<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โฆษกทภ.4ปัดประกาศเคอร์ฟิวล่าBRNชี้ตระกูล&#039;หลำโซ๊ะ&#039;นำทีมถล่มชรบ.15ศพ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8พ.ย.2562&amp;nbsp; เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆว่า กองทัพภาคที่ 4 ได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วพื้นที่เพื่อตามล่ากลุ่มโจร BRN ที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญสังหารหมู่ประชาชน 15 ศพ เมื่อวันที่ 5 พย. ที่ผ่านมานั้น การนำเสนอข่าวดังกล่าวอาจสร้างความสับสน และความตื่นตระหนกแก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้สั่งการให้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฏหมายขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยปัจจุบันหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถระบุกลุ่ม และตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุได้แล้วจำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ากดดันและติดตามจับกุมในพื้นที่ต้องสงสัยในหมู่บ้านให้การสนับสนุน พื้นที่ป่าภูเขานางจันทร์ ช่วงรอยต่อ จ.สงขลา และบ้านเครือญาติ
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2562 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ 1 รายเป็นราษฎรพื้นที่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิด โปรยตะปูเรือใบและเผายางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นการเข้าช่วยเหลือ พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ ขณะที่หลบหนีไปซ่อนตัวที่ อ.ธารโต จ.ยะลา อยู่ระหว่างการซักถามเพื่อขยายเครือข่ายก่อเหตุที่หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี
&amp;ldquo;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;rdquo; พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
โฆษก กองทัพภาค 4&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; สำหรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปรับแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และชุมชนให้รัดกุมมากขึ้น ทั้งนี้เพราะชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)เป็นเพียงประชาชนจิตอาสา ที่เสียสละและอุทิศตน เข้ามาช่วยกันดูแลความปลอดภัยชุมชนของตนเอง ไม่ใช่เป็นกองกำลังติดอาวุธฝ่ายพลเรือนดังที่องค์กรแนวร่วมและกลุ่มเปอร์มาส นำมาบิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรมในการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการBRN ดังที่ปรากฏให้เห็นในช่วงที่ผ่านมา
&amp;ldquo;สำหรับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ในส่วนของปลอกกระสุนปืน เบื้องต้นเป็นกระสุนของปืนเอ็ม 16 และ อาก้า มีมากกว่า 100 ปลอก ซึ่งจากการตรวจสอบผลปืนเบื้องต้น พบว่าสามารถเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หลายเหตุการณ์ เช่น ปล้นร้านทอง ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ปล้นเต้นท์รถยนต์ ที่ อ.เทพา จ.สงขลา&amp;nbsp; เหตุยิง สภ.นาปะดู่ จ.ปัตตานี&amp;nbsp; เหตุปล้นตู้เอทีเอ็มที่หน้ามหาวิทยาลัยฟาตอนี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี&amp;nbsp; ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมาดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับได้ 21 คน เป็นทีมของตระกูลหลำโซ๊ะ&amp;nbsp; ที่เป็นแกนนำปฎิบัติการ ร่วมกับแกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้ต้องสงสัยที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 1 ราย ขณะนี้อยู่ในกระบวนการซักถามของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้&amp;rdquo; โฆษกกองทัพภาค 4 กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบีอาร์เอ็น, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ตระกูลหลำโซ๊ะ, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ยิงชรบ.15ศพ, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc4f802a6bd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;๓ จว.ใต้ที่กำลังเปลี่ยนไป&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นหญิงตัดพ้อต่อว่าชายมาก็มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันก่อน.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นชาย โดยเฉพาะเป็นชายชาติทหารซะด้วย ตัดพ้อหญิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผมเป็น &amp;quot;ช่อ-พรรณิการ์&amp;quot; นะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าใจไม่ด้านพอ อย่างน้อยก็ต้องละอาย กับสิ่งที่ตัวทำเป็นเหตุให้ชายต้องตัดพ้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ ต้องเท้าความหน่อย เมื่อ ๓๑ ตุลา &amp;quot;พรรณิการ์ วานิช&amp;quot; ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำคณะ ประกอบด้วย ส.ส.รังสิมันต์ ส.ส.นิรมิต สุจารี ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนางอังคณา นีละไพจิตร อดีต กก.สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่ ๓ จังหวัดใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดเวทีรับฟัง-พูดจาปัญหาด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัดใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) &amp;nbsp;ภาค ๔ ส่วนหน้า ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ ๔&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำคณะ กมธ.เข้าไปเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในค่ายอิงคยุทธบริหาร ที่ปัตตานี ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอข่าวสารคงเห็นรูป-เห็นข่าวคณะคุณช่อลงพื้นที่ มีทหารติดตามดูแลกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสร็จสรรพ รุ่งขึ้น พ.อ.ปราโมทย์ ตัดพ้อคณะคุณช่อไว้อย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมพา กมธ.เข้าไปดูค่ายอิงคยุทธบริหาร ทาง กมธ.