<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยื่นกกต.เอาผิด ‘ทอน-ป๊อก-ช่อ’ ทำคล้ายพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง กกต.เอาผิด &amp;quot;ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์&amp;quot; ตั้งคณะก้าวหน้า ส่งคนลงเลือกตั้ง อบจ. ดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.111 &amp;quot;สมชัย&amp;quot; โผล่แจงใช้ชื่อคล้ายพรรคการเมืองสมัครได้ไม่ผิด &amp;quot;พท.&amp;quot; เปิดตัว 25 ผู้สมัคร อบจ. ดัน 6 นโยบายสำคัญใช้หาเสียง &amp;quot;เชียงใหม่-บุรีรัมย์&amp;quot; ติวเข้มเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 9 พ.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบคณะก้าวหน้าที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นกรรมการ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช เป็นโฆษก&amp;nbsp; กรณีส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้กรรมการบริหารพรรคที่รวมถึงนายธนาธร, นายปิยบุตร และ น.ส.พรรณิการ์ถูกเพิกถอนสิทธิสมัคร แต่บุคคลทั้ง 3&amp;nbsp; ก็ไปจัดตั้งเป็นกลุ่มการเมืองคณะก้าวหน้า มีการกำหนดตำแหน่งแบ่งงานกันทำ และขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองมาโดยตลอด จนเมื่อ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้ง อบจ. คณะก้าวหน้าได้ส่งผู้สมัครทั้งนายก และสมาชิกสภา อบจ.ลงชิงชัยในนามกลุ่มกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ และหลังการรับสมัครแกนนำคณะได้เดินสายช่วยผู้สมัครของคณะหาเสียง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง&amp;nbsp; มาตรา 111 ที่กำหนดว่าผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับพรรคการเมือง อาจต้องโทษจำคุก และปรับ และอาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp; 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีของคณะก้าวหน้ามีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ชัดเจน ในเรื่องของการเคลื่อนไหวผลักดันทางการเมือง ดังนั้นการที่คุณธนาธร, คุณปิยบุตร และคุณพรรณิการ์มาตั้งคณะก้าวหน้า แล้วมาขับเคลื่อนกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง น่าจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 111 จึงต้องมาร้อง กกต.ให้ดำเนินการตรวจสอบว่า การดำเนินกิจกรรมของคณะก้าวหน้าเป็นการสมคบกันเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ในลักษณะเดียวกันกับพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าผิดจะต้องดำเนินการเอาผิดตามที่กฎหมายกำหนด ที่สำคัญสมาชิกที่ไปลงเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.ในนามคณะก้าวหน้า ก็อาจจะเป็นผู้ร่วมสมคบคิดตามมาตรา 111 นี้ด้วย เพราะฉะนั้น กกต.มีอำนาจที่จะเอาผิดลงโทษ เพิกถอนสิทธิการลงสมัครเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.ด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณยื่นตรวจสอบเอาผิดคณะก้าวหน้าว่า แล้วแต่ กกต. ตนคงไม่ก้าวล่วง กกต.คงจะพิจารณาว่าจะเอาอย่างไร โดยสถานะของคณะก้าวหน้าไม่เป็นพรรคการเมือง เป็นกลุ่มสามารถที่จะส่งผู้สมัครได้ การลงเลือกตั้งท้องถิ่นลงได้ทั้งพรรคการเมืองส่งเองและเป็นกลุ่ม ไม่ได้มีกฎหมายห้าม ทุกจังหวัดที่มีการลงสมัครกันเป็นกลุ่ม มีโลโก้ ซึ่งโลโก้ของหลายกลุ่มคล้ายพรรคการเมืองเยอะแยะไป อย่างกลุ่มประชารัฐก็คล้ายกับพรรคพลังประชารัฐด้วยซ้ำ ใน จ.สมุทรสาครมีประชารัฐสมุทรสาคร แล้วก็มีคนที่นำกลุ่ม ส่วนเชื่อมโยงกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้นตนตอบไม่ได้ แต่ชื่อกลุ่มคล้ายกับพรรคก็ไม่มีใครว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้น ถ้าใช้ชื่อว่าพรรคอะไรขึ้นมาโดยที่ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองจริง จึงจะผิดกฎหมายพรรคการเมือง ไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองโดยไม่จดทะเบียนกับ กกต.ได้ การใช้คำว่าพรรคแล้วให้คนสับสนว่าเป็นพรรคการเมืองถือว่าผิด เช่น พรรคคอมมิวนิสต์ ใครใช้ก็ผิด ยืนยัน&amp;nbsp; พ.ร.ป.พรรคการเมืองใช้กับคนที่อ้างตัวเป็นพรรค&amp;quot; อดีต กกต.