<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>22มิ.ย.ถกรื้อรธน. ก้าวไกลหักเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ชี้ฝ่ายค้านยื่นแก้ รธน.มาตรา 256 ไม่แย้งคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เผยประชุมร่วมรัฐสภา 22-24 มิ.ย. ถก พ.ร.บ.ประชามติก่อนต่อด้วยแก้ รธน. &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; เชื่อร่าง พปชร.ผ่านแน่ฟันธงแก้ ม.256 ไปไม่รอด ขณะที่ 3 พรรคร่วม-ฝ่ายค้าน นัดยื่นร่างแก้ไข รธน. 16 มิ.ย.นี้ &amp;quot;พท.ชู 5 ประเด็นขอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เมินลงชื่อร่วม พท.ปมแก้ ม.256 จ้องแก้หมวด 1-2 ปิดสวิตช์ ส.ว.หนุนบัตร 2 ใบแบบเยอรมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้มาตราดังกล่าวเพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้นต้องทำประชามติก่อน แต่ขณะนี้กฎหมายประชามติยังค้างอยู่ในสภาฯ ?ยังสามารถทำได้หรือไม่ ว่า? ทำได้? ไม่มีปัญหาอะไร? เพราะเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ยาว มี 3 วาระ และต้องมีการทิ้งระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้กฎหมายประชามติก็เหลืออีกไม่กี่มาตราก็จะเสร็จในขั้นตอนรัฐสภา และต้องมีขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ กว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถึงขั้นตอนการทำประชามติก็ต้องใช้เวลา คาดว่าจะไปบรรจบกันพอดีที่ฝ่ายค้านจะยื่นมาตราดังกล่าวถึงไม่ถือว่าขัดแย้งกับคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรัฐสภาว่า จะกำหนดการประชุม 3 วัน 22-24 มิ.ย.นี้ โดยในวันที่ 22 มิ.ย. กำหนดให้พิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในวาระการประชุม 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และ พ.ร.บ.ยาเสพติด จากนั้นวันที่ 23 มิ.ย. จะพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่นำเรื่องนี้มาไว้ช่วงหลังของการประชุม เพราะเผื่อเวลาให้แต่ละฝ่ายเตรียมความพร้อม และตรวจร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์และถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องทำให้เสียเวลา อีกทั้งหากพิจารณาไม่แล้วเสร็จก็ยังสามารถพิจารณาต่อในวันที่ 24 มิ.ย.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลพยายามที่จะเสนอให้พิจารณาญัตติการแก้รัฐธรรมนูญก่อน นายชวนกล่าวว่า ประธานจะเป็นผู้จัดวาระการประชุม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เตรียมตัว จึงจะนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปไว้ทีหลัง ยืนยันว่ากฎหมายที่ค้างอยู่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ไปเตะถ่วงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นกฎหมายอื่นก็จะเข้ามาพิจารณาไม่ได้ หากยังมีกฎหมายค้างอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้ร่างของพรรคประชาธิปัตย์มีด้วยกัน 6 ร่าง และมีร่างของพรรคภูมิใจไทยอีก 1 ร่าง รวมทั้งหมด 7 ร่าง ซึ่งเราหารือร่วมกันเบื้องต้นแล้ว นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปพรรค ได้แจ้งมายังตนแล้วว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการลงชื่อเพื่อให้ครบตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด หลังจากนั้นจะยื่นต่อประธานรัฐสภาอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นภายในสัปดาห์นี้ เราประสงค์ที่จะสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยถือหลักว่าต้องนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แม้พรรคจะมีข้อจำกัดในเรื่องเสียงที่เรามีแค่ประมาณ 50 เสียงก็ตาม แต่ก็จะจับมือกับพรรคการเมืองอื่นที่มีแนวทางอย่างเดียวกัน จะเดินหน้าทำหน้าที่จนนาทีสุดท้าย ในของแต่ละกรณีแต่ละประเด็นจนสุดทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคใน 3 ประเด็น โดยจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก ส่วนการแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น สุดท้ายจะสะดุดในการลงมติวาระ 3 หรือไม่ว่า เราไม่มีการต่อรอง ประโยชน์ต้องตกอยู่กับประเทศและประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยว่า วันที่ 16 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ส.ส.ของพรรคทั้ง 12 คนจะนัดหารือต่อประเด็นการสนับสนุนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล จากนั้นเวลา 10.00 น. ตัวแทนของ 3 พรรคร่วมรัฐบาลจะนัดหารือร่วมกัน เพื่อนำเนื้อหามาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ก่อนจะให้ ส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติ เบื้องต้นเชื่อว่าหาก ส.ส.ลงชื่อสนับสนุนญัตติครบจำนวนในวันที่ 16 มิ.ย. จะสามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาได้
ฟันธงแก้ ม.256 ไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกล ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นการสืบทอดอำนาจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ว่า ไม่เป็นความจริง การแก้ไขเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงแก้ไขอำนาจของ ส.ส.ในการประสานกับหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น เป็นประเด็นที่เห็นพ้องต้องกันกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย เพราะกังวลว่าพรรคตัวเองจะสูญพันธุ์ เป็นความเห็นแตกแยกขัดแย้งกันเองระหว่างฝ่ายค้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไพบูลย์กล่าวว่า มั่นใจว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พปชร.จะผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการในวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้ด้วย โดยอ้าง ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างของ พปชร. ยืนยันว่า พปชร.จะไม่โหวตให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากที่เป็นประเด็นหลักของพรรค 5 ประเด็น เช่น การเสนอให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. ประเด็นการแก้มาตรา 272 ของพรรคเพื่อไทยนั้น เชื่อว่าจะหาเสียงสนับสนุนได้ไม่ครบตามจำนวนหลักเกณฑ์วาระรับหลักการที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง พปชร.และวุฒิสภาจะไม่ยกมือให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญคนละเรื่องเดียวกันกับการยุบสภา ส่วนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถที่จะทำโดยตั้ง ส.ส.ร.ได้ แต่ต้องเป็นการดำเนินการสมาชิกรัฐสภามาตรา 156 ซึ่งไม่แตกต่างกับการแก้ไขแบบรายมาตรา และเชื่อมั่นว่าญัตติการเสนอแก้ไขมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ของพรรคการเมืองฝ่ายค้านไปไม่รอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ขณะนี้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมที่จะยื่นต่อประธานรัฐสภาแล้วในวันที่ 16 มิ.ย. มีทั้งหมด 5 ร่าง แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือร่างที่ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าจะเสนอ คือร่างแก้ไขที่มานายกฯ และตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ตามมาตรา 272 ส่วนร่างที่เหลือเป็นร่างของพรรคเพื่อไทย หากพรรคใดเห็นชอบก็สามารถร่วมลงชื่อได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ติดใจกรณีที่พรรคก้าวไกลไม่ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขประเด็นอื่น เพราะต้องแล้วแต่วิธีคิดและการดำเนินการของแต่ละพรรค ไม่ถือเป็นความแตกแยกในพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มุมการต่อสู้ขณะนี้ เสียงในสภาเราไม่ชนะอยู่แล้ว จะอาศัยกระแสกดดันจากภายนอกก็ทำได้ยากมากในขณะนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้มีโอกาส เช่นในสภามีโอกาสก็ควรจะทำ ไม่ใช่ไปปิดกั้นตนเองทั้งหมด อย่างรอกฎหมายประชามติก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่น่าจะผ่าน ส.ว.ที่จะมีมติว่าให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 60 ไปจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งพรรคก้าวไกลบอกว่าถ้าสอบไม่ผ่านจะอาศัยกระแสข้างนอกกดดัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หวังมาตลอด แต่โอกาสประสบความสำเร็จมันยาก ดังนั้นควรทำในส่วนที่เห็นทางจะทำได้ดีกว่า&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังการประชุม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค อ่านแถลงการณ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น สรุปว่า 1.เตรียมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 2.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราควบคู่กันไปด้วยหลายเรื่องได้ ซึ่งเคยนำเสนอไปแล้ว เมื่อสิงหาคม 2563 โดยเลือกเอาประเด็นสำคัญที่เห็นว่าเป็นปัญหาต่อชาติบ้านเมือง และขัดหลักการประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้ง เช่น ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ โดยให้สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ แก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตร 2 ใบ ยกเลิกบทบัญญัติบางเรื่อง อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ อำนาจ ส.ว.บางเรื่อง ตามบทเฉพาะกาล และการนิรโทษกรรมแก่คณะ คสช.&amp;nbsp;
