<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กลับ‘คณากร’ อุทธรณ์จำคุก คดียิงที่ยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำคุก 35 ปี 4 เดือน-ตลอดชีวิต ห้าจำเลยคดียิงชาวบ้านยะลา ที่ผู้พิพากษา &amp;quot;คณากร&amp;quot; ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2563 ศาลจังหวัดยะลาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 คดีหมายเลขดำ 312/2563 ที่พนักงานอัยการจังหวัดยะลา เป็นโจทก์ ฟ้องนายซูกรี มูเซะ อายุ 33 ปี, นายสาแปอิง สะเตาะ อายุ 39 ปี, นายแวอาแซ แวยูโซะ อายุ 34 ปี, นายมัสสัน เจะดือเระ อายุ 29 ปี และนายอับดุลเล๊าะ มะสาเม๊าะ อายุ 30 ปี เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดต่อชีวิต และความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีนี้ จำเลยทั้งห้าถูกฟ้องจากเหตุการณ์จ่อยิงหัวชาวบ้านดับ 5 ศพพร้อมกัน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2561 ที่ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ซึ่งเป็นคดีที่นายคณากร เพียรชนะ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ได้พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งห้า หลังจากนั้นนายคณากรก็ยิงตัวเองภายในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดยะลาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อปี 2562 ก่อนก่อเหตุยิงตัวเองซ้ำที่บ้านในปี 2563 จนเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงวันเวลา สถานที่เกิดเหตุ มีคนร้ายร่วมกันใช้อาวุธปืนหลายกระบอกและหลายชนิด ยิงนายอิบรอเฮง มูเซะ, นายอุสมาน ยูโซะ, นายอาฮามะ มูเซะ, นายอรัญชัย ดอเฮะ และนายฟูรกอน ราโช หลายนัดถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจสืบสวนทราบว่า จำเลยทั้งห้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวทั้งหมดและพวกเข้าสู่กระบวนการซักถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยทั้งห้ากระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ พยานโจทก์เบิกความได้ละเอียดสอดคล้องกัน ปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่มีเหตุโกรธเคืองจำเลยทั้งห้า จึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งปรักปรำ ส่วนพยานโจทก์ที่ร่วมกระทำผิดเบิกความถึงการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่องในการติดต่อระหว่างก่อเหตุ ยึดได้ที่เล้าไก่ พยานโจทก์ที่ซัดทอดและร่วมกระทำผิดเล่าถึงที่มาที่ไปในการกระทำความผิดเป็นขั้นตอนชัดแจ้ง ไม่มีลักษณะเป็นการปัดความผิด จึงเชื่อได้ว่าพยานโจทก์เบิกความตามสัตย์จริง มีเหตุผลหนักแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานโจทก์ได้นำสืบการใช้โทรศัพท์ที่ยึดได้ที่เล้าไก่ติดต่อกับพวกจำเลย โดยจำเลยที่ 2, 5 นำชี้จุดซ่อนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ แม้ไม่ได้อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ แต่พบของกลางอื่น ได้แก่ กระสุนและอาวุธปืน ที่ได้นำชี้ตรวจค้นจริง บ่งชี้ได้ว่ามีการเก็บซ่อนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุจริง จำเลยทั้งห้ายอมรับต่อพนักงานสอบสวนว่าร่วมกระทำความผิดคดีนี้ โดยมีผู้นำศาสนาเข้าร่วมรับฟังการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานโจทก์เป็นสมาชิกขบวนการก่อการร้าย คำเบิกความของพยานโจทก์มีรายละเอียดตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ ประชุมวางแผน รู้เห็นในการกระทำผิด ขณะเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุ เป็นลำดับเหตุการณ์สอดคล้องกัน แม้จำเลยทั้งห้าจะนำสืบอ้างถูกข่มขู่ถูกทำร้ายร่างกายเพื่อให้ยอมรับสารภาพ ก็อ้างแต่เพียงลอยๆ ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมานำสืบสนับสนุนให้รับฟังได้ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเชื่อมโยงสอดคล้องต้องกัน มีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย ว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานอั้งยี่ จำเลยที่ 1, 3, 4 ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งห้า จำเลยกับพวกเกินกว่า 5 คน เข้าร่วมประชุมวางแผนฆ่านายอิบรอเฮง เป็นความผิดฐานซ่องโจร ส่วนจำเลยที่ 2, 5 ไม่ได้ร่วมประชุมด้วย