<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทนปฎิเสธรวดข้อกล่าวหา ลุยต่อสร้างบรรทัดฐานต่อสู้ของปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ภายหลังกลุ่มไทยไม่ทนทั้ง 14 คนที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง &amp;nbsp;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ได้เดินทางออกมาจาก ห้องสอบสวน สน.ชนะสงคราม &amp;nbsp;หลังรับทราบข้อหาเสร็จสิ้น โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายจตุพร กล่าวว่า ด้านคดีความของตนเองมีเพื่อนทุกแวดวง การให้การในชั้นศาลถือเป็นความคิดที่ผิดพลาด การต่อสู้ถ้าสุจริตต้องต่อสู้ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน อัยการ กรณีนี้ตนเองไม่ได้มีความวิตกกังวลอะไรแต่อย่างใด เนื่องจากมาแสดงตนอย่างสุจริตตรงไปตรงมา คิดว่าไม่ควรถูกดำเนินคดี ให้ว่าตามข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตามก่อนวันที่ 9 กรกฎาคม นี้ จะให้ถ้อยคำเพิ่มเติม สอบพยาน ก่อนที่ทางพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม จะส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ทั้งนี้ ต้องการทำกรณีดังกล่าวเพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานการต่อสู้ของประชาชน โดยมีความเห็นควรไม่ควรใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขณะนี้ยังไม่มีใครติดโควิด บางคนโดน 1 คดี 2 คดี ยืนยันว่าจะต่อสู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หอมลออ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีผู้ต้องหาทั้งหมดมามอบตัว รับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดร่วมกันมั่วสุมชุมนุมแพร่ระบาดเชื้อโรคตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ควรนำมาใช้กับการชุมนุมหรือการตรวจสอบรัฐบาล เนื่องจากรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิแสดงความคิดเห็นของประชาชน นอกจากนี้การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือเป็นการใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ผิดเจตนารมณ์ของการใช้กฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย ระบุว่า ทั้งนี้ ทางผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีถึงที่สุดทุกขั้นตอน เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 14 รายให้การปฏิเสธ พร้อมกับยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งในวันที่ 9 ก.ค. กับพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เนื่องจากกรณีดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานพนักงานสอบสวน เชื่อว่าทางพนักงานอัยการน่าจะมีคำสั่งไม่ฟ้องกรณีดังกล่าว ถ้าหากพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องต่อศาล ตนเองมีความเชื่อมั่นว่าศาลยกฟ้องในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน, จตุพร พรมพันธุ์, พ.รก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cef895af3d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;เดินเครื่องจี้ตำรวจเร่งเอาผิด&#039;แกนนำม็อบ-ส.ส.&#039;ชี้กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63- &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ได้ปลุกระดมให้คนออกมาชุมนุมกันในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.ต้องประกาศยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ยังไม่ยุติ และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ยังห้ามการรวมกลุ่ม หรือการชุมนุมต่างๆนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การจัดชุมนุมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา อาทิ &amp;nbsp;การฝ่าฝืน ม.9(2) แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 มีอัตราโทษตาม ม.18 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ การฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา ม.215 ฐานมั่วสุมกันเกินกว่าสิบคนหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นแกนนำม็อบหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกชุมนุมแล้วยังฝ่าฝืนมีความผิดตาม ม.216 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังมีความผิดตาม ป.