<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ทวงถามกกต.ผลการวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครนายกฯนาหนองไผ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&amp;nbsp; ได้เดินทางมายื่นคำร้องทวงถาม ผลการสืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัยกรณีได้ร้องเรียนว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาหนองไผ่&amp;nbsp; อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 50 (8)&amp;nbsp; พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562&amp;nbsp; และเหตุใดบุคคลดังกล่าวมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามที่กฎหมายต้องห้ามนั้น&amp;nbsp; เนื่องจากความปรากฏว่า มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาหนองไผ่รายหนึ่ง ที่เป็นอดีตกำนันและอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ได้กระทำความผิดวินัย และจังหวัดสุรินทร์ ได้มีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่งมานานแล้ว&amp;nbsp; อันเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.)​ในสมัยนั้น ได้พิจารณาและมีมติว่า บุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบกับกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองไผ่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ป.ป.ป. ได้ลงมติในเรื่องดังกล่าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ในฐานะผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามมาตรา 19 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ 2518&amp;nbsp; และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2530 ในสมัยนั้น&amp;nbsp; เมื่อบุคคลดังกล่าวเคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือ ถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ&amp;nbsp; จึงถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 50 (8) พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ที่บัญญัติไว้ความว่า&amp;nbsp; บุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คือ เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือ ถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้ กกต.ตรวจสอบ และจะครบ 2 เดือนแล้ว&amp;nbsp; จึงมาติดตามทวงถามผลการสืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัยในกรณีตามคำร้องดังกล่าว ว่ามีผลอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากผู้ที่สมควรที่จะผ่านการเข้ารับการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นนั้น&amp;nbsp; จำเป็นที่จะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด และต้องไม่มีประวัติที่ด่างพร้อย จนถึงขั้นถูกให้พ้นจากตำแหน่ง&amp;nbsp; คือ ทั้งกรรมการ อบต. ทั้งกำนัน และทั้งผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; ซึ่งปรากฎหลักฐานเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107589</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกเทศมนตรี, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พ.ร.บ.เลือกตั้ง, เทศบาลนาหนองไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d57489943fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นกกต.ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่นายกฯนาหนองไผ่ เหตุเคยถูกให้ออกจากราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 เม.ย.64 - ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง(กกต.)​นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อกกต. หลังมีข้อพิรุธเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; บางรายว่าอาจเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 และเหตุใดบุคคลดังกล่าวมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามที่กฎหมายต้องห้ามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าวว่า&amp;nbsp; มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลนาหนองไผ่รายหนึ่งที่เป็น อดีตกำนัน และอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ได้กระทำความผิดวินัย และจังหวัดสุรินทร์ ได้มีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่งมานานแล้ว อันเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ในสมัยนั้น ได้พิจารณาและมีมติว่า บุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบกับกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองไผ่ โดย ป.ป.