<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จาก&#039;หมิงตี้&#039;รอวันจัดการปัญหาโรงงานกลางชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อเช้ามืดวันที่5 กรกฎาคม 2564 ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่ และสรรพกำลังหลายฝ่าย ในการควบคุมเพลิง และเฝ้าสังเกตุการณ์ว่าจะไม่เกิดการปะทุหรือระเบิดขึ้นอีกจากสารเคมีจำนวนมหาศาลที่อยู่ในถังที่ฝังใต้ดิน ก็ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน 2 คืน แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะสงบผู้คนจากชุมชนโดยรอบโรงงาน ก็อกสั่นขวัญแขวน เพราะอุบัติภัยจากสารเคมีครั้งใหญ่นี้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล แถมยังมีปัญหาเรื่องสารเคมีที่เป็นพิษตกค้าง และเป็นสารก่อมะเร็งที่ปลดปล่อยออกมาขณะเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามมากมายว่า เหตุใดโรงงานที่มีเชื้อเพลิงติดไฟง่ายและเต็มไปด้วยวัตถุสารพิษปริมาณมาก ถึงมาตั้งอยู่ในใจกลางชุมชนได้ เป็นความผิดพลาดในการจัดการด้านผังเมืองของรัฐหรือเป็นความผิดของประชาชน ที่เลือกไปซื้อบ้านอยู่อาศัยใกล้โรงงานเอง แล้วใครต้องร่วมรับผิดชอบกับความเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ อีกทั้งสารเคมีที่ค้างคา หรือรั่วไหลออกไป จะมีการจัดการอย่างไรต่อไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชีวิตผู้คนชุมชนโดยรอบ แล้วชุมชนอื่นๆที่อยู่ใกล้โรงงานที่มีสารเคมีอันตรายเป็นวัตถุดิบสำคัญจะมีการป้องกัน หรือจัดการไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับโรงงานกิ่งแก้วนี้ได้อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนไปเมื่อปี 2532 โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ที่เป็นทุนจากไต้หวัน ได้จดทะเบียนก่อตั้งโรงงานขึ้นบนถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี ในสมัยที่พื้นที่แถบนั้น ยังเป็นท้องไร่ท้องนาห่างไกลบ้านเรือน ไม่มีชุมชน และพื้นที่ดังกล่าวถูกจัดเป็นพื้นที่โซนสีม่วง หรือโซนโรงงานอุตสาหกรรม ต่อมาภาครัฐได้ปรับผังเมืองขึ้นใหม่ เมื่อปี 2552 วัตถุประสงค์ก็คือ ต้องการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ผังเมืองลดระดับพื้นที่จากสีม่วง กลายเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีแดง สามารถทำการค้า การพาณิชย์ สร้างที่อยู่อาศัยได้ เป็นเหตุให้เกิดหมู่บ้านจัดสรรผุดขึ้นประชิดรอบรั้วโรงงานในเวลาต่อมา ถ้าดูจากภาพดาวเทียมจะเห็นได้ว่า ในรัศมีรอบโรงงาน 5 กิโลเมตร เต็มไปด้วยชุมชนหนาแน่น ขณะที่ โรงงานหมิงตี้ ยังไม่ได้ขยับไปไหน ยังคงเดินเครื่องผลิตเม็ดโฟม เม็ดพลาสติกต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ จากการตรวจสอบในรัศมี 10 กิโลเมตร จากจุดโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ พบว่ายังมีโรงงานตั้งอยู่อีกกว่า1,000 โรงงาน ถือว่าความเสี่ยงที่ประชาชนต้องแบกรับ ในประเด็นนี้ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ไล่เรียงให้ฟังว่า กรณีโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้านเริ่มจากด้านผังเมือง โรงงานนี้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการปี 2534 อยู่มาก่อนชุมชน ก่อนที่จะเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นโซนสีแดงจึงดำเนินการผลิตต่อไปได้ในที่สุดเมืองที่ขยายก็มาชิดพื้นที่อุตสาหกรรม มีข้อถกเถียงกว้างขวาง ประเด็นอยู่ที่ว่า เมื่อมีการกำหนดผังเมืองรวมแล้วชัดเจน กรณีหมิงตี้เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มีสารอันตรายการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงไม่เหมาะสม สะท้อนความผิดพลาดการจัดการด้านผังเมืองที่อนุญาตให้โรงงานประกอบกิจการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกประเด็นสำคัญ เพ็ญโฉม ให้ข้อมูลว่าโรงงานหมิงตี้กำลังการผลิตจากเริ่มแรก 2,000 กว่าตันต่อปีเมื่อปี 34 แต่กลางปี 62กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อนุมัติขยายกำลังการผลิต 36,000 ตันต่อปีเป็นความผิดของ กรอ.