<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039; ตรีนุช &#039; มอบนโยบายขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม หวังนำร่องจัดการศึกษารูปแบบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6พ.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวมอบนโยบายในการประชุมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม ตอนหนึ่งว่า พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นการนำร่องการส่งเสริมการบริหารและการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ โดยใช้จังหวัดเป็นฐาน กระจายอำนาจและให้อิสระแก่สถานศึกษานำร่องและหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ ให้มีความคล่องตัวในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่เน้นการพัฒนากลไกการจัดการศึกษาร่วมกันของทุกภาคส่วนในพื้นที่ โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ซึ่งจะต้องเร่งขับเคลื่อนการดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ตนมองว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ถือเป็นโอกาสทองของจังหวัดในการจัดการศึกษาตอบโจทย์ผู้เรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และคนในพื้นที่ โดยสถานศึกษานำร่องและหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้รับโอกาสในการออกแบบ สร้างสิ่งใหม่ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และสามารถเป็นตัวอย่าง เป็นโมเดลต้นแบบของการแก้ไขปัญหาระบบการศึกษา จากฐานทุนเดิมที่มี สู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันมีจังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้งหมด 8 จังหวัด และอนาคตก็จะมีการเปิดรับจังหวัดใหม่ที่มีความพร้อมและเข้มแข็งเข้ามาเพิ่มเติม โดยลักษณะการขับเคลื่อนงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะใช้พื้นที่และจังหวัดเป็นฐาน ผสานจุดแข็งของการทำงานมุ่งเน้น ล่างขึ้นบน (Bottom up) คือ ใช้พื้นที่/จังหวัดเป็นฐาน ปฏิบัติการที่สถานศึกษานำร่อง และสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่นโยบายส่วนกลาง และหนุนเสริมด้วย บนลงล่าง (Top down) คือ หนุนปฏิรูปเชิงพื้นที่โดยฝ่ายนโยบาย ปลดล็อกอุปสรรคเชิงนโยบายเอื้อต่อการจัดการศึกษา โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน/สถานศึกษาเป็นฐาน&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม แนวนโยบายของ ศธ. ที่ส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประกอบด้วย 1.การส่งเสริมและผลักดันการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเต็มพิกัด เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการบริหารและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ 2.สนับสนุนผู้นำหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัด รวมมือรวมพลังกัน เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 3.ส่งเสริมการทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ให้อิสระแก่สถานศึกษานำร่องในการจัดทำและเลือกใช้หลักสูตรต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษานำร่อง 4.จัดกลุ่มพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และ 5.บูรณาการกลไกการขับเคลื่อนนโยบายในระดับกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุดท้ายนี้ การดำเนินงานตามพ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาฯ เป็นการเอื้อให้หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษานำร่อง และภาคีทุกภาคส่วนในพื้นที่ ได้รวมพลังร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ในหลากหลายประเด็น เช่น ด้านหลักสูตรการสอน การเลือกใช้นวัตกรรม การจัดซื้อหนังสือตำรา เป็นต้น และแม้จะมีกฎหมายจะเปิดช่องทางให้สถานศึกษาสามารถดำเนินการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ได้หลายเรื่อง แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าประเทศไทยได้มีการปฏิรูปการศึกษาแล้ว หรือเป็นการรับประกันว่าการปฏิรูปการศึกษาจะประสบผลสำเร็จ เพราะการประกาศใช้พ.ร.บ.นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแนวทางการจัดการใหม่ เพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน สร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษาให้ระบบการศึกษาไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมาร่วมคิด ร่วมออกแบบและจัดการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อให้เด็ก เยาวชน คนในพื้นที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา มีคุณภาพการเรียนรู้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101966</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60938bffbcf92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี &quot;หารือ&quot; ทีดีอาร์ไอ&quot; เตรียมพร้อมประกาศใช้ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3เม.ย.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเมื่อมีการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.... ที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรียบร้อยแล้ว ว่าจะต้องมีการดำเนินการในเรื่องใด และจะต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อที่จะให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนขั้นพื้นฐาน ที่จะเข้าร่วมโครงการเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้เตรียมความพร้อม เพราะเท่าที่ตนทราบในกฎหมายได้มีการกำหนดให้โรงเรียนในพื้นที่มีการทำวิจัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ TDRI ยังได้รายงานการดำเนินโครงการที่สำคัญมาก คือ การศึกษาความต้องการของงานในตลาดแรง เช่น ในกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที มีงานประเภทไหน และมีการรับสมัครกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องใดบ้าง เป็นต้น โดยการประมวลผลจะดำเนินการผ่านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และฐานข้อมูล (Big data) ซึ่งการดำเนินการในลักษณะนี้จะต้องกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างแทน เพราะเราดูจากประกาศรับสมัครงาน ว่ามีการเปิดรับประเภทไหน ทักษะที่จะต้องใช้มีอะไรบ้าง และเมื่อเราเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ได้โรงเรียนก็จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับการเรียนการสอน เพื่อสร้างทักษะให้กับเด็กและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานได้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีดีอาร์ไอ, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5baca8fca93ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