ก้าวไกลฝันทำ รธน.ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพุธที่ 16 มิ.ย. เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสถา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงจุดยืนพรรคก้าวไกลในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยนายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่าหนทางที่ดีที่สุดในการออกจากวิกฤติรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมาจากการรัฐประหาร แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ประตูบานแรกที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยคือ การจัดทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่วาระอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐในหลายมาตรานั้น เป็นความพยายามเบี่ยงเบนเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และยุติกลไกการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร แล้วดำเนินการต่ออายุ พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกฯ คนต่อไปอีก พรรคก้าวไกลจึงเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการคัดเลือกโดย คสช.ไม่ร่วมลงชื่อกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทยที่เสนอแก้ไข ม.256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. เนื่องจากเราไม่เห็นด้วยกับการไปจำกัดอำนาจของ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ระบบการเลือกตั้งที่ดี ควรเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กล่าวคือ เลือกส .ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ และเลือกพรรคการเมืองอีก 1 ใบ โดยนำคะแนนเลือกพรรคการเมืองมาใช้คำนวณจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค เพื่อให้เสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ และได้สัดส่วน ส.ส.ของแต่ละพรรคตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด แต่วิธีการคำนวณจัดสรร ส.ส.แบบเขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมีหลายสูตร ซึ่งระบบปันส่วนผสมแบบเยอรมันเป็นระบบที่ไม่มีเสียงตกน้ำ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106510</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาล รธน., ประชุมร่วมรัฐสภา, พ.ร.บ.ประชามติ, ร่างแก้ไข รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b08148499.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.อนุมัติเลื่อนประชุม ‘ฝ่ายค้าน’สวนหมัด‘ส.ว.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.ไม่ฝืนโควิดลามหนัก ไฟเขียวพรรคการเมืองเลื่อนประชุมใหญ่สามัญประจำปีเดือนเมษายนออกไปได้ เตรียมร่อนหนังสือถึงทุกพรรคการเมืองศุกร์นี้ หลังหลายพรรคยกเลิกด่วน ควันหลง พ.ร.บ.ประชามติอืด ฝ่ายค้าน-ส.ว.ฟัดกันนัว ก้าวไกลอ้างเหตุแช่แข็งเพราะอยากดองกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำร่องยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราไปแล้วเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ และพรรคฝ่ายค้าน กำลังอยู่ระหว่างการยื่นเช่นกันในช่วงเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติที่ไม่สามารถผ่านออกมาได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ยังมีควันหลงทางการเมืองตามมาต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องใช้เวลาหลายปี และฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรอาจจะลงความเห็นว่าร่างแก้ไขนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ประธานรัฐสภาจึงไม่สามารถบรรจุญัตติเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ว่า ฝ่ายกฎหมายของสภาเป็นเพียงที่ปรึกษาไม่ใช่ผู้ชี้ขาด แต่เหตุใดจู่ๆ ฝ่ายกฎหมายถึงได้มีความสำคัญขึ้นมา ทั้งที่เป็นเพียงแค่ฝ่ายให้คำปรึกษาธรรมดา ทั้งนี้อำนาจการตัดสินใจเป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวว่า ดังนั้นฝ่ายกฎหมายของสภาจึงนำเป็นข้ออ้างที่จะใช้ในการตัดสินว่าจะร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแน่นอนว่าต้องใช้ระยะเวลานานนับปี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลือกระหว่างการแก้ไขรายมาตราหรือแก้ไขทั้งฉบับ เพราะสามารถทำทั้งสองแนวทางไปพร้อมกันได้ พรรคจึงเสนอให้จัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อไม่ให้ยึดโยงกับการมีอยู่ของสภา หากมีการยุบสภาหรือปัญหาทางการเมือง ส.ส.ร.จะยังทำหน้าที่ต่อไปได้ และการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับจะเป็นทางออกที่แท้จริง ส่วนการแก้ไขรายมาตราเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายไพบูลย์ระบุว่า คำถามประชามติว่าให้ตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp; 166 เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือคณะบุคคล นายรังสิมันต์กล่าวว่า การถามว่าจะให้ตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่เป็นการถามในเชิงองค์กร ไม่ใช่การถามในเชิงบุคคลหรือคณะบุคคล ดังนั้นจึงสามารถถามเรื่องการตั้ง ส.ส.ร.ได้อยู่แล้ว&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อถามไปแล้วประชาชนก็จะเห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) กล่าวในประเด็นนายไพบูลย์ว่า เราได้ยืนยันเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราอยากแก้ทั้งฉบับ นายไพบูลย์จะเสนออย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของนายไพบูลย์ แต่ไม่ควรก้าวก่ายความเห็นของพรรคอื่นๆ ครั้งที่แล้วฝ่ายค้านก็เสนอแก้เป็นรายมาตราไป ซึ่งก็มีปัญหาเพราะฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว.ไม่เห็นชอบ ดังนั้นในการยื่นแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เป็นสิทธิ์ที่เรากระทำได้ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรคก้าวไกลว่า พรรคขอเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด&amp;nbsp; จนกว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะดีขึ้น ทั้งนี้ แต่เดิมพรรคก้าวไกลมีกำหนดประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 24 เม.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคการเมืองว่า พรรคได้เตรียมความพร้อมแล้ว เพียงรอขั้นตอนนำเสนอที่ประชุมใหญ่ ซึ่งจะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 19 เม.ย.64 เวลา 10.00 น.เพื่อกำหนดระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&amp;nbsp; พร้อมกำหนดวันเวลาสถานที่ในการประชุม และเตรียมความพร้อมเรื่องการประชุมใหญ่สามัญ แต่เนื่องจากมีปัญหาโควิด-19 เข้ามา ทำให้พรรคต้องรอความเห็นจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนว่าจะมีแนวทางให้พรรคการเมืองปฏิบัติอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงปัญหาที่พรรคการเมืองหลายพรรคไม่สามารถจัดประชุมใหญ่ได้ทันภายในเดือน เม.ย.ตามที่กฎหมายกำหนด หลังเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่า สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา กกต.จึงจะใช้วิธีการเดียวกัน โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองจะออกหนังสือเวียนถึงพรรคการเมืองในวันศุกร์ที่ 16 เม.ย.นี้ เพื่อแจ้งพรรคการเมืองว่าหากไม่สามารถจัดการประชุมได้ ให้ทำหนังสือแจ้งมายังนายทะเบียนพรรคพร้อมเหตุผลก่อนครบกำหนดที่ต้องจัดการประชุมใหญ่ตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่าล่าสุดมีหลายพรรคส่งหนังสือแจ้งมาที่นายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย เป็นต้น โดยให้เหตุผลการไม่สามารถจัดการประชุมใหญ่พรรคได้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีควันหลงหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาไม่สามารถผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติได้ทัน ในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเมื่อ 7-8 เม.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายประเสริฐกล่าวถึงกรณีนายสมชาย แสวงการ&amp;nbsp; ส.ว.ระบุว่าฝ่ายค้านมีการกดบัตรเขย่ง ซึ่งเกิดจากการกดบัตรแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ว่า ฝ่ายค้านบางคนมีประชุม กมธ.และมีประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย แต่ที่ต้องตั้งข้อสังเกตคือ ส.ว.หลายคนอยู่นอกห้องประชม ซึ่งแปลกใจมากที่ระหว่างการโหวตกลับนั่งเฉย ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่มีบัตรเขย่งและไม่มีการกดบัตรแทนกัน เพราะฝ่ายค้านเราต้องการเห็นกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ดังนั้นจึงมาประชุมกันมากและไม่คิดจะไม่เข้าประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมกฎหมายสำคัญหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ฝ่ายรัฐบาลต้องทำหน้าที่รักษาองค์ประชุมซึ่งรวมถึงเสียง ส.ว. ด้วย ถ้า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.