ชัดเจนเพราะจังหวัดสมุทรปราการ ประกาศให้เป็นเขตควบคุมมลพิษเมื่อปี 2537 เพราะพื้นที่มีปัญหามลพิษสูง ไม่ควรมีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มเติม แต่กรอ.ไม่เคารพกฎหมายสิ่งแวดล้อม และหากจะเพิ่มกำลังการผลิตได้ก็ต้องมีเงื่อนไขกับโรงงาน เช่น ย้ายโรงงานออกจากพื้นที่ก่อนหรือมีโรงงานที่เป็นส่วนขยายเพิ่มในพื้นที่อื่นๆ ไม่ใช่ตั้งที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; กรณีโรงงานหมิงตี้สะท้อนความไม่กล้าหาญตัดสินใจให้โรงงานอยู่หรือไปถ้าให้โรงงานย้ายออกไปก็ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าเวรคืนให้แต่ถ้าไม่ให้ไปก็ต้องมีการปรับวางผังใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่โดยกำหนดพื้นที่กันชนชัดเจนไม่อนุมัติโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยบริเวณรอบโรงงานรวมถึงระงับการพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการจากหลายหน่วยงาน &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพ็ญโฉม ชี้ไปที่ กรอ.ว่า ต้องเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงปริมาณสารเคมีอันตรายที่โรงงานได้รับอนุญาตให้จัดเก็บ จากข่าวที่ปรากฏหลังเพลิงไหม้ กรอ.เข้าตรวจสอบมี&amp;quot;สารสไตรีนโมโนเมอร์&amp;quot;ตกค้างอยู่ภายในถังเก็บกว่า 1,000 ตัน คำถามที่เกิดขึ้น คือ โรงงานสะสมสไตรีนเกินปริมาณที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หรือ กรอ. อนุมัติให้เพิ่มปริมาณเก็บสารเคมี อีกทั้ง ที่ผ่านมารัฐมีการตรวจสอบให้โรงงานปฏิบัติตามแผนบริหารความเสี่ยงและมาตรการความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายมากน้อยเพียงใด เหตุที่เกิดสะท้อนความล้มเหลวและความไม่เข้มงวดในการกำกับดูแลทั้งที่โรงงานใกล้ชุมชน ใช้สารไวไฟในการผลิต ต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; จังหวัดสมุทรปราการมีความเสี่ยงสูงมากเกิดอุบัติภัยสารเคมีห่างไปไม่ไกลจากโรงงานหมิงตี้ มีโรงงานผลิตเม็ดโฟมอีกแห่งตั้งอยู่ภายในจังหวัด ยังเป็นที่ตั้งโรงงานกลั่นน้ำมัน คลังก๊าซอันตรายต่อความปลอดภัยของประชาชน มีโรงงานรีไซเคิลพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งหากเกิดไฟไหม้ จะปล่อยมลพิษรุนแรง รัฐต้องมีมาตรการเฝ้าระวังเพลิงไหม้สารเคมีในโรงงาน และการป้องกันการเกิดเหตุแผนอพยพคน ซึ่ง กทม. ปภ. และเขต ต้องทำงานร่วมกัน &amp;ldquo; เพ็ญโฉม ย้ำ ถ้าปล่อยปละละเลยจะเกิดความเสียหาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีโรงงานกิ่งแก้วไม่ถูกตรวจสอบ เพราะ พ.ร.บ.โรงงาน ปี 2562 ฉบับใหม่ เป็นอีกปมปัญหาใหญ่ ที่ต้องถอดบทเรียนไม่ให้วิกฤตครั้งนี้สูญเปล่า เนื่องจาก พ.ร.บ.โรงงาน ฉบับใหม่ มีการปรับเปลี่ยนและตัดบางมาตราของ พ.ร.บ.โรงงานพ.ศ.2535 ฉบับเก่าออก มีการยกเลิกระบบต่อใบอนุญาตทุก 5 ปี ทำให้โรงงานไม่ถูกตรวจสอบ มาตรการความปลอดภัยจึงลดลง ซึ่งถ้าหากโรงงานอยู่ในสภาพไม่ปลอดภัยก็จะไม่ได้รับการแก้ไข และเกิดอันตรายขึ้นได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในพ.ร.บ.โรงงานใหม่ ยังมีการแก้นิยาม&amp;rdquo;โรงงาน&amp;rdquo; ว่าหมายถึง อาคารที่ใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 50แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงาน 50 คนขึ้นไป ส่งผลให้โรงงานขนาดเล็กกว่า 6 หมื่นแห่ง ไม่ถูกกฎหมายกำกับ สามารถตั้งโรงงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; &amp;nbsp;ต้องทบทวน พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ และทบทวนอำนาจ กรอ.