ป. ได้ลงมติในเรื่องดังกล่าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ในฐานะผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; เพื่อดำเนินการทางวินัย ตาม ม.19 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ 2518 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2530 ในสมัยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ดังนั้นเมื่อบุคคลดังกล่าว เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือ ถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ จึงถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม ม.50(8) แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ที่บัญญัติไว้ความว่าบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คือ เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือ ถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าวอีกว่า การที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลตำบลนาหนองไผ่ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศให้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี และได้ออกหลักฐานการสมัครให้ด้วยนั้น ย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายข้างต้นและหรือขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยชัดแจ้ง เพราะหลักฐานชี้ชัดว่าบุคคลดังกล่าวรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีคุณสมบัติจะลงสมัคร สมาคมฯ จึงมายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้มีคำสั่งหรือมีมติให้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ทต.นาหนองไผ่ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.64 ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และต้องดำเนินคดีเอาผิดบุคคลดังกล่าว ตาม ม.120 ของ พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตต่อหน้าที่, นายกเทศมนตรีนาหนองไผ่, พ.ร.บ.เลือกตั้ง, ศรีสุววรณ จรรยา, เทศบาลนาหนองไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b8545976a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบลง &#039;ส.ส. &#039;ถือหุ้นสื่อ  อาจมีตกม้าตายเพียบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณสมบัติต้องห้ามของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) ที่ห้ามเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ เรื่องดังกล่าว เท่าที่หลายฝ่ายแลเห็น ปมปัญหา มีหุ้นสื่อ-มีชื่อในกิจการทำเกี่ยวกับเรื่องสื่อ กำลังกลายเป็นโดมิโนการเมือง ขยายจากกรณีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปสู่ว่าที่ ส.ส.-ผู้สมัคร ส.ส.อีกหลายพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่คาดหมายกันว่า เรื่องดังกล่าวหากสอบขยายผลกันทุกคน และยึดมาตรฐานตามลายลักษณ์อักษรของรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) แบบเป๊ะๆ ไม่แน่ อาจเจอคนที่สุ่มเสี่ยงจะมีปัญหาเรื่องมีคุณสมบัติต้องห้ามดังกล่าว แต่มาลงสมัคร ส.ส.กันอีกหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคใหญ่-พรรคเล็ก ในลักษณะไม่ตั้งใจ หรือหลงลืม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะกรณีของธนาธรที่จะไปชี้แจงต่ออนุกรรมการของ กกต.ในวันอังคารที่ 30เม.ย. และคาดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะได้ข้อยุติภายในต้นเดือน พ.ค. ว่าสุดท้าย กกต.จะให้ ธนาธรเข้าสภาฯ หลัง 9 พ.ค.หรือไม่? แต่ตอนนี้ หุ้นสื่อ ก็ยังมีว่าที่ ส.ส.-ผู้สมัคร ส.ส.อีกหลายคนทั้งที่สอบได้-สอบตกในระบบเขตและว่าที่ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ กำลังถูกร้องเรียนให้ กกต.สอบสวนขยายผลว่าอาจขาดคุณสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 19 เม.ย. ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล&amp;nbsp; เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อให้ตรวจสอบผู้ลงสมัคร ส.ส.-ว่าที่ ส.ส.ของพรรคการเมือง 6 พรรค เพราะพบว่ายังถือครองหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจ ด้านสื่อสารมวลชน แม้บางแห่งปัจจุบันเป็นบริษัทร้าง แต่ก็ยังเป็นความผิดเพราะยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายชื่อที่ ร.อ.ทรงกลดยื่นให้ กกต.สอบ เจ้าตัวยอมรับเองว่า ยื่นเฉพาะพวกฝ่าย ขั้วเพื่อไทย ที่กำลังชิงตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ โดยแยกเป็นผู้สมัครจาก 6 พรรคการเมือง รวม 32 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 10 คน อาทิ นางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยาของนายขวัญชัย สาราคำ แกนนำคนเสื้อแดง, นพดล ปัทมะ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งร.อ.ทรงกลดก็ยอมรับตรงๆ ว่าที่ไปยื่น กกต.ดังกล่าว จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลของขั้วเพื่อไทยแน่นอน เพราะแม้บางคนจะสอบตกในระบบเขต แต่ที่ตกไปก็มีคะแนนที่ได้จากการเลือกตั้งที่ทำให้พรรคต้นสังกัดได้คะแนนรวมจนไปได้เก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องดังกล่าวจะมีผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรคหายไป 286,805 คะแนน ซึ่งจะทำให้จำนวน ส.ส.