<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งสภากลาโหมหนุนรับเปิดประเทศ 1 พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 &amp;ndash; พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล. อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติสนับสนุนการเปิดประเทศ หลังวันที่ 1 พ.ย.2564 อย่างปลอดภัย พร้อมให้เฝ้าระวังการลักลอบเข้าประเทศ และให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ว่าจ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ พร้อมให้เฝ้าระวังโรคกลุ่มเสี่ยง เตรียมความพร้อมแพทย์ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ช่วยเหลือประชาชนในเรื่องอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120299</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.วันชนะ สวัสดี, รองโฆษกกระทรวงกลาโหม, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616faecb41cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหมกำชับ“เหล่าทัพ” คุมเข้มขั้นตอนรับ ‘ทหารใหม่’ ป้องกันโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย. 2564 พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มีพล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า รมช.กลาโหม ได้มอบหมายให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ดำเนินการรับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2564 ที่จะเดินทางเข้ามารายงานตัวในหน่วยฝึกทหารใหม่ ใน 1 ก.ค.64 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นการเตรียมการ ให้ดำเนินการกักตัวผู้ฝึกและครูฝึกก่อนทำการฝึก 14 วัน โดยให้จัดสถานที่อบรมและสถานที่ฝึกตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นการดำเนินกรรมวิธีรับทหารใหม่ ให้มีมาตรการควบคุมตั้งแต่ที่ว่าการอำเภอ และการปฏิบัติ ณ มณฑลทหารบก โดยให้ตรวจวัดอุณหภูมิ สอบประวัติ เพื่อประเมินความเสี่ยง สำหรับการเคลื่อนย้ายได้มีมาตรการการเว้นระยะห่างบนรถ รวมทั้งเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ และจำนวนยานพาหนะในการขนส่ง โดยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจให้ดำเนินการกักตัวเจ้าหน้าที่กำลังพลทุกนายที่เกี่ยวข้อง 14 วัน ตามมาตรการทางสาธารณสุข และขั้นการปฏิบัติในการฝึกทหารใหม่ ให้มีการตรวจคัดกรอง ร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่ และกักตัว เฝ้าระวังก่อนทำการฝึกในระหว่างนี้ให้ความรู้ในการดูแลป้องกันตนเองและลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด -19 รวมทั้งปรับสภาพความพร้อมก่อนการฝึก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้ทำการฉีดวัคซีนให้กับทหารใหม่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่กำลังพลหน่วยฝึกที่เกี่ยวข้องทุกนาย เพื่อป้องกันการเกิดกลุ่มระบาดใหม่ในค่ายทหารและชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107619</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มรับทหารใหม่, ป้องกันโควิดระบาด, พ.อ.วันชนะ สวัสดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba2560c1909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉลิมพระเกียรติ&#039;ราชินี&#039; มุ่งมั่นหน้าที่ราชองครักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; มีพระดำรัสถวายพระพร &amp;quot;สมเด็จพระราชินี&amp;quot; เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.2563 &amp;nbsp; กลาโหมจัดสัมมนาเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;ldquo;วิทยากร 904&amp;rdquo; ยกย่องพระอัจฉริยภาพด้านทหาร-พระราชอัธยาศัยอ่อนน้อม เผยมุ่งมั่นทำหน้าที่ราชองครักษ์ ฝึกหนักตามมาตรฐาน &amp;quot;ในหลวง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี &amp;nbsp;เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2563 ความว่า &amp;quot;ขอถวายพระพร เจริญพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลพระชนมสุขทุกประการ จงมีแด่สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ 3 มิถุนายน 2563 ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตร่วมกับปวงชนชาวไทย ถวายพระพรชัยให้มีพระกำลังเข้มแข็ง ในการประกอบพระราชกรณียกิจ ประสิทธิ์ประสาทความวัฒนาสถาพรมาสู่ประชาชาติไทยสืบไป ด้วยอานุภาพแห่งพระราชธรรมจริยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระราชหฤทัยซื่อสัตย์ กตเวทีต่อสมเด็จพระราชสวามี และทรงบริบูรณ์ด้วยพระมหากรุณาต่ออาณาประชาราษฎร ตลอดหนึ่งปีนับแต่เสด็จสถิตในที่สมเด็จพระอัครมเหสี ได้ทรงสำแดงให้เห็นประจักษ์ว่า ทรงพร้อมอุทิศพระองค์ สนองพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสัมฤทธิผลเป็นประโยชน์สุขของปวงประชา อีกทั้งทรงอธิษฐานพระราชหฤทัยว่า จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนบูรพราชนารีแห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประหนึ่งทรงมุ่งจะปิดทองหลังพระ โดยหมายจะให้พระพุทธปฏิมางดงามบริบูรณ์อย่างเต็มองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ทรงดำรงมั่นในพระราชจริยาฉะนี้ แสดงถึงพระปรีชาญาณ ที่ทรงสามารถข่มพระจิต อันมีธรรมชาติเป็นของดิ้นรนกวัดแกว่ง ให้กลับสงบ นิ่ง ไม่หวั่นไหว และมั่นคงแน่วแน่ต่อความดี ด้วย &amp;lsquo;สัจจะ&amp;rsquo; คือความซื่อตรง ด้วย &amp;lsquo;ทมะ&amp;rsquo; คือความฝึกตน ด้วย &amp;lsquo;ขันติ&amp;rsquo; คือความอดทน และด้วย &amp;lsquo;จาคะ&amp;rsquo; คือความเสียสละ เป็นธรรมะประจำพระราชหฤทัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้น พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจึงพึงตั้งดวงจิตไว้ด้วยความจงรักภักดี น้อมถวายกำลังพระราชหฤทัย ให้ทรงบริบูรณ์ด้วยพระคุณสมบัติของขัตติยนารี เสด็จสถิตเป็นศรีสง่าแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตลอดกาลนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ มงคลวารคล้ายวันพระราชสมภพมาบรรจบถึง จึงขออัญเชิญพระพุทธภาษิต มากล่าวอ้างเป็นสัจจวาจา ว่า ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ &amp;nbsp;อุชุํ กโรติ เมธาวี อุสุกาโรว เตชนํ แปลความว่า &amp;quot;คนมีปัญญา ทำจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศรทำลูกศรให้ตรงได้ฉะนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเดชะแห่งสัจจวาจานี้ ขอประชาราษฎร์ทั้งปวง จงสมัครสมานสามัคคีพร้อมเพรียงกัน ทำนุบำรุงราชอาณาจักรไทยให้รุ่งเรือง เพื่อสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ จักได้ทรงพระเกษมสำราญ ปลอดโปร่งทั้งพระวรกายและพระราชหฤทัย ทรงนำพาประชานิกรให้ประสบความเกษมสโมสรยิ่งๆ ขึ้นไป สมดังพระราชประสงค์จำนงหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญของอาณาประชาชนสืบไป เป็นนิตยกาล เทอญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพินิตประชานารถ ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงโหม จัดโครงการสัมมนาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.2563 มีพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วันชนะ สวัสดี วิทยากรจิตอาสา 904 กล่าวในการบรรยายพิเศษหัวข้อ &amp;ldquo;พระราชกรณียกิจ ด้านทหาร และโครงการจิตอาสาพระราชทาน&amp;rdquo; กล่าวว่า การถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์นั้น บุคคลแวดล้อมมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกองทัพและกำลังพลที่อยู่ในกองทัพ ต้องเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย ไม่ทำตัวให้เสื่อม หรือไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดี เช่น ยาเสพติด อิทธิพลมืด ทุจริต เพราะการปฏิบัติตัวจะกระทบถึงพระองค์ด้วย โดยเฉพาะหน่วยในพระองค์แล้วยิ่งต้องตระหนักมากขึ้นไปอีก ในส่วนของสมเด็จพระราชินีนั้น พระองค์ท่านทรงปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์อย่างมุ่งมั่นในการถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตั้งมั่นในการถวายรักษาความปลอดภัยด้วย ผ่านการฝึกฝนทางทหาร มีความเข้มแข็ง อดทน และมีวินัยอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 11 พ.