<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. ถก8หน่วยงานออกมาตรการคุมเข้มสารโซเดียมไซยาไนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมโรงงานอุตสาหกรรมดึงพันธมิตร 8 องค์กรในการทำงานบูรณาการร่วมกันในการพิจารณาการอนุญาตนำเข้าและติดตามสารไซเดียมไซยาไนด์หวั่นลักลอบไปผลิตยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25&amp;nbsp;มิ.ย.62 - นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรอ.ได้เชิญ 8 หน่วยงานร่วมกันหารือและประสานความร่วมมือแนวทางการกำกับดูแลสารโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในการเพิ่มมาตรการควบคุมดูแลวัตถุอันตรายที่เข้มงวดโดยเริ่มจากสารโซเดียมไซยาไนด์ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการนำไปใช้ผลิตยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางอย่างเร่งด่วน และทันท่วงที &amp;nbsp; เนื่องจากในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวนมาก เบื้องต้นที่ประชุมได้ประสานการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันการนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น การประสานข้อมูลเกี่ยวข้อง, การร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า การส่งออก และการผ่านแดนที่เข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการร่วมกันให้ความเห็นมายังกรอ.เป็นรายกรณีที่จะมีการนำเข้าสารโซเดียมไซยาไนด์เข้ามาในไทยหรือผ่านแดนไปประเทศที่3 ซึ่งอาจใช้เวลา 5-10 วัน แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน ว่าจะมีการอนุญาตให้นำเข้าหรือผ่านประเทศไทยได้หรือไม่ เนื่องจากหน่วยงานต่างๆจะมีข้อมูลที่เชื่อมทั้งในและต่างประเทศได้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 8 หน่วยงานประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย, กรมการปกครอง, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สารโซเดียมไซยาไนด์ สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท และนิยมใช้ในการสกัดทองในเหมืองทองคำ &amp;nbsp;รวมถึงนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท เช่น การย้อมสี การเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อโลหะ การชุบโลหะในอุตสาหกรรมยานยนต์ &amp;nbsp;แต่อีกทางหนึ่งสามารถนำไปสกัดเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดได้ด้วย ซึ่งประเด็นนี้น่ากังวลอย่างมาก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีการนำเข้าสารดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยปีละ 1,400-1,500 ตัน ซึ่งน้อยกว่าที่จะมีการขออนุญาตนำผ่านประเทศไทยไปสปป.ลาวหรือไปประเทศเมียนมาร์ ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้มากจะเป็นเหมืองทองแต่ปัจจุบันเหมืองทองได้ปิดไปแล้วจึงมีการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยไม่มาก โดยในปี 62 มีการขออนุญาตนำเข้า 53 ตัน แต่มีการนำเข้าจริง 15 ตันเท่านั้น&amp;rdquo; นายบรรจง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรจง กล่าวว่า ในส่วนของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ผลิตยาเสพติด ตามบัญชีแนบท้ายของประกาศกระทรวงยุติธรรมมี 20 รายการ โดยหนึ่งใน 20 รายการคือ สารโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งกรอ.และพันธมิตรทั้ง 8 หน่วยงานก็พร้อมนำร่องในการออกมาตรการดูแลและคุมเข้มการนำเข้า การส่งออก และการผ่านแดนก่อน จากนั้นก็จะดำเนินการกับสารอีก 19 ประเภทในลักษณะที่คล้ายๆกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39455</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงานอุตสาหกรรม, บรรจง สุกรีฑา, พ.ร.บ.วัตถุอันตราย, วัตถุอันตราย, สารโซเดียมไซยาไนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d12230307e50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านผวามือมืดทิ้งถังขยะสารพิษส่งกลิ่นเหม็นแสบจมูกทั่วชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61 - นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อบต.บ้านลาด&amp;nbsp;กอ.รมน.เพชรบุรี&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่ 15&amp;nbsp;สภ.ท่าไม้รวก&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณป่าเบญจพรรณ ริมถนนภายในหมู่ที่ 4 บ้านหนองไก่เถื่อน และริมถนนหมู่ที่ 1 บ้านวัดตึก ต.ห้วยลึก อ.