เข้าประชุมก็จะไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมเลย ส่วนฝ่ายค้านจะอยู่ครบหรือไม่ เป็นประเด็นรองลงมา ไม่มีเหตุผลที่จะมาโทษฝ่ายค้าน&amp;nbsp; เมื่อมีบางพรรคร่วมรัฐบาลไม่สามารถเข้าประชุมได้เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องควบคุมองค์ประชุมให้ได้ เพราะในวันที่ 7-8 เม.ย. ส.ส.ฝ่ายค้านก็อยู่ประชุมกันเยอะเพื่อประคับประคองการประชุมแทนฝ่ายรัฐบาล แต่การที่มาบอกว่าฝ่ายค้านคือต้นเหตุของปัญหาจึงเป็นการโบ้ยความรับผิดชอบ การที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติค้างการพิจารณานั้น เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ส.ส.พรรคกดแสดงตนในช่วงที่นับองค์ประชุม เพราะเรามีความมุ่งหมายให้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติผ่านการพิจารณา เพราะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ และ ส.ส.พรรคขึ้นอภิปรายเกือบทุกมาตรา เราไม่มีเจตนาถ่วงรั้ง สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ แต่ ส.ว.ต่างหากที่เป็นฝ่ายเตะถ่วงและออกมาแก้เกี้ยว อย่าลืมว่า ส.ว.เป็นฝ่ายที่เสนอให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ เป็นการถ่วงเวลาชัดเจน อย่ามาโทษฝ่ายค้านเพราะมันดูตลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99216</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กกต., ประชุมใหญ่สามัญประจำปี, พ.ร.บ.ประชามติ, พรรคการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60730694e73e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงเข้าชื่อฎีกาไล่‘ประยุทธ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; โปรดเกล้าฯ เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 7 เม.ย. เตรียมถกต่อร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ฝ่ายค้านดักคอมีคนจ้องคว่ำ พปชร. วอน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; อย่าซ้ำเติมก่อม็อบ วงสัมมนาอัด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ครองอำนาจ 7 ปี หนักกว่าระบอบทักษิณ เป็นระบบมาเฟียเผด็จการ &amp;ldquo;กษิต&amp;rdquo; ชงถวายฎีกาไล่เหมือนยุคพ่อขุนรามคำแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2564 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญดังกล่าว เกิดขึ้นโดยมีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำคัญที่รอการเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา คือร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่ค้างการพิจารณามาจากเมื่อวันที่ 18 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเรื่องร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่า มีความพยายามในการคว่ำ โดยการออกมาสร้างความสับสนเตะถ่วง หรือถึงขั้นวางแผนยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนอาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติต้องถูกควํ่าลงไปอีก ซึ่งจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ประชาชนลงสู่ท้องถนนมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เตรียมเคลื่อนไหวขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าอยากเตือนสตินายจตุพรอย่างหวังดี อย่าสร้างปัญหาให้กับประเทศอีกเลย ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์มาแล้ว อย่าหวนกลับไปสู่จุดนั้นอีก ส่วนกรณีที่นายจตุพรกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ไม่รักษาสัญญาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันมาโดยตลอดสนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ แต่ทุกอย่างควรเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลก็เข้าใจดี หลังจากนี้ก็สามารถดำเนินการได้
&amp;ldquo;อยากจะให้จตุพรเข้าใจ ไม่อยากให้ตกเป็นเครื่องมือของพวกล้มเจ้า ที่ผ่านมานายจตุพรเดินมาถูกทางแล้ว อย่าเดินผิดทางเลย ขอให้เป็นจตุพรนิวนอร์มอลดีกว่า&amp;rdquo; นายธนกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดเสวนาหัวข้อ &amp;quot;ชำแหละ 7 ปี พล.อ.ประยุทธ์ พาชาติติดหล่ม?&amp;quot; ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว โดยนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะประธาน ครป. กล่าวว่า&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ครองอำนาจมา 7 ปี ทำการเมืองย้อนยุคก่อนปี 40 และไกลไปถึงยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ โดยโครงสร้าง อีกทั้งยังย้อนยุคเป็นการเมืองแบ่งขั้วที่รุนแรง ทำลายความเป็นมนุษย์
&amp;ldquo;การบริหารที่ไม่ยอมแก้อะไรเลยในช่วงที่มีอำนาจ ทำให้เกิดความแตกแยกความคิดลงไปร้าวลึกยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และมีแนวโน้มรุนแรง เป็นการเมืองแบบมาเฟีย และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งกว่าระบบทักษิณ เพราะระบอบประยุทธ์เรียกว่าระบบสมบูรณ์แบบ เข้มข้นกว่าระบบสภาเผด็จการ&amp;rdquo; นายพิชายกล่าว และว่า ระบอบ 3 ป. นำไปสู่การเมืองสิ้นหวังจมลงไปสู่ทะเลไปเรื่อยๆ ภารกิจภาคประชาชนที่ยังมีความหวังกับการเมือง มีความจำเป็นหาหนทางให้ระบอบ 3 ป.สิ้นอำนาจ และออกไปให้เร็วที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า กล่าวว่า ในทางวิชาการ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ไม่มีความรู้ ใกล้ถึงจุดจนตรอก เป็นไพ่ใกล้หมดสำรับ นับถอยหลังอายุของรัฐบาลได้เลย เพราะก่อหนี้สินเยอะแยะจากการกู้ และมากกว่านายกฯ คนอื่น 18 เท่าตัวจากการบริหาร 7&amp;nbsp; ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า 7 ปีของรัฐบาลประยุทธ์ทำ 2 เรื่องคือ 1.เมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ และ 2.เอาภาษีไปใส่โครงการประชานิยม หวังผลทางการเมือง และทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันมหาศาล ซึ่งหนทางเดียวแก้ไขคือ ทำเหมือนสมัยพ่อขุนรามคำแหง ให้ประชาชนถวายฎีกา นำความคิดเห็นของพวกเราสร้างรัฐสยามใหม่ ทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย เที่ยงธรรมในสังคม และประชาชนทั้งหมดกว่า 60 ล้านคนมีส่วนร่วม มิใช่ผูกขาดจากกลุ่มคนไม่กี่คนอย่างทุกวันนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มีออกมาเคลื่อนไหวถี่ และโจมตีรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าเพราะคงจะผิดหวังมากที่ไม่สามารถล้มรัฐธรรมนูญ 60 ได้ ทำให้ผลประโยชน์ที่แอบหวังจากการล้มรัฐธรรมนูญ นั่นคือการนิรโทษฯ โดยการล้มรัฐธรรมนูญต้องสลายไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97589</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, พ.ร.บ.ประชามติ, ระบบมาเฟียเผด็จการ, ระบอบทักษิณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060816444a05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุสรณ์ฟันเปรี้ยงคว่ำพ.ร.บ.ประชามติผลักคนลงถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.64- นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว แต่มีความกังวลว่าจะถูกคว่ำเหมือนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พ.ร.บ.ประชามติถูกผูกโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งแบบรายมาตราและแบบแก้ไขทั้งฉบับ เสนอโดย พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านคณะรัฐมนตรี ให้เป็นเรื่องพิจารณาเร่งด่วน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่า รัฐบาลเป็นคนเสนอ ร่างพ.ร.บ.ประชามติเอง จะตกไม่ได้ หากตกรัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภา พ.ร.บ.ประชามติเป็นกฎหมายปฏิรูปที่สำคัญ คู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะมีความพยายามในการคว่ำโดยการออกมาสร้างความสับสนเตะถ่วง หรือถึงขั้นวางแผนยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งว่า ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนอาจทำให้ร่างพ.ร.บ.ประชามติ ต้องถูกควํ่าลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ประชาชนมองออกว่าระบอบสืบทอดอำนาจประยุทธ์ ได้ประโยชน์สูงสุด หากเครือข่ายระบอบสืบทอดอำนาจไม่เร่งแสดงความจริงใจเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ประชาชนลงสู่ท้องถนนมากยิ่งขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ แต่ทำลายประเทศชาติมหาศาล การทำทุกอย่างเพื่อทำลายกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส มีคนกลุ่มเดียวที่ได้ประโยชน์คือเครือข่ายสืบทอดอำนาจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97530</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, พ.ร.บ.ประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060284a6edee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ  หรือจะไปตายเอาดาบหน้า? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผ่าทางตันร่าง พ.ร.บ.ประชามติ หรือจะไปตายเอาดาบหน้า?