ค.2559 ซึ่งสมเด็จพระราชินี ทรงทำหน้าที่ผู้บังคับกองผสมฯ ในการแสดงราชวัลลภเริงระบำ ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เวลาการแสดง 48-50 นาที มีทั้งหมด 3 บทของการฝึก บางบทมี 6 กลุ่มท่า บางบทมี 7 กลุ่มท่า กลุ่มท่าต่างๆ ประกอบด้วย การแทรกขบวน มีทั้งท่านั่ง ทางยืน ท่าเดิน ซ้ายหัน ขวาหัน รวมถึงท่าแทรกขบวนขณะเคลื่อนที่ ท่าการใช้อาวุธในการแสดงความเคารพ ท่าเคลื่อนที่ทางการทหารโดยถือปืนไปด้วย ท่าตรวจอาวุธประจำหมวด ทั้งปืนกล ปืนเล็กยาว ปืนสั้น สิ่งที่เห็นทั้งหมด พระองค์ท่านได้ทรงฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันด้วยมาตรฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทหารด้วยกันจะรู้ความรู้สึกของการฝึกดีว่าเป็นอย่างไร ถ้าไม่ซ้อมจริง ทำออกมาแบบนี้ไม่ได้ มีหลายคนคิดว่าพระองค์ท่านไม่ได้ฝึกจริงจัง แล้วก็ได้ประกาศ ได้วุฒิบัตร ได้เข็มมา ทั้งที่ความจริงต้องฝึกหนัก และการฝึกเพื่อถวายความปลอดภัยนั้น เป็นไปตามมาตรฐานของในหลวงทั้งหมด&amp;quot; พ.อ.วันชนะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วันชนะกล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงที่สมเด็จพระราชินีทรง ทำหน้าที่ราชองครักษ์ เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในพิธีตอกหมุด และ ถวายธงชัยเฉลิมพล 63 ธง ภาพที่เห็นคือทรงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระยะเวลาที่กองทหารเข้ารับธงชัยเฉลิมพลฯ เฉลี่ยหน่วยละ 1 นาที รวม 63 หน่วย เท่ากับว่าต้องนั่งอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ในแต่ละช่วงของการนั่ง จะมีการคุกเข่าสูงขึ้นมา รับธงชัยเฉลิมพลที่มีน้ำหนักพอสมควร และยื่นถวายในหลวง และก็ต้องนิ่ง นี่คือความอดทน และความมุ่งมั่นของพระองค์ ในการถวายความปลอดภัย และถวายพระเกียรติให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติของพระองค์นั้น การพระราชทานยศทางทหารไม่ได้มีการข้ามยศหรือรวดเร็วเกินไป เริ่มต้นจากการเป็นนายทหารยุทธการ และก่อนขึ้นเป็นรองผู้บังคับกองพันฯ ก็ต้องไปเรียนชั้นนายร้อยฯ ชั้นนายพันฯ หลักสูตร 3 เดือน ที่ศูนย์การทหารราบ จากนั้นเป็นขึ้นตามลำดับชั้น จากผู้บังคับกองพันฯ รองผู้บังคับการกรมฯ ขึ้นเป็นผู้บังคับการกรมโรงเรียนทหารมหาดเล็กฯ จากนั้นเป็นฝ่ายเสนาธิการ และปี 2558 เป็นราชองครักษ์ ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้เข้ารับการฝึกทางทหารหลายหลักสูตร หลังจากผ่านเคยผ่านหลักสูตรทหารมหาดเล็กฯ มาแล้ว ก็เข้ารับการอบรมหลักสูตรการยิงปืนพก รวมถึงหลักสูตรของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ Jungle Warfare เหมือนกับหลักสูตรจู่โจมของกองทัพบก ผสมกับหลักสูตรทหารเสือราชินี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังผ่านหลักสูตรโดดร่มของศูนย์สงครามพิเศษ ของกองทัพบก การโดดร่มของนาวิกโยธินที่โดดร่มลงทะเล ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้กระโดด การเทสต์ร่างกายต้องว่ายน้ำ 300 เมตร ซึ่งทั้งหมดเพื่อนำไปสู่การทำหน้าที่ราชองครักษ์ในการถวายความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นยังผ่านหลักสูตรการบินในปี 2553-2555 โดยเป็นศิษย์การบินของโรงเรียนศูนย์การบินทหารบก เป็นศิษย์การบินโรงเรียนการบินกำแพงแสนกองทัพอากาศ และสอบนักบินเครื่องบินพาณิชย์ได้ใบอนุญาตจากยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คือสมเด็จพระราชินีที่พวกเรารักจากพระอัจฉริยภาพและพระราชอัธยาศัย ความอ่อนน้อมที่เป็นกันเอง จากรอยยิ้มที่พวกเราเห็นจากข่าวพระราชสำนัก จึงไม่น่าแปลกใจที่พระองค์เป็นที่รักของปวงชนชาวไทย&amp;rdquo; วิทยากรจิตอาสา 904 กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67577</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.วันชนะ สวัสดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed4fcd6a64c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ผู้พันเบิร์ด’เลื่อนยศเป็นพันเอก(พิเศษ)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าอิจฉา สำหรับ ผู้พันเบิร์ด หรือ พ.อ.