ก็ชื่นชมว่า ทหารเราดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอตกเย็น ไปเปิดเวทีร่วมเสวนากลับด่าทหารว่าไม่ดี ดังนั้น ขอให้สะท้อนความจริง ที่เราได้พูดคุยกันให้รอบด้าน โดยเฉพาะการฟังปัญหาคนในพื้นที่ ต้องฟังอย่างหลากหลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่า ไปฟังปัญหามาจากทางด้านเดียว หรือกลุ่มเดียว ที่เป็นกลุ่มเห็นต่าง แล้วมาสรุปว่ารัฐนั้นแย่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมาเรียกร้องให้ &amp;#39;ยกเลิกกฎหมายพิเศษ&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกคุณไม่ฟังประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเขาคิดกันอย่างไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาสรุปว่า &amp;#39;ทหารต้นทุนต่ำ&amp;#39; คุณมาสรุปอย่างนี้ได้อย่างไร? คุณเป็น กมธ.ฯ แต่มาเล่นบทนักการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณมาในฐานะ กมธ.ฯ ก็ควรที่จะลืมภาพนักการเมือง แล้วมาฟังปัญหาให้รอบด้านในทุกมิติ อย่าฟังเพียงกลุ่มกลุ่มเดียว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารตัดพ้อ ฟังแล้วหัวใจละลาย สงสาร เห็นใจ เข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะคุณช่อ ก็ช่างกระไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนไปหาพระ ก็ด่าโจรให้พระฟัง แล้วชมพระว่าดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอไปหาโจร ก็ด่าพระให้โจรฟัง แล้วชมโจรว่าดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเหยียดว่า &amp;quot;ทหารต้นทุนต่ำ&amp;quot; ถ้าจริงตามที่โฆษกกองทัพภาค ๔ แถลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องบอกว่า ประธานรัฐสภา &amp;quot;ชวน หลีกภัย&amp;quot; น่าจะตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการกะล่อนปล้อนปลิ้น แบบนกมีหู-หนูมีปีก ต้องไม่มีเป็นพฤติกรรมของระดับคณะกรรมาธิการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพูดกันตรงๆ สมาชิกสภาผู้แทนฯ ชุดนี้ บางส่วน &amp;quot;วุฒิภาวะ&amp;quot; ต่ำมาตรฐานมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มักใช้ตำแหน่งเกินเลยหน้าที่แบบมีเจตนาซ่อนเร้น มุ่งไปทางใช้สนองตัณหาตน จนน่าเกลียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทย มี ๗๗ จังหวัด ทุกจังหวัด ที่ไหนมีคน ที่นั้น มีปัญหาด้านกฎหมาย ด้านยุติธรรม และด้านสิทธิมนุษยชนทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นางสาวพรรณิการ์ มุ่งเขม้นเฉพาะ ๓ จังหวัดใต้เท่านั้น ก็รู้กันอยู่ว่าเพราะอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งมีหัวโขน &amp;quot;รองประธาน กมธ.ฯ&amp;quot; ก็เข้าทางของเธอ อย่างที่ พ.อ.ปราโมทย์พูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็น กมธ.ฯ แต่มาเล่นบทนักการเมือง มาในฐานะ กมธ.ฯ ก็ควรที่จะลืมภาพนักการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วมาฟังปัญหาให้รอบด้านในทุกมิติ อย่าฟังเพียงกลุ่มกลุ่มเดียว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปหาทหาร ก็ชมทหารว่าดี แต่พอไปหาชาวบ้าน ก็ด่าทหารให้ชาวบ้านฟัง ว่าทหารไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครมีพฤติกรรมอย่างนี้ โบราณถือเป็นคนกาลีบ้าน-กาลีเมือง ไม่ควรคบหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งช่อ-อนาคตใหม่ นี่ ลงใต้ทีไร ก็เห็นซุกสิงอยู่ปัตตานีคงเพราะมีอาจารย์-นักศึกษาส่วนหนึ่ง เป็นฐานอยู่ที่นี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครเคยเห็นลงไปคลุกพื้นที่ยะลา-นราธิวาสบ้างมั้ยล่ะ? อันที่จริง พ.อ.ปราโมทย์ น่าจะเชิญคณะคุณพรรณิการ์ พักค้างอ้างแรมกับทหารซักคืน-สองคืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ กมธ.ชุดนี้เข้าถึงปัญหาจริงๆ........&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เชิญช่อกับคณะนั่งรถไปตระเวนพื้นที่ ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส กับหน่วยทหาร ตามถนนสายหลักและสายรอง ทั้งกลางวันและกลางคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ช่อสัมผัสชีวิตจริง อยู่กับทหารพื้นที่ซักคืน-สองคืน ยิ่งได้เจอสถานการณ์จริง เข้าถึงเนื้อ-ถึงกระดูกด้วยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางที....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางทีนะ คณะช่อจะชมทหารว่าดี ทั้งต่อหน้าและลับหลังก็เป็นได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอไม่ได้ห่วงหาสิทธิมนุษยชนอะไรกับคน ๓ จังหวัดใต้หรอก แค่ใช้บังหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังขมวดขบวนการแบ่งแยกพื้นที่เป็นลูกมือ &amp;quot;เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ&amp;quot; ล้มสถาบัน-แยกประเทศ เลียนแบบยุค &amp;quot;ปฏิวัติฝรั่งเศส&amp;quot; เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พี่น้อง ๓ จังหวัด &amp;quot;ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส&amp;quot; ประมาณ ๑.๕ ล้านคน ส่วนใหญ่ต้องการทำมาหากินอยู่สงบ-สันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาพื้นที่จริงๆ การแบ่งแยกดินแดน เป็นแค่ &amp;quot;หญ้าคลุมหน้าดิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาจริงๆ ที่หมกซ่อน คือเรื่องยาเสพติด เรื่องการค้าผิดกฎหมายระหว่างแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเรื่อง &amp;quot;สมประโยชน์&amp;quot; ระหว่างอิทธิพลถิ่นกับการรู้เห็นของเจ้าหน้าที่รัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเมือง-การบริหาร&amp;quot; เหมือนเชื้อรา ที่อาศัยซากนั้นได้เกิด-ได้กิน เป็นสิ่งมีชีวิตร่วมซากสืบต่อกันมาเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเป็นจริงตามธรรมชาตินั้น หญ้าไม่ใช่ศัตรูพืช-ศัตรูดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญ้าเป็นเครื่องหมายสมบูรณ์แห่งดิน ไม่ต้องถาง ไม่ต้องขุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงบริหารให้ดินเกื้อหญ้า-หญ้าเกื้อดิน ทุกอย่างก็จะกลมกลืนสู่จุดสมดุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนเรา ไม่ว่าชาติไหน ศาสนาไหน ลองมีอยู่ มีกิน มีอาชีพ มีอนาคต มีเสรีภาพตามกรอบ ใครจะอยากแยกไปไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ ปลุกคำว่า &amp;quot;โจรก่อการร้าย&amp;quot; ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลุกคำว่า ๓ จังหวัดใต้ อันตราย ไป..