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภา แต่การผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ที่เป็นกฎหมายสำคัญก็อยู่ในความสนใจของทุกฝ่าย หลังที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 ที่เป็นการพิจารณารายมาตรา เกิดการพลิกผันกลางห้องประชุม เมื่อเสียงส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบด้วยกับการแปรญัตติให้มีการเพิ่มอำนาจรัฐสภาและภาคประชาชนสามารถส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีจัดทำประชามติได้&amp;nbsp; จากเดิมที่เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีแต่เพียงฝ่ายเดียว จนทำให้การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติในวันดังกล่าวต้องหยุดชะงักเดินต่อไปไม่ได้ และต้องมีการขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 7-8 เม.ย.นี้อีกครั้งเพื่อผลักดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทางของร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา-โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... ของรัฐสภา ได้วิเคราะห์ผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ ซึ่งโฆษก กมธ.เริ่มที่การพูดถึงความเป็นมาของการต้องออกร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติให้ออกมาเป็นกฎหมายว่า ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ รธน.ฉบับปัจจุบัน พ.ศ.2560 บัญญัติไว้ในมาตรา 256 ว่า กรณีหากมีการแก้ไขเพิ่มเติม รธน.ในประเด็นต่างๆ ที่ รธน.กำหนดไว้ต้องส่งไปทำประชามติ ที่ก็คือ หากรัฐสภามีการแก้ไข รธน. จนที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบตั้งแต่วาระแรกจนถึงวาระสาม ก่อนจะนำร่างแก้ไข รธน.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต้องส่งไปทำประชามติก่อน ประการที่สอง อยู่ใน รธน.มาตรา 166 บัญญัติไว้ว่า หากคณะรัฐมนตรีเห็นสมควร เช่น ครม.เห็นว่ามีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วเป็นเรื่องสมควรต้องฟังเสียงประชาชน ก็ให้ทำประชามติได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดคือกลไกตามที่ รธน.บัญญัติไว้ จึงต้องมีการออก พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ เพื่อรองรับทั้ง 2 กรณีดังกล่าว ประกอบกับที่รัฐบาลเห็นว่าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติให้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะช่วงก่อนหน้านี้มีการเสนอให้มีการแก้ไข รธน.มาตรา 256 ที่หากการแก้ไข รธน.ผ่านวาระ 3 ก็ต้องส่งไปทำประชามติ ทำให้มีการเร่งรีบจะออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อรองรับการทำประชามติการแก้ไขเพิ่มเติม รธน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติของรัฐสภา กล่าวถึงหัวใจสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติคือ การทำประชามติที่จะเกิดขึ้น ถือว่าเป็นการทำประชามติครั้งแรกในระบอบประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมาการทำประชามติในประเทศไทย เราเห็นมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคือการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ก็เกิดขึ้นในช่วงมีสถานการณ์พิเศษ เกิดขึ้นในยุคที่มีการทำรัฐประหาร (คมช.) ส่วนประชามติครั้งที่ 2 คือประชามติรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ก็เกิดขึ้นในสถานการณ์พิเศษ คือเกิดขึ้นในช่วงที่มีการทำรัฐประหารเช่นกัน (คสช.) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...แสดงว่าการทำประชามติในช่วงที่ผ่านมาในชีวิตของใครหลายคนเกิดขึ้น 2 ครั้ง แต่เกิดขึ้นในช่วงรัฐประหาร ที่คนก็มองว่าเป็นการทำประชามติที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยนัก เกิดขึ้นในลักษณะแบบที่ไม่ค่อยมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ที่หมายถึงมี ข้อจำกัด ในการทำประชามติ ทำให้ตอนมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้ามาที่รัฐสภา จึงมีการอภิปรายโต้แย้งกันอย่างหนักว่า การทำประชามติครั้งต่อไปควรต้องมีความเป็นเสรีและเสมอภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ทำให้ในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติเน้นว่าการทำประชามติจะต้องเสรี ประชาชนต้องมาออกเสียงประชามติได้อย่างอิสระ ไม่ถูกจำกัดด้วยกฎหมายการชุมนุม ทำให้มีการเขียนไว้ในร่าง พ.ร.บ.ว่าการทำประชามติต้องเสรี ประชาชนต้องมีอิสระเต็มที่ในการมาออกเสียงประชามติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...นอกจากนี้ยังเน้นเรื่อง ความเสมอภาค คือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องมีสิทธิให้รณรงค์กันได้ ซึ่งในกฎหมายฉบับที่ใช้เดิม ไม่เปิดโอกาสเรื่องการรณรงค์ ทำให้การรณรงค์ที่ผ่านมา มันเป็นเหมือนว่าแค่ภาครัฐเท่านั้นที่ทำ หรือผู้มีอำนาจในอดีตเท่านั้นที่จะพยายามรณรงค์ ทำให้อีกฝ่ายไม่มีเสรี ไม่มีความเสมอภาค ทำให้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีการเติมเรื่องนี้เข้าไปว่า ต้องมีเสรี มีความเสมอภาค และเหนือสิ่งอื่นใด ต้องเปิดโอกาสให้มีการรณรงค์โต้แย้ง เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยอย่างเต็มที่ และที่สำคัญก็มีการเขียนกำหนดไว้ว่า สื่อต่างๆ ทั้งหมดไม่ว่าจะรณรงค์ด้วยประการใด แต่ต้องเปิดให้อีกฝ่ายหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นได้ด้วย ที่ก็คือการลดข้อครหา ข้อโต้แย้งในอดีต ประเด็นเหล่านี้คือเรื่องใหม่ในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...อีกประเด็นสำคัญคือ ในการทำประชามติมีการเขียนห้ามฝ่ายที่จะทำประชามติ ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐเอง หรือในการทำประชามติเมื่อมีการแก้ไข รธน. ห้ามทำคำถามในลักษณะที่เป็น การชี้นำ เพราะมีข้อโต้แย้งว่าคำถามในการทำประชามติในอดีต คำถามที่ตั้งแล้วใช้ทำประชามติ เช่นจะรับหรือไม่รับร่าง รธน. หรือในคำถามพ่วงตอนทำประชามติร่าง รธน. มีข้อครหาว่าคำถามดังกล่าวเหมือนกับเป็นการชี้นำ แต่ต่อไปนี้ไม่ได้ ที่ก็คือคำถามที่จะใช้ทำประชามติต้องส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาดูได้ จากเดิมทีเดียวจะให้ใช้ว่า ให้ส่งคำถามที่จะทำประชามติส่งไปให้ กกต.เลย แต่ก็มีคนขอแปรญัตติในวาระ 2 ว่า คำถามที่ใช้ทำประชามติต้องให้ กกต.พิจารณากลั่นกรองด้วย ที่ก็ถือเป็นการจะออกกฎหมายประชามติในยุคประชาธิปไตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันชัย-โฆษก กมธ. กล่าวอีกว่า ในร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ เขียนถึงเรื่องการทำประชามติไว้ว่า เมื่อจะมีการทำประชามติ การทำประชามติดังกล่าวต้องมีคนมาออกเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง เช่น มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 50 ล้านคน ก็ต้องมีคนมาออกเสียงไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน จะมาใช้สิทธิ์ออกเสียงกันแค่ 10 ล้านหรือ 20 ล้าน ไม่ได้ หรือหากมีประชาชนมีสิทธิ์ออกเสียง 40 ล้านคน ก็ต้องมีคนออกมาใช้สิทธิ์ 20 ล้านคน และต้องลงคะแนน เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เรียกว่าเป็นการฟังเสียงลักษณะแบบ Double คือครั้งแรกต้องมาใช้สิทธิ์ออกเสียงทำประชามติเกินกว่ากึ่งหนึ่งก่อน คือ คนมีสิทธิ์ 40 ล้านคน ต้องมาใช้สิทธิ์เกินกว่ากึ่งหนึ่งคือ 20 ล้านคนขึ้นไป และใน 20 ล้านคนขึ้นไปดังกล่าว จะต้องมีเสียงเกินกว่า 10 ล้านคนขึ้นไป อย่างนี้จึงถือว่าเป็นมติของมหาชน&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...คือเป็นหลัก double ซึ่งเจตจำนง ความประสงค์อันสำคัญ เขาไม่ได้ต้องการให้เกิดสภาพว่ามาใช้สิทธิ์กันเท่าไหร่ก็ได้แล้วถือเป็นประชามติ เพราะประชามติถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ต้องฟังเสียงคนทั้งประเทศ จะไปฟังเพียงกระจุกเดียว 5 ล้าน 10 ล้านไม่ได้ ซึ่งมติมหาชนก็จะเป็นเรื่องที่รัฐจะนำไปพิจารณาในเรื่องหนึ่งเรื่องใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กล่าวต่อไปว่า สรุปแล้วร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ หัวใจสำคัญคือ 1.ฟังเสียงประชาชนเป็นสำคัญ 2.ต้องมีเสรีภาพ มีความเสมอภาค เปิดโอกาสให้รณรงค์กันได้ทุกฝ่าย และสุดท้าย เสียงนั้นต้องเป็นเสียงสวรรค์ที่มาจากมหาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่คนกระจุกใดกระจุกหนึ่ง ดังนั้นคนจะมาใช้สิทธิ์ จะมาใช้กัน 5 ล้าน 3 ล้าน 2 ล้าน แล้วจะมาบอกว่าเป็นเสียงประชามติแล้วก็ไม่ได้ ต้องเป็นเสียงของผู้มีสิทธิ์เกินกว่ากึ่งหนึ่ง และจะชนะกันได้ ต้องมาใช้สิทธิ์แล้วเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ทั้งหมดคือเจตจำนงของร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติจึงเขียนไว้เพื่อรองรับในเรื่องใหญ่ๆ เพราะอย่างเรื่อง รธน.เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน แต่บางครั้งรัฐบาลอาจอยากฟังเช่นเรื่อง กาสิโน มันควรจะมีหรือไม่มี เพราะบางทีรัฐออกไปเอง ก็จะเกิดเสียงข้อกล่าวหาโต้แย้ง ก็อาจเอาเสียงของประชาชนเป็นเกราะได้ หรือบางทีรัฐอยากฟังว่า อยากจะทำโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานอะไรต่างๆ หรือเรื่องที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ๆ ที่สำคัญ ก็อาจฟังเสียงประชาชนประกอบการตัดสินใจได้ เขาจึงบอกว่า แม้กฎหมายจะให้อำนาจหน้าที่กับฝ่ายบริหาร แต่บางครั้งฝ่ายบริหารก็อาจมาฟังเสียงประชาชนได้ เพราะการทำประชามติไม่ใช่การทำประชาพิจารณ์ เพราะประชาพิจารณ์คือเวทีให้ประชาชนมาวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็ถือว่าได้ทำแล้ว แต่ประชามติต้องการให้มีมติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำประชามติถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญ ซึ่งประเทศที่เขาเจริญแล้ว เขาถือว่าการฟังเสียงประชาชนในการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งอย่างใดของประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เราเองจึงต้องมีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับรัฐธรรมนูญและเสียงสวรรค์จากประชาชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ว.