อาญา ม.209 ฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท ความผิดฐานปิดกั้นถนนตาม ม.114 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ความผิดฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาตตาม ม.4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่จะต้องเร่งดำเนินการออกหมายเรียกและติดตามจับกุมผู้ที่ต้องสงสัย รวมทั้งแกนนำม็อบทั้งหมดที่จับไมโครโฟนปราศรัยปลุกระดมมาดำเนินการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 9 และประมวลการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ 8 บทที่ 2 ข้อ 278 นอกจากนั้น ยังต้องออกหมายเรียกแกนนำกลุ่มการเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคน ที่ให้ท้ายการชุมนุมดังกล่าว ถึงขั้นเตรียมการที่จะใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัวให้ล่วงหน้า มาดำเนินการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี ฐานเป็นตัวการและผู้สนับสนุน ตาม ป.อาญา ม.83 และ ม.86 เพื่อส่งอัยการฟ้องต่อศาลอาญาต่อไปโดยเร็วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การชุมนุมดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน การสรุปสำนวนการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี จะต้องเสนอให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อาญา ม.90 เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อบุคคลอื่นๆ ที่ริอ่านจะจัดการชุมนุมหรือเป็นแกนนำการชุมนุมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคมและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71890</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, พ.รก.ฉุกเฉิน, เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b0d541f5c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;ร่ายยาว&#039;เศรษฐกิจไม่ฟื้น-รัฐบาลคะแนนตก-ซ้ำเติมด้วยพรก.ฉุกเฉิน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.63-นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Chaturon Chaisang เรื่อง &amp;quot;เศรษฐกิจไม่ฟื้น รัฐบาลคะแนนตก ซ้ำเติมด้วยพรก.ฉุกเฉิน คุยกับสื่อมวลชนวันนี้ครับ&amp;quot; ระบุถึงสภาพทางเศรษฐกิจหลังรัฐบาลทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆและสถานการณ์ทางการเมืองที่รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำลงพร้อมกับการมีเสียงเรียกร้องให้นายกฯยุบสภาว่าการผ่อนคลายมาตรการต่างๆเป็นสิ่งที่ดี แม้จะช้าไปแต่ก็ช่วยให้ธุรกิจหลายอย่างกลับมาเปิดกันได้ มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นและคนทำมาหากินกันได้มากขึ้น
ในขณะที่มีเสียงกำชับอยู่ตลอดเวลาว่าการ์ดอย่าตกซึ่งก็เป็นการเตือนที่มีประโยชน์ แต่สิ่งที่ขาดไปคือการดูแลเอาใจใส่ว่าธุรกิจต่างๆและคนทำมาค้าขายรายเล็กรายน้อยประสบปัญหาอุปสรรคอย่างไร ที่เปิดอยู่แล้วจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนและที่กลับมาเปิดจะเปิดได้จริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเสียงสะท้อนของภาคเอกชนจะพบว่าระหว่างที่มีมาตรการเข้มงวดนั้น ธุรกิจต่างๆได้รับการดูแลน้อยเกินไปทั้งจากการใช้มาตรการที่เข้มงวดเกินจำเป็นและการที่รัฐไม่ได้ช่วยผู้ประกอบการให้สามารถจ้างพนักงานคนงานต่อไปได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ทำให้คนงานแยกย้ายกันไปหมด จะกลับมาเปิดกิจการใหม่ก็หาคนทำงานไม่ได้ คนงานที่เป็นแรงงานข้ามชาติก็กลับไปแล้วและยังไม่รู้ว่าจะกลับมาหรือไม่และเมื่อใด นอกจากนี้ก็มีปัญหาอื่นๆอีกมากเช่นต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ในอัตราสูง ขาดเงินหมุนเวียน เป็นหนี้มากขึ้นๆ ปัญหาเหล่านี้ไม่มีการสำรวจและหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีปัญหาจากการที่ระบบการผลิตของเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบรุนแรงก็ทำให้ระบบซัพพลายของไทยเสียหายไปด้วยและเมื่อเศรษฐกิจโลกกำลังซบเซาถดถอย การส่งออกของไทยก็ประสบปัญหาหนัก
ที่น่าเป็นห่วงมากคือถึงแม้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆเต็มที่แล้ว แต่ธุรกิจที่จะยังไม่สามารถกลับมาเปิดได้อีกเป็นเวลานานก็คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศซึ่งในหลายปีมานี้ทำรายได้เข้าประเทศสูงมาก เมื่อขาดส่วนนี้ไปจะมีผลทำให้คนนับล้านๆคนไม่มีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่ารัฐบาลมีแผนงานรองรับสภาพเศรษฐกิจที่กำลังเป็นปัญหาหนักหนาสาหัสเช่นนี้ เมื่อถึงสิ้นเดือนมิถุนายน เงินเยียวยาสำหรับคน กว่า 14 ล้านคนก็จะถูกใช้หมดไป ส่วนที่ช่วยเหลือภาคเกษตรอาจจะอยู่ได้นานกว่าหน่อย แต่โดยรวมก็ไม่เพียงพอสำหรับแก้ความเดือดร้อนอยู่แล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปอีกหลายเดือนเป็นอย่างน้อยจะมีคนนับสิบล้านที่ตกงานและไม่มีงานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพเช่นนี้ จะทำให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะใช้งบประมาณเยียวยาเพิ่มขึ้นอีก แต่เงินเยียวยา 5 แสนกว่าล้านที่รัฐบาลอาศัยอำนาจตามพรก.