พึงมีหายไป 9 คน และส่งผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรค ไม่ใช่เสียงข้างมากที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้&amp;rdquo; ร.อ.ทรงกลด ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเวลานี้ฝ่ายขั้วเพื่อไทย-อนาคตใหม่ ก็เอาคืนบ้าง มีการไปยื่น กกต.ให้สอบคนของพลังประชารัฐคืนบ้างแล้ว ไล่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายอภิชิต ถาบุตร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ไปยื่นคำร้องต่อผอ.เลือกตั้ง จ.สกลนคร ให้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติของนายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.สกลนคร พรรคพลังประชารัฐ หลังพบว่ามีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัท ณัฐฐินีย์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ตามเอกสารของบริษัทที่แจ้งทำกิจการค้าว่า จัดพิมพ์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ก่อนหน้านั้น ณรงค์ รุ่งธนวงศ์ คนจากพรรคเพื่อไทย ไปยื่นเรื่องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ &amp;nbsp;ชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 15 มีนบุรี-คันนายาว พลังประชารัฐ ที่ชนะการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว โดยเอาชนะวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายสมัย โดยอ้างว่าชาญวิทย์เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน โดยถือหุ้นร่วม 250 ล้านหุ้น และยังบอกด้วยว่า มีข้อมูลของผู้สมัคร พปชร.อีกหลายรายที่จะยื่นต่อ กกต.ให้ตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาแผนคดีเลือกตั้งเคยตัดสินว่า ภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูก กกต.ไม่ประกาศรับรองเป็นผู้สมัคร ส.ส. เพราะพบว่านายภูเบศวร์ถือหุ้นในกิจการสื่อ จากนั้น เจ้าตัวได้ยื่นคำร้องคัดค้าน กกต.ต่อศาลฎีกาฯ จนต่อมาศาลฎีกาฯ ตัดสินว่า การที่นายภูเบศวร์มีชื่อเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งในหนังสือยื่นขอตั้งกิจการ ที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจ มีการระบุว่า เป็นกิจการที่ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา สปอตโฆษณา เผยแพร่ข้อมูล โดยถือหุ้นไว้ก่อนยื่นสมัคร ส.ส. จึงถือว่ามีคุณสมบัติต้องห้าม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในความเป็นจริง ภูเบศวร์จะบอกว่ากิจการของหจก.มาร์ส เอนจิเนียริ่งฯ ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคาร ไม่เคยประกอบหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อใดๆ ทั้งสิ้น แต่เนื่องจากตอนยื่นจดทะเบียนโดยได้ใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปในการจดทะเบียน ซึ่งเป็นแบบฟอร์มของกรมพัฒนาธุรกิจเอง ที่มีด้วยกัน 43 ข้อ ครอบคลุมกิจการเกือบทุกประเภทในประเทศ กรณีดังกล่าวเมื่อเอกสารที่เป็นเอกสารทางราชการ พบว่ามีชื่อของนายภูเบศวร์ในกิจการดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทาง กกต.และทางศาลจึงต้องวินิจฉัย-ตัดสินไปตามตัวอักษรที่บัญญัติไว้ใน รธน.และกฎหมายเลือกตั้ง และถือเป็นบรรทัดฐานไปแล้ว สำหรับการตรวจสอบต่อจากนี้ในทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้เชื่อได้ว่า หลายกิจการในประเทศไทยที่ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งกิจการต่อกระทรวงพาณิชย์ส่วนใหญ่ก็จะใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปดังกล่าวเพื่อความสะดวก สำหรับการขยายกิจการในอนาคต จะได้ไม่ต้องไปยื่นหลายรอบโดยเฉพาะกิจการขนาดกลาง-เล็ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งพวกที่ลงสมัคร ส.ส.ทั้งพรรคใหญ่-กลาง-เล็ก ก็น่าเชื่อได้ว่าหลายคนก็มีกิจการของตัวเองหรือไปมีร่วมลงทุน ถือหุ้นในกิจการหลายแห่งทั้งกิจการทั่วไป บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่ทำเอง หรือร่วมลงทุนกับเครือญาติ เพื่อนฝูง หรือมีหุ้นในบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยก็ไม่เห็นเอกสารการยื่นขอจดทะเบียนบริษัท ว่ามีการระบุว่า&amp;nbsp; ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา สปอตโฆษณา เผยแพร่ข้อมูล ไว้ด้วยหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปมปัญหามีชื่อ-ถือหุ้นในกิจการสื่อ ของบรรดาว่าที่ ส.ส.-ผู้ลงสมัคร ส.ส. ที่มีทั้งสอบตก-สอบได้ ที่อาจมีไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ ลืมโอน-ลืมขาย ก่อนลงเลือกตั้ง&amp;nbsp; ประเมินกันว่า หากสแกนกันละเอียด เชื่อได้ว่าจะมี &amp;quot;คนตกม้าตาย&amp;rdquo; กันเพียบ ถ้าตีความกฎหมายกันอย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34650</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.ร.บ.เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc5bdfde61ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
