<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 แจงปืน 28 กระบอกไม่ได้หายพร้อมกัน แต่เป็นยอดสะสมในช่วงหลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.64 - พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี อาวุธปืน AK 102 จำนวน 28 กระบอก ของกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองนราธิวาสที่ 2 หาย ในวันที่ 18 พ.ค.2564 ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทราบมาว่า นายอำเภอจังหวัดนราธิวาส ได้ตรวจสอบสถานภาพของอาวุธปืนเมื่อ พ.ย. 63 ที่ผ่านมา และพบว่าหายไป 1 กระบอก ถึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมอาวุธปืนที่สูญหายทั้งหมดในห้วงที่ผ่านมาว่าหายจากสาเหตุอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จและตรวจพบว่ามีอาวุธปืน หายไปในห้วงที่ผ่านมา จำนวน 28 กระบอก ซึ่งบางส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อความไม่สงบ บางส่วนก็ไม่ใช่ แค่เป็นหารทยอยหายในหลายๆปี และมาสรุปยอดรวม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และมีเพจหนึ่งนำไปเสนอข่าว แต่ลงรายละเอียดไม่ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปืนทั้ง 28 กระบอกไม่ใช่เพิ่งหายและไม่ได้หายไปในล็อตเดียวกัน แต่เป็นการทยอยหาย หรือ อาวุธปืนหายสะสมในภาพรวมในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่ง นายอำเภอ จ.นราธิวาส ได้สำรวจสถานภาพของอาวุธปืนใหม่ว่า มีอยู่จำนวนเท่าไร หายไปอีกกี่กระบอก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรตื่นตระหนกหรือไม่ พ.อ. วัชรกร กล่าวว่า ขณะนี้มีบางเพจนำเสนอข่าวเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่ความจริงแล้วลงรายละเอียดไม่ครบถ้วน เพราะตามข้อเท็จจริงเป็นเพียงการตรวจสอบสถานภาพของคลังอาวุธปืนที่หายในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะหายในหลายๆสาเหตุ ไม่อยากให้ตื่นตนกกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวโยงกับการเตรียมก่อเหตุ หรือการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ใช่หรือไม่ พ.อ. วัชรกร กล่าวว่า มีความพยายามเชื่อมโยง ตามที่มีการนำเสนอข่าวนี้ออกไปให้เป็นประเด็น เพื่อหวังสร้างความตื่นกลัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ปืนหาย, พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac8d811da21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งติดตามนศ.ไทยถูกอียิปต์จับกุม เผยไม่เชื่อมโยงกลุ่มก่อการร้ายไอเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีนักศึกษาไทยถูกทางการอียิปต์จับกุมตัวไว้ หลังต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส โดยล่าสุดนั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าติดตาม เพื่อพูดคุยหารือกับทางการอียิปต์ถึงเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นนั้นจากการตรวจสอบไม่พบการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอสตามที่ได้เป็นข่าว โดยทุกภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามที่จะนำตัวนักศึกษาคนดังกล่าวกลับมาให้ได้ และได้แจ้งเตือนไปยังนักศึกษาไทยที่อยู่ในประเทศอียิปต์อีกกว่า 3 พันคนให้มีการระมัดระวังตัว ซึ่งทางประเทศอียิปต์เองก็กำลังมีความขัดแย้งอยู่ภายในด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้มีการประสานขอข้อมูลข่าวสารมายังสำนักข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานข้อมูล และตรวจสอบพฤติกรรมว่ามีความเชื่อมโยงหรือไม่อย่างไร ซึ่งในขั้นต้นก็ไม่ปรากฏความเชื่อมโยงแต่อย่างไร แต่ก็ต้องดูอีกครั้งว่า พยานหลักฐานที่ทางฝ่ายความมั่นคงของการประเทศอียิปต์มีอยู่นั้น มีอะไรบ้างและมากกว่าที่เป็นข่าวอยู่หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อการร้ายไอเอส, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, นักศึกษาไทยในอียิปต์, พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน, อียิปต์จับนักศึกษาไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d957c55247b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจง &#039;เฟกนิวส์&#039; ป่วนชายแดนใต้ทำสังคมสับสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - เวลา 09.00 น. พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่า จากกรณีเพจ Suara Patani, ข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้, Patani Kita, Fajar Harian, ประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนปาตานี และเพจ Cerita.Patani ได้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง และยังมีลักษณะชี้นำใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม โดยมีเจตนาที่จะทำลายความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติของเจ้าหน้ารัฐมาโดยตลอด โดยดูได้จากในหลายๆเหตุการณ์ที่ปรากฏผ่านสื่อดังกล่าวในห้วงที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเฟกนิวส์&amp;nbsp;(Fake News) หรือข่าวลวงเหล่านี้มีการโพสต์ข้อความบิดเบือน กล่าวหาโจมตีหน่วยงานภาครัฐ โดยไม่มีเหตุผลและปราศจากข้อเท็จจริง ทำให้ได้รับความเสียหาย และเกิดการเข้าใจผิดจากผู้ติดตามข่าวสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่นจากกรณีล่าสุดการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงได้ช็อคหมดสติภายในหน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยส่งเข้าทำการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ตามลำดับ โดยเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง จากคำแถลงการณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าวได้มีเพจข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้ และในกลุ่มเพจข่าวลวงได้ออกมากล่าวหาชี้นำสังคมว่าผลการแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จชต. มีความคลุมเครือในหลายประเด็น ซึ่งย้อนแย้งจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน จากการแถลงการณ์ในประเด็นต่างๆของทางคณะกรรมการฯ มีความชัดเจนเป็นอย่างมากในเนื้อหา และสามารถตอบคำถามซึ่งเป็นข้อสงสัยของสังคมได้ครบทุกประเด็น เช่น การตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซักถาม พบว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกประการ และไม่พบความผิดปกติใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสอบสถานที่ศูนย์ซักถาม พบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับกล้องวงจรปิดที่ไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากอาคารดังกล่าว เป็นอาคารใหม่เพิ่งสร้างเสร็จและเริ่มใช้งานเมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวกล้องได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบจากบริษัท จึงยังไม่ได้มีการใช้งาน โดยปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กล้องทุกตัวสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ยืนยันจากคำแถลงการของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เกิดจากอาการปอดอักเสพติดเชื้ออย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุนำจากภาวะสมองขาดเลือด และขาดออกซิเจน ซี่งคณะกรรมการฯได้รวบรวมข้อเท็จจริงจากความเห็นของแพทย์ที่ให้การรักษา สรุปได้ว่าการขาดออกซิเจนของสมอง กรณีของนายอับดุลเลาะ&amp;nbsp;น่าจะเกิดจากการแตกของหลอดเลือดในสมอง จากโรคหลอดเลือดโป่งพอง ซึ่งเป็นโรคที่จะไม่ปรากฏอาการใดๆ และไม่มีอาการแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิดการแตกออก อาการเช่นนี้จะส่งผลต่อเนื้อเยื้อสมองอย่างรุนแรง สอดคล้องกับการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่ามีเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นใน ซึ่งหากมีการกระแทกจากภายนอกจะมีเลือดออกที่เยื้อหุ้มสมองชั้นนอกเป็นลำดับแรก หรือหากมีการกระทำอื่นใดที่ทำให้ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ตามที่มีการกล่าวอ้าง เช่น ใช้ถุงคลุม หรือใช้ผ้าเปียกปิดหน้า และการกระทำอื่นๆที่ทำให้เกิดภาวะปิดกั้นทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามกับทางทีมแพทย์ พบว่าหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นจริง จะต้องมีการแสดงถึงจุดที่เลือดออกบ้าง เช่นที่ชัดเจนคือเยื้อบุหลอดเลือดแตกและมีเลือดออกที่ตา เหงือก หรือบริเวณริมฝีปาก และใบหน้าจะบวมคล้ำ ซึ่งกรณีของนายอับดุลเลาะไม่ปรากฏอาการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การช่วยเหลือครอบครัวของนายอัลดุลเลาะ&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการฯจะรวบรวมข้อเท็จจริงและผลการวินิจฉัยของแพทย์ รายงานให้ ศอ.บต. ทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการฯมีมติ เห็นควรให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม โดยจะเชิญภรรยาและครอบครัวของนายอับดุลเลาะฯมาหารือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมไปถึงเหตุลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิตในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา เพจเฟกนิวส์ดังกล่าว ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาโจมตีว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจากภาพความเป็นจริง ในการรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. และขนาด 9 มม. และจากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิต เป็นอาวุธที่คนร้ายเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รวม 13 คดี สำหรับอาวุธปืน M16 ที่ใช้ในการก่อเหตุพบเป็นปืนที่แย่งชิงมาจากการโจมตีจุดตรวจ ชคต.ปะกาฮะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งปืนกระบอกดังกล่าวยังใช้ยิงก่อกวนเหตุระเบิดตู้ ATM ในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในหลายเหตุการณ์จึงสามารถสรุปได้ว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มก็เช่นกันมีความพยายามออกมาชี้นำสังคมโดยโพสต์ภาพรอยเท้าบริเวณหลังเสื้อของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมหาวิทยาลัยฟาตอนี ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงในอีกหลายเหตุการณ์ที่เพจเฟกนิวส์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความพยายามบิดเบือน ไร้ความน่าเชื่อถือ ปราศจากข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว พล.ท.พรศักดิ์&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มเฟกนิวส์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้ทีมกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4.สน. เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับแอดมินเพจดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว ซึ่งหากปล่อยไว้อาจสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารการชี้แจงข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น รวมทั้งบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างระมัดระวัง และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไป เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มไม่หวังดี และอาจจะมีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ค่ายอิงคยุทธบริหาร, จ.ยะลา, พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, เพจข่าวลวงภาคใต้, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d674af28b8c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