ตายไม่รู้ตัวไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลยสบาย ชาวบ้าน-ชาวโลก ไม่มีใครกล้าไป เข้าล็อก ทั้งโจร ทั้งคนปราบโจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓ จังหวัดใต้ จึงเป็นฮับยาเสพติดเพื่อส่งออก เป็นฮับการค้าของหลบภาษี เป็นแดน &amp;quot;อิทธิพลผสม&amp;quot; ทรงกลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านจริงๆ ใน ๓ จังหวัดใต้ น่ารักมาก แปลกหน้าไปใหม่ๆ เป็นธรรมดา เขาจะระแวด-ระวัง ไม่ไว้ใจเรา ก็เหมือนเราที่ไม่ไว้ใจเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอรู้ว่า &amp;quot;หน้าใส-ใจซื่อ&amp;quot; ต่อกัน ก็โอภาปราศรัย เอื้อเฟื้อเฟือฟายกัน ถ่ายรูปกันสนุกสนาน ที่จะจ้องฆ่ากัน ไม่เห็นมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นราธิวาส ยอมรับ ไปน้อยครั้ง เพราะไม่รู้จะไปหาใคร มิตรสหายไม่มีที่นั่น ส่วนที่ ยะลา-ปัตตานี ต้องบอกว่า รายปีเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่ยะลา วันก่อน รองนายกฯ &amp;quot;พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;quot; ไปเป็นสักขีพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาฯ ศอ.บต.กับ คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ &amp;quot;เจ้าแม่ คาเฟ่ อเมซอน&amp;quot; ในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTOR &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมลงนาม ถอดรูปการเกษตร ๓ จังหวัดใต้ นำร่องที่ยะลา ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปลูกยาง เป็นเกษตรผสมผสาน โดยเฉพาะเปลี่ยนจากยางพารา เป็นปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;PTTOR จะร่วมบริหารจัดการ ควบคุมคุณภาพเมล็ดกาแฟ ตามมาตรฐานของคาเฟ่ อเมซอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากความร่วมมือกัน จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องเปลี่ยนเมืองยางเป็นเมืองเกษตรผสมผสานนี้ &amp;quot;คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ&amp;quot; นายกเทศมนตรีนครยะลา นำร่องมาระยะหนึ่งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเปลี่ยนสวนยางเป็นไร่กาแฟโรบัสตา ยังจัดโซนเกษตรผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกว่า วิจัยดิน วิจัยอากาศ ว่ายะลาเหมาะกับพืชชนิดไหน นายกฯ พงษ์ศักดิ์ เปลี่ยนยะลาเป็นเมืองศูนย์กลางผลไม้ ๓ จังหวัดใต้ ไปตามทิศทางนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทร.บอกผมเดือนก่อน ว่าได้ผลแล้ว ทุเรียนยะลารสชาติมหัศจรรย์ ที่ต้องชวนชาวโลกมาลิ้มลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีหน้า จะจัดมหกรรมตลาดกลางผลไม้ ๓ จังหวัดใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้คนมาชิม มีทั้ง ทุเรียน ส้มโชกุน ลองกอง มังคุด ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถาม ใครจะไปล่ะ มันไกล?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ พงษ์ศักดิ์บอก อยากให้โลกรู้ของดียะลา จะเช่ารถไฟเป็นโบกี ให้นั่งฟรีจากกรุงเทพฯ มากินฟรี อยู่ไม่ฟรี ถึงที่ยะลากันเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เห็นดีด้วย ความจริง ๓ จังหวัดใต้ ดูแต่ข่าว จะรู้สึกน่ากลัว แต่ถ้าไปสัมผัสจริงๆ น่าอยู่-น่าเที่ยว &amp;nbsp;ชาวบ้านน่ารัก อย่าง ปัตตานี ยะลา ไปแล้ว ใครก็ต้องอยากไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงเท่านี้ละมัง ที่อยากบอกคือ แก้ปัญหา ๓ จังหวัดใต้ อย่ามุ่งเปลี่ยนที่เขา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปลี่ยนที่เราก่อน แล้วเขาเปลี่ยนเอง!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49455</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ, จิราพร ขาวสวัสดิ์, นิรมิต สุจารี, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร, รังสิมันต์, อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกทภ.4 โวย&#039;กมธ.ชุดปิยบุตร-ช่อ&#039;เช้าเยี่ยมค่ายอิงคยุทธฯชื่นชมทหารว่าดี พอตกเย็นกลับเปิดเวทีด่าทหารว่าไม่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย 62 - จากกรณีคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฏร นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธาน พร้อมด้วยนางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่และรองประธานกรรมาธิการ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ โฆษกกรรมาธิการ นายนิรมิต สุจารี ส.ส.พรรคเพื่อไทย โฆษกกรรมาธิการ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.พรรคประชาชาติ เลขานุการคณะกรรมาธิการ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นคณะกรรมาธิการ และนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดเวทีเสวนาเปิดเวทีรับฟังปัญหาด้านกฎหมายรวมถึงสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในฐานะ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ได้พา กรธ.เข้าไปดูค่าย อิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ซึ่งมีศูนย์สักถาม โดยทาง กธม. ก็ชื่นชมทหารเราว่าดี แต่พอตกเย็นไปเปิดเวทีร่วมเสวนา ด่าทหารว่าไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอให้สะท้อนความจริง ที่เราได้พูดคุยกันให้รอบด้าน โดยเฉพาะ การฟังปัญหาของคนในพื้นที่ ต้องฟังอย่างหลากหลาย ไม่ใช่ว่าไปฟังปัญหามาจากทางด้านเดียว หรือกลุ่มเดียว ที่เป็นกลุ่มเห็นต่างแล้วมาสรุปว่ารัฐนั้นแย่ และมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษ พวกคุณไม่ฟังประชาชนในพื้นที่ 3 จชต. ว่าเขาคิดกันอย่างไร มาสรุปว่าทหารต้นทุนต่ำ คุณมาสรุปอย่างนี้ได้อย่างไร คุณเป็น กธม. แต่มาเล่นบทนักการเมือง คุณมาในฐานะกธม.ก็ควรที่จะลืมภาพนักการเมือง แล้วมาฟังให้ปัญหาให้รอบด้านในทุกมิติ อย่าไปฟังเพียงกลุ่มๆเดียว &amp;quot; พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พรรณิการ์ วานิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbee046b4b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.บี้กระทู้สด &#039;อับดุลเลาะ&#039;ดับ ภาค4ยกผลรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รพ.