วันชัย กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาการทำงานของคณะกรรมาธิการที่มีเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการทำงานของ กมธ.ที่จะมีความเห็นแตกต่างกัน แต่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุ เพราะในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ในมาตรา 9 ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากคือให้ทำประชามติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ที่หมายถึง รธน.กำหนดไว้อย่างไร การทำประชามติก็ให้ทำตาม รธน. โดยเสรีและความเสมอภาค สุจริตเที่ยงธรรม และในมาตรา 10 ก็เขียนถึงกระบวนการทำประชามติ กรณีหากมีการแก้ไขเพิ่มเติม รธน.จะต้องทำอย่างไร ส่วนมาตรา 11 ก็เขียนถึงเรื่องหาก ครม.เห็นสมควรให้ทำประชามติ การทำประชามติต้องทำอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ปรากฏว่าในมาตรา 9 นายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทย ได้เสนอแปรญัตติเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการว่าด้วยการทำประชามติ ขอให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.การทำประชามติจะเกิดขึ้นเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติม รธน.ที่เป็นไปตามกรอบเดิม 2.ให้ทำประชามติเมื่อ ครม.เห็นสมควรที่ก็เป็นไปตามกติกาเดิม แต่ประเด็นที่ 3 อาจารย์ชูศักดิ์ขอแปรญัตติเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการคือ ให้ทำประชามติเมื่อกรณีที่กฎหมายกำหนด ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายท้องถิ่น กฎหมายป่าไม้ กฎหมายเหมืองแร่ หากกำหนดไว้ก็ให้ทำประชามติได้ และประเด็นที่ 4 นายชูศักดิ์ขอแปรญัตติเข้ามาอีกคือ ให้ทำประชามติได้เมื่อรัฐสภาพิจารณาเห็นสมควรและมีมติ ที่เป็นการแปรญัตติเพิ่มเติมเข้ามา อันหมายถึงหากรัฐสภามีมติเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วส่งให้คณะรัฐมนตรีทำประชามติ และข้อสุดท้ายคือ ให้ทำประชามติเมื่อประชาชนเสนอขอให้ทำประชามติ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด สรุปแล้วอาจารย์ชูศักดิ์เสนอเพิ่มเติมเข้ามา 3 อนุมาตรา คือหนึ่ง-เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด สอง-เมื่อรัฐสภาพิจารณาแล้วเห็นสมควรมีมติให้ทำประชามติ และสุดท้ายคือเมื่อประชาชนเสนอชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ตอนประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อ 18 มีนาคมก็มีการอภิปรายสู้กัน อาจารย์ชูศักดิ์ก็อภิปรายว่าควรให้ประชาชนมีสิทธิ์ด้วย ไม่ใช่แค่ให้รัฐบาล คณะรัฐมนตรีอย่างเดียว เพราะหากประชาชนเห็นว่าถ้ามีเรื่องหนึ่งเรื่องใดควรขอประชามติก็เสนอไปคณะรัฐมนตรีได้ รวมถึงอภิปรายว่า สภามาจากการเลือกตั้ง หากพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดแล้ว ก็น่าจะมีสิทธิ์ นายชูศักดิ์ก็อภิปรายนำเสนอ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็อภิปรายโต้แย้งกัน ซึ่งปกติในสภา กมธ.เสียงข้างมากมักจะชนะ โดยที่ ส.ส.รัฐบาลและ ส.ว.ก็อยู่ในกรรมาธิการเสียงข้างมาก การประชุมเมื่อ 18 มีนาคมนายชูศักดิ์อภิปรายไป ฝ่ายเสียงข้างมากผมเดาเอาน่าจะประมาท หรืออาจจะไปเข้าห้องน้ำ ไปกินข้าวหรือออกไปไหน ปรากฏว่าไม่อยู่เป็นส่วนใหญ่ พอโหวตกันในห้องประชุมร่วมรัฐสภา เสียงออกมาแพ้ฝ่ายค้านไป 6 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต่อมาพอประธานในที่ประชุมจะให้พิจารณามาตรา 10&amp;nbsp; ต่อไป ทางประธานกรรมาธิการ (สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย&amp;nbsp; อดีตรองประธานวุฒิสภา) บอกว่าหากเป็นแบบนี้เดินต่อไปไม่ได้ เพราะไม่มีการเขียนในมาตราอื่นๆ ในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติรองรับไว้ โดยเฉพาะกรณีหากประชาชนเสนอให้ ครม.ทำประชามติจะต้องมีกระบวนการอย่างไร ไม่ได้เขียนไว้ รวมถึงกรณีหากสภามีมติส่งเรื่องให้ ครม.ทำประชามติ ในร่างก็ไม่ได้เขียนมาตราไหนรองรับไว้เช่นกันว่า หากสภามีมติส่งไป ครม.แล้วจะต้องทำอย่างไร&amp;nbsp; ทำให้ประธานกรรมาธิการต้องขอพักการประชุมไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ปรากฏว่าที่หลังบัลลังก์ของประธานรัฐสภาคุยกันตอนแรก 20 นาที ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้บอกกับกรรมาธิการว่า หากมาตรา 9 ออกมาเป็นแบบนี้จะทำให้ไปขัดกับมาตราอื่นๆ ตามร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติอีกหลายเรื่อง เผลอๆ จะไปขัดกับ รธน.อีก เพราะ รธน.บัญญัติเรื่องการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คือ ส.ส.และ ส.ว. จะทำได้มีประมาณสิบกว่าเรื่อง แต่เรื่องจะให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาประชุมกันเพื่อมีมติเรื่องการทำประชามติ รธน.ไม่ได้บัญญัติไว้ให้ทำในโอกาสใด เลยเกรงกันว่าอาจจะขัด รธน.หรือไม่ ก็มีการเถียงกันอยู่หลังบัลลังก์เป็นชั่วโมง จนประธานรัฐสภาถามตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ภายในกี่วัน ทางตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตอบว่าใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ส่วนกรรมาธิการจะประชุมกันได้ก็ประมาณสองวันหลังกฤษฎีกาส่งเรื่องกลับมายังรัฐสภา ประธานชวนเลยเสนอให้เลื่อนการพิจารณาเมื่อ 18 มี.ค.ออกไปก่อน แล้วจะไปเจรจากับรัฐบาลเพื่อขอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...เท่าที่ทราบตอนนี้ทางฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังจะแก้ว่า จะทำยังไงกับมาตราที่มีการเพิ่มเติมเข้ามาใน 2-3 ประเด็นตามที่อาจารย์ชูศักดิ์แปรญัตติเพิ่มเข้ามา จะแก้กฎหมายมาตราอื่นๆ ให้สอดรับได้หรือไม่&amp;nbsp; อย่างเช่น &amp;quot;กฎหมายอื่นใด&amp;quot; น่าจะไปเขียนว่ามันคืออะไร&amp;nbsp; และสำหรับกรณีที่ประชาชนเข้าชื่อขอให้รัฐบาลทำประชามติ ควรจะมีเท่าไหร่ อย่างไร และรัฐสภาหากจะมีมติให้ทำประชามติได้ จะต้องเป็นเรื่องที่มีลักษณะอย่างไร&amp;nbsp; มีวิธีการประชุมร่วมอย่างไร ซึ่งในมาตรา 14-17 ของร่าง&amp;nbsp; พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติไม่ได้เขียนไว้เลย เขากำลังหาความพอดีกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... ชี้ประเด็นไว้ว่า การเสนอแปรญัตติของอาจารย์ชูศักดิ์ที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในครั้งนี้ หากสุดท้ายถ้ามันผ่านความเห็นชอบออกมาจริงๆ มันเป็นลักษณะที่เกินกว่ากรอบที่ รธน.กำหนดไว้หรือไม่ เพราะ รธน.กำหนดอยู่แค่สองเรื่อง แต่พอเติมเรื่องที่ 3-4-5 เข้ามาในร่าง พ.ร.บ. มันเกินกว่าที่ รธน.กำหนดหรือไม่ ประการที่สอง หากร่าง พ.ร.บ.ผ่านออกมาแบบนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติ-รัฐสภาจะก้าวล่วงฝ่ายบริหารเกินไปหรือไม่ ประการที่สาม ที่ให้ภาคประชาชนเข้าชื่อกันมาเสนอให้ ครม.ทำประชามติ มันก็จะเป็นการให้อำนาจภาคประชาชนเกินส่วนหรือไม่ เพราะ รธน.ไม่ได้บัญญัติไว้ และการทำประชามติแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท มันน่าจะเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารที่จะพิจารณา ฝ่ายนิติบัญญัติกับประชาชนมันไม่น่าจะไปก้าวล่วงเขาตรงนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;คนเขาก็เลยคิดว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้น่าจะขัด รธน.หรือไม่ สอง-เป็นการบีบบังคับฝ่ายบริหารเกินไปหรือไม่ สาม-ถ้าหากยังมีต่อไป มันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติหรือไม่ เพราะฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อเห็นว่าฝ่ายบริหารทำอะไรไม่ดี ก็ควรเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหรืออภิปรายทั่วไปตามรธน. แต่นี่เกิดให้ทำประชามติ มันเป็นการก้าวล่วงระหว่างอำนาจของสองอำนาจนี้หรือไม่ ทั้งหมดก็เป็นประเด็นเป็นปัญหา&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันชัย-สมาชิกวุฒิสภา กล่าวต่อไปว่า การประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติวันที่ 1-2 เม.ย.นี้ หากสามารถยอมรับกันได้ โดยที่ไม่สามารถไปทำอะไรกับมาตรา 9 ได้ เพราะที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตไปแล้ว แต่ถ้ามีการแก้ไขแล้วมันสอดรับมันถ่วงดุลกันได้ ก็แปลว่ายอมรับกันได้ การลงมติวาระ 3 ถัดจากนั้นก็อาจให้ผ่านไป แต่หากตกลงกันไม่ได้ยอมรับกันไม่ได้ หรือทางฝ่ายกฤษฎีกาบอกว่าแก้ไม่ได้ เอาละดันกันไปทั้งอย่างนี้แล้วไปโหวตให้ตกในวาระ 3 ได้หรือไม่ แต่ว่าร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติเป็นร่างของรัฐบาล&amp;nbsp; หากว่าไปตกในการโหวตวาระ 3 มันจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ก็มีคนคิดกัน หรือว่าจะให้ร่าง พ.