<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะหนังสือยัดไอซ์ ส่งทางไปรษณีย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบเล่ห์พ่อค้ายา เจาะหนังสือเป็นช่องสอดไอซ์บรรจุถุง ส่งไปรษณีย์ถึงลูกค้า ตำรวจจับได้ 1 รายพร้อมของกลาง ที่ขอนแก่น รวบได้แล้ว หนุ่มรับจ้างขนกัญชาครึ่งตัน ไม่ชำนาญทางทำรถคว่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่, พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส., ร.ต.อ.ธนศักดิ์ บริรักษ์นรากุล หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ หรือชุดตะวัน เข้าตรวจค้นภายในห้องพักหมายเลข 404 โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุมนายเพรียวพันธุ์ ทมคุณาพร อายุ 31 ปี ชาว จ.บึงกาฬ พร้อมไอซ์หนัก 82.31 กรัม บรรจุถุง ที่น่าสนใจคือไอซ์จำนวนหนึ่งบรรจุถุงใส่ไว้ในหนังสือแนะนำเครื่องสำอาง ที่เจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมยัดไอซ์ไว้ได้พอดี โดยหนังสือดังกล่าวบรรจุซองพัสดุเรียบร้อย จ่าหน้าผู้รับชื่อนายธีระศักดิ์ ตุมร และผู้ส่ง K.B.หาดใหญ่ รับของที่ บขส.ภูเก็ต ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในห้องพัก พบชายอีก 2 คนอยู่ในห้องด้วย รับว่ามาเสพยา จึงถูกจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายเพรียวพันธุ์ให้การว่า ไอซ์เป็นของนายธีระศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมา 3 ปี แต่จากพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การ เพราะในห้องพักยังพบซองพัสดุอีกหลายซองซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ส่งไอซ์ตามใบสั่ง รวมทั้งจากการเฝ้าติดตามพฤติกรรมพบว่ามีจะว่าจ้างวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณหน้าโรงแรมไปส่งที่คิวรถตู้เป็นประจำ จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น ที่ห้องประชุม สภ.บ้านไผ่ นายรุจน์ รังสี นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ และ พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าว มทบ.23 แถลงข่าวจับกุมนายณัฐพล จันทมัน อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/102 หมู่ 2 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาที่ขับรถขนกัญชาน้ำหนักรวม 500 กก. เสียหลักพลิกคว่ำที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าเคยรับจ้างขับรถนำหน้ารถขนยาเสพติด ครั้งล่าสุดรับจ้างขับรถขนกัญชาจาก อ.ปากปลา จ.นครพนม ไปยัง จ.สระบุรี ตกลงค่าจ้าง 4 หมื่นบาท ระหว่างทางพบด่านตรวจจึงเลี่ยงไปใช้ทางอื่น และไม่ชำนาญเส้นทางจึงขับรถพลิกคว่ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22938</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย, พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร, พ.ต.อ.จำรัส จันแดง, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, ยาไอซ์, ร.ต.อ.ธนศักดิ์ บริรักษ์นรากุล, รุจน์ รังสี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd4fd9075c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเพิ่มอีก12คน แก๊งสุทิพย์ต้มตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ควงรอง ผบ.ตร.สอบคดีเครือข่าย &amp;quot;สุทิพย์&amp;quot; โกงตำรวจเลยกว่า 200 ล้าน เผยจับเพิ่มอีก 12 คน มี จนท.ส่วนยุติธรรมร่วมด้วย ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.มีคำสั่งเด้งพนักงานสอบสวนที่ทำงานบกพร่อง 11 นาย ยันไม่เกิน 2 อาทิตย์สรุปสำนวนส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 2 ตุลาคมนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่ร่วมกันฉ้อโกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จ.เลย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 12 คน ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ส่วนยุติธรรมรวมอยู่ด้วยประมาณ 6-7 คน ซึ่งทั้ง 12 คนเป็นแถวที่ 3 มีเงินไหลเวียนในบัญชี 50-60 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เรื่องการฉ้อโกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์จังหวัดเลย ตั้งแต่มีการดำเนินการมาจนถึงวันนี้แยกเป็น 2 ส่วน ทั้งการสืบสวนและสอบสวน มี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนสืบสวน ในส่วนของสำนวนสอบสวนขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก หลังจากนี้น่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ คงสามารถสรุปสำนวนการสอบสวนทั้งหมดส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้ ส่วนการจับกุมจนถึงขณะนี้ มีการจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว 44 ราย อายัดทรัพย์ไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้จะเห็นได้ว่าความเสียหายเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย 200 กว่าล้าน ส่วนประชาชนทั่วไปถูกหลอกลวงประมาณ 700 ล้านบาท แต่ประเด็นขณะนี้ประชาชนผู้เสียหายที่มาแจ้งความยังไม่มากนัก ฝากไปยังประชาชนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ให้มาแจ้งความที่พนักงานสอบสวนภูธรภาค 4 และในเย็นนี้ผมจะลงไปสอบสวนพร้อมด้วย&amp;quot; พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยต่อว่า