<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมาย&#039;รัฐบาลดิจิทัล&#039;แผน5ปีใช้งบกว่า3หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- &amp;nbsp; พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า &amp;nbsp;ครม.เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล &amp;nbsp;เพื่อยกระดับการดำเนินงานของภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยหลักการสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ กำหนดให้มีคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งมีนายกฯเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล &amp;nbsp;โดยจะต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ รวมถึงมีหน้าที่กำกับติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ติดตามการทำงานของศูนย์แลกข้อมูลกลางแห่งชาติ และศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หน่วยงานต่างๆจะต้องจัดทำข้อมูลตามภารกิจของตนเองให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปกับหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ขณะเดียวกันจะต้องเปิดเผยข้อมูลของรัฐในรูปแบบดิจิทัลสาธารณะ ให้ประชาชนรับรู้ รับทราบ แต่จะต้องไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จภายใน 5 ปี และในระยะ 5 ปีจะใช้งบประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกและลดภารให้กับประชาชน &amp;nbsp;เพื่อให้มีความชัดเจนในการกำหนดปฏิบัติ 3 ระยะ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 1 ภายในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ให้หน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่ให้ประชาชนต้องยื่นหรือส่งสำเนาเอกสาร ดำเนินการเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องข้อตกลง (เอ็มโอยู)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อประชาชนมาขอรับบริการให้เจ้าหน้าที่ที่ขอเอกสารสามารถดึงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆที่เชื่อมโยง โดยที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องนำสำเนาและลงนามในเอกสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การให้บริการเป็นตัวเงินกับประชาชน รวมถึงค่าปรับ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการผ่านการจ่ายเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เม้นต์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานจะต้องมีผลชี้วัดถึงประสิทธิภาพหัวหน้าหน่วยงานทุกระดับ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดช่องทางสื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อรับข้อร้องเรียนจากประชาชนว่ามีหน่วยงานใดที่ไม่ดำเนินการ เพื่อแจ้งให้รัฐมนตรีต้นสังกัดไปดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะกลางนั้น หน่วยงานราชการจะต้องดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือ แอพพลิเคชั่นที่ให้บริการประชาชน โดยเชื่อมโยงกับกรมการปกครอง และลดการกรอกเอกสาร ภายในปี 2562 และให้หน่วยงานพิจารณาลดการใช้สำเนาเอกสารต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระยะยาวนั้นภายในปี 2563 สำนักงาน ก.พ.ร. กับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ร่วมกันพัฒนาศูนย์กลางแลกเปลี่ยนภาครัฐให้ครอบคลุมเอกสารเพื่อให้การเรียกงานเอกสารระหว่างหน่วยงานผ่านทางออนไลน์ได้ และให้ประชาชนสามารถเรียกดูได้ในเรื่องสาธารณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18937</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 ปี 3 หมื่นล้าน, พ.ร.บ.ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bdb1196d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
