดยพลัน และให้แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์หรือผู้กล่าวโทษทราบถึงความคืบหน้าตามระยะเวลาที่ ก.ตร. กำหนด โดยการแจ้งดังกล่าวจะแจ้งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรา 12 &amp;nbsp;ให้พนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าของพนักงานสอบสวนในสถานีตำรวจนั้น เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 14 ในการแจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาที่ยังมิได้มีหลักฐานพอสมควรที่แสดงว่าผู้ถูกกล่าวหาน่าจะได้กระทำความผิดนั้นมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 15 เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม เมื่อพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนคดีดังต่อไปนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้ว ให้แจ้งให้พนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจทราบด้วย (1) คดีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษขั้นต่ำให้จำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือโทษสถานหนักกว่านั้น (2) คดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (3) คดีอื่นตามที่อัยการสูงสุดกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติร่วมกันกำหนด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14616</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.ค.ตร., กม.ปฏิรูปตำรวจ, กรรมการพิทักษ์คุณธรรม, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์, เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6317c10f04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