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทอนุญาตประกอบกิจการและส่งเสริมการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม เดิมมีอำนาจกำกับกิจการด้านสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษและการกำกับความปลอดภัยด้านสารเคมีของโรงงานจะต้องยกให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมถึงจะเหมาะสมเพื่อคานอำนาจ นี่คือ เรื่องใหญ่ต้องแก้ไข&amp;quot; เพ็ญโฉม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ กม.ฉบับใหม่ ยังไม่มีการกำหนดให้จัดทำการประกันความเสี่ยงหรือตั้งกองทุนเพื่อประกันความเสียหายจากการประกอบกิจการทั้งภายในและภายนอกโรงงาน ซึ่งหากเกิดเหตุอุบัติภัยขึ้น กองทุนนี้จะทำหน้าที่ช่วยเหลือเยียวยาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; มูลนิธิบูรณะนิเวศ มีส่วนร่วมยกร่าง โดยเสนอกฎหมายมาตรานี้ แต่ถูกคณะกรรมการกฤษฎีกาตัดทิ้งไปก่อนเข้าสู่การพิจารณา สนช.หากมีกองทุนนี้หลังเกิดโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ ประชาชนจะไม่เคว้งคว้าง หรือมีคำถามจะเอาเงินที่ไหนมารับผิดชอบ อีกหลักรับประกันสำคัญช่วยให้ชุมชนไม่เผชิญกับผลกระทบจากอุบัติภัยทางอุตสาหกรรมซ้ำซาก คือกฎหมาย รายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PollutantRelease and Transfer Registers-PRTR) &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพ็ญโฉม ยังบอกอีกว่าตัวกฎหมายรายงานการเคลื่อนย้ายสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม ก่อนหน้านี้ นายกฯ ปัดตกร่าง กม.นี้ไป ทั้งที่กฎหมายนี้นำไปสู่การกำกับให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อประชาชนผ่านการรายงานการครอบครอบสารมลพิษ และการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะฝุ่น PM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำเสีย ขยะอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ การวางแผนรองรับเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วลดความสูญเสียเพราะมีพิมพ์เขียวสารมลพิษอยู่ในมือ ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับพนักงานดับเพลิงโรงพยาบาล ตำรวจ หน่วยกู้ภัย แพทย์หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติภัยสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ถ้ามีกฎหมาย PRTR นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือประชาชนจะข้อมูลประกอบการเลือกที่อยู่อาศัยโดยรู้ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากมลพิษรอบตัว หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์อุบัติภัยก็ทราบว่ามีโรงงานอันตรายอยู่ใกล้บ้านหรือไม่ มีการเฝ้าระวังมลพิษในพื้นที่ตนเองไม่ต้องโกลาหลหรือใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยงเหมือนคนในชุมชนกิ่งแก้วที่เผชิญปัญหาอยู่ในขณะนี้ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีกฎหมายนี้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม &amp;ldquo; เพ็ญโฉม กล่าว และว่าภาคประชาชนและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจะมีความเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้รัฐบาลผ่านร่าง กม.ปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษหรือ PRTR โดยเร็วหลังได้รับบทเรียนโรงงานโฟมกิ่งแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109277</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายPRTR, พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่, มูลนิธิบูรณะนิเวศ, โรงงานกลางชุมชน, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e99adc3b06c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอ็นจีโอ&quot;จี้กทม.ตรวจโรงเผาขยะกรุงเทพฯ/ร้องถอนร่างพ.ร.บ. รง. ฉบับใหม่หวั่นซ้ำเติมสร้างPM2.5หนักขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;31 ม.ค.62- มูลนิธิบูรณะนิเวศ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวเรื่อง&amp;quot;ร่าง พ.ร.บ.โรงงานฉบับ คสช. วาระซ่อนเร้น-ซ้ำเติมปัญหา PM 2.5 ? &amp;quot; ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ภาครัฐต้องไม่ปฏิเสธปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ( PM 2.5) จากภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันจำนวนโรงงานในประเทศไทย 1.4 แสนโรง เป็นโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ตาม พรบ.โรงงาน ส่วนจำนวนนิคมอุตสากรรม เขตอุตสาหกรรมในไทยมี 87 แห่ง &amp;nbsp;แม้แต่โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่มีการตรวจวัดความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 มีแต่วัดค่าฝุ่น PM 10 และจากแบบจำลองการกระจายตัวของฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑล พบว่า กระจุกตัวใน จ.สมุทรปราการ เพราะมีภาคอุตสาหกรรมหนาแน่น รองลงมา จ.สมุทรสาคร ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาฝุ่นพิษหนักอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธารา กล่าวว่า ภัยฝุ่นจิ๋วยังมาจากโรงไฟฟ้าเก่า ซึ่งไม่ตรวจวัด PM 2.5 เช่นเดียวกันเตาเผามูลฝอยใหม่และเก่า ตลอดจนเตาเผามูลฝอยติดเชื้อ ซึ่งตรวจวัดแต่ปริมาณฝุ่นละอองรวม มาตรการแก้ปัญหาขณะนี้ไม่ได้สนใจเรื่องโรงงาน ออกมาตรการคุมแต่ภาคขนส่งกับเผากลางแจ้ง กทม.มีโรงเผาขยะผลิตไฟฟ้าขนาด 300-500 ตัน โรงขยะหนองแขม เป็นแหล่งกำเนิด PM 2.5 กลับไม่พูดถึงการจัดการที่ปลายปล่องอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ฉะนั้น การแก้ปัญหาฝุ่นอันตรายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องจัดการฝุ่นทุติยภูมิและโรงงานอุตสาหกรรมรอบๆ ที่ปล่อยด้วย &amp;nbsp;ประเทศไทยไม่มีข้อมูลหรือกฎหมายเพื่อบังคับให้รายงานฝุ่น PM 2.5 &amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถวางแผนป้องกันหรือลดการปล่อย PM 2.5 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; กรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องปรับปรุงมาตรฐานการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของไนโตรเจน &amp;nbsp;และฝุ่นขนาดเล็กทั้ง PM 10 และ PM 2.5 &amp;nbsp;จากแหล่งกำเนิดที่อยู่กับที่ โดยให้เป็นรายชื่อมลพิษเป้าหมายที่ถูกกำหนดขึ้นภายใต้ระบบทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ต้องกำหนดค่ามาตรฐาน PM 2.5 และปรอทที่แหล่งกำเนิดที่อยู่กับที่ รวมถึงการตรวจวัด และรายงานการปล่อย PM 2.5 และปรอทจากปล่องโรงไฟฟ้า โดยให้เป็นรายชื่อมลพิษเป้าหมาย &amp;quot; นายธารา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ &amp;nbsp;กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จะรุนแรงมากขึ้น หากมีการคลอดกฎหมายโรงงานฉบับใหม่ เราพบวาระซ้อนเร้นในร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ฉบับ คสช. กฎหมายจะนำพาไปสู่วิกฤตการสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมากขึ้น มีการลดขั้นตอนออกใบอนุญาต ยกเลิกอายุของใบอนุญาตประกอบกิจการ และลดการตรวจสอบมลพิษ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมยันขณะนี้ไม่มีรายงานอุตสาหกรรมปล่อยฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน &amp;nbsp;ซึ่งการกล่าวเช่นนี้ขาดความรับผิดชอบ เพราะไทยไม่มีมาตรฐานควบคุมปลายปล่อง ไร้ทำเนียบการปล่อยมลพิษทางอากาศ น่ากังวลกระทรวงอุตสาหกรรมกลับออกกฎหมายการไม่ต้องต่ออายุใบ รง 4.