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. พร้อมนายนพดล ปัทมะ ประธานคณะทำงานนโยบายและวิชาการ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค ร่วมกันเปิดแคมเปญนโยบายเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด และเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคทั้ง 25 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับท้องถิ่นทั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ที่จะต้องดูแลประชาชนทั้งจังหวัด ถ้าได้ผู้บริหารที่ดีจะสร้างรากฐานที่ดีให้ท้องถิ่นและจังหวัด พรรคมีความเห็นว่าหากผู้สมัครใดอยากลงในนามพรรค ก็สามารถแจ้งความประสงค์ขอใช้โลโก้และนโยบายพรรคในการหาเสียงได้ ขณะนี้มีทั้งสิ้น 25 จังหวัดที่แจ้งความประสงค์เข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนพดลกล่าวว่า พรรคไม่ได้มองท้องถิ่นเป็นฐานการเมือง แต่มองว่าท้องถิ่นเป็นฐานรากที่จะทำให้บ้านเมืองแข็งแรง ผู้สมัครในนามเพื่อไทยถือว่ามีความแตกต่างจากกลุ่มการเมืองอิสระ เพราะมีแนวคิด คือเอาประสบการณ์ความรู้สมัยพรรคไทยรักไทยมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในจังหวัด โดยนำนโยบายกลางเป็นแคมเปญที่จะนำไปให้ผู้สมัคร อบจ.ใช้หาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แคมเปญกลางมี 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการเดินทาง-ขนส่ง ด้วยระบบขนส่งคุณภาพใกล้บ้าน&amp;nbsp; และเชื่อมท้องถิ่นเป็นเส้นเลือดฝอยด้านคมนาคม 2.นโยบายด้านสุขภาพ ที่เน้นให้คนในท้องถิ่นมีสุขภาพที่ดีขึ้น และอยู่ใกล้บ้าน 3.นโยบายด้านการศึกษา ที่ตั้งเป้าลดเด็กหลุดจากระบบศึกษาเพราะยากจนให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ภายใต้แนวคิด ลูกคุณเราดูแล ลูกเราต้องเท่ากัน และการศึกษาระดับโลกใกล้บ้าน 4.ด้านการเกษตร-อาหารปลอดภัย ด้วยแนวคิดเกษตรปลอดภัยใกล้บ้าน สู่ครัวโลก&amp;nbsp; ปลูกในถิ่น กินไปทั่วโลก 5.ด้าน SMEs OTOP และ 6.ด้านท่องเที่ยว-กีฬา-วัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้&amp;quot; ประธานคณะทำงานนโยบายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียใหม่ จัดทำโครงการให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทำผิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเชิญผู้สมัครรับเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์? เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับทราบแนวทางการเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ระเบียบและประกาศที่กำหนด ป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้จัดพิธีลงนามพันธสัญญาของผู้สมัครทั้งหมดในการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ&amp;nbsp; และประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย? เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่ง?ใส? และที่สำคัญได้เน้นย้ำเรื่องการห้ามนำเรื่องสถาบันมาใช้หาเสียง รวมทั้งการกระทำอื่นใดที่เข้าข่ายตามที่กฎหมาย?กำหนด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ กกต.ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ อบจ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; จัดอบรมคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอในการเลือกตั้ง อบจ. มีนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นประธาน ร่วมกับ น.ส.ปิยนาฏ กลางพนม ผู้อำนวยการ กกต.บุรีรัมย์ โดยมีคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอ ประกอบด้วย นายอำเภอ, สาธารณสุขอำเภอ, ท้องถิ่นอำเภอ, กศน.อำเภอ และ ผกก.สภ.ในแต่ละอำเภอ จำนวน 130 คนเข้าร่วมประชุมครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัชกรกล่าวว่า การจัดอบรมให้ความรู้แก่คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอ เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางปฏิบัติงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้กระบวนการ ขั้นตอน การดำเนินการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความสุจริต เที่ยงธรรม สามารถตรวจสอบได้ ปราศจากการร้องเรียนในเรื่องใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะก้าวหน้า, ทำคล้ายพรรค, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa943a716186.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.ชี้ชะตายุบ‘อนค.’21ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาล รธน.พิพากษาคดียุบพรรคอนาคตใหม่กรณีกู้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; 21 ก.พ. อนค.ข้องใจตัดสินก่อนศึกซักฟอกเพียง 3 วัน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; นัดแถลงที่สภา ขณะที่วันศุกร์นี้ศาลชี้ชะตา พ.ร.บ.งบฯ 63 ปม ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมพิจารณาคดีกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;(กกต.)