บ้านลาด หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบนำถัง 200 ลิตรภายในบรรจุสารเคมีที่ใช้แล้วนำมาทิ้งในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พบบางถังมีสภาพบุบแตก&amp;nbsp;มีสารพิษรั่วไหลออกมาจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างหนัก หวั่นว่าจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพคนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเรียน ทับน้อย กำนันตำบลห้วยลึก เล่าว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนเห็นรถบรรทุกสิบล้อสีขาว ทะเบียนจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;วิ่งเข้าไปยังริมถนนภายใน ม.4 บ้านหนองไก่เถื่อนที่เกิดเหตุและนำถัง 200 ลิตรมาทิ้งไว้ จากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ขี่รถจักยานยนต์มาพบเข้า&amp;nbsp;คนขับรถสิบล้อจึงขับรถหลบหนีไป จากนั้นรถคันเดิมได้มาจอดที่บริเวณริมถนน ม.1 บ้านวัดตึก ต.ห้วยลึก ห่างจาก สภ.ท่าไม้รวกเพียง 200 เมตร แล้วนำถัง 200 ลิตรกว่า 50 ถังทิ้งไว้บริเวณข้างทางและหลบหนีไป&amp;nbsp;ตนเองมาพบเข้าจึงแจ้งนายอำเภอให้ทราบเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายอำเภอบ้านลาด กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลห้วยลึก&amp;nbsp;ว่าพบถังน้ำมัน 200 ลิตรคาดว่าจะเป็นขยะสารพิษ ตนจึงรายงานเหตุการณ์ไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;ในเบื้องต้นพบเป็นวัตถุสารพิษชนิดอันตราย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรีเก็บตัวอย่างสารพิษที่รั่วไหลออกมา นำไปตรวจอย่างละเอียดว่าเป็นสารพิษชนิดใดมีพิษร้ายแรงแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุได้สั่งการให้ผู้นำท้องถิ่นประชาสัมพันธ์ถึงชาวบ้านในพื้นที่ห้ามเข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุเด็ดขาด&amp;nbsp;เนื่องจากหวั่นว่าเกิดอันตรายต่อชาวบ้าน ส่วนทางด้านสาธารณสุขจะจัดเจ้าหน้าที่เร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุและได้รับผลกระทบจากกลิ่นของสารพิษ โดยเข้าไปให้คำแนะนำในการป้องกันกลิ่นของสารพิษที่ชาวบ้านจะสูดดมเข้าไป&amp;nbsp;เฉพาะบ้านเรือนที่มีเด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่ แต่ถ้าบ้านเรือนหลังใดที่ได้รับผลกระทบหนัก ก็จะสั่งการให้เคลื่อนย้าย ครอบครัวออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการขนย้ายถังสารพิษทั้งหมดไปจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดจะเดินทางเข้าแจ้งความที่&amp;nbsp;สภ.ท่าไม้รวก อ.บ้านลาด เพื่อขออายัดของกลางทั้งหมดไว้ก่อน&amp;nbsp;ห้ามเคลื่อนย้ายและห้ามนำมาเพิ่มในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หมั่นออกตรวจตราในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้มากระทำผิดซ้ำในพื้นที่อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย โคตรเพชร หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นวัตถุอันตราย ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งห้ามมีไว้และครอบครอง รวมทั้งขนย้ายโดยไม่ได้อนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จากการตรวจพบในครั้งนี้ ผู้มีไว้ทั้งตัวการและผู้สนับสนุน ถือว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ ซึ่งต้องตรวจสอบที่มาและชนิดของสารระเหยที่พบ โดยเบื้องต้นนำส่งตัวอย่างไปให้หน่วยตรวจสอบวัตถุอันตรายที่จังหวัดราชบุรีเพื่อตรวจสอบว่าเป็นสารชนิดใดและตนจะไปแจ้งความและทำการอายัดวัตถุอันตรายที่พบไว้ก่อน และเมื่อตรวจสอบได้ว่าเป็นสารอันตรายชนิดใดแล้ว จึงจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนส่งดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก พอจะทราบตัวคนที่นำถังสารพิษไปทิ้งแล้ว คาดว่าเป็นคนในพื้นที่ แต่รอผลตรวจสารพิษจากอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรีออกก่อนว่าเป็นสารพิษชนิดใด &amp;nbsp;พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมดำเนินคดีกับคนที่ลักลอบนำถังสารพิษมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23479</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ตรวจสอบสารพิษ, ถังขยะสารพิษ, พ.ร.บ.วัตถุอันตราย, สภ.ท่าไม้รวก, อำเภอบ้านลาด, อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181204/image_mid_5c064b8c2e8d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