ทุก 5 ปี อ้างเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; แม้กฎหมายเอื้อการลงทุน แต่ลดการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตัดแขนตัดขามาตรการสิ่งแวดล้อม ละเลยคุณภาพชีวิตที่ดีประชาชน &amp;nbsp; หากกฎหมายคลอดโรงงานจำพวก 1 และ 2 กว่า &amp;nbsp;6 หมื่นแห่งจาก 1.4 แสนแห่งจะหลุดรอดไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. โรงงาน ฉบับนี้ &amp;nbsp;เพราะมีการตั้งนิยามโรงงานและการตั้งโรงงานที่เปลี่ยนไป แต่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่นหรือกฎหมายสาธารณสุขซึ่งมาตรการดูแลอ่อน &amp;quot; นางสาวเพ็ญโฉม กล่าว และย้ำขอให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ &amp;nbsp;ก่อนที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะรุนแรงมากขึ้น &amp;nbsp;สิทธิชุมชนจะถูกริดรอนมากกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวเพ็ญโฉม กล่าวด้วยว่า ประเทศจีนที่เผชิญปัญหาฝุ่นพิษประกาศชัดเจนโรงงานรีไซเคิลของเสียและโรงงานคัดแยกขยะเป็นต้นเหตุฝุ่นละอองขนาดเล็ก และมีการย้ายฐานอุตสาหกรรมการผลิตประเภทนี้มาลงทุนที่ไทย เรื่องนี้สำคัญต้องช่วยกันยับยั้งแหล่งกำเนิดมลพิษใหม่ มิฉะนั้น ก็จะแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในไทยไม่สำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; แม้กรุงเทพจะไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม แต่รายล้อมด้วยจังหวัดที่เต็มไปด้วยโรงงาน ทั้งโรงปูน โรงเหล็ก โรงเผาขยะ นี่คือ ที่มาของฝุ่น สมุทรปราการ มีความเข้มข้นมาก ไม่มีการควบคุมมลพิษทางอากาศในพื้นที่ คุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เลวร้ายมาก แต่ยังมาซ้ำเติมด้วยกฎหมายโรงงานฉบับนี้ วันนี้ปิดโรงเรียน 400 โรง อนาคตไม่รู้จะปิดอีกเท่าไหร่ ฝุ่นพิษเป็นตัวการก่อมะเร็ง สุขภาพเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ นี่คือความสูญเสียของประเทศ &amp;quot; นางสาวเพ็ญโฉม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายสุรชัย ตรงงาม จากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เป็นความไม่ชอบธรรมในการเสนอและพิจารณากฎหมายโรงงานของรัฐบาล คสช. &amp;nbsp;เพราะรัฐบาลรักษาการ คือ รัฐบาลที่อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ปฏืบัติหน้าที่เฉพาะงานประจำ ที่ไม่ใช่งานนโยบาย กฎหมายสำคัญที่จะมีผลผูกพันรัฐบาลต่อไป หรือเพื่อหาเสียงหาประโยชน์ในการเลือกตั้ง ครม.ต้องถอนร่างกฎหมายใหม่นี้ออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (31 ม.ค.) เวลา 14.00 น. มูลนิธิบูรณะนิเวศ เครือข่ายภาคประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถอนร่าง พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... จากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และยุติการผลักดันเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27984</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรีนพีซ, ธารา บัวคำศรี, พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่, มูลนิธิบูรณะวิถี, วิกฤตฝุ่น, เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง, โรงเผาขยะกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c529c2c0e143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