&amp;nbsp;ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องและคำชี้แจงข้อกล่าวหาคดีพอวินิจฉัยได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนพยานบุคคล แต่เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้พยานบุคคล รวม&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ปาก ตามที่ผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยาน จัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;และให้เลขาธิการ กกต.ในฐานะผู้เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือและส่งเอกสารต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;วรรคสาม โดยนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำร้องดังกล่าว กกต.ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 93 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นเงินจำนวน 191,200,000 บาท เป็นการกระทำอันฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 72 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อมาในช่วงค่ำ เพจเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ &amp;quot;ศุกร์ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพียง 3 วัน ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่&amp;quot; โดยระบุว่า &amp;quot;เช้าวันนี้มีการประชุม 3 ฝ่าย เพื่อหารือเรื่องวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แม้ในการพูดคุยจะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่มี 2 ช่วงเวลากำหนดให้เป็นตัวเลือกคือ ช่วงแรก 18-19-20-21 ก.พ.2563 ลงมติ 22 ก.พ.2563 และอีกช่วงคือ 24-25-26-27 ลงมติ 28 ก.พ.2563 แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่าย ทางฝ่ายรัฐบาลได้ตอบตกลง และเลือกช่วงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นช่วงหลัง คือ&amp;nbsp;24-25-26-27 ลงมติ 28 ก.พ.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกเย็น ยังไม่ทันที่ข่าวการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นที่รับรู้กันแพร่หลาย ก็มีเอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องกำหนดวันวินิจฉัย &amp;ldquo;คดีเงินกู้&amp;rdquo; พรรคอนาคตใหม่ เป็นวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.00 น. โดยไม่มีการเปิดไต่สวนพยานตามที่พรรคอนาคตใหม่ร้องขอ (อ่านเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญได้ที่&amp;nbsp;http://www.constitutionalcourt.or.th/&amp;hellip;/article_202002051708&amp;hellip;&amp;nbsp;) น่าสนใจว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ มีขึ้นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพียง 3 วันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะแถลงข่าวถึงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการที่รัฐสภา โปรดติดตาม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมปรึกษาพิจารณากรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของ ส.ส.&amp;nbsp;ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;148&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;(1)&amp;nbsp;ว่า ร่างพระราชบัญญัติ&amp;nbsp;(พ.ร.บ.)&amp;nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563&amp;nbsp;ตราขึ้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;58&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง และกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย พร้อมนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันที่ 7&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และคณะ รวม 82 คน ได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมประกอบคำร้องฝ่ายค้าน เป็นแผ่นซีดีการแถลงข่าวของ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้รับการยินยอมจากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ในฐานะผู้ยื่นคำร้องให้เพิ่มเติมหลักฐานได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังได้ยื่นคำร้องใหม่อีก 1 ฉบับ โดยรวมทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสียบบัตรแทนกันทั้งหมดเป็น 1 คำร้อง ได้แก่ 1.กรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;2.กรณีนางนาที รัชกิจประการ 3.กรณี น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย 4.การแถลงข่าวของ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 5.การเปิดเผยของนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ เรื่องการเสียบบัตรแทนกัน และ 6.