ร.บ.ผ่านไป แล้วมีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แล้วหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดกับ รธน. ร่าง พ.ร.บ.ก็ตกไปได้เหมือนกัน หรือว่าร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติผ่านหมด ก็มีคนเขียนในชั้นนี้ว่าก็ให้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลได้ไหมว่า ยังไม่ให้ใช้บังคับได้ จะให้ใช้ได้เมื่อนั้นเมื่อนี้ เฉพาะที่เขาขอแปรญัตติ&amp;nbsp; หรือบางคนบอกไม่ต้องมีก็ได้บทเฉพาะกาล แต่ถึงเวลาพอมันผ่านรัฐสภาไปเรียบร้อยแล้ว ก็รีบเสนอกฎหมายเข้ามาขอแก้ไขเสีย แบบที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ไว้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะออกมายังไง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องรอดูการประชุม กมธ.วันที่ 1-2 เม.ย.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...แต่ตอนนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้งในทางเทคนิค ในทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงเป็นการสะท้อนความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาลที่เห็นไม่ตรงกัน&amp;nbsp; และหากทางออกของเรื่องนี้ออกมาไม่เป็นที่ยอมรับ และในที่สุดทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ตกไปในรัฐสภา มันก็น่าคิดว่าความรับผิดชอบนี้ที่เป็นคนเสนอกฎหมายจะอยู่กับใคร คนอาจจะเรียกหาความรับผิดชอบจากรัฐบาลที่เป็นคนเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ว่ากฎหมายของคุณเองแท้ๆ ทำไมทำตก ก็เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังมองและคิดกันว่าเรื่องนี้อาจเป็นรอยปริในพรรคร่วมรัฐบาล อาจเป็นอุบัติเหตุทางการเมือง หรืออาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง เป็นเรื่องที่คนคิดไป หรืออาจเป็นเหตุอันสำคัญ คือหากกฎหมายมันตกไปแล้วคนเรียกหาความรับผิดชอบ มันถึงขั้นต้องแสดงความรับผิดชอบอะไรหรือไม่ แต่จริง ๆ แล้วการประชุม กมธ.วันที่ 1-2 เม.ย.อาจหาทางออกเจอก็ได้ ถ้าหาทางออกไม่ได้ก็ดูต่อไปว่าเขาจะไปตายเอาดาบหน้าแบบไหน แต่ผมก็เชื่อว่าไม่ถึงทางตัน แต่มันจะทำให้เห็นถึงรอยปริของความขัดแย้งในบางเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ที่บอกไปตายเอาดาบหน้าหมายถึง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็หมายถึงดันให้มันผ่านไป แล้วก็ไปแก้เอาดาบหน้า แบบด้วยวิธีต่างๆ เช่น หนึ่ง-ส่งศาล รธน. อันนี้ก็ดาบหน้า&amp;nbsp; แต่หากส่งไปแล้วร่างยังผ่าน ต่อไปก็คือก็รีบขอเสนอแก้ไข พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ โดยรีบส่งเรื่องกลับเข้ามายังรัฐสภาใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -เรื่องร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองอะไรหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเชื่อว่าคนที่เป็นรัฐบาลทั้งหมด แม้แต่เรื่อง รธน.ที่น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง แต่เขาก็ยังพยายามประคับประคองให้อยู่กันได้ต่อไป ความจริงมันน่าจะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนที่เป็นรัฐบาล เพราะเป็นนโยบาย ก็ยังประคับประคองกันต่อไป ขณะนี้แม้ความเห็นทางการเมืองเรื่อง รธน.ไม่ตรงกัน ถึงขนาดแยกพรรคแยกพวก พลังประชารัฐไปทาง ขณะที่ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนาก็ไปอีกทาง คุณเห็นไหมว่ารอยปริอันเกิดจาก รธน.ก็เริ่มแล้ว มีความระหองระแหงกันพอสมควร แต่แน่นอนว่าเรื่องอำนาจก็ทำให้คงไม่มีใครอยากออกไป แต่ลึกๆ มันมีรอยปริในเรื่องแนวทางต่างๆ เหล่านี้เพียงแต่จะประนีประนอมกันได้นานแค่ไหน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ซ้ำเติมรอยปริขึ้นมา เพราะฉะนั้นหากมีอุบัติเหตุจากภายนอกเข้ามาผสมปนเป ทั้งเรื่อง รธน.หรือการเคลื่อนไหวในการไล่อะไรที่ทำกันอยู่ ถ้ามันผสมปนเปกันทั้งในรัฐบาล ภายในรัฐสภา และภายนอกรัฐสภา ซึ่งขนาดภายในรัฐสภายังเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้ามีภายนอกเข้ามาผสมปนเป วันนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนก็ได้ ซึ่งผมไม่รู้ การประชุม กมธ.วันที่ 1-2 เม.ย.นี้ต้องดูว่าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่ทางกฤษฎีกา เสนอกลับเข้ามายังกรรมาธิการจะเป็นที่ยอมรับหรือแก้ปัญหาที่เรากังวลนี้ได้หรือไม่ ถ้าแก้ได้ผมก็เชื่อว่าไปได้และเป็นที่ยอมรับได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แต่ถ้ามันเกิดไม่ได้ มันก็จะทำให้เกิดไปตายเอาดาบหน้าคือ ร่างตกในวาระสาม นี่คือตายเอาดาบหน้า หรือตกในชั้นศาล รธน. แล้วก็ต้องเสนอร่างฉบับใหม่เข้ามา อันนี้ก็เรื่องดาบหน้า หรือในที่สุดมันผ่านไปทั้งหมด ก็ต้องเสนอร่างแก้ไขกฎหมายใหม่เข้ามาเพื่อแก้ไข เพราะปล่อยตามที่แปรญัตติไว้ต่อไปจะเป็นปัญหาทั้งต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นปัญหาตาม รธน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หากการประชุม กมธ. 1-2 เม.ย. ถ้าตกลงกันได้ก็พอที่จะทำให้ปัญหาที่เราวิตกกังวลเป็นไปได้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าทางออกของปัญหาเหล่านี้ จะนำไปสู่ทางตันและก่อให้เกิดรอยปริทางการเมือง&amp;nbsp; จนกระทั่งเป็นอุบัติเหตุเหมือนที่เกิดขึ้นกับตอนพิจารณามาตรา 9 หรือไม่&amp;quot; ส.ว.วันชัยกล่าวปิดท้าย.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97472</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ประชามติ, ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ  หรือจะไปตายเอาดาบหน้า, ร่างพ.ร.บ.ประชามติ, วันชัย สอนสิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f3308efbe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยัน7-8เม.ย.ถกประชามติ พลเดชขอโทษสื่อสารผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โอละพ่อ! &amp;quot;กฤษฎีกา&amp;quot; โต้ข่าวพิจารณาเนื้อหา พ.ร.บ.ประชามติไม่ทัน ยันไม่จริง จี้คนให้ข่าวแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะทำเสียหาย ด้าน &amp;quot;หมอพลเดช&amp;quot; แจ้นขออภัย สื่อสารผิดพลาด &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยไทม์ไลน์เสร็จตั้งแต่ 25 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงกรณีกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้ไขร่างกฎหมายประชามติไม่ทันว่า ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่า นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ส.ว. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... รัฐสภา ระบุว่ากฤษฎีกาแจ้งว่าไม่สามารถพิจารณาเนื้อหาให้เสร็จทันตามกำหนด เพราะมีเนื้อหาที่โยงกับมาตรา 9 หลายมาตรา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนว่า การให้ข่าวเช่นนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีดังกล่าวหาได้เป็นเช่นที่มีการให้ข่าวแต่อย่างใดไม่ ในการนี้ สำนักงานจึงขอให้ผู้ให้ข่าวที่บิดเบือนความจริงเช่นนี้ แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ต่อการกระทำเช่นนี้&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พลเดชเผยว่า ข่าวดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการสัมภาษณ์ แต่เป็นการโทรศัพท์พูดคุยกับนักข่าว และทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่มีแหล่งข่าวยืนยัน โดยให้ความเห็นไปว่าเท่าที่ทราบทางกฤษฎีกาจะทำทันหรือไม่ เพราะกระทบหลายมาตรา ถ้าทำไม่เสร็จคงเข้าเนื้อหาลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมติดภารกิจที่ต่างจังหวัดเลยไม่ได้รับทราบข่าวสาร จนกระทั่งประธานกรรมาธิการฯ ได้โทรศัพท์มาพูดคุยจึงบอกไปว่าเป็นความผิดพลาดของผมเอง เพราะไม่ประสงค์เป็นข่าวหรือทำให้สะดุด ถ้าผิดพลาดขออภัย พร้อมขอแรงให้ข่าวหรืออะไรตามแต่เห็นเหมาะสม ยืนยันว่าผู้ใหญ่เข้าใจกันดีแล้ว&amp;quot; นพ.พลเดชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ. เผยว่า ทางกฤษฎีกายืนยันว่าจะพิจารณาเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งในวันที่ 26 มี.ค. ครบพอดี และพร้อมที่จะส่งร่างให้ตนในวันที่ 29 มี.ค. ดังนั้นที่มีข่าวว่ากฤษฎีกาทำไม่ทัน และไม่สามารถประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 7-8 เม.ย.ไม่ได้นั้นเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับปรุงเนื้อหาร่างเสร็จสิ้นแล้วเมื่อเวลา 13.30 น. เมื่อวันที่ 25 มี.ค. และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติจะคุยกันในวันที่ 1 เม.ย. ดังนั้น วันที่ 1 หรือ 2 เม.ย. น่าจะคุยกันเรียบร้อย และน่าจะประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ตามกรอบเวลาที่เขาวางไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีมีการร้องสมาชิกรัฐสภาจำนวน 208 คนที่ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เขาไปร้องกันแล้ว แต่ไม่ต้องกลัวเพื่อนเยอะ ถ้าถามว่าสุ่มเสี่ยงหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มั่นใจความเป็นมืออาชีพของสำนักงานกฤษฎีกา และเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาจะได้พิจารณากันอย่างรอบด้าน และยึดหลักการรับฟังเสียงของประชาชนเป็นหลักการสำคัญที่สุด พรรคจะได้มีการเรียกประชุม ส.