จึงไม่ผิดฐานซ่องโจร จำเลยที่ 2, 5 นำอาวุธปืนมอบให้จำเลยที่ 1, 3, 4 กับพวกใช้ก่อเหตุ การกระทำของจำเลยที่ 2, 5 เป็นความผิดฐานสนับสนุนจำเลยที่ 1, 3, 4 ร่วมกันฆ่านายอิบรอเฮงโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานอั้งยี่ จำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 3 ปี จำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 ฐานซ่องโจร คนละ 3 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนฯ คนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนฯ คนละ 3 ปี ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2, 5 ฐานสนับสนุนร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 ฐานอั้งยี่ จำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 ฐานซ่องโจร คนละ 2 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนฯ คนละ 4 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนฯ คนละ 2 ปี ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2, 5 ฐานสนับสนุนร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุก 33 ปี 4 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 ตลอดชีวิต และเมื่อรวมโทษทุกกระทงของจำเลยที่ 2, 5 คงจำคุกคนละ 35 ปี 4 เดือน ริบของกลาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73143</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความผิดต่อชีวิต, คุก 35 ปี 4 เดือน-ตลอดชีวิต, พ.ร.บ.อาวุธปืน, ศาลอุทธรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรมชัย:ผมบริสุทธิ์ ไม่ได้ฆ่าเสือดำปฏิเสธ3ข้อหา/ปูห่วงตร.โดนเอาคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เปรมชัย&amp;quot; รับทราบ 3 ข้อกล่าวหา ก่อนตำรวจหิ้วไปขอฝากขัง ศาลให้ประกันตัว ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ เจ้าตัวลั่น ผมบริสุทธิ์! เปล่าฆ่าเสือดำ &amp;nbsp; บ่นรู้สึกอึดอัดกระทบต่อจิตใจมาก จากสังคม จากสิ่งแวดล้อมที่ต้องเจอ แต่ต้องจุกเมื่อถูกกลุ่มมวลชนถาม เป็นไง เนื้อเสือดำอร่อยไหม? &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; พูดแปลกไม่สนโซเชียล แต่ห่วงทั่นประธานนักล่าจะฟ้องกลับพนักงานสอบสวนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มี.ค. นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เดินทางไปกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยในส่วน ปทส.มีจำนวน 2 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 19 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายเปรมชัยเดินทางถึง ได้ลงจากรถแล้วได้เดินขึ้นทางด้านหลังตึกเพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ห้องประชุมชั้น 3 บก.ปทส. จากนั้นประมาณ 10 นาที เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเปรมชัยลงมาที่ห้อง ศปก.บก.ปทส.ชั้น 2 เพื่อให้ทาง พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. และพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ทำการสอบสวนในคดีพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการชี้แจงผลการสอบสวนในคดี โดยมี พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. ได้เดินทางมายัง บก.ปทส., พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป., นายนุวรรต ลีลาพตะ รองหัวหน้าชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายสมชาย ณ นครพนม นักโบราณคดีศิลปากร ร่วมชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยว่า คดีการให้สินบนได้สั่งการให้ทำการสอบพยานเพิ่มเติมว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ และเป็นบุคคลใด เบื้องต้นในชั้นพนักงานสอบสวนนายเปรมชัยในการปฏิเสธ ส่วนในรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานในการเอาผิดอย่างแน่นอน ในส่วนของอาวุธปืน หากเข้าข่ายวัตถุโบราณ ก็จะมีการดำเนินคดีเพื่มอีก 1 ข้อหา และสำนวนคดีอาวุธปืนจะเร่งให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มีนาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นเรื่องงาช้าง เมื่อไม่ใช่งาช้างไทยก็ต้องดูว่าอำนาจจะเป็นทางตำรวจหรือเป็นของดีเอสไอในการจัดการ ทั้งนี้ จะทำหนังสือไปยังกรมศุลกากรเพื่อสอบถามว่านายเปรมชัยและพวกเคยของอนุญาตนำเข้างาช้างหรือไม่ และในเมื่อเป็นของต่างประเทศก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ามีการลักขโมยมาหรือรับของโจรด้วยหรือไม่ สำหรับพยานหลักฐานทั้ง 3 คดีนี้มีความแน่นอน และสมบรูณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยอีกว่า สำหรับนางคณิตา ภรรยานายเปรมชัย และ น.