คลิปการลงคะแนนแทนกันของพรรคพลังท้องถิ่นไท ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของคำร้อง หากมีความถูกต้องจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ สภาได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบคำร้องในกรณีเหล่านี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, พรรคอนาคตใหม่, ยุบพรรค, ศาล รธน., ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ad645ebb6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ปัดแจงเหตุผลยุบอนาคตใหม่ คาดใช้เวลาไม่นานยื่นเรื่องส่งศาล รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ปฎิเสธที่จะชี้แจงถึงเหตุผลของ กกต.ในเรื่องการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากวานนี้ตนเองไม่ได้อยู่ในห้องประชุม และเรื่องดังกล่าว กกต.ได้มีมติส่งศาลไปแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องเป็นผู้พิจารณา ไม่สามารถให้ความเห็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานจะสามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ทั้งนี้ในการส่งเรื่องดังกล่าว ทางกกต.เห็นว่าเรื่องการกู้ยืมเงิน ข้อเท็จจริงยุติแล้ว เพราะนายธนาธร และพรรคก็ยอมรับว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง จึงเหลือเพียงประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะมาตรา 62 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เขียนต่างจากปี 2550 ที่จะกำหนดรายได้อื่นไว้ ทำให้พรรคการเมืองในขณะนั้นมีการกู้ยืมเงินจากหัวหน้าพรรค แต่จะเป็นประเภทของเงินทดรองจ่ายไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลบริจาคได้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท และเงินกู้ที่เกินวงเงินจะถือว่าเป็นการบริจาคเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงจำเป็นต้องส่งศาลให้พิจารณาจนสิ้นสุดความ เพื่อที่จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ กกต.มีมติในคำร้องนี้โดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้นายธนาธร หรือผู้แทนของพรรคมาชี้แจง&amp;nbsp;เป็นการใช้อำนาจของ กกต.ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดช่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นพร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานส่ง กกต.พิจารณาได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52329</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการเลือกตั้ง, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, ยุบพรรคอนาคตใหม่, รองเลขาธิการ กกต., ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1dc191ace9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไพบูลย์’หนาว ‘พี่ศรี’ร้องกกต. ชี้พ้นสภาพส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จ่อร้อง กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ขาดจากความเป็นส.ส.หรือไม่ ระบุเพื่อป้องกันพรรคอื่นยึดเป็นโมเดลยุบพรรค ชี้คะแนนเลือกตั้งเป็นของพรรคไม่ใช่ของปัจเจกจึงไม่สามารถโอนไปที่อื่นได้ &amp;quot;กกต.&amp;quot; ตอบคำถามเพื่อไทยปม ส.ส.บริจาคเงินเดือนเข้าพรรคเกินสามพัน ไม่ถือเป็นการให้ทรัพย์สินแก่นิติบุคคลเพราะเป็นเงินบริจาคตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) เปิดเผยว่าได้ยื่นเรื่องขอเลิกกิจการพรรค ปชช.ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งต่อมาในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 26 ส.ค.62 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพพรรคการเมืองไปแล้วนั้น การเลิกพรรคประชาชนปฏิรูปแม้จะเป็นไปตามข้อบังคับของพรรค ข้อ 122 แล้วประกอบ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ม.90 (1) และ ม.92 (7) แต่เนื่องจากสถานะของนายไพบูลย์ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งเดียวของพรรค ปชช. ซึ่งได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาเพียงประมาณ 4.5 หมื่นคะแนน ซึ่งถือได้ว่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยพึงมีพึงได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมืองตาม ม.91 และ ม.93 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.128 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 2561 ที่มีเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 7.1 หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งหากคุณไพบูลย์จะไปสมัครอยู่พรรคการเมืองอื่นพร้อมกับตำแหน่ง ส.