สงขลานครินทร์แถลง &amp;quot;อับดุลเลาะ อีซอมูซอ&amp;quot; ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงเสียชีวิต หลังหมดสติระหว่างคุมตัวสอบค่ายทหารปัตตานี แพทย์ระบุปอดอักเสบรุนแรง-มีภาวะพิษจากเหตุติดเชื้อ &amp;quot;เอ็นจีโอ&amp;quot; จี้ทหารอธิบายทั้งหมด &amp;quot;อนค.&amp;quot; เตรียมยื่นกระทู้ถามสดในสภา &amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 สน.&amp;quot; ยัน 3 รพ.ตรวจตรงกันร่างกายไม่ได้ถูกทำร้าย ขอฝ่ายค้านใช้สติฟังอธิบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ส.ค. โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ออกแถลงการณ์การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดปัตตานี ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง เกิดอาการหมดสติเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2562 ขณะถูกเชิญตัวมาซักถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี หลังมีผู้ให้การซัดทอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้าโรงพยาบาลปัตตานี และส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งเช้ามืดวันที่ 25 ส.ค. นายอับดุลเลาะ เสียชีวิตลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุว่า นายอับดุลเลาะมีอาการคงที่มาโดยตลอด และเริ่มทรุดลงประมาณ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่ามีการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง คาดว่าเกิดจากการติดเชื้อ มีภาวะผิดปกติของการแลกเปลี่ยนก๊าซ ทางทีมรักษาพยาบาลได้ปรับตั้งเครื่องช่วยหายใจและให้ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูงไว้ตลอด อีกทั้งปรับการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อครอบคลุมเชื้อที่ก่อโรค กระทั่งคืนวันเสาร์ที่ 24 ส.ค.2562 อาการของผู้ป่วยทรุดลงด้วยภาวะความดันโลหิตต่ำ และมีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ผิดปกติมากขึ้น ทางทีมรักษาเร่งให้ยาควบคุมความดันโลหิตในขนาดสูง แต่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาพยาบาล ยังคงมีความดันโลหิตต่ำลงมีความผิดปกติของการแลกเปลี่ยนก๊าซและมีความเป็นกรดในเลือดสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะเดียวกันทีมรักษาพยาบาลได้ประสานแจ้งข้อมูลกับญาติผู้ป่วยไว้ตลอดเช่นกัน และก่อนเสียชีวิตทางญาติผู้ป่วยเข้าใจในการดำเนินของโรคและพยากรณ์ของโรคที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ป่วยได้เสียชีวิตอย่างสงบในเวลา 04.03 น. วันนี้ (25 ส.ค.) สรุปสาเหตุของการเสียชีวิตคือเกิดจากปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe pneumonia ) และมีภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (septic shock)&amp;quot; แถลงการณ์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอตช์ประเทศไทย โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่า นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หลังอยู่ในอาการโคม่าสมองบวมเพราะขาดออกซิเจนมาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนายอับดุลเลาะหมดสติระหว่างถูกควบคุมตัวที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวว่า ตนเคยพูดคุยกับญาติและภรรยาของนายอับดุลเลาะถึงกรณีดังกล่าว โดยทั้งหมดพูดเหมือนกันว่าเรื่องเงินทองหรือการให้ความดูแลภายหลังการเกิดเหตุนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความจริงที่เกิดขึ้น และความเป็นธรรมที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติต่อนายอับดุลเลาะว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่เจ้าตัวถูกควบคุมตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำซากอีก แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 2 ชุด แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชี้แจงแต่อย่างใด และเราหวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นเหตุการณ์สุดท้าย และจะไม่มีประชาชนทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และพื้นที่อื่นๆ ในประเทศพบกับเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ซึ่งสัปดาห์นี้ทางสภาไม่มีประชุม เมื่อมีการเปิดประชุมอีกครั้ง ทางเราจะตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ในที่ประชุมอีกครั้งแน่นอน&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ใช่มีเพียงแค่กรณีของนายอับดุลเลาะเพียงเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ หลายคนได้รับบาดเจ็บถึงขั้นพิการและเสียชีวิต แต่เรื่องดังกล่าวอาจไม่ได้รับความสนใจ เพราะประชาชนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าพวกเขาทำความผิดบางอย่าง หรือเป็นนักโทษ ถึงถูกคุมตัว ซึ่งเราต้องเรียนว่า การที่คนเหล่านี้ถูกคุมตัวนั้น พวกเขายังไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมใดๆ เลย จึงอยากให้สังคมหันมาสนใจปัญหาเหล่านี้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก ตอนหนึ่งระบุว่า อยากให้ทุกคนได้ใช้นาทีที่เห็นโพสต์นี้ รำลึกถึงครอบครัวเพื่อนฝูงพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนใต้ทุกคนที่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มายาวนานกว่าสิบปี เพราะอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ไม่ใช่คนแรกแชร์ให้การเสียชีวิตของเขาเป็นที่รับรู้ และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเขา วันนี้คนที่รักเขาไม่ต้องการอะไรนอกจากความจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ชี้แจงเรื่องนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ว่าตั้งแต่วันเกิดเหตุที่หมดสติ ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้คนนอกเข้ามาตรวจสอบ โดยเป็นคณะกรรมการอิสระด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งมีแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร และแพทย์จากโรงพยาบาลปัตตานี มาดำเนินการตรวจทางการแพทย์ และที่ผ่านมาได้แถลงให้กับสังคมรับทราบเป็นระยะมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รายงานผลแจ้งตรงกันว่าไม่มีการบ่งชี้ว่าการหมดสติของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เกิดจากเจ้าหน้าที่ และผลการตรวจสอบทางร่างกายปกติ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งจากภายในและภายนอก รวมถึงไม่พบน้ำในช่องปอดและไม่พบบาดแผลใดๆ แต่ขณะนี้นายอับดุลเลาะเสียชีวิตลงแล้ว โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ ทราบว่าทางญาติมีความประสงค์ไม่ต้องการผ่าชันสูตร เพราะต้องการนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาทันที&amp;quot; พ.