<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกฟ้อง&#039;นที&#039;รองประธานกสทช.คดีแชร์สัญญาณบอลโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.61 -&amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3209/2557 ที่บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 5 พ.ย. 2555 - 30 เม.ย. 2556 ต่อเนื่องกัน จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งกรรมการ กสทช. ได้ให้ความเห็นชอบในการประกาศหลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ.2555 โดยไม่ฟังคำโต้แย้งจากโจทก์ ซึ่งเป็นผู้ได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี ค.ศ.2014 จากประเทศบราซิล และจำเลยยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนจนทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า บริษัทโจทก์ประกอบธุรกิจเอาเปรียบประชาชน ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. โดย พ.อ.นที จำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ พ.อ.นที จำเลยซึ่งได้รับการประกันตัวก็เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การลงมติและออกประกาศดังกล่าวเป็นไปตามการพิจารณาของที่ประชุม กสทช. ซึ่งเป็นการทำในรูปแบบของคณะกรรมการ มิใช่พิจารณาโดยจำเลยเพียงลำพัง ขณะที่การพิจารณาก่อนออกร่างประกาศดังกล่าว ทางจำเลยก็มองหมายให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน กสทช.ไปพิจารณาเนื้อหาการถ่ายทอดรายการเกี่ยวกับกีฬาอย่างรอบด้าน ซึ่งมีการพิจารณาถึงกีฬาภาคพื้นแถบยุโรป และยังได้ดำเนินตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการรับชมรายการโทรทัศน์สำคัญ จึงให้นำรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไปอยู่ในภาคผนวก เพื่อให้มีการแชร์สัญญาณสู่ฟรีทีวี โดยประชาชนทั่วไปสามารถรับชมได้อย่างเสมอภาค เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน ซึ่งศาลเห็นว่า แม้จะกระทบสิทธิของโจทก์บ้าง แต่การออกประกาศดังกล่าวก็ได้พิจารณาถึงประโยชน์ของประชาชนทั่วไปเป็นสำคัญ เพื่อให้ได้รับความเสมอภาค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยได้แถลงข่าวมีเนื้อหากล่าวถึงมาตรการการปรับ การพักใบอนุญาตหากมีการฝ่าฝืนนั้น ก็เป็นการที่จำเลยได้แถลงข่าวให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับมติที่ประชุมและแนวทาง ซึ่งขณะนั้นประชาชนก็ให้ความสนใจในข่าวดังกล่าว โดยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น จะต้องปรากฎว่ามีเจตนาพิเศษที่จะให้ผู้ใดผู้หนึ่งเสียหาย แต่ในทางนำสืบไม่ปรากฏว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ แต่การกระทำของจำเลยนั้นเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ พ.ร.บ.องค์กรการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และ พ.ร.บ.ประกอบกิจโทรทัศน์ฯ พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง พ.อ.นที กล่าวว่า การปฏิบัติของ กสทช. ที่ผ่านมา ได้คำนึงถึงความเสมอภาคและเป็นธรรมของประชาชน ซึ่งในการรับชมการถ่ายทอดฟุตบอลในครั้งนั้น ทำให้ไม่ต้องซื้อกล่อง ส่วนที่โจทก์จะอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิที่จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., พ.อ.นที ศุกลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b1cce2d960.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปริงนิวส์เบี้ยวหนี้จอดำ ดิ้นร้อง&#039;อสมท&#039;ผิดม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดทน &amp;ldquo;สปริงนิวส์&amp;rdquo; เบี้ยวหนี้กว่า 104 ล้านบาท อสมท เตรียมตัดสัญญาณให้จอดำในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เพื่อปกป้องผู้ถือหุ้น &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; ดิ้นเตรียมฟ้องกลับมาตรา 157 โวไม่ต้องห่วง &amp;ldquo;เสธ.ไก่อู&amp;rdquo; ให้ใช้เครือข่ายแล้ว!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า อสมท ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลแก่บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งได้ทำสัญญาร่วมกันตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาสปริงนิวส์ได้ค้างชำระค่าเช่าใช้บริการโครงข่ายตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบันรวมเป็นเงินกว่า 104 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าปรับตามสัญญาและดอกเบี้ยตามกฎหมาย ณ วันที่ 31 พ.