วันชนะ สวัสดี เพราะนอกจากภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ 2 ที่เจ้าตัวรับบทเป็นเสือฝ้าย หัวหน้าชุมโจรที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลาง ผู้มีวิชามนต์สะกดหยุดทุกสิ่งพร้อมพละกำลังมหาศาล ลงโรงฉายพร้อมกับกระแสการตอบรับที่ดี ล่าสุดในส่วนของงานประจำกับการเป็นชายชาติทหาร ผู้พันเบิร์ดก็ได้เลื่อนยศจากพันเอก เป็น พันเอก (พิเศษ) ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วันเกิดปีนี้ มีเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผมเกิดขึ้นพร้อมกันคือได้รับการเลื่อนจากพันเอกเป็นพันเอก(พิเศษ) อันดับแรกต้องขอขอบคุณพี่น้องที่ทำงาน(กองประชาสัมพันธ์)ทุกคนที่ช่วยผมทำงานจนสำเร็จทุกภารกิจ รวมไปถึงเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆที่สนับสนุนผมมาตลอด จนงานลุล่วง ขอบผู้บังคับบัญชาที่มอบโอกาสในการทำงาน และสุดท้ายคือครอบครัวที่เป็นกำลังใจที่สำคัญ ทั้งพ่อ ปามและวิน และบีน้องชายผมด้วย ขอบคุณทุกกำลังใจครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @Colonelbird&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16273</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุนพันธ์ 2, ผู้พันเบิร์ด, พ.อ.วันชนะ สวัสดี, พันเอก (พิเศษ), เลื่อนยศ, เสือฝ้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83e8ae9d6a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้พันเบิร์ดควง&#039;น้องเกี่ยวก้อย-ทูตปรองดอง&#039;เจาะกลุ่มวัยรุ่นแจกเอกสารสัญญาปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.61 - ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม ฝั่งสยามสแควร์วัน พ.อ.วันชนะ สวัสดี หรือผู้พันเบิร์ด ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยน้องเกี่ยวก้อย ซึ่งเป็นตุ๊กตามาสคอตสัญลักษณ์ความปรองดอง พร้อมด้วยทูตปรองดอง ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เป็นบุคคล ลงพื้นที่แจกเอกสารสัญญาประชาคมของคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยในวันนี้เป็นการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการ ซึ่งในเบื้องต้นเป็นการแนะนำตัว และการทำงานในการลงพื้นที่ให้ข้อมูลพูดคุยกับประชาชนได้โดยตรง โดยมีประชาชนให้ความสนใจอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วันชนะ กล่าวว่า มารณรงค์ให้ประชาชนได้ร่วมกันสร้างบรรยากาศของความสามัคคีปรองดองซึ่งอยู่ในข้อที่หนึ่งของสัญญาประชาคมที่พวกเราทุกคนร่วมกันคิดร่วมกันเขียนขึ้นมา พร้อมเปิดตัวแอมบาสเดอร์ สามัคคีปรองดองซึ่งเป็นน้องทหารที่ทำงานอยู่ในกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วันชนะ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ครั้งที่แล้วที่บริเวณอนุสาวรีย์ได้มีคำถาม ว่าสิ่งที่ คสช.ทำถูกต้องหรือไม่ ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศและจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขอชี้แจงว่าเราได้แบ่งขั้นตอนของการดำเนินการเรื่องความสามัคคีปรองดองออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเข้ามาของ คสช.เพื่อต้องการจัดการเรื่องความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ คสช.ได้ทำสำเร็จไปแล้ว สามารถลดวุ่นวายลงไประดับหนึ่งและหายไปในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วันชนะ กล่าวว่า ส่วนระยะที่ 2 เมื่อเรารับทราบปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาจากความเหลื่อมล้ำในสังคม เราได้ดำเนินการปฏิรูปในทุกๆด้านและระยะที่ 3 รัฐบาลต้องการที่จะส่งต่อเรื่องความมั่นคงยั่งยืน ต่อไปในอนาคต คือกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นการแก้ไขปัญหาในระยะที่ 2 และที่ 3 จะดำเนินการพร้อมพร้อมกัน เมื่อมีการปฏิรูปเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ชาติและขณะนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่ยังไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ซึ่งยังต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ในชาติ เพื่อให้การปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติ เห็นเป็นรูปประธรรม&amp;quot; พ.ท.