อ.ปราโมทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวว่า แพทย์ได้ตรวจตามหลักการทางการแพทย์ทุกชนิดแล้วพบว่าการเสียชีวิตนั้นไม่พบมีการกระทำจากบุคคลภายนอก โดยแพทย์ชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตว่าติดเชื้อในปอด ทางแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ เป็นผู้แถลงเพื่ออธิบายต่อสังคมในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักการทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทางแพทย์ทั้ง 3 โรงพยาบาลก็มีผลการตรวจร่างกายที่ตรงกันว่านายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขณะนี้ฝ่ายค้านเตรียมนำเรื่องนี้ไปตั้งกระทู้ถามสดในสภา พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า การเมืองต้องมีสติ และต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง อย่าใช้ความรู้สึก และเรื่องนี้มีความจริงที่สามารถอธิบายได้ ซึ่งตนเตรียมรวบรวมรายละเอียดเพื่อทำเป็นข้อมูลให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงในสภาต่อไป หากฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลผลชันสูตรทั้งหมดจากทางการแพทย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐา มหัทธนา, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พรรณิการ์ วานิช, สุณัย ผาสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d62925300e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค4เศร้าสูญเสียกำลังพล!ลั่นทวงคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บโดยเร็วที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีกลุ่มคนร้ายได้เข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลปะกาฮารัง จ.ปัตตานีขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจเมื่อ 23 กค.62 เวลา20.45 น.เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต4นายและบาดเจ็บสาหัส 2 นาย ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา 23.45 น. คืนที่ผ่านมา &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4สน.) เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ ผอ.รมน.ภาค4ได้สั่งการให้ฉก.ปัตตานีจัดกำลังเข้าช่วยเหลือและเร่งติดตามบังคับใช้กฏหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหคุครั้งนี้ และในนามของกอ.รมน.ภาค 4 สน.ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของวีรบุรุษทั้ง4นายที่ได้อุทิศตนด้วยความทุ่มเท เสียสละจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยทุกนายจะได้รับการปูนบำเหน็จความดีความชอบ ขั้นสูงสุดพร้อมกับจะดูแลด้านสิทธิกำลังพลและสวัสดิการต่างๆอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของกลุ่มคนร้ายในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงโดยไม่เลือกเป้าหมายทั้งได้กระทำต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่รัฐ และถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่กอ.รมน.ภาค4สน.จะต้องนำมา ทบทวนและปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้กอ.รมน.ภาค4 สน.จะยังคงยึดมั่นแนวทางการแก้ปัญหาที่จะไม่ใช้ความรุนแรงนอกกระบวนการยุติธรรมตอบโต้แต่จะใช้มาตรการทางกฏหมายเข้าดำเนินการกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บให้เร็วที่สุด หากพบเบาะแสคนร้ายขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบหรือแจ้งสายด่วน1341ได้ตลอด24ชั่วโมง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41774</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า, ความไม่สงบในพื้นที่จังหวดชายแดนภาคใต้, ชคต., ชุดคุ้มครองตำบาล, ปะกาฮารัง, ปัตตานี, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c42a38083e51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มป่วนสตูล-พัทลุง &#039;ลุงตู่-ป้อม&#039;สั่งล่าผู้ก่อนเหตุ ไม่ฟันธง&#039;การเมือง-ไฟใต้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สตูล-พัทลุง&amp;quot; ป่วน! คนร้ายลอบวางระเบิดพร้อมกัน 16 จุด เหิมตบหน้าสีกากีซุกบึ้ม 2 แห่งหน้าโรงพัก โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต &amp;quot;ผู้ว่าฯ สตูล&amp;quot; ชี้ลักษณะก่อเหตุคล้ายชายแดนใต้ &amp;quot;ฝ่ายสืบสวนพัทลุง&amp;quot; พบกลุ่มวัยรุ่น 18-20 ปีแอบเข้ามาในพื้นที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งดูแล ปชช. เชื่อต้องการสร้างสถานการณ์ก่อนเลือกตั้ง &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; กำชับฝ่ายความมั่นคงเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ คาดฝีมือกลุ่มเสียประโยชน์ทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาล &amp;quot;หาดใหญ่&amp;quot; ผวา คุมเข้มแหล่งเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 22.16 น. วันเสาร์ที่ 9 มี.ค. ต่อเนื่องถึงช่วงเวลา 10.00 น. วันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค. ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่อำเภอเมืองฯ จังหวัดสตูล และพื้นที่อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง จำนวน 16 จุด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดสตูล เกิดเหตุระเบิด 6 จุด ซึ่งจุดแรกเวลาประมาณ 22.16 น. วันที่ 9 มี.ค. เกิดระเบิดในถังขยะตรงเสาไฟฟ้านอกรั้วด้านหน้าของ สภ.เมืองสตูล ถ.ยาตราสวัสดี ต.พิมาน อ.เมืองสตูล จ.สตูล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสตูล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุระเบิด ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ และดำเนินการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลาประมาณ 22.44 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังกั้นสถานที่เกิดเหตุ ก็ได้เกิดระเบิดครั้งที่ 2 บริเวณที่เก็บรถของกลางด้านหลังอาคาร สภ.