ค.2561 โดย อสมท ได้มีหนังสือทวงถามนานแล้ว แต่สปริงนิวส์ได้ขอขยายเวลาชำระเงินเรื่อยมา โดยอ้างว่าอยู่ในช่วงวางแผนเพิ่มทุน และจะทยอยผ่อนชำระหนี้ค่าใช้บริการ แต่สปริงนิวส์ไม่ได้ชำระหนี้แต่อย่างใด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการ อสมท พิจารณาแล้วเห็นว่า หาก อสมท และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่พิจารณาดำเนินการใดๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐ และอาจถูกร้องในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ อสมท จึงได้ขอความเห็นชอบจาก กสทช. เพื่อยุติการให้บริการ โดย กสทช.ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 เห็นชอบการยุติให้บริการตามสัญญาให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลระหว่าง อสมท และสปริงนิวส์แล้ว โดย อสมท จะยุติการให้บริการโครงข่ายแก่สปริงนิวส์ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ทันที&amp;rdquo; นายเขมทัตต์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขมทัตต์ยืนยันว่า อสมท ได้มีหนังสือถึงบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัดแล้ว เรื่องแจ้งเลิกสัญญาและยุติการให้บริการโครงข่ายเมื่อวันที่ 9 พ.ค. โดยสปริงนิวส์ได้เสนอแนวทางขอผ่อนชำระต่อเนื่อง แต่เนื่องจากหนี้สินดังกล่าวค้างชำระมาตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยเป็นการค้างที่นานเกินเวลา ทำให้คณะกรรมการและฝ่ายบริหารต้องปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยการบอกยกเลิกสัญญา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วทัญยา วงษ์โอภาสี กรรมการบริษัท สปริงส์ เทเลวิชั่น จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเจรจาต่อรองกับ อสมท ตลอด จนได้ข้อยุติจัดทำแผนชำระหนี้คงค้างจนถึงสิ้นปี 2560 ให้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของยอดทั้งหมดภายในปีนี้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากบอร์ด อสมท จนเป็นที่มาของมติหยุดให้บริการดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะบริษัทไม่มีนโยบายไม่ชำระหนี้หรือย้ายโครงข่าย เพียงต้องการให้เกิดความเป็นธรรมและเวลาที่เหมาะสมกับภาวะธุรกิจที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทัญยากล่าวอีกว่า การเรียกเก็บค่าบริการโครงข่ายของ อสมท ที่ผ่านมา ไม่เพียงไม่สมเหตุสมผล ทั้งด้านประสิทธิภาพและการครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ และยังพบว่ามีการคิดค่าบริการแต่ละรายแตกต่างกัน จนนำไปสู่การเจรจาขอปรับลดค่าบริการกับผู้ใช้โครงข่ายเกือบทุกราย ทำให้บริษัทกำลังพิจารณาจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ทั้งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะความผิดตามมาตรา 157 เนื่องจากการเรียกเก็บค่าบริการของ อสมท ไม่เป็นธรรม และไม่สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
&amp;ldquo;ยืนยันว่าได้ประสานงานกับทาง กสทช.อย่างใกล้ชิด และเตรียมจัดหาโครงข่ายใหม่ที่จะออกอากาศอย่างต่อเนื่อง หาก อสมท ยุติการให้บริการ สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ช่อง 19 จะยังออกอากาศได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการสะดุด และไม่มีผลกระทบต่อประชาชนผู้ชม ผู้ร่วมผลิตรายการและลูกค้าโฆษณาทุกรายแน่นอน โดยล่าสุดได้รับหนังสืออนุมัติจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่จะดำเนินการให้ใช้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กสทช. กล่าวในเรื่องนี้ว่า การยกเลิกสัญญาสามารถทำได้ เพราะทั้งสองบริษัทเป็นคู่สัญญากัน และ อสมท ได้ส่งหนังสือแจ้งจะยุติสัญญากับสปริงนิวส์มาให้บอร์ดพิจารณาแล้ว และบอร์ดได้อนุมัติให้ยกเลิกสัญญาได้&amp;nbsp;
ด้านนายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ กสทช. กล่าวว่า สปริงนิวส์ได้ทำหนังสือถึง กสทช. เพื่อให้ช่วยหาผู้ให้บริการโครงข่ายรายใหม่ให้หากเจรจากับ อสมท ไม่ได้ข้อยุติ โดยสำนักงานจะเสนอบอร์ด กสทช. พิจารณาในสัปดาห์หน้า