ส.ก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาต่อไป ร่างกฎหมายประชามติไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นผูกโยงเป็นเรื่องการเมือง แต่ถ้ามีใครตั้งใจดึงรั้งหรือไม่ให้ผ่าน จะด้วยเหตุผลใดก็ดี ผู้นั้นก็ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เขียนไว้เพื่อเอื้อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นผู้มีอำนาจต่อโดยไม่ต้องสมัครลงรับเลือกตั้ง และยังมี ส.ว. เข้ามามีส่วนเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งแตกต่างกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ที่มีการกำหนดไว้ว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. ซึ่งการเปลี่ยนกติกาแบบนี้ ส.ว. คือส่วนสำคัญในการผยุงให้พลเอกประยุทธ์กลับมาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับการเลือกองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะมีการตั้งกรรมการสรรหา แต่เห็นว่ากรรมการนั้นยังไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง โดยยกตัวอย่างและย้อนถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ร่วมเป็นกรรมการสรรหานั้น มีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่ หากพล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ เชื่อประเทศจะไม่มีอนาคต ดังนั้นต้องเอาเสาค้ำยัน ทั้ง ส.ว., พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ออกไปก่อน โดยประชาชนต้องร่วมกันกดดัน&amp;nbsp; ถ้ามีการกดดัน เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่หากรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการแก้ไข ประเทศจะชะงัก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, กฤษฎีกาปรับแก้ไขร่างกฎหมายประชามติ, ขอโทษสื่อสารผิด, พ.ร.บ.ประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทม์ไลน์เสร็จตั้งแต่ 25 มี.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de66029d58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิสามัญ‘ประชามติ’ ‘ชวน’เล็งเปิด7-8เม.ย./พปชร.เอาคืนขยี้‘ภท.’ใสร้ายหักหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; แย้มเปิดประชุมวิสามัญ 7-8 เม.ย. ถกร่าง พ.ร.บ.ประชามติต่อ ยัน ส.ว.จะขอลงมติ ม.9 ใหม่ไม่ได้ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยพรรคร่วมกำลังถกใครเป็นเจ้าภาพแก้ รธน.รายมาตรา &amp;ldquo;นิกร&amp;quot; หวั่นร่าง พ.ร.บ.ประชามติถูกคว่ำวาระสาม เผยคุย 3 พรรคร่วมแก้รธน.ม.256 สมัยประชุมหน้า &amp;quot;พปชร.&amp;quot; เอาคืน &amp;quot;ภท.&amp;quot; จี้ &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; รับผิดชอบสอบ &amp;quot;ชาดา&amp;quot; ใส่ร้ายดูหมิ่นรัฐสภา พท.จ่อสอบ 26 ส.ส.ไม่โหวตวาระ 3 &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; เตือนสะสมความขัดแย้งเหมือนเป็นระเบิดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 19 มีนาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงการนำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... ปรับปรุงใหม่ว่า ขณะนี้รอคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติปรับปรุงกฎหมายที่เห็นว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างมาตรา 9 และมาตราอื่นๆ ให้เรียบร้อยก่อน เมื่อคืนตนก็ได้สอบถามทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าสามารถทำได้เลยหรือไม่ ก็ได้รับการชี้แจงว่าทำไม่ได้ เพราะโยงไปถึงเนื้อหาและมาตราอื่น จึงขอเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประธานคณะกรรมาธิการฯ ที่จะนำไปแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน จึงจะทำเรื่องถึงรัฐบาลเพื่อขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายประชามติมี 67 มาตราก็จริง แต่มีการแก้ไขและแปรญัตติทุกมาตรา ซึ่งต่างจากกฎหมายยาเสพติดที่มีกว่า 100 มาตรา แต่แก้ไขและแปรญัตติน้อย เพราะฉะนั้นคิดว่าเปิดสมัยประชุมแค่ 1-2 วันก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งเมื่อกี้ได้หารือกับผู้นำฝ่ายค้านถึงเวลาที่เหมาะสม น่าจะเป็นวันที่ 7-8 เม.ย. ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ก็จะรีบแจ้งให้ฝ่ายต่างๆ รับทราบ แต่ยังไม่ได้แจ้งไปยังรัฐบาล โดยจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่สภาติดต่อประสานไปยังรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส.ว.ต้องการให้ลงมติมาตรา 9 ใหม่ สามารถทำได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ทำไม่ได้ เพราะเลยเวลาไปแล้ว และมีการพิจารณามาตราอื่นไปแล้ว จึงไม่สามารถลงใหม่ได้ เพราะผ่านไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการยื่นญัตติแก้ไข รธน. ได้มีการวางกรอบเวลาไว้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ไม่ได้วางกรอบ และไม่มีวาระหรือญัตติอะไร แต่เป็นเป็นเรื่องภายในสภาที่เห็นว่าไม่วันนี้ก็วันหน้าก็เกิดขึ้นอีก และเมื่อศาลวินิจฉัยไว้อย่างนี้ น่าจะมีการเตรียมศึกษาไว้ว่าแนวทางการปฏิบัติควรจะปฏิบัติอย่างไร ส่วนหากจะมีการแก้ไขรายมาตรา ก็มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วว่าสามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรัฐสภาเลื่อนลงมติร่าง พ.ร.บ.ประชามติ จะส่งผลให้กระบวนการแก้ไข รธน.ล่าช้าไปอีกหรือไม่ว่า ถ้าจะส่งผล ก็ส่งผลไม่มาก เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นก็ยินดี ที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญให้อีก แต่ข้อสำคัญคือต้องทำให้เสร็จและครบองค์ประชุมก็แล้วกัน เพราะช่วงนี้ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์แล้ว หากเปิดประชุมสมัยวิสามัญแล้วไม่มีสมาชิกมาประชุมก็จะยุ่ง แต่ถ้าแน่ใจก็ยินดีที่จะเปิด
หาเจ้าภาพแก้ รธน.รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามกรณีร่างแก้ไข รธน.ถูกโหวตล้มในวาระ 3 ไปแล้วจากนี้รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพแก้ไขเองเลยหรือไม่ และหากจะแก้ไข จะเป็นแบบรายมาตราหรือทำประชามติก่อนเพื่อแก้ทั้งฉบับ นายวิษณุกล่าวว่า ตนได้ยินว่าพรรคร่วมรัฐบาลกำลังคิดกันอยู่ ถ้าได้ความอย่างไรคงจะหาทางออกว่า 1.จะทำเองในนามพรรคร่วมรัฐบาล หรือ 2.ทำโดยรัฐบาล ซึ่งถ้าความเห็นตกผลึก คงมาพูดคุยให้ตนฟังเร็วๆ นี้ แต่เขายังไม่ได้ว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯ และนายวิษณุรับผิดชอบ ที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน และมองว่าต้องถูกยื้อไปอีก นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ทำไมผมทำอะไร ที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมยังไม่รู้เลยว่าทำอะไร ยิ่งถ้าบอกว่าผมเข้าไปเกี่ยวด้วย ผมทำอะไรไม่ทราบ ผมยังไม่รู้เหมือนกัน เห็นพูดกันตั้งแต่ 09.00-21.00 น. แล้วก็ทำกันเอง โหวตกันเอง คนอื่นไม่ได้ไปโหวตด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ กล่าวถึงกรณี ส.ว.เเพ้โหวตในมาตรา 9 ของร่าง พ.ร.บ.ประชามติว่า ต่อจากนี้จะมีนิมิตหมายใหม่ในการทำประชามติ ก่อนหน้านี้การทำประชามติจะขึ้นอยู่กับอำนาจการตัดสินใจหรือดุลพินิจของ ครม.ฝ่ายเดียว ต่อจากนี้การจะทำประชามติไม่ได้มีเเค่ 2 ช่องทาง แต่จะทำให้ต่อจากนี้รัฐสภา สามารถเป็นจุดตั้งต้นทำประชามติได้ และประชาชนสามารถเข้าชื่อเพื่อให้ทำประชามติได้เช่นกัน ผลโหวตที่ออกมาไม่ใช่เเค่เรื่องการเตือนสติว่าอย่าคิดว่ามีเสียงมากจะทำอะไรที่ฝืนความต้องการประชาชนได้ อีกนัยหนึ่งก็เพื่อเตือนสติให้เห็นว่าอย่าชะล่าใจว่ามี ส.ว. 250 คนในมือเเล้วจะคว่ำรัฐธรรมนูญที่สวนทางกับความรู้สึกประชาชนก็ได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวยอมรับว่า ตนเป็น 1 ใน&amp;nbsp; 267 เสียงที่ลงมติสนับสนุนให้มาตรา 9 ของร่าง พ.ร.บ.ประชามติแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอของ กมธ.เสียงข้างน้อย ซึ่งเนื้อหาได้เปิดช่องให้รัฐสภา, ประชาชนมีสิทธิเสนอเรื่องให้ทำประชามติ เพราะเห็นว่าควรเปิดกว้างการเสนอให้ทำประชามติที่ไม่ควรมีแค่จากฝั่งรัฐบาลเท่านั้น และเมื่อพิจารณาเรื่องที่สอดคล้องกัน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากกฎหมายประชามติผ่าน รัฐสภาจะมีสิทธิ์เสนอให้ทำประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ตกไป จุดนี้เชื่อว่าจะเป็นทางออกตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ การเปิดช่องให้การทำประชามติไม่ถูกจำกัดเฉพาะดุลยพินิจของฝ่ายบริหารนั้น ตนกังวลว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติอาจถูกคว่ำในวาระสามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จุดยืนของพรรคชทพ.คือจะเดินหน้าแก้ไขต่อ เบื้องต้นตนได้คุยกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเป็น กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ มีความเห็นร่วมกันว่าในการเปิดสมัยประชุมสภาฯ เดือนพฤษภาคม จะพิจารณาเสนอญัตติขอแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นที่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้คือมาตรา 256 ที่รัฐสภาได้ผ่านการพิจารณาและเห็นพ้องกันในวาระสอง คือปรับเงื่อนไขการใช้เสียงรับหลักการวาระแรก และเสียงเห็นชอบวาระสาม โดยเสียง 3 ใน 5 โดยตัดเกณฑ์เสียง ส.ว. 1 ใน 3&amp;nbsp; และเสียงพรรคฝ่ายค้านร้อยละ 20 ออก