เมืองสตูล ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;โดยเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด ที่ สภ.สตูล แรงระเบิดทำให้กระจกสถานที่ราชการ และกระจกของชาวบ้านของประชาชนใกล้เคียงแตกกระจายได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 3 เกิดระเบิดภายในร้านค้าเบ็ดเตล็ด เลขที่ 497 ม.6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล, จุดที่ 4 ได้เกิดเหตุระเบิดภายในร้านค้าเบ็ดเตล็ด เลขที่ 497ฯ &amp;nbsp;เป็นครั้งที่ 2, จุดที่ 5 ตรวจพบวัตถุระเบิดวางอยู่ใต้ต้นมะม่วง ข้างร้านค้าเบ็ดเตล็ด เลขที่ 497ฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ EOD ได้ใช้อาวุธปืนยิงทำลาย และจุดที่ 6 เหตุระเบิดบริเวณหัวสะพานตายาย ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งทั้ง 4 จุดที่เพิ่มเติมก็ไม่มีได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง เกิดระเบิด 10 จุด โดยจุดแรกเกิดระเบิดเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 10 มี.ค. เป็นร้านขายของชำของนางอนงค์ อ่อนน่วม อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 3 ต.ดอนประดู อ.ปากพะยูน ตั้งอยู่ริมถนนสายปากพะยูน-ห้วยลึก, จุดที่ 2 เป็นร้านขายของชำของนางเริ่ม ศิริวัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ 272/1 หมู่ที่ 11 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน, จุดที่ 3 เป็นร้านขายของชำของนายชูตินันท์ จันทภาโส อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 4 &amp;nbsp;ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน โดยร้านค้าทั้ง 3 แห่ง สิ่งของในร้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด, จุดที่ 4 ตำรวจยังพบระเบิดแสวงเครื่องที่ระเบิด ซึ่งถูกนำมาวางทิ้งในถังขยะหลังโรงเรียนอนุบาลปากพะยูน ในเขตเทศบาลตำบลปากพะยูน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจุดที่ 5 เกิดขึ้นภายในร้านขายจักรยานหมู่ &amp;nbsp;5 &amp;nbsp;ต.ปากพะยูน เขตเทศบาลปากพะยูน ทำให้ทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหายหลายรายการ ส่วนจุดที่ 6 เป็นระเบิดแสวงที่คนร้ายนำมาทิ้งไว้ในกอดอกไม้บริเวณหน้าสุสานริมถนนสายหารเทา-ปากพะยูน เขตเทศบาลปากพะยูน ซึ่งในขณะที่ระเบิด ทำให้รถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน ผด.2549 &amp;nbsp;สงขลา ของนายสุริยา รอดทอง ที่ขับรถผ่านขุดเกิดเหตุจนกระจำด้านหลังแตกจนได้รับความเสียหาย, จุดที่ 7 พบวัตถุระเบิดต้องสงสัยในพื้นที่ ม.9 ต.ดอนประดู้ อ.ปากพะยูน, จุดที่ 8 เกิดเหตุระเบิดบริเวณ ม.1 ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน จุดที่ 8 พบจุดสงสัยอีก 1 จุดที่หลังป้ายเทศบาล ต.ปากพะยูน ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน, จุดที่ 9 เกิดเหตุระเบิดที่ สวน ร.9 &amp;nbsp;สถานีรถไฟพัทลุง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 10 จุดสุดท้าย เกิดขึ้นเวลา 10.00 น. คนร้ายนำใส่ในกระเป๋าหิ้วสีดำนำมาวางทิ้งบนรางรถไฟ &amp;nbsp;ช่วงสถานีรถไฟหารเทา-โคกทราย ตรงเสาโทรเลขที่ &amp;nbsp;892/1 เจ้าหน้าที่ต้องเข้าเก็บกู้และทำลายในสวนยางพาราริมเส้นทางรถไฟ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องผลิตเอง ใช้ท่อประปาเหล็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 5 นิ้ว ยาว 17 นิ้ว โดยเชื่อมปิดหัวปิดท้ายใช้ระบบต่อวงจรเวลา ข้างในมีวัตถุอันตรายที่มีอานุภาพต่อการทำลายล้างสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการทำลายระเบิดในครั้งนี้ มีต้นยางพาราตัดขาดถึง 3 ต้น หากระเบิดบนรางรถไฟ จะส่งผลให้รางรถไฟถูกทำลาย ทำให้เส้นทางรถไฟบนเส้นทางต้องหยุดชะงักนานกว่า 3 ชั่วโมง
พบวัยรุ่น3จว.ใต้เข้าพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประชุมร่วมกับ พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 พร้อมชุดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จังหวัด นายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ และฝ่ายความมั่นคง ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ศาลากลางจังหวัดสตูล เพื่อประเมินสถานการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์กล่าวว่า แม้ลักษณะของเหตุคล้ายกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ รวมถึงเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุในจังหวัดพัทลุงด้วยหรือไม่ด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อเร่งหาที่มาที่ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่ และกำชับให้ทุกหน่วยเข้มงวดตรวจตรา และการออกลาดตระเวน รวมถึงแต่ละหน่วยงานจะต้องรับผิดชอบในพื้นที่ของตัวเองกันอย่างเคร่งครัดเข้มข้น ทั้งที่สถานที่ตั้งหน่วย และพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบ การเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ทราบว่าเกิดที่จังหวัดพัทลุงด้วย&amp;rdquo; ผู้ว่าฯ สตูลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวว่า นอกจากสืบสวนสอบสวนทางด้านอื่นๆ แล้ว ในขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งบนถนนสายยาตราสวัสดี และถนนสตูลธานี (หน้าโรงพัก) เพื่อเชื่อมโยงหาหลักฐานกันอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ปากพะยูน จ.พัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ร่วมกับ พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผกก.สภ.ปากพะยูน และ พ.อ.อธิภัทร พูลสมบัติ รอง หน.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยฯ กอ.รมน.