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช.อยู่ระหว่างเจรจาผู้ให้บริการโครงข่ายรายอื่นเพื่อไม่ให้สปริงนิวส์ต้องจอดำ เพราะยังมีผู้ให้บริการโครงข่ายเหลืออีก 3 ราย. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10839</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), พ.อ.นที ศุกลรัตน์, มาดามเดียร์, วทัญยา วงษ์โอภาสี, สปริงนิวส์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขมทัตต์ พลเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17e57008cac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.ออกหน้าหาโครงข่ายใหม่ให้สปริงนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสทช.เจรจาหาผู้ให้บริการเช่าโครงข่ายใหม่ให้ &amp;quot;สปริงส์นิวส์&amp;quot; หลัง อสมท แจ้งตัดสัญญาณ 16 มิ.ย.นี้ ไม่อยากให้เกิดเหตุจอดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงกรณี บมจ. อสมท (MCOT) ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลจะยุติการส่งสัญญาณของบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด เนื่องจากสปริงนิวส์ได้ค้างชำระค่าเช่าใช้บริการโครงข่ายฯ รวมกว่า 104 ล้านบาท ว่า การยกเลิกสัญญาสามารถทำได้เพราะทั้งสองบริษัทเป็นคู่สัญญากัน โดย อสมท.ได้ส่งหนังสือแจ้งจะยุติสัญญากับสปริงส์นิวส์มาให้บอร์ดพิจารณาแล้ว และบอร์ดได้อนุมัติให้ยกเลิกสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อกำหนดที่ให้ อสมท.ต้องทำหนังสือแจ้งสปริงส์นิวส์ภายใน 30 วัน การที่ อสมท. แจ้งว่าจะยุติการส่งสัญญาณในวันที่ 16 มิ.ย. จึงเป็นไปได้ว่า อสมท. น่าจะทำหนังสือถึงสปริงส์นิวส์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช.อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ให้บริการโครงข่ายรายอื่นเพื่อไม่ให้สปริงส์นิวส์ต้องจอดำ เมื่อสปริงส์นิวส์ไม่ชำระค่าบริการ อสมท.ต้องยุติสัญญา อย่างไรก็ดี มองในแง่ดีว่าไม่น่าจะถึงขั้นจอดำเพราะยังทีผู้ให้บริการโครงข่ายรายอื่นเหลืออีก 3 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10810</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., พ.อ.นที ศุกลรัตน์, สปริงส์นิวส์, อสมท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8da9104bdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2026 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กสทช.&#039; สู้ไม่คืนเงิน &#039;เจ๊ติ๋ม&#039; 3 ปมใหญ่อุทธรณ์ถึงที่สุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีบริษัท ไทยทีวี จำกัด ของ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ยังคงต้องรอดูต่อไปตามคาดกับการลุ้นให้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คืนแบงก์การันตีมูลค่าราว 1,500 ล้านบาทที่วางค้ำประกันไว้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะตามข่าวที่รับรู้กันกับมติที่ประชุม กสทช.เมื่อ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ที่เรียกถกด่วนเรื่องคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง กรณี เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่บริษัทไทยทีวีฯ ซึ่งศาลปกครองกลางก็ได้ตัดสินว่า ผู้ฟ้องคดีคือบริษัทไทยทีวีฯ มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ เนื่องจาก กสทช.ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ประกาศเชิญชวนไว้ตอนประมูลทีวีดิจิทัล ดังนั้นเมื่อคู่กรณีบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงให้ กสทช.คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพแก่บริษัทไทยทีวีฯ ด้วย ภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมติที่ประชุม กสทช.ตามคำแถลงของ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ก็คือ กสทช.จะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยหยิบยกข้อต่อสู้ใน 3 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.กรณีที่ศาลมีคำวินิจฉัยว่าการให้ใบอนุญาตของ กสทช.เป็นการออกใบอนุญาตให้เอกชน &amp;quot;เข้าร่วมการงาน&amp;quot; กับรัฐ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ การร่วมการงาน หมายถึงระบบสัญญาสัมปทาน ขณะที่ กสทช.ตั้งขึ้นเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบสัญญาสัมปทานให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบใบอนุญาต ดังนั้นในส่วนนี้จึงน่าจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของการตั้ง กสทช.&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.กรณีที่มีคำสั่งว่า กสทช.ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในการขยายโครงข่ายการให้บริการ ประเด็นนี้มีข้อเท็จจริงที่มีการกำหนดว่าการขยายโครงข่ายในแต่ละช่วงเวลาจะดำเนินการให้มีความครอบคลุมอย่างไร การขยายโครงข่ายได้เป็นไปตามกำหนด ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการทุกรายคงล้มเหลวในการให้บริการหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.