ส.วันดี ผู้เซ็นรับรองงาช้าง ที่ไม่ได้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ โดยนางคณิตาให้เหตุผลว่าติดอบรมที่ศาล ส่วนนางวันดีเพิ่งได้รับหมายเมื่อวานนี้ (13 มี.ค.) จึงให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกใหม่เป็นครั้งที่ 2 ไปแล้ว โดยให้มาพบพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ภายในวันที่ 20 มีนาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า จะควบคุมตัวนายเปรมชัยไปฝากขังต่อศาลในคดี พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งในชั้นสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกันตัว ไม่มีเหตุที่จะต้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเอง ในส่วนจะได้ประกันในชั้นศาลหรือไม่นั้น สุดแล้วแต่ดุลพินิจของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กับคุณเปรมชัย ผมจะมีการซักถามบ้าง แต่คงไม่ถอดหมวก ผมไม่ได้เป็นห่วงว่าโซเซียลจะว่าอย่างไร แต่เป็นห่วงว่าทางฝั่งเปรมชัยจะฟ้องกลับพนักงานสอบสวนอย่างไรมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมลชี้แจงในส่วนการสอบสวนคดีติดสินบนเจ้าพนักงานว่า ในส่วนของ บก.ปปป. ขณะนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ส่วนการดำเนินการต่อไปก็คงต้องมีการสอบสวนนายวิเชียรเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งจะเร่งให้เสร็จภายใน 90 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชายกล่าวว่า จากการตรวจสอบลักษณะของปืนคาบศิลาและลวดลายต่างๆ สันนิษฐานได้ว่าเป็นปืนสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งถือว่าเป็นโบราณวัตถุตามพระราชบัญญัติโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และดูจากรูปแบบลักษณะแล้วน่าจะมาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งอาจจะนำเข้ามาเมื่อครั้งปลายสมัย ในส่วนนี้ประชาชนก็สามารถครอบครองได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากกรมศิลปากรยังไม่มีประกาศไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากไม่มีหลักฐานการได้มาซึ่งทรัพย์ดังกล่าว ทรัพย์นั้นต้องตกเป็นของแผ่นดิน สำหรับราคาตามท้องตลาดอาจจะไม่ชัดเจน ราคาอยู่ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไปต่อกระบอก แต่ถ้ามีการทำลวดลายเพิ่มอีก ก็อาจจะราคา 50,000 ขึ้นไป แต่กระบอกดังกล่าวไม่มีลวดลายขนาดนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีความวิตกหรือไม่กับกระแสข่าวที่ว่าผู้ต้องหาเป็นคนร่ำรวย อาจจะหลุดคดีได้ &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวทิ้งท้ายว่า ในกฎหมายไม่มีรวยหรือจน มีแต่ผู้ที่กระทำผิดหรือไม่กระทำผิด ตราบใดที่ตนยังอยู่ตรงนี้ ก็จะทำงานทำตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ อย่างตรงไปตรงมา คนไทยมีกว่า 60 ล้านคน โลกโซเชียลมีไม่ถึงล้านคน มีเพียงไม่ถึงล้านหรือสองล้านคนที่คิดแบบนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายเปรมชัย ไปยังศาลอาญารัชดาฯ เพื่อยื่นฝากขังใน 3 ข้อหา
นายเปรมชัยได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ผมปฏิเสธทั้ง 3 ข้อหาในวันนี้นะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสิ่งใดจะพูดกับสังคมหรือไม่ เขาตอบว่า &amp;quot;ผมเสียใจนะครับ ที่ทุกคนมีความรู้สึกแบบนี้ กับเรื่องนี้ กับเรื่องของผม แต่ผมก็คิดว่าความจริงทุกอย่างจะปรากฏในศาล&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ณ เวลานี้ยังยืนยันว่าไม่ได้ฆ่าเสือดำใช่หรือไม่ นายเปรมชัยตอบว่า &amp;quot;ไม่ครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.45 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.ธีรภัทร ธรรมมีชูพงศ์ พนักงานสอบสวน กก.1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ได้ควบคุมตัวนายเปรมชัยยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14- 25 มี.