จังหวัดพัทลุง &amp;nbsp;ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนระบุพบเมื่อเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 18-20 ปีกลุ่มหนึ่ง ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน สภาพเก่า เข้ามาทำทีซื้อของตามจุดเกิดเหตุ ซึ่งการสื่อสารกันค่อนข้างลำบาก เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้พูดภาษาปักษ์ใต้ไม่ได้ ซึ่งทางตำรวจมั่นใจว่าการระเบิดในครั้งนี้น่าจะมาจากฝีมือของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงค่ำที่ผ่านมา วงดนตรีชื่อดังของภาคใต้ได้จัดคอนเสิร์ตในบริเวณสวนยางพารา หลังเทศบาลตำบลป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง โดยมีกลุ่มวัยรุ่นจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ และ จ.พัทลุง จากอำเภอต่างๆ เข้ามาร่วมงานไม่น้อยกว่า 8,000 คน คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะมีการเตรียมการในการวางระเบิดในพื้นที่ จ.พัทลุง มาล่วงหน้า โดยใช้โอกาสการเดินทางมาชมคอนเสิร์ตในการก่อเหตุร้าย&amp;quot; ฝ่ายสืบสวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้รับรายงานเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จ.พัทลุงและสตูลแล้ว โดยได้แสดงความห่วงใยสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลทุกนาย แม้ว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็ตาม
ชี้ทำลายความเชื่อมั่น รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่และติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำชับฝ่ายความมั่นคงทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปฏิบัติการรักษาความสงบและปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมทั้งไล่ล่าตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุของการลอบวางระเบิดขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐานและข้อมูลเพื่อระบุถึงสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่ผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงก่อนการเลือกตั้ง&amp;quot; รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและฝ่ายข่าวในพื้นที่ภาคใต้ ให้ความสำคัญในการติดตามเชื่อมโยงงานข่าวความเคลื่อนไหวของเครือข่ายกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่ผ่านมา และให้เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบ หลังเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองหลายจุดในพื้นที่ จ.สตูล และพัทลุง ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำของเครือข่ายกลุ่มที่สูญเสียประโยชน์และต้องการทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรขอให้เร่งติดตามผู้ก่อเหตุและเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดโดยเร็ว&amp;quot; โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและมาตรด้านการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่ทำการ บันทึกและสำรวจตรวจตราบุคคลที่เข้ามาบริเวณพื้นที่โดยรอบ รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ตร.เน้นย้ำมาตรการเข้มทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและชุมชน รวมทั้งให้ยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน ซักถาม ขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;quot; รองโฆษก สตช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งทั้งความมั่นคง ความขัดแย้งทางการเมือง และภัยแทรกซ้อนอื่น โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนค้ามนุษย์ และยาเสพติดอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยกลุ่มก่อเหตุคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยใช้การวางแผนแบบรวมการ และปฏิบัติแบบแยกการ เพื่อสร้างความหวาดกลัว ทำลายภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุระเบิดหลายจุดใน จ.สตูลและพัทลุง ทำให้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ สั่งเพิ่มมาตรการระวังป้องกันอย่างเข้มงวด โดยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตร.มวลชนสัมพันธ์ สภ.หาดใหญ่และทหารพรานหญิง ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากชาวเมืองหาดใหญ่ตามย่านการค้าต่างๆ เพื่อให้ช่วยกันเฝ้าระวังสิ่งของต้องสงสัยและรถทุกชนิดที่เข้ามาจอดในลักษณะผิดสังเกตหรือถูกทิ้งไว้นานผิดปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พังงา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าฯ พังงา เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดและดูแลแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้นำชุมชน ประชาชน ให้ช่วยกันสอดส่องในพื้นที่ของตัวเอง เช่นเดียวกับ จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช กำชับนายอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังและตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะมีการสร้างสถานการณ์อย่างเข้มงวด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30993</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พัทลุง, ศิริพัฒ พัฒกุล, สตูล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c852deea86d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงเชิญทุกฝ่ายสมัครใจบวช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หารือ &amp;quot;รองนายกฯ มาเลย์&amp;quot; ย้ำไทยมุ่งใช้สันติวิธีแก้ปัญหาชายแดนใต้ พร้อมประสานความร่วมมือสองชาติ &amp;quot;ผู้แทนพิเศษรัฐบาล&amp;quot; ลงพื้นที่นราธิวาสประชุมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย &amp;quot;ดร.สุเมธ&amp;quot; แนะยุทธศาสตร์พระราชทาน &amp;quot;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;quot; ช่วยลดความรุนแรง &amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 สน.&amp;quot; แจงทหารบวชพระยึดความสมัครใจ &amp;quot;ยะลา&amp;quot; ทำบุญอุทิศส่วนกุศลพระเหยื่อไฟใต้ พบตลอด 15 ปี มรณภาพแล้วถึง 21 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ดะโต๊ะ เซอรี ดร.วัน อาซีซะฮ์ บินติ ดร.