ส.ด้วยนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะพรรคต่างๆ ก็ล้วนมีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคนั้นๆ อยู่แล้ว และคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นคะแนนรวมของพรรค ไม่ใช่ของคุณไพบูลย์ที่เป็นปัจเจกจึงไม่อาจโอนไปที่ไหนๆ ได้ ซึ่งต้องสิ้นสุดไปตามการเลิกพรรคการเมือง และต้องทำให้การคิดคะแนนเฉลี่ยของพรรคการเมืองทั้งหมดเปลี่ยนไปด้วย หรืออาจเปลี่ยนไปตามกรอบระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.94 ประกอบ ม.131 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง 2561 ซึ่งสมาคมฯ สงสัยว่าสมาชิกภาพของคุณไพบูลย์น่าจะสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) และ (10) แล้วหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณระบุว่าจะนำความไปร้องต่อ กกต.ให้ส่งประเด็นปัญหาดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกาวินิจฉัย ว่าสถานะความเป็น ส.ส.ในระบบปาร์ตี้ลิสต์เช่นนี้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่อย่างไร เพื่อมิให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นโมเดลการยุบเลิกพรรคการเมืองอื่นๆ ในอนาคตที่อาจลอกเลียนแบบกันได้ อันเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ต้องการลงคะแนนให้พรรคการเมืองไปทำงานตามนโยบายที่หาเสียง ไม่ใช่เลือกไปให้ไปยุบเลิกพรรคเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าโดยไม่เห็นหัวประชาชน โดยจะไปยื่นคำร้องในวันพุธที่ 4 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.ได้เผยแพร่หนังสือ กกต. กรณีตอบข้อสอบถามของพรรคเพื่อไทย ในประเด็นข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 &amp;nbsp;โดยที่ถามว่าการที่ ส.ส.ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคได้บริจาคเงินจากเงินเดือนในตำแหน่ง ส.ส.ให้พรรคเป็นรายเดือนทุกเดือน ซึ่งมีจำนวนเกินกว่า 3,000 บาทต่อเดือนนั้น จะถือเป็นการให้เงินหรือทรัพย์สินแก่นิติบุคคลตามระเบียบ กกต.หรือไม่ ซึ่ง กกต.ตอบว่าไม่ถือว่าเป็นการให้เงินหรือทรัพย์สินแก่นิติบุคคล &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นการบริจาคตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ส่วนที่ถามว่าในการบริจาคเงินของ ส.ส.นอกจากจะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองเกี่ยวกับการบริจาคแล้ว พรรคต้องดำเนินการเพิ่มเติมอีกหรือไม่อย่างไร ซึ่ง กกต.ตอบว่าพรรคต้องดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ข้อ &amp;nbsp;44-52 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กกต.เป็นหมวดที่กำหนดเกี่ยวกับการรับบริจาคของพรรคการเมือง อาทิ เมื่อมีการบริจาคให้ผู้รับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคภายใน 30 วัน เมื่อพรรคการเมืองได้รับหลักฐานบันทึกการรับบริจาค ให้ออกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ผู้บริจาคภายใน 7 วัน และให้พรรคการเมืองบันทึกการรับบริจาคไว้ในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคการเมืองให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน โดยต้องระบุชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้บริจาค ตําแหน่งผู้รับบริจาค จํานวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดจากความเป็นส.ส., พ.ร.ป.พรรคการเมือง, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โมเดลยุบพรรค, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6d212ac9787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับ 53/2560 ใหญ่กว่า พรป.พรรคการเมือง?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ศาล รธน.วินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญไปเมื่อวันที่ 30 พ.ค. หลังจากนี้โรดแมปก็เดินไปสู่การเลือกตั้งภายใน 11 เดือน หรือในช่วงเดือน เม.ย. ปี 62 แต่ปัญหาใหญ่อีกประการที่ยังเป็นโซ่ตรวนผูกมัดบรรดานักการเมืองไม่สามารถทำอะไรได้ ก็คือต้องรอการวินิจฉัยของศาล รธน. ในวันที่ 5 มิ.ย. ว่าสุดท้ายแล้วคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 53/2560 กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมือง (พ.ร.ป.พรรคการเมือง) อะไรใหญ่และศักดิ์สิทธิ์กว่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงควรจะมีคำตอบจากศาล รธน.โดยเร็ว พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งพรรคการเมืองเก่าขนาดกลางได้รับความเสียหายและเดือดร้อนโดยตรงจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 53/2560 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 140 และ 141 เกี่ยวกับการให้สมาชิกพรรคยืนยันตนเองพร้อมหลักฐานการเป็นสมาชิกพรรค และประเด็นข้อจำกัดไม่สามารถcจัดประชุมใหญ่พรรค การจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองมองว่าเป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควร และเป็นการปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม แก่ทั้ง 2 พรรค จึงยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัย แต่ศาล รธน.ก็ทอดเวลาไป ซึ่งไม่ทราบจะออกมาในทิศทางใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากย้อนเข็มนาฬิกาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มาตรา 44 รธน.ฉบับชั่วคราวที่ให้อำนาจหัวหน้า คสช. และนำไปใส่รับรองไว้ใน รธน.ฉบับ 2560 อำนาจตามมาตรา 44 จึงถูก คสช. และ พล.ประยุทธ์ใช้เป็นดาบอาญาสิทธิ์เรื่อยมา ส่วนการออกคำสั่งและการบังคับใช้เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องพูดถึง เพราะรู้ๆ กันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความแตกต่างในสาระสำคัญระหว่างคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 กับ พ.ร.ป.พรรคการเมือง คือกระบวนการตรากฎหมาย พ.ร.ป.พรรคการเมืองผ่านขั้นตอนการตรากฎหมายเป็นไปตาม รธน.ที่บัญญัติไว้โดย สนช.ลงมติเห็นชอบวาระ 3 เป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 7 ตุลาคม 2560 ใน พ.ร.ป.พรรคการเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 34 และมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2561 และฉบับอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อประกาศในราชกิจจาฯ ก็บังคับใช้เลย โดยมิได้นำขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือความแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญของที่มาแห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมืองกับคำสั่งหัวหน้า คสช. แต่ก็มีเหลี่ยมกลทางกฎหมายแฝงฝังอยู่ในสิ่งที่เรียกว่าคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 ซึ่งเป็นการยืดเวลาการเลือกตั้งให้ทอดยาวออกไป และฝ่ายที่อยากเลือกตั้งทำอะไรไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรดสังเกต คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2561ข้อ 8 ที่ระบุถึง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ว่าถ้าประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อใด นั่นแหละให้ ครม.แจ้ง คสช.เพื่อแก้ไขคำสั่ง ประกาศ คสช.ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง ดังข้อความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.....ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมาย ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง และร่วมกันจัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยให้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และจะเชิญผู้แทนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าหารือด้วยก็ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่าทุกอย่างที่ผ่านมายึกยักและชะงักอยู่กับที่ เพราะการวางหมากทางกฎหมายที่แยบยลของเนติบริกร เพื่อสร้างสภาวการณ์ไม่ให้นักการเมืองได้เคลื่อนไหว ขณะที่ฝ่ายหนุนรัฐบาล คสช. และลิ่วล้อยังเดินหน้าสะสมคะแนนเสียงและเสบียงกรังแต่ฝ่ายเดียวอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงต้องดูว่า ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ อะไรจะศักดิ์สิทธิ์กว่ากันระหว่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองและคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2561 นอกจากหลักนิติธรรมแล้ว ยังกำหนดทิศทางการเมืองหลังจากนี้อีกด้วย. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาล รธน., โรดแมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b100ee4201c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>55พรรคตบเท้าฟังกกต.คึกคัก แย้มแก้คำสั่งคสช.53/2560</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 61 - ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง ครั้งที่ 2/2561 เรื่อง &amp;ldquo;แนวทางการดำเนินกิจการพรรคแก่การเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550&amp;rdquo; โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมจำนวน 55 พรรค รวม 308 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวเปิดการประชุมว่า วัตถุประสงค์ของการจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่พรรคการเมือง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ พรรคการเมืองจะต้องศึกษากฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายให้ถูกต้องตามระยะเวลากำหนด ตามมาตรา 141 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 โดยที่ผ่านมามีพรรคการเมืองหลายพรรคสอบถามมายัง กกต. ซึ่งกกต.