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 7 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นฝากขังนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทนายความของนายเปรมชัยก็ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง โดยตัวของนายเปรมชัยอยู่ในห้องควบคุมที่ห้องเวรชี้ บริเวณชั้น 1 (ใต้ถุน) ศาลอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายเปรมชัยเข้าทางด้านหน้าศาลอาญา โดยระหว่างเดินลงมาชั้นล่างอาคารเพื่อเข้าห้องเวรชี้ มีประชาชนที่เห็นเหตุการณ์คุมตัวตะโกนถามนายเปรมชัยว่า &amp;ldquo;เป็นไง เนื้อเสือดำอร่อยไหม?&amp;rdquo; แต่นายเปรมชัยได้แต่เดินก้มหน้าก้มตาไม่ตอบโต้ ก่อนถูกคุมตัวเข้าไปฝากขังและรอผลปล่อยชั่วคราว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีกลุ่มต่อต้านกรณีล่าสัตว์ป่าของนายเปรมชัยชูป้ายประท้วงเชิงสัญลักษณ์ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;SAVE WILD LIFE&amp;rdquo; มีภาพเสือดำประกอบ มายื่นรอดูนายเปรมชัยถูกควบคุมตัวมาฝากขังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้นายเปรมชัยมีประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์ 3 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากได้รับการประกันตัว นายเปรมชัยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้ง โดยสื่อถามว่าเหตุการณ์คดีครอบครองซากเสือดำนี้ ส่งผลกระทบกับชีวิตอย่างไรบ้าง นายเปรมชัยตอบว่า รู้สึกอึดอัดกระทบต่อจิตใจมาก จากสังคม จากสิ่งแวดล้อมที่ต้องเจอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สังคมจับจ้องเรื่องจากทำคดีของพนักงานสอบสวน ยืนยันหรือไม่ว่าไม่ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางธุรกิจเพื่อให้ได้ความช่วยเหลือจากทางฝ่ายการเมือง เขายืนยันว่า &amp;quot;เรื่องนี้ไม่มีครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล นายเปรมชัยตอบว่า &amp;quot;เรื่องการต่อสู้คดีต้องถามทนายความ แต่ยืนยันว่าตัวผมบริสุทธิ์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายเปรมชัยได้ปฏิเสธตอบอีกหลายคำถามพร้อมบอกว่า วันนี้เพลียมาทั้งวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมด้วย นายศุภกิจ พรหมมี และนายจิตติ สวัสดิ์สาย พนักงานพิทักษ์ป่าฯ และนายดำรง มูลสาร นิติกรชำนาญการพิเศษ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมคดีนายเปรมชัยติดสินบนเจ้าหน้าที่ โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ร่วมสอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 18.00 น. ภายหลังจากการสอบปากคำนายวิเชียรและผู้ที่เกี่ยวข้องประมาณ 4 ชั่วโมง นายวิเชียรเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า ไม่หนักใจที่ถูกเรียกมาสอบหลายรอบ เพราะเกี่ยวข้องกับคดี ตนยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับคดีที่อยู่ในสำนวนไม่ขอเปิดเผย ทราบเพียงว่าหลังจากนี้จะมีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบเพิ่มเติมอีก 1 คน รายละเอียดให้สอบถามกับตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า นายวิเชียรให้การเป็นประโยชน์กับคดี ซึ่งเป็นเรื่องในสำนวน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในการเรียกมาถามให้ละเอียด ซึ่งจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลเพิ่มเติมอีก 1 คน ในข้อหาร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะอยู่ในสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีบุคคลภายนอกตั้งคำถามว่าผมมีอำนาจในการร่วมสอบสวนคดีนี้ด้วยหรือไม่นั้น ให้กลับไปเปิดคำสั่ง ตร.ที่ 599/2560 และคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559 หรือไปสัมภาษณ์ ผบ.ตร.ก็ได้ อย่ามาก้าวล่วงหน่วยงานตำรวจ คุณอยู่หน่วยไหนก็เป็นเรื่องของหน่วยคุณ&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5032</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผมบริสุทธิ์, พ.ร.บ.อาวุธปืน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิตาเลียนไทย, เปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa93d52df30a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