ผู้เสียหายที่เป็นตำรวจชั้นผู้น้อยขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง เราสามารถนำเงินมาคืนได้เกือบทั้งหมด เพราะทรัพย์สินที่ยึดมาได้แล้วกว่า 200 ล้านบาท เราจะเอาความเป็นธรรมทั้งหมดคืนให้ตำรวจชั้นผู้น้อย ขณะเดียวกันวันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนชุดเดิมที่พบความบกพร่องจำนวน 11 นาย ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) วันนี้ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในส่วนตำรวจชุดใดก็ตามที่ทำคดีแล้วไม่มีการอายัดเงิน แจ้งการจับกุม หรือปล่อยปละละเลย เป็นความผิด การทำหน้าที่เราไม่ปกป้องใคร ให้ความเป็นธรรมกับทุกส่วนอย่างแท้จริง ส่วนของเจ้าหน้าที่ยุติธรรมที่ร่วมกระทำความผิดเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์นั้น เราได้มีการประสานต้นสังกัดและผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกด้าน ทั้งหมดที่ถูกจับกุมเรามีหลักฐานชัดเจน มีเส้นทางการเงินที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำมาแสดง และเจ้าตัวก็รับสารภาพ โดยรับว่ามีการชักชวนให้มาลงทุนจริง เอาเงินคนอื่นมาลงทุนโดยได้เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์ เงินที่นำมาลงทุนคือเงินของสหกรณ์จังหวัดเลยนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หน.กองข่าว มทบ.23 พร้อมด้วย พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารเข้ายึดอายัดทรัพย์ผู้ต้องหาในคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยเพิ่มเติม โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 2 จุด ประกอบด้วย บ้านเลขที่ 888/71 หมู่บ้านสปริงเพลส ริมบึงหนองโคตร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสังกัดกระทรวงยุติธรรม รวมมูลค่า 15 ล้านบาท และจุดที่สองคือ ห้องชุด เลขที่ 123/131 ชั้น 16 เดอะเฮาส์คอนโด ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น เป็นคอนโดฯ ที่ น.ส.หทัยภัทร ผลิตกุศลธัช บุตรสาวของ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงเงินของข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดเลยจำนวน 196 ราย รวม 240 ล้านบาท นอกจากนี้กำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดยังได้ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินของนายแพทย์รายหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นคลินิกแอนด์สปา ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.แดนไพรกล่าวว่า คดีนี้มีการแจ้งข้อหา พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวกรวม 17 คน ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และข้อหาร่วมกันฉ้อโกงไปแล้ว ขณะนี้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอีก 12 คน จากการสอบสวนบางคนยอมรับว่ามีการถ่ายโอนเงินจริงและนำเงินไปซื้อทรัพย์สิน จึงยอมให้ยึดอายัดบ้านเพื่อขายนำเงินมาคืนผู้เสียหายตามกระบวนการต่อไป เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดอายัดทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว โดยการยึดอายัดทรัพย์สิน 3 แห่งวันนี้ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18949</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb376225ddc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ.เหยี่ยวข่าวช่อง7ตก &#039;นักบิน-ช่างภาพ&#039;ดับ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฮลิคอปเตอร์เช่าทีมข่าวช่อง 7 ตกกลางทุ่งนา อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ระหว่างบินมารับผู้สื่อข่าวที่สนามบินขอนแก่น นักบินพร้อมผู้ช่วยและช่างภาพอีก 2 เสียชีวิตรวม 4 ศพ เบื้องต้นคาดทัศนวิสัยไม่ดี ฝนตกตลอดเวลา &amp;quot;คมนาคม&amp;quot; ส่ง จนท.เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.กีรติกร อมรพัฒน์ภาคิน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณทุ่งนา ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงรายงานพล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, &amp;nbsp;พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าว กกล.รว.จว.ขอนแก่น, แพทย์เวร รพ.ชนบท และหน่วยกู้ชีพ อบต.วังแสง เดินทางไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุเป็นทุ่งนา พบเครื่องบินเล็กแบบเฮลิคอปเตอร์โดยสาร ยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS355 NS สีขาว ตกอยู่กลางทุ่งนา สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนของเครื่องบินกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นที่ โดยมีไฟลุกไหม้ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวเครื่องตกอยู่กลางทุ่งนาติดกับถนนบริเวณท้ายของหมู่บ้าน ส่วนห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร ขณะที่ผู้เสียชีวิตพบในที่เกิดเหตุทั้งหมด 3 ราย แยกเป็นบริเวณที่นั่งคนขับ 1 ราย และอีก 2 รายอยู่ห่างจากจุดตัวเครื่องประมาณ 10 เมตร จำสภาพไม่ได้ เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงระดมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนที่เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ซากเฮลิคอปเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ พุธพึ่ง อายุ 41 ปี ชาวบ้านหูลิง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า มีเสียงเฮลิคอปเตอร์บินต่ำกว่าปกติ มองขึ้นบนฟ้าก็เห็นเฮลิคอปเตอร์บินต่ำจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร วนไปมา 2 รอบ และเสียงเครื่องก็ดับกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งลงกลางทุ่งนา มีไฟลุกท่วม จึงรีบวิ่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ระเบิด และเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบศพผู้ตาย 3 ศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานขอนแก่น กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้รับรายงานว่าออกจากสนามบินฝึกบิน จ.สระบุรี และขอผ่านเส้นทางขอนแก่นเท่านั้น ก่อนขาดการติดต่อในพื้นที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น โดยรายละเอียดต่างๆ นั้น กรมท่าอากาศยานจะส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่อีกครั้ง เบื้องต้นคาดการณ์ว่าทัศนวิสัยไม่ดี เนื่องจากพื้นที่ขอนแก่นเป็นเส้นทางการจราจรทางอากาศนั้นมีเมฆปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และฝนตกตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นที่นาของนายพงษ์ นามเข็ม ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือและให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มที่ จนกว่าการดำเนินการสอบสวนสืบสวนและการกู้ซาก รวมทั้งการลำเลียงผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุจะแล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุนั้นรอสรุปยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อที่ได้มีการแจ้งแผนการบินมากับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พบว่า ได้ทำการขอทำการบินในเส้นทางสระบุรี-ขอนแก่น โดยยืนยันจำนวนผู้โดยสารประกอบด้วย นายเสกสรร &amp;nbsp;วรรณา กัปตัน, พ.ต.อ.สินสมุทร สันเพทา ผู้ช่วยนักบิน,นายสมเนา น้อยสกลุ ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และนายรณกิจ เพชรนิล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ส่วนเฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานของ บ.SFS เอวิเอชั่น จำกัด ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ทำการเช่าเพื่อทำข่าวและรายการต่างๆ ของทางสถานี โดยก่อนเกิดเหตุได้ทำการบินมารับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น แต่ขาดการติดต่อไป จนกระทั่งมาพบว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งทีมงานช่อง 7 เดินทางมาติดตามเหตุการณ์ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มารอทีมงานที่สนามบินขอนแก่น เพื่อร่วมทำข่าวอิทธิพลของพายุฝนที่ จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากในระยะนี้มีพายุเข้าในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยทีมข่าวนั้นให้มาสแตนด์บายเพื่อรายงานข่าวในพื้นที่ โดยขณะอยู่ที่สนามบินสระบุรียังคงคุยกันกับทีมงานอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมทำข่าวร่วมงานกับทีมเหยี่ยวข่าว 7 สี ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำข่าวเรื่องของตัวเอง หรือพูดเรื่องของตัวเอง ผมเสียมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ทุกวันเราอยู่กันแบบครอบครัว&amp;quot; ผู้สื่อข่าวช่อง 7 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ การวัดระยะและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะกับการหากล่องดำหรือเครื่องบันทึกการบินของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อประกอบในสำนวนการสอบสวนสาเหตุในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ได้แล้ว โดยพบถูกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเครื่องนั้นทับอยู่ ทำให้ในขณะนี้ยืนยันผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้แล้วทั้งหมด 4 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่ รพ.ชนบท ส่วนการเก็บกู้ซากเครื่องบินนั้น ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการฯ อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักรเดินทางไปเก็บรวบรวมข้อมูล และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือด้านการสอบสวนที่จัดทำขึ้นระหว่างกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการสอบสวนฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้แจ้งข่าวการเกิดอุบัติเหตุไปยังสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรัฐผู้ออกแบบและรัฐผู้ผลิตอากาศยานดังกล่าว และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตามมาตรฐานการบินพลเรือนระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด, ประยุทธ พุธพึ่ง, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ, ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก, สราวุธ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกต วรกี, เครื่องตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4ea50ee29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