กสทช.เห็นว่า กรมประชาสัมพันธ์ไม่ได้ให้บริการโครงข่ายแก่ผู้ประกอบการรายใดเลย และเมื่อติดตั้งล่าช้าก็ได้มีการลงโทษทางปกครองไปแล้ว สำหรับการแจกคูปองแลกกล่องทีวีดิจิทัลก็ได้มีการดำเนินการจนครบทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราไม่ได้มีความกังวลอะไร ถ้าช่องอื่นจะดำเนินการอะไร กสทช.ตัดสินใจอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าสุดท้ายผลคดีจะเป็นอย่างไร เราแค่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาดว่ากว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งใดๆ ออกมาคงใช้เวลาอีกพอสมควร ในการชี้ชะตาว่า &amp;quot;ยกสุดท้าย&amp;quot; ของปมปัญหาทีวีดิจิทัลที่ยืดเยื้อมาหลายปี&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น ที่สุดแล้วใครจะคือผู้ชนะในยกสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผลคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด จะเป็นบรรทัดฐานทางข้อกฎหมายต่อไป และจะมีผลต่อธุรกิจทีวีดิจิทัลทั้งระบบที่กำลังประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไปตามภูมิทัศน์สื่อที่มีการพัฒนารูปแบบ เมื่อปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียคือกระแสหลักในธุรกิจสื่อและการเสพสื่อของประชาชน ไม่ใช่ทีวีดิจิทัลที่มีเงินลงทุนมหาศาลอีกต่อไป จนทำให้หลายค่ายต้องแก้ปัญหาเพื่อความอยู่รอดด้วยวิธีการสารพัด เช่น การขายช่องผ่านการขายหุ้นในบริษัทเจ้าของช่องเพื่อเปิดทางกลุ่มทุนใหม่-ทุนใหญ่เข้ามาเป็นเจ้าของแทน&amp;nbsp; หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อลดต้นทุน เช่น การปลดพนักงาน, การเปิดโครงการเออร์ลีรีไทร์ ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของช่องเพื่อความอยู่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาข้างต้น ปฏิกิริยาเชิงบวกกับธุรกิจทีวีทั้งระบบก็ตามมาทันที ดูได้ง่ายๆ จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีรายงานว่าหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลปรับขึ้นยกแผงอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นการปรับขึ้นในโทนรับข่าว ติ๋ม ทีวีพูล ชนะคดีเลิกสัญญา กสทช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นหุ้นของ บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC), บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK), บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO), บมจ.อาร์เอส (RS), บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสาเหตุที่หุ้นทีวีบางช่องปรับตัวสูงขึ้นแม้จะเป็นช่องที่มีกำไร เช่น ช่องเวิร์คพอยท์, ช่องโมโน หรือช่อง 8 ของอาร์เอส เพราะวงการธุรกิจมองว่าหากกฎหมายเปิดช่องให้คืนช่องได้ จะทำให้ทีวีดิจิทัลเหลือไม่กี่ช่อง เม็ดเงินโฆษณาก็จะไม่ถูกแบ่งเค้กไปมากเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ช่องที่อยู่ได้จะยิ่งมีรายได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงอยู่ว่าคำพิพากษาศาลปกครองกลางที่ให้ ติ๋ม ทีวีพูล ชนะคดี กสทช. แม้จะไม่ทำให้คดีถึงที่สุด&amp;nbsp; แต่ก็ทำให้วงการทีวีดิจิทัลและวงการสื่อเกิดความคึกคักขึ้นทั้งที เพราะที่ผ่านมามีหลายค่ายเคยมีข่าวว่า นายทุนถอดใจ ต้องการขายช่องหรือคืนใบอนุญาตมานานแล้ว เพราะแบกรับภาระไม่ไหว หาคนมาซื้อไม่ได้ เพราะใครก็มองออกว่าธุรกิจทีวีต้นทุนสูง สายป่านต้องยาว และที่สำคัญเป็นธุรกิจสื่อที่ความนิยมแม้ยังคงสูงและมีอิทธิพลอยู่แต่ก็ไม่มากเหมือนเดิม ส่วนการคืนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ก็ทำไม่ได้เพราะติดขัดปัญหาข้อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าเมื่อมีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหลายช่องเริ่มมองเห็นทางรอดไม่มากก็น้อย เพียงแต่จะใช้วิธีการไหนเท่านั้น แม้ยังต้องลุ้นศาลปกครองสูงสุดอีกยกก็ตาม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5017</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, กสทช., พ.อ.นที ศุกลรัตน์, พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย, เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล, ไทยทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa9335c001a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