&amp;quot;พปชร.&amp;quot;จี้&amp;quot;ภท.&amp;quot;สอบ&amp;quot;ชาดา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ไม่ได้หลอกพรรคร่วมรัฐบาลเสนอญัตติให้ลงมติวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญ แต่หลังเฝ้าดูการอภิปราย 9 ชั่วโมงเต็ม มีการเสนอญัตติขึ้นมาซ้อน 3 ญัตติ ส่วนที่ไม่ปล่อยให้ 3 ญัตติที่เสนอก่อนหน้านี้ เพราะทำตามข้อบังคับที่ประชุมยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนเกมเล่น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ตกลงกันไว้แล้วว่าจะเปิดให้สมาชิกฟรีโหวต และ ส.ส.พปชร.ก็อยู่ที่บริเวณรัฐสภา เพื่อเตรียมเข้าร่วมประชุม ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ แม้ไม่ปรากฏตัว แต่ก็อยู่ในรัฐสภา ไม่เหมือนบางพรรคที่ออกนอกพื้นที่ไปเลย ได้พูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยหลังบัลลังก์ห้องประชุมในวันลงมติแล้ว ว่าพลังประชารัฐเปิดให้ฟรีโหวต และต้องการโหวตวาระ 3 เพื่อชี้ว่าผ่านหรือไม่ผ่านไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพปชร. กล่าวถึงกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉลศรีธนญชัย ว่าการที่นายชาดาพูดแบบนั้น ย่อมแสดงว่าหมายถึงตนโดยตรง และรวมถึง ส.ส. ส.ว. จำนวน 474 คนที่ร่วมออกเสียงเห็นด้วยกับญัตติที่ตนเสนอ การกระทำของนายชาดา กล่าวหา ใส่ความ ให้ร้ายทำให้เสียหายต่อชื่อเสียง และยังประณามรัฐสภาว่าเป็นสภาโจ๊ก ทำให้นายชาดามีปัญหาตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 12 ที่ระบุว่าสมาชิกและกรรมาธิการต้องเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสีหรือใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใด หรือนำเอาเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายแสดงความเห็นในที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะผู้เสียหายจากการกระทำของนายชาดา จึงขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สอบสวนการกระทำของนายชาดา เพราะการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของ ส.ส. ส.ว. 474 คน และรัฐสภา จึงเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ รวมทั้งขอให้ดำเนินการตามมาตรฐานในการดูแลควบคุมสมาชิกพรรคให้มีจริยธรรมและมารยาททางการเมืองด้วย&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวชี้แจงกรณีที่ไม่ได้ร่วมลงมติวาระ 3 ในร่างรัฐธรรมนูญว่า เพราะกังวลว่าการลงมติจะหมิ่นเหม่หรือละเมิดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังที่มีคำวินิจฉัยออกมา แต่ส่วนตัวนั้นอยู่ที่รัฐสภาตลอด เพียงแต่ไม่ได้ลงมติ ซึ่งวิปรัฐบาลก็ย้ำว่าเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภา อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนอยากแก้รัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีอะไรที่ดี 100 เปอร์เซ็นต์ มีจุดบกพร่องหลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการลงมติในการแก้ไข รธน.วาระ 3 ว่า ยืนยันว่าได้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเพื่อเห็นชอบในร่าง รธน. เพราะเป็นการย้ำให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดเดิม ที่มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องหลายประการ ทั้งนี้ ประชาชนสงสัยในท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาลว่าไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก เหมือนกับสำนวนที่ว่า ขายผ้าเอาหน้ารอด จากเหตุการณ์ต่างๆ ประมวลได้ว่า พรรคแกนนำรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามคำแถลงนโยบายของรัฐต่อสภา และยังยอมที่จะให้เกิดคำครหาว่ารัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา สิ่งที่เกิดขึ้นคนที่จะต้องตอบคำถามกับประชาชนก็คือ คนที่แสดงท่าทีที่นอกเหนือจากการลงมติ เช่น การอยู่เฉยๆ ในห้องเมื่อถึงคราวที่ถูกเรียกชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นคำร้องกล่าวหา ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ต่อ ป.ป.ช.ว่า การที่ ส.ส.และ ส.ว.ได้ลงมติร่างแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภากำหนดไว้ จะเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตรงไหน ถือเป็นการทำในแนวทางประชาธิปไตย ขอเตือนว่าวันใดที่นายศรีสุวรรณไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ในวันรุ่งขึ้นจะมี ส.ส.ไปยื่นฟ้องหรือร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายศรีสุวรรณทันที ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
สะสมความขัดแย้งรอระเบิดเวลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี 26 ส.ส.เพื่อไทยไม่โหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 สวนมติพรรคว่า ทางพรรคคงต้องพูดคุยสอบถามถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เบื้องต้นคาดว่าคงไม่เกี่ยวข้องกับข่าวแยกตัวไปอยู่กับพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่ สมัยนี้ไม่ควรมีใครมาตกปลาในบ่อเพื่อน เพราะคนทั่วไปดูก็รู้ และหากใครสนใจจะไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใหม่บางพรรค ต้องเปิดตัวให้ชัด ไม่ใช่คอยแต่สร้างความแตกแยก ไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาคาราคาซังจนกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ติดลบทางการเมือง การโหวตวาระ 3 ทำให้เห็นได้ชัดว่า เขียนด้วยมือลบด้วยเท้าเป็นอย่างไร การปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง กระบวนการสืบทอดอำนาจลับลวงพรางทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ตนไม่ได้ลงมติ ไม่ได้เกรงว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ที่ไม่โหวต เพราะกลัวไม่ผ่าน ไม่ได้กลัวว่าจะผิด ทั้งเชื่อว่าโหวตไปก็แพ้ ได้แจ้งเหตุผลให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค รับทราบก่อนจะลงมติแล้ว ยืนยันไม่ได้เป็นงูเห่า ซึ่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคบอกว่ารับฟังเหตุผล อย่างไรก็ตาม พร้อมจะชี้แจงต่อพรรค และเห็นว่า ส.ส.เพื่อไทยที่โหวตลงมติวาระ 3 ไม่ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกเสียดายต่อการคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าควรใช้เวทีสภาในการแก้ปัญหา เพราะการแก้ไขต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขทั้งฉบับหรือรายมาตรา เนื่องจากการแก้ไขรายมาตราก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะมีการผูกโยงกันไว้ จึงเป็นเรื่องอันตราย ถ้ากลไกตามรัฐธรรมนูญถูกจำกัดไปเสียหมด คนก็จะต้องแสดงพลังหรือแสดงออกในทางอื่น นับวันคนรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมาก็จะโน้มเอียงไปในทิศทางที่เห็นด้วยกับกลุ่มที่เคลื่อนไหว หากไม่ตอบสนองอะไรเลย ก็เหมือนกับรอเป็นระเบิดเวลา ยิ่งสะสมประเด็นความขัดแย้ง ทำให้สถานการณ์ในอนาคตยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สโลแกนเลือกความสงบจบที่ลุงตู่ วันนี้ถ้าทัศนคติผู้นำยังเป็นอย่างนี้ ความสงบจะจบที่ตรงไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้การที่สถานการณ์การเคลื่อนไหวของมวลชนอาจดูเบาบางลง แต่สังคมกลับไม่ได้ขัดแย้งน้อยลง แม้ผู้ชุมนุมจะจำนวนน้อยลง แต่คนที่เห็นว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือระบบในหลายจุดมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายผู้มีอำนาจอาจพึงพอใจ บรรยากาศเอื้อให้ตัวเองรักษาอำนาจได้ และการเกิดเหตุรุนแรงแบบสุดโต่งระหว่างการชุมนุมมากขึ้น ก็จะเพิ่มความชอบธรรมในการหาความนิยม คือต้องเลือกเพื่อความสงบ แต่ทั้งหมดมันเป็นความสงบผิวเผิน ไม่ยั่งยืน มีแต่สะสมปัญหาสำหรับอนาคตประเทศ ถ้าคิดแต่การรักษาอำนาจ ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศอยู่แล้ว จึงอยู่ที่ว่าผู้มีอำนาจจะตัดสินใจอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาและแกนนำพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประชุมสภาได้ตกไปแล้ว การแก้ไข รธน.ถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล แล้วก็เป็นนโยบายที่สำคัญของพรรคการเมืองหลายๆ พรรคที่อยู่ในรัฐบาลด้วย เมื่อไม่สามารถแก้ไขทั้งฉบับเพราะตกไปแล้ว อาจจะต้องมาพิจารณาในแนวทางของการแก้ไขเรื่องของรายมาตรา เพราะการแก้ไขรายมาตราในบางหมวดไม่ต้องไปทำประชามติ อยากจะเห็นทุกฝ่ายมีความจริงใจและมีความร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ส่วน พ.ร.บ.ประชามติก็คงจะต้องเร่งรัดกัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประชามติ, พ.ร.บ.ประชามติ, พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมวิสามัญ, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054ad7da8a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