ให้อำนาจกู้เงินก็เหลือน้อยมาก ส่วนงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านก็ไม่มีทิศทางในการใช้ และกำลังจะสะเปะสะปะรวมทั้งหลายส่วนจะตอบสนองการสร้างฐานเสียงของพรรคการเมืองผ่านกระทรวงต่างๆด้วยวิธีเก่าๆ ซ้ำยังอาจถูกแจกจ่ายให้สส.เพื่อหักเปอร์เซ็นต์หาเงินเข้ากระเป๋าอย่างเป็นล่ำเป็นสันตามที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมารัฐบาลอาศัยระบบและบุคลากรทางสาธารณสุขควบคุมการแพร่ระบาดอย่างได้ผล แต่ผู้นำรัฐบาลขาดวิสัยทัศน์และความรู้ความเข้าใจที่จะมองปัญหาแบบองค์รวม จึงมุ่งแต่ให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์เพียงอย่างเดียว ไม่ได้สนใจมิติทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งการลงทุน การทำมาหากิน การศึกษา ความอดอยากยากจน ความเหลื่อมล้ำที่มากยิ่งขึ้นหรือแม้แต่การที่ประชาชนได้รับการดูแลในด้านสุขภาพโดยทั่วไปน้อยลงกว่าปรกติมาก มิติต่างๆที่คนสำคัญๆในรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯมองไม่เห็นนี้ก็คือคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆของประชาชนและระบบโครงสร้างของประเทศที่อ่อนแอลงนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐบาลไม่เคยพูดให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาด้านอื่นๆอย่างสมดุล พอมีการจัดอันดับประเทศไทยในการรับมือกับโควิด-19 โดยมองปัจจัยหลายด้านประกอบกัน แล้วไทยอยู่ในกลุ่มท้ายๆ สังคมไทยก็ปรับความรู้สึกไม่ทันไปตามๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์กล่าวต่อไปว่านับวันประชาชนจะเดือดร้อนมากยิ่งขึ้นและคนส่วนใหญ่ก็จะสรุปได้ว่ารัฐบาลนี้ล้มเหลวไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหา ยิ่งมีการแก่งแย่งอำนาจและผลประโยชน์ในพรรคแกนนำและในรัฐบาลอย่างโจ่งแจ้งไม่อายใครด้วยแล้ว ยิ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่คะแนนนิยมของรัฐบาลและพลเอกประยุทธ์จะตกต่ำอย่างรวดเร็วและมีเสียงเรียกร้องให้ยุบสภาดังขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่รัฐบาลอยู่ในสภาพง่อนแง่นเช่นนี้ ทำให้รัฐบาลไม่อาจยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมประชาชนไว้ไม่ให้ต่อต้านคัดค้านรัฐบาล แต่การใช้พรก.ฉุกเฉินก็กำลังกลายเป็นดาบสองคมเพราะถึงแม้เป็นเครื่องมือค้ำจุนรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและทำให้ประชาชนยิ่งเดือดร้อนซึ่งก็จะทำให้คะแนนนิยมต่อรัฐบาลยิ่งตกต่ำลงไปอีก นายจาตุรนต์กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68659</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, พ.รก.ฉุกเฉิน, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5db23243a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย่ามใจหนัก!5โจ๋จัดปาร์ตี้น้ำกระท่อมเบิ้ลกัญชาเจอตร.บุกรวบคาบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63- เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 18 เม.ย. นาย วุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ พ.ต.อ.สิทธิพงษ์ สังข์แสง ผกก.สถานีตำรวจภูธรโคกขาม พร้อมกำลังออกตรวจพื้นที่ บริเวณโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์ ม.3 ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบกลุ่มวัยรุ่น กำลังล้อมวงนั่งมั่วสม จัดปาร์ตี้ ดื่มน้ำกระท่อม และเสพกัญชา อย่างสนุกสนาน บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ริมชายคลองพิทยาลงกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจึงได้เข้าทำการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นเป็นชาย1คน หญิง4คน ทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุยังไม่ถึง18ปี พร้อม ของกลางมีน้ำกระท่อมต้มสุกแล้ว1หม้อ และใบกระท่อมสด พร้อมด้วยอุปกรณ์เสพกัญชา2ชุดและกัญชาอีก1ถุง โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรม และมั่วสุม ณ ที่ใดๆในสถานที่แออัดโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่5 โดยผิดกฎหมาย พร้อมนำตัวกลุ่มวัยรุ่นทั้ง5คนส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63604</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา ใบกระท่อม, จ.สมุทรสาคร, พ.รก.ฉุกเฉิน, วัยรุ่นอายุไม่ถึง18, สภ.โคกขาม, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9bfa827148c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
