<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหนือ-อีสานตกหนักถึง19กย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; แจ้ง &amp;quot;พายุมังคุด&amp;quot; อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว แต่ยังส่งผล &amp;quot;เหนือ-อีสาน&amp;quot; มีฝนตกหนักจนถึง 19 ก.ย.นี้ &amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจฯ&amp;quot; เตือน 30 จังหวัดเสี่ยงเฝ้าระวัง พร้อมระบายน้ำลุ่มเจ้าพระยา-ปราจีนบุรี-บางปะกง &amp;quot;แม่ฮ่องสอน&amp;quot; เร่งค้นหา 7 ชีวิตสูญหายดินโคลนถล่มใน อ.สบเมย &amp;nbsp;&amp;quot;สตูล&amp;quot; ท่วม 4 อำเภอ ชาวบ้านกว่าหมื่นรายเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่อง พายุ &amp;quot;มังคุด&amp;quot; ระบุว่าเมื่อเวลา &amp;nbsp;16.00 น.ของวันนี้ (17 ก.ย.61) พายุโซนร้อนมังคุด บริเวณประเทศจีนตอนใต้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว มีศูนย์กลางบริเวณเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 24.2 องศาเหนือ ลองจิจูด &amp;nbsp;106.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าในช่วงวันที่ 17-18 ก.ย.61 จะเคลื่อนเข้าปกคลุมมณฑลยูนนาน ประเทศจีน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงวันที่ 17-19 ก.ย.61 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย.61 โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 &amp;nbsp;เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศว่า พายุไต้ฝุ่นมังคุดได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว แต่ยังทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากมี 30 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครนายก &amp;nbsp;ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำและลำน้ำที่สำคัญในหลายพื้นที่พบมีแนวโน้มทรงตัวและลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำภาคตะวันออกและภาคใต้ ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแม่น้ำภาคตะวันออกมีระดับปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่งในแม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก แนวโน้มทรงตัว แม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี แนวโน้มทรงตัว แม่น้ำบางปะกง อ.บางน้ำเปรี้ยว แนวโน้มทรงตัว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แนวโน้มเพิ่มขึ้น และคลองพระปรง อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว แนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนภาคใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่งในคลองละงู &amp;nbsp;บริเวณ ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล คลองนางน้อย ต.นาโยงใต้ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปราจีนบุรี บางปะกง ที่ยังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามที่ สทนช.ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำระบบชลประทานในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก ตามการคาดการณ์ปริมาณฝนที่จะตกต่อเนื่องในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกต้องปรับแผนการระบายน้ำ เพื่อแบ่งรับน้ำจากแม่น้ำนครนายก โดยให้กระทบต่อพื้นที่น้อยที่สุด รวมไปถึงการบริหารจัดการพื้นที่ทุ่งรับน้ำให้เป็นไปตามแผนด้วย&amp;quot; ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้มีสถานการณ์อุทกภัย 6 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และสตูล รวม 22 อำเภอ 66 ตำบล 317 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,565 ครัวเรือน 44,324 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พ.อ.กิตติพงศ์ &amp;nbsp;ชื่นใจชน รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร, พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17, พ.อ.วุฒิ ปฐมเรืองกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36, พ.อ.พงศธร บุญฟู &amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 36 สำนักงานทหารพัฒนา, นายเรืองฤทธิ์ ผลดี หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางลงพื้นที่ศูนย์อพยพแม่ละอูน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนเลื่อนไหลทับบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ศูนย์อพยพแม่ละอูน มีนายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย พร้อมด้วยนายจรูญ จินะกัณฑ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้สูญหายที่ยังค้นหาไม่เจอจำนวน 7 คน เป็นผู้หญิง 4 คน &amp;nbsp;ผู้ชาย 3 คน พบศพแล้ว 1 ศพ เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 2 ขวบ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ รพ.แม่ละอูน &amp;nbsp;จำนวน 11 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน ตรวจสอบบ้านเรือนที่เสียหายหมดทั้งหลังมี 6 หลังคาเรือน บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนและเล็กน้อยมี 8 หลังคาเรือน สิ่งที่ปลูกสร้างเป็นอาคารชั่วคราวเสียหายทั้งหลังจำนวน 5 หลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาครกล่าวว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนได้เร่งระดมค้นหาผู้สูญหายอีก 7 คน ซึ่งการค้นหาอาจจะเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีเศษไม้กองดินทับถมกันเป็นจำนวนมาก ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในความดูแลขององค์กรเอกชนที่รับผิดชอบภายในศูนย์อพยพ ซึ่งยังอยู่ภายใต้ขีดความสามารถในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของการฟื้นฟูช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมหารือแนวทางกันต่อไปว่าจะย้ายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือบ้านที่อยู่ในบริเวณเสี่ยงไปอยู่จุดใหม่เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต&amp;quot; รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 19.30 น.ของวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในพื้นที่ศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราวบ้านแม่ละอูน หมู่ที่ 1 เป็นเหตุทำให้ประชาชนผู้อพยพในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ และยังมีผู้สูญหายยังหาไม่เจออีกจำนวน 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สตูล น.ส.สุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสตูล (ปภ.สตูล) กล่าวว่า ผลพวงจากพายุมังคุดส่งผลให้เกิดมีฝนตกชุกและตกหนักอย่างต่อเนื่อง จนเกิดอุทกภัยในพื้นที่ จ.สตูล จำนวน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ควนกาหลง, อ.ละงู, อ.เมืองสตูล และ อ.ควนโดน รวมพื้นที่ประสบอุทกภัย 4 อำเภอ 16 ตำบล 63 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน 10,419 คน 2,860 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าชอร์ต 1 คน โรงเรียนได้รับผลกระทบน้ำท่วม 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านโคกประดู่, โรงเรียนอนุบาลเมืองสตูล, โรงเรียนกำแพงวิทยา และโรงเรียนบ้านย่านซื่อ ส่วนสภาพน้ำท่วมถนนสายฉลุง-ละงู ปริมาณน้ำยังคงท่วมถนนทั้ง 2 เลน แต่ยังสามารถใช้สัญจรไปมาได้ 1 ช่องทาง แต่โดยรวมการเดินทางต้องใช้ความระมัดระวัง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17821</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร, พ.อ.พงศธร บุญฟู, สาคร รุ่งเรือง, สำเริง แสงภู่วงค์, สุนารี บุญชุบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fb516c9577.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