วัน อิซมาอิล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชนมาเลเซีย พร้อมด้วยดะโต๊ะ ซาลาฮุดดิน &amp;nbsp;อายุบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรมาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศว่าเป็นพื้นที่สำคัญ หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันผลักดันให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลมุ่งหมายใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควบคู่ไปกับการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยและมาเลเซียยังเห็นพ้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดน ทั้งการลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และมาเลเซียสนับสนุนให้การพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินต่อไป โดยมาเลเซียยินดีสนับสนุนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในมิติอื่นๆ ด้วย&amp;quot; พล.ท.วีรชนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในช่วงท้ายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชนมาเลเซีย ยังยินดีที่ประชาชนชาวไทยจะได้มีโอกาสเฉลิมฉลองงานมงคลที่สำคัญอย่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวมทั้งอวยพรให้การเลือกตั้งของไทยประสบความสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลและเป็นประธานการประชุมเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐ ครั้งที่ 9 (1/2562) มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน นักศึกษา และผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่ประชุมมีการรายงานผลการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;quot;ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา กับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;quot; โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อเป็นการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาขยายผลให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้ที่เข้าร่วมการประชุมได้มีความเข้าใจยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา อย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุเมธกล่าวตอนหนึ่งว่า จากการตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช &amp;nbsp;บรมนาถบพิตร ได้จดจำคำสอนในการปฏิบัติงาน 3 สิ่งที่พระองค์ทรงสอน คือ &amp;quot;เวลาตามฉันมองทุกอย่างที่ฉันทำ จดทุกอย่างที่ฉันพูด และสรุปทุกอย่างที่ฉันคิด&amp;quot; ซึ่งถ้าไม่เข้าใจก็จะไม่สามารถเข้าถึงและพัฒนาได้ สำหรับคำว่าเข้าใจ คือต้องเข้าใจเขา เข้าใจเรา เข้าใจโลก ภูมิภาค ประเทศ และชุมชน &amp;nbsp;เข้าถึงคือ เมื่อรู้ปัญหาแล้วเข้าใจ ก็ต้องเข้าถึงเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ และเมื่อเข้าถึงแล้ว จะต้องทำอย่างไรให้เขาอยากเข้าถึงเราด้วย นั่นคือต้องเข้าถึงภูมิสังคม การปฏิบัติ ข้อมูล กลไกของรัฐ เครื่องมือ การพัฒนา และทรัพยากร และการพัฒนาคือ การระเบิดจากข้างใน ที่ต้องพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน นำไปสู่ความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำเร็จแห่งศาสตร์พระราชา จึงได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรง และรักษาความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมาอย่างยาวนานให้ยั่งยืนต่อไป&amp;quot; ดร.สุเมธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ชี้แจงกรณีการรับสมัครทหารบวชพระจำวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การบวชพระในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ภายหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อปี 2547 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัดและพระในพื้นที่เป็นอย่างมาก ช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนและส่วนราชการต่างๆ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหารมาบวชในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหลังเทศกาลออกพรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอยู่ทั้งหมด 389 วัด ภายหลังออกพรรษาพบมีหลายวัดที่ไม่มีพระภิกษุจำวัดอยู่เลย ฉะนั้นจึงต้องการประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนรวมทั้งข้าราชการ ไม่ใช่แค่เฉพาะทหารที่มีความประสงค์ มีความตั้งใจที่จะมาครองผ้าเหลืองเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวพุทธ และเมื่อบวชแล้วต้องยึดถือและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถเป็นศูนย์รวมจิตใจเป็นที่พึ่งทางใจของพี่น้องประชาชนได้&amp;quot; พ.อ.ปราโมทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวว่า ในส่วนการรักษาความปลอดภัยต้องแยกออกจากกันให้ได้ ซึ่งกำลัง กอ.รมน.ภาค 4 สน.และกำลังภาคประชาชนร่วมกันดูแลความปลอดภัยให้พระในขณะออกบิณฑบาต ฉะนั้นอยากจะฝากไปยังประชาชนทุกท่านให้ช่วยกันสื่อสารให้สังคมเข้าใจ การบวชพระเป็นการกระทำโดยความสมัครใจ แล้วก็บวชเพื่อต้องการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง อ.เมืองยะลา พระศิริปัญญากุล รักษาการเจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา &amp;nbsp;พระอารามหลวง ร่วมกับคณะญาติธรรมจังหวัดยะลา จัดกิจกรรมงานบุญอุทิศส่วนกุศลแด่พระสงฆ์และสามเณรที่มรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน โดยมีคณะญาติธรรม ชาวพุทธ ญาติและครอบครัวของสามเณรเจตศักดิ์ หนูสังข์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี 2547 ประชาชน นักเรียนในจังหวัดยะลา มาร่วมกันสวดมนต์เจริญจิตภาวนา และทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลแด่พระสงฆ์และสามเณรที่มรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบทุกรูป รวมไปถึงพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโคกโก หรือวัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี &amp;nbsp;จ.นราธิวาส และรองเจ้าอาวาสอีก 1 รูปที่ถูกคนร้ายบุกยิงมรณภาพภายในวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามข้อมูลสถิติการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 &amp;nbsp;ถึงวันที่ 18 ม.ค.62 มีพระสงฆ์และสามเณรมรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบแล้วจำนวน 21 รูป ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 27 รูป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27457</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c8b31acc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
