<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับปัญหาที่ยังรอการแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชบัญญัติกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 &amp;nbsp;โดยมีการยกเลิกกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาใช้บังคับอย่างช้านานและถูกมองจากหลายฝ่ายว่าล้าสมัย มีการใช้ดุลยพินิจมากทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเกิดโรคระบาดโควิด 19 และปัจจัยความไม่พร้อมอื่นๆ ทำให้มีการขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไปหลายครั้งและล่าสุดมีการขยายเวลาการแจ้งแบบประเมินบางประเภทออกไปถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจติดตามพร้อมข้อเสนอ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นแรก คือ ภาษีใหม่นั้นถูกจัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (&amp;ldquo;อปท.&amp;rdquo;) และเขตปกครองพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร (50 เขต) และพัทยา ที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนกว่า 7,700 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีลักษณะ จำนวนของบุคลากรและงบประมาณที่แตกต่างกัน เช่น อปท. ที่เป็นเทศบาลจะมีขนาดใหญ่กว่าองค์การบริหารส่วนตำบล &amp;nbsp;(&amp;ldquo;อบต.&amp;rdquo;) แต่ทุกๆ หน่วยงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายแม่ฉบับเดียวกันและมีกฎหมายลูกอีกนับสิบฉบับออกมารองรับวิธีการสำรวจ ประเมินและจัดเก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นกฎหมายใหม่ ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างก็ต้องเรียนรู้แบบนับหนึ่งกันถ้วนหน้าและอาจต้องเรียนผิดเรียนถูกร่วมกันเพราะไม่มีบรรทัดฐานให้เดินตามอย่างชัดเจนครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นที่สอง คือ ประเภทของการจัดเก็บที่แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1) เกษตรกรรม 2) ที่อยู่อาศัย 3) เพื่อการพาณิชย์/อื่นๆ และ 4) ประเภทสุดท้ายที่เป็นปัญหามาก คือ ที่รกร้างว่างเปล่า มีอัตราการจัดเก็บตั้งแต่ 0.03% และจะคิดเพิ่มขึ้นทุกๆ 3 ปี โดยมีอัตราสูงสุดอยู่ที่ 3% ของราคาประเมินหากไม่ได้ทำประโยชน์เป็นเวลานาน เช่น หากที่ดินที่รกร้างเป็นผืนเดียวกันมีขนาด 10 ไร่ มีราคาประเมินอยู่ที่ 10 ล้านบาท หากไม่ได้ทำประโยชน์และทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าเป็นเวลานานหลายๆ ปี จนต้องเสียภาษีในอัตราสูงสุด 3% แล้ว จะต้องเสียภาษีถึงปีละ 300,000 บาท ทำให้เราได้เห็นที่ว่างเปล่าจำนวนมากมีการปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆเพื่อให้ที่ดินกลายเป็นที่ทำเกษตรกรรม (เทียม) และได้รับการยกเว้นภาษีใน 3 ปีแรก กรณีเป็นบุคคลธรรมดา และเสียภาษีในอัตราต่ำในระยะต่อไป ทั้งนี้ หากที่ดินดังกล่าวมีราคาประเมินต่อแปลงต่ำกว่า 50 ล้านบาทแล้วจะได้รับการยกเว้นภาษีอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เป็นหลังแรกและมีมูลค่าน้อยกว่า 50 ล้านบาทก็จะได้รับการยกเว้นเช่นกัน ส่วนบ้านหลังที่สองและหลังอื่นๆ จะต้องเสียในอัตรา 0.02% ของราคาประเมิน แต่หากเป็นการใช้แบบหลายประเภทในอาคารหลังเดียวกันเช่นชั้นล่างค้าขายและชั้นบนอยู่อาศัยโดยมีที่ดินหลายแปลงหลายโฉนดอยู่ติดกับอาคารในชื่อเจ้าของเดียวกันอีกด้วยแล้ว การประเมินก็จะเป็นแบบหลายอัตราที่เจ้าของคงต้องมึนงงอย่างมากเมื่อได้รับแจ้งการประเมินแบบหลายอัตราในแบบแจ้งเดียวกัน หรืออาจวุ่นวายใจว่าทำไมยังไม่ได้รับแบบประเมินเสียทีแม้นักกฎหมายจะออกมาบอกว่าถ้ายังไม่ได้รับการแจ้ง หน้าที่ในการเสียภาษียังไม่เกิดขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสุดท้าย คือ การที่เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างมีหน้าที่ต้องทำการคัดค้านการประเมินและทำการอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาและอาจต้องมีภาระค่าปรับและเงินเพิ่มอีกด้วย ซึ่งหากไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาก็จะต้องไปฟ้องคดีที่ศาลภาษีอากรกลาง กรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียว ดังนั้น การฟ้องคดีไม่ว่าภาระภาษีอยู่จังหวัดใดก็จะต้องมาฟ้องคดีที่กรุงเทพฯ เพียงที่เดียว ทำให้เกิดภาระต่อประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะที่ห่างไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น รัฐบาลควรต้องหาแนวทางชะลอการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ไว้ก่อนจนกว่าทุกหน่วยงานส่วนใหญ่หรือทั้งหมดมีความพร้อมในทุกขั้นตอนโดยเฉพาะกระบวนการสุดท้ายที่ศาลภาษี ซึ่งจะต้องมีอยู่ทั่วทุกภาคหรือตามจังหวัดใหญ่ๆ มิฉะนั้นการบังคับใช้แบบตกๆ หล่นๆ หรือแม้กระทั่งการลดภาษีเหลือ 10% ในปีนี้อาจจะสร้างปัญหาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก จนท้ายที่สุดตัวรัฐบาลจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบเสียเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;เทวัญ &amp;nbsp; อุทัยวัฒน์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;คอลัมน์ เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79717</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, เทวัญ   อุทัยวัฒน์, เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d16b45b035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐประกาศลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 90%เฉพาะปี2563 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63- น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) &amp;nbsp;มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท พ.ศ. &amp;hellip; ให้ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนที่จะต้องเสีย สำหรับการจัดเก็บภาษีของปีภาษี 2563 เพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 4 ประเภท ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ร้อยละ 0.01 คิดเป็นค่าภาษี 1,000 บาท จะชำระภาษีเพียง 100 บาท
2.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินสำหรับบ้านหลังอื่น &amp;nbsp; ซึ่งหากมูลค่า มีราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท จะเสียภาษีร้อยละ 0.02 &amp;nbsp;คิดเป็นค่าภาษี 1,000 บาท จะชำระภาษีเพียง 100 บาท &amp;nbsp; ทั้งนี้ บ้านหลังหลักจะได้รับการยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น ๆ หมายถึง &amp;nbsp;การประกอบการพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม&amp;nbsp;
4.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ มูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 4 ล้านบาท &amp;nbsp;จะเสียภาษีร้อยละ 0.3 คิดเป็นค่าภาษี 12,000 บาท จะชำระภาษีเพียง 1,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลดภาษีดังกล่าว คาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียการจัดเก็บรายได้ จำนวน 39,420 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67647</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเฉพาะปี63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed621acd0bb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” ย้ำไม่ได้เลื่อนเก็บภาษีที่ดินแค่ขยับเวลาให้ท้องถิ่นเตรียมพร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ธ.ค. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ได้เลื่อนออกไป เพราะเป็นการจัดเก็บภาษีปีละ 1 ครั้ง แต่เพื่อความพร้อมที่สุด กระทรวงมหาดไทย จึงใช้อำนาจตามกฎหมายขอขยายเวลาออกไป 4 เดือน จากเดิมที่จะต้องเสียภาษีในเดือน เม.ย.2563 เป็นเดือน ส.ค.2563 แทน เพื่อให้หน่วยงานจัดเก็บภาษีท้องถิ่น ซึ่งมีอยู่กว่า 7,000 แห่ง ที่บางแห่งก็มีความพร้อมมาก ขณะที่บางแห่งยังดำเนินการไม่ทัน ให้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ผู้เสียภาษีพร้อมกันทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มหาดไทย ได้หารือกับคลังมาตลอด การขยายระยะเวลาออกไปอีก 4 เดือน หมายความว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค.2563 ก็มีเวลาหายใจไปเดือน พ.ค. การเสียภาษีจึงขยับไป ส.ค.2563 แต่สุดท้ายก็จ่ายอยู่ดี แค่ขยับเวลาออกไป 4 เดือน ทุกกระบวนการมีเวลาหายใจเพิ่มขึ้น ท้องถิ่น 7 พันกว่าแห่ง มีทั้งที่ดำเนินการทันและไม่ทัน โดยส่วนใหญ่เป็นท้องถิ่นขนาดเล็ก&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยืนยันว่าไม่ได้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดิน ทุกอย่างยังมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2563 เหมือนเดิม แต่กระบวนการเสียภาษี จะถูกเริ่มต้นในวันที่ 1 พ.ค.เพื่อ เพื่อตรวจสอบและทำการเสียภาษีในเดือน ส.ค. ทำให้ขั้นตอนช่วง พ.ค. ถึงก่อนจ่ายภาษี ท้องถิ่นจะมีพร้อม เช่น การประเมิน สำรวจที่ดิน ท้องถิ่นต้องรู้ที่ดินในเขตตัวเองมีกี่แปลง มีราคาเท่าไหร่ ประเภทสิ่งปลูกสร้าง ต้องรู้ ต้องไปประเมินเพื่อมาคำนวณ ก่อนส่งใบไปเรียกเก็บภาษีกับผู้ครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในขั้นตอนกฎหมายภาษีที่ดิน ยังต้องมีการออกกฎหมายลูกอีก 19 ฉบับ แบ่งเป็นของกระทรวงการคลัง 8 ฉบับ โดย 7 ดำเนินการเสร็จแล้ว อีก 1 ฉบับที่เกี่ยวกับการกำหนดอัตราภาษีที่จะจัดเก็บ จะออกภายใน 2 ปีที่มีการจัดเก็บภาษี หรือ ออกภายในปี 2565 ส่วนที่เหลืออีก 11 ฉบับ เป็นของกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;6 ฉบับ โดย 2 ฉบับเสร็จแล้ว อีก 4 ฉบับเพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด ส่วนอีก 5 ฉบับที่เหลือเป็นกฎหมายร่วมระหว่างคลังและมหาดไทย ที่ต้องลงนามร่วมกัน โดย 4 ฉบับรมว.การคลังลงนามเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอมหาดไทยลงนาม เหลืออีก 1 ฉบับ เกี่ยวกับพื้นที่เกษตร ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น คาดว่าจะออกได้ภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระหว่างนี้ประชาชนที่ได้รับจดหมายให้จ่ายภาษี ก็ตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องตามที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่ครอบครองหรือไม่ หากไม่ถูกต้องก็สามารถดำเนินการอุทธรณ์ได้ ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีการประเมิน หรือวันที่ได้รับหนังสือ&amp;quot; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวว่า กระทรวงการคลังประมาณการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปีแรกได้ 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จัดเก็บได้ 3 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาท โดยการเลื่อนจัดเก็บภาษี ไม่มีผลต่อรายได้ในภาพรวม ซึ่งการจัดเก็บภาษี เป็นหน้าที่ของมหาดไทยรับผิดชอบ ส่วนกระทรวงการคลังทำหน้าที่ในการให้ความรู้แก่ผู้เสียภาษี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ลวรณ แสงสนิท, โฆษกกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287bfa60f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.เห็นชอบกม.ภาษีและที่ดิน ยกเว้นภาษี3ปีแรกสำหรับเจ้าของที่ใช้เพื่อการเกษตรกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.61 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาลงมติร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในวาระ2และ3 ที่ค้างการพิจารณาเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2561 โดยหลังจากที่ประชุมลงมติรายมาตราในวาระ 2 เสร็จแล้ว มีมติให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 169 &amp;nbsp;ต่อ 0 งดออกเสียง 2 ให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งเป็น4 ประเภท ได้แก่ 1.ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หากมีมูลค่า 0-75 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.01% &amp;nbsp;มูลค่า 75-100 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.03% มูลค่า 100-500 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.05 % &amp;nbsp;2.ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย หากมีมูลค่า 0-50 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.02% มูลค่า 50-75 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.03% มูลค่า75-100 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.05 % มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราภาษี 0.1 % ทั้งนี้ในกรณีบ้านหลังหลัก หากเป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของที่ดิน ให้ได้รับการยกเว้นภาษี 50 ล้านบาทแรก &amp;nbsp;ส่วนกรณีเป็นเจ้าของเฉพาะบ้านอย่างเดียว ได้รับการยกเว้นภาษี 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม หากมีมูลค่า 0-50 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.3% มูลค่า 50-200 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.4% มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.5% มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.6% มูลค่าตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราภาษี 0.7% 4.ที่ดินรกร้างว่างเปล่า คิดอัตราภาษีเริ่มต้น 0.3% และเพิ่มขึ้น 0.3% ทุก3ปี หากยังไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ แต่รวมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 3 ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้หลังจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยกเว้นอัตราการจัดเก็บภาษีและสิ่งปลูกสร้างที่ให้เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.2563 ทั้งนี้ยังมีบทเฉพาะกาลว่า ใน 3ปีแรกของการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายฉบับนี้ให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีแก่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ประชุมสนช.รับหลักการในวาระ 1 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2560 จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 1 ชุด ซึ่งระหว่างนั้นได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณา จำนวน 9 ครั้ง โดยล่าสุด คือเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2561 จากนั้นร่างพ.ร.บ.ได้กลับเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่สนช.อีกครั้ง ในวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 ดังนั้น ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 1 ปี 7&amp;nbsp;เดือน 16 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22093</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพรเพชร วิชิตชลชัย, พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bac95e516a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