วันชนะ กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการเลือกตั้งก็บรรจุอยู่ในสัญญาประชาคมรวมอยู่ในข้อที่ 1 &amp;nbsp;เราก็มารณรงค์ ให้ทุกคนปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความเท่าเทียมกัน เช่น มีพรรคเล็กได้ให้ข้อเสนอมาว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่มีความเท่าเทียมกันในการหาเสียงซึ่งข้อปัญหาตรงนี้เราจะนำไปสู่การปฏิรูปในด้านการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วันชนะ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ไปจะนำน้องเกี่ยวก้อยและคณะเข้าไปยังหน่วยทหารเพื่อให้กำลังใจทหารที่เข้ามารับใช้ชาติเพราะตนเห็นว่าทหารเหล่านั้นได้ทำหน้าที่ตามกฎหมายซึ่งไม่ว่าจะเข้ามาด้วยวิธีการสมัครใจหรือจับสลากมาก็ตามก็ถือว่าเขาได้กลับเข้ามาทำหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ส่วนคนที่จะมาแสดงความคิดเห็นนั้นขอให้แสดงความคิดเห็นด้วยความจริงใจเราพร้อมที่จะรับฟังทุกความคิดเห็น พร้อมจะนำมาแก้ไขปรับปรุงและขอขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นซึ่งที่ผ่านมาการสร้างความสามัคคีปรองดองมีแนวโน้มที่ดีขึ้นซึ่งสะท้อนมาจากโครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่ประชาชนสะท้อนปัญหาปากท้องมากกว่าปัญหาการเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตปรองดอง, น้องเกี่ยวก้อย, ผู้พันเบิร์ด, พ.อ.วันชนะ สวัสดี, สยามสแควร์วัน, สัญญาปรองดอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1924e48264.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายหลอน!&#039;ผู้พันเบิร์ด&#039;เปิดตัว&#039;น้องเกี่ยวก้อย&#039;เวอร์ชั่นใหม่สดไสกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องเกี่ยวก้อย&amp;rdquo; เวอร์ชั่นใหม่ สสัดลุคหน้าดำ เปลี่ยนเป็นสาวน้อยสดใส เตรียมควง &amp;ldquo;ผู้พันเบิร์ด&amp;rdquo; ลงพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ&amp;nbsp;5 เม.ย.นี้&amp;nbsp; เดินหน้าแจกเอกสาร &amp;ldquo;สัญญาประชาคม สัญญาใจไทยทั้งชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ &amp;ldquo;ปรองดองเป็นของประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งมีทีมงานโฆษกกระทรวงกลาโหมทำหน้าที่ดูแล ได้เผยแพร่ภาพของ &amp;ldquo;น้องเกี่ยวก้อย&amp;rdquo; เวอร์ชั่นใหม่ ที่มีการจัดทำตุ๊กตามาสคอตแนวหน้าตาน่ารักสดใสขึ้นมาใหม่ พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร และดวงตากลมโตเป็นประกาย สวมใส่ชุดกระโปรงสีม่วง-ขาว ทรงผมหน้าม้า และมัดผมแกละ สไตล์คล้ายกับนักร้องวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง หลังจากที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่านำตุ๊กตาใช้แล้วมาทำใหม่ และมีหน้าตาดำไม่สดใส โดยในเพจดังกล่าวระบุข้อความว่า &amp;ldquo;เตรียมพบกับ &amp;ldquo;น้องเกี่ยวก้อย&amp;rdquo; โฉมใหม่ ที่จะกลับมาทำหน้าที่สัญลักษณ์แห่งความสามัคคี&amp;nbsp;5 เม.ย.นี้ เจอกันเเน่นอน !!! อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิค่าา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;ldquo;น้องเกี่ยวก้อย&amp;rdquo; เวอร์ชั่นใหม่ จะเปิดตัวพบกับประชาชนในวันที่ 5 เม.ย.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยจะมีพ.อ.วันชนะ สวัสดี หรือผู้พันเบิร์ด ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม และรองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มาร่วมกันแจกเอกสาร &amp;ldquo;สัญญาประชาคม สัญญาใจไทยทั้งชาติ&amp;rdquo; ให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย เช่น มองว่าน้องเกี่ยวก้อย ดูดีขึ้นกว่าเดิมโดยเปรียบเทียบกับมาสคอตตัวเก่าที่น่ากลัว หลอนเหมือนตุ๊กตาผี นอกจากนั้น ตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณในเรื่องดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6361</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องเกี่ยวก้อย, ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม, ผู้พันเบิร์ด, พ.อ.วันชนะ สวัสดี, เวอร์ชั่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac33d1640a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
