<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ.ร.บ.ป้องกัน “อุ้มหาย”  แสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เราเดินไม่เคยถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การ &amp;ldquo;อุ้มหาย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;บังคับสูญหาย&amp;rdquo; นับเป็นอาชญากรรมที่อยู่คู่กับการเมืองไทยมาช้านาน ในเหตุการณ์การเมืองแต่ละยุคที่ผ่านไป ไม่ว่าผู้นำจะมาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม อย่างกรณีของ &amp;ldquo;นายทนง โพธิ์อ่าน&amp;rdquo; ผู้เป็นบิดาของนายอดิศร โพธิ์อ่าน อดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายทนงเป็นอดีตผู้นำแรงงานในยุครุ่งเรื่องที่ถูกบังคับสูญหายในยุครัฐบาล รสช. ช่วงปี 2534 หรือกรณีของ &amp;ldquo;นายสยาม ธีรวุฒิ&amp;rdquo; หรือกรณีของ &amp;ldquo;นายสุรชัย แซ่ด่าน&amp;rdquo; ที่เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองเช่นกัน ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่มีใครพบเจอ ในยุครัฐบาล คสช. ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเด็นการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือจะเป็นกรณีของ &amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; &amp;ldquo;พอละจี รักจงเจริญ&amp;rdquo; ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในพื้นที่ทำกินของชาวกะเหรี่ยง หรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ดิน ของ &amp;ldquo;พ่อเด่น คำแหล้&amp;rdquo; ในภาคอีสาน หรือจะเป็นกรณีของ &amp;ldquo;ทนายสมชาย นีละไพจิตร&amp;rdquo; ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาในจังหวัดชายแดนใต้ สามารถมีทนายเพื่อไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ก่อนจะถูกบังคับสูญหาย เมื่อ 16 ปีที่แล้ว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีเหล่านี้เป็นเพียงกรณีตัวอย่างที่คนในสังคมอาจจะเคยได้ยินบ้าง อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของบุคคลที่ถูกบังคับสูญหายในประเทศไทย และมีการบันทึกได้เท่านั้น แต่น่าตระหนกที่ตัวเลขที่องค์กรสหประชาชาติบันทึกไว้เมื่อปี 2019 พบว่ามี 76 ราย ซึ่งยังไม่รวมถึงกรณีการสูญหายที่เกิดขึ้นเป็นกลุ่ม ในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างกรณีของ 6 ต.ค.2519 หรือเหตุการณ์ในเดือน พ.ค.2535 หรือกรณีสงครามยาเสพติดในยุคของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีทั้งประชาชนทั่วไป และกลุ่มชาติพันธุ์ หรือในปัจจุบันที่ยังคงมีหลงเหลืออยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไม่สามารถระบุข้อมูลได้อีก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงมีการ &amp;ldquo;อุ้มหาย&amp;rdquo; อยู่อีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกตีแผ่ออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ออกมาต่อสู้ เพื่อความเป็นธรรม ของสิทธิตัวเองและสิทธิของผู้อื่นนั้นสามารถตกเป็นเหยื่อได้ จึงเป็นหน้าที่ของสังคม ที่จะต้องปกป้อง เยียวยา และร่วมตามหาความจริง ขณะที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ทำให้เรื่องเหล่านี้กระจ่างชัด และหยุดยั้งไม่ให้เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงไม่มีมาตรการในการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเข้มข้น แม้จะมีความพยายามจากภาคประชาชนในการผลักดันร่างกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทรมาน และบังคับบุคคลสูญหาย ตั้งแต่ปี 2555 ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม มีการจัดเวทีเสวนา เรื่องความคืบหน้าของกรอบกฎหมายและกระบวนการสืบสวนสอบสวนในประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่หอศิลป์ฯ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางอังคณา นีละไพจิตร หนึ่งในกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาคนหายวันที่ 9 ม.ค.2555 หลังเข้าสู่กระบวนการทบทวนสถานะทางสิทธิมนุษยชน ของสหประชาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นกระทรวงยุติธรรมมีความพยายามร่างกฎหมายดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใน เดือน พ.ค.2559 ครม.มีมติให้สัตยาบันอนุสัญญา ให้มีกฎหมายว่าด้วยการทรมานและการบังคับสูญหาย อย่างไรก็ตาม กรณีของทนายสมชายนั้น เป็นการบอกกับสังคม จากคำพิพากษาว่า คดีคนหายนั้นไม่มีผู้เสียหาย เพราะหลักการตามกฎหมายไทยคือ ผู้เสียหายต้องมาฟ้องศาลด้วยตนเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากมีหลักฐานว่าเขาบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ญาติจึงสามารถเรียกร้องความยุติธรรมแทนได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้วเสร็จ พอส่งไปที่ สนช.ก็ปรากฏว่ามีการแก้เยอะมาก จนสาระสำคัญหายไป ทำให้ถ้อยคำในกฎหมายไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศของสหประชาชาติ และมีผลทำให้ไม่สามารถคุ้มครองได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดิฉันไม่เชื่อใจรัฐบาลว่าจะให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ หลังถูกถอดจาก สนช. โดยไม่มีคำอธิบาย หากรัฐบาลจริงใจให้มีกฎหมายนี้ ดิฉันคิดว่าไม่มีอุปสรรค แต่ปัญหาคือทำไม พ.ร.บ.ฉบับนี้มันถึงล่าช้า ทุกครั้งที่มีการรับฟังความเห็น หน่วยงานความมั่นคงก็จะค้านตลอด ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวทำให้ดิฉันไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ ทำไมร่างที่ออกมาถึงไม่ได้กำหนดให้การบังคับสูญหาย เป็นอาชญากรรมต่อเนื่อง หมายความว่าคนที่หายไปก่อนหน้าที่กฎหมายจะมี จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ๊ากันเท่ากับเริ่มกันใหม่ ซึ่งหมายความว่าเป็นการขัดหลักการ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอระบุด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเผด็จการ หรือรัฐบาลประชาธิปไตย เราไม่เคยได้รับความเป็นธรรม และถูกปฏิเสธการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด ซึ่งสาเหตุสำคัญเป็นเพราะผู้กระทำผิดนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้ง สตช. หรือกองทัพ หากเราไม่ปฏิรูปหน่วยงานความมั่นคงเหล่านี้ ต่อให้เปลี่ยนรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามที การพยายามผลักดันที่ดูเหมือนตบมือข้างเดียว หนทางในการต่อสู้กรณีสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ยังคงห่างไกลกับสิ่งที่เราทุกคนอยากจะเห็น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พ.ร.บ.ป้องกัน “อุ้มหาย”  แสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เราเดินไม่เคยถึง, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e72331962ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