ได้ตอบข้อสอบถามไปแล้ว แต่บางคำตอบอาจทำให้พรรคการเมืองไม่เข้าใจถ่องแท้&amp;nbsp; เพราะบางเรื่องเกี่ยวข้องกับคำสั่ง คสช. ดังนั้นกกต.จึงได้ไปหารือกับตัวแทน คสช. ตัวแทนกฤษฎีกา และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจน และได้แนวทางมาพอสมควร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีการแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัญหาข้อขัดข้องที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอมา กกต.จะดำเนินการแก้ไขให้ แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ คสช. ทางกกต.จะนำเรื่องไปหารือกับ คสช.ต่อไป วันนี้จึงอยากให้พรรคการเมืองช่วยกันเสนอแนะปัญหาในการปฏิบัติมา เพื่อให้มีการนำไปแก้ไข และจะได้ไม่เป็นปัญหาในการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง นอกจากนั้นเนื่องจาก พ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับใหม่ มีกระบวนการและขั้นตอนที่เปลี่ยนไปจากกฎหมายเดิมมาก จึงขอให้ทุกพรรคศึกษาและทำความเข้าใจกฎหมายอย่างละเอียดเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง บรรยายเรื่อง &amp;ldquo;บทบาทนายทะเบียนพรรคการเมืองกับการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง&amp;rdquo;ว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก่อนที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งมีหลายเรื่อง อาทิ การปฏิรูประบบพรรคการเมืองที่เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมทั้งเรื่องนโยบายและการส่งผู้สมัคร โดยมีการกำหนดคุณสมบัติสมาชิกพรรคที่สูงเกือบเท่าคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้นต้องดูกฎหมายให้ดี เพราะพรรคการเมืองจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเอง ไม่ใช่หน้าที่สำนักงาน กกต.จะเข้าไปดูให้เหมือนแต่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสำนักงาน กกต.จะเข้าไปในเฉพาะส่วนที่ต้องเข้าไป อาทิ หากพบว่ามีพรรคใดส่งผู้สมัครไม่ผ่านระบบไพรมารีโหวต กกต.จะลงไปตรวจสอบ และหากเป็นจริง กกต.จะแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับกรรมการบริหารพรรค นอกจากนั้นยังมีการปฏิรูปการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการปิดแผ่นป้ายหาเสียงที่จะต้องติดตามบอร์ดที่ กกต. จัดไว้ให้ และจะต้องมีขนาดตามที่ กกต. กำหนด เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน หรือการจัดดีเบตประชันนโยบายบริหารประเทศของพรรคต่างๆ ยังมีอยู่ แต่อาจจะไม่เป็นเวทีใหญ่ อาจจะดีเบตในห้องอัดแล้วถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp; ทั้งนี้หากมีการหาเสียงใส่ร้ายกันในโซเชียลมีเดีย กฎหมายได้ให้อำนาจ&amp;nbsp; กกต.สามารถลบข้อความดังกล่าวออกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า กกต.ยังมีอำนาจควบคุม ระงับยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง สั่งเลือกตั้งใหม่ได้ โดย กกต.คนเดียว ซึ่งจะทำให้วันเลือกตั้งจริง กกต.แต่ละคนจะต้องลงไปอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งด้วย ขณะที่พนักงานสืบสวนไต่สวนของ กกต. ถือเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีอำนาจเรียกสอบพยาน มีการคุ้มครองพยาน และการกันไว้เป็นพยานอีกด้วย มีการให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส โดยมีการร่างระเบียบไว้เบื้องต้นคดีละ 100,000 บาท ซึ่งไม่รู้ว่ากระทรวงการคลังจะรับไหวหรือไม่ เพราะมาตรการดังกล่าวจะใช้กับการเลือกตั้งระดับประเทศและการเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนเรื่องที่แปลกและใหม่ที่สุด คือกรณีใบเหลืองใบแดง หากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเป็นเหตุให้มีการเลือกตั้งใหม่ ศาลสามารถสั่งให้ผู้นั้นรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเลย ซึ่งทำให้ กกต.ไม่ต้องไปดำเนินการทางแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง &amp;quot;พรรคการเมืองกับการปฏิรูปประเทศ&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า แผนปฏิรูปการเมืองใหญ่ๆ มีอยู่ 5 แผน คือ 1.วัฒนธรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องใส่ใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมือง และทำอย่างไรให้ประชาชนมีวัฒนธรรมมากขึ้น อยากที่จะอาสามาทำประโยชน์มากขึ้น&amp;nbsp; 2.ทำอย่างไรให้เกิดการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น และให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการปกครองประเทศ 3.ทำให้มีประชาธิปไตยที่ดี 4.พรรคการเมืองต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำให้เกิดการปรองดองกันมากขึ้น และ5.ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม การเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ และพรรคการเมืองที่มีจิตอาสาจะทำอย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5973</URL_LINK>
                <HASHTAG>55พรรค, กกต., ประชุมพรรคการเมือง, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, ศุภชัย สมเจริญ, แก้ไขคำสั่งคสช.53/2560</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb1ebe147c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;ขอความชัดเจน&#039;กกต.&#039; ปมสถานภาพสมาชิกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 61 - ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเช้าว่า ก่อนการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 จำนวน 55 พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. นายประวิช รัตนเพียร กกต. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต.&amp;nbsp; ได้ร่วมกันหารือนอกรอบกับแกนนำพรรคต่าง ๆ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
&amp;nbsp;
โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ถามถึงปัญหาการดำเนินการตามพ.​ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งเรื่องการยืนยันสมาชิกภาพ และการจ่ายเงินค่าสมาชิก ตามมาตรา 140 และ 141 โดยสงสัยว่า หากมีการยืนยันสมาชิกภายในวันที่ 30 เม.ย. แต่สมาชิกดังกล่าวยังไม่จ่ายเงินค่าสมาชิก จะถือว่ายังเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ตามมาตรา 141 กำหนดให้สมาชิกพรรคเดิมไม่ต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งเป็นการล้อมาจากกฎหมายพรรคการเมืองปี 2550&amp;nbsp; ดังนั้นหากให้เป็นไปตามกฎหมาย จะต้องแก้ประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 53/2560 เพราะทุกอย่างต้องตีความตามกฎหมาย จะไปถามนายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรี หรือใครไม่ได้ เพราะไม่มีใครที่ใหญ่กว่ากฎหมาย ซึ่งในวันนี้อยากให้มีการหาข้อยุติในเรื่องนี้ให้ได้ก่อน หรืออย่างน้อยเปิดช่องให้พรรคสามารถยืนยันสมาชิกพรรคให้ได้ก่อน ส่วนความเป็นสมาชิกค่อยไปตีความในศาลอีกชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศุภชัย ประธาน กกต. ชี้แจงว่า ในวันนี้เป็นการชี้แจงตามคำสั่งคสช. และพ.ร.ป พรรคการเมืองเพียงเท่านั้น เพราะฝ่ายกกต.ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังการชี้แจงของกกต.ว่า พรรคกังวลเกี่ยวกับระยะเวลา 30 วัน ตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 เกี่ยวกับเงื่อนไขการจ่ายค่าบำรุงพรรคการเมืองว่า สมาชิกที่ไม่สามารถจ่ายเงินได้ทันภายใน 30 วัน ยังจะต้องจ่ายค่าบำรุงพรรคต่อหรือไม่ และจะมีสถานะความเป็นสมาชิกดำรงอยู่ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการมารับฟัง กกต. อย่างพร้อมเพรียงในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคการเมืองเก่าต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และเชื่อมั่นว่าพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะทำตามที่ให้สัญญาไว้ ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นไม่เกินเดือนก.พ. ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนโอกาสที่นายกรัฐมนตรีคนนอกจะเข้าสู่ตำแหน่งได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงการเลือกตั้งในขณะนั้น ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์&amp;quot; รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช. ยกเลิกคำสั่งที่ 57/2557 พร้อมขอให้ยกเลิกกระบวนการไพรมารีโหวต เนื่องจากจะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง พร้อมเสนอวันเลือกตั้งให้เกิดขึ้นวันที่ 30 ธ.ค. 2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พ.ร.ป.พรรคการเมือง, มาร์ค, ศุภชัย สมเจริญ, สมาชิกพรรค, อภิสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb13f245a2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
