<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ. ป้อง &#039;ผู้พันเจี๊ยบ&#039; ไม่ลงโทษวินัย ชี้เป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการแสดงความเห็น ในเฟซบุ๊ก &amp;quot;Nusra Vorapatratorn&amp;quot; ของ พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร นายทหารประจำกรมยุทธการทหารบกนั้นเป็นลักษณะส่วนบุคคล ในฐานะประชาชนในสังคมไทย ปัจจุบันเจ้าตัวไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ รองโฆษกกองทัพบกแล้ว สำหรับเนื้อหาที่โพสต์ แม้อาจไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือ สร้างความเสียหายให้กับสังคมหรือประเทศชาติก็ตาม แต่ด้วยเนื้อหาอาจทำให้บางบุคคลบางกลุ่มไม่สบายใจ โดยเฉพาะการพยายามนำไปเชื่อมโยงกับตัวองค์กรหน่วยงาน&amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าตัวได้ตัดสินใจลบโพสต์ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบางบุคคลนำไปใช้ขยายผลในแง่มุมต่างๆ รวมถึงไม่ต้องการให้มีการโพสต์ข้อความ ภาพที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิด พ.ร.บ.คอมฯ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเอง จึงให้สังคมได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวว่า วอนสังคมอย่าเชื่อมโยงประเด็นนี้กับองค์กร เนื่องจากในระยะหลังพบว่ามีบางกลุ่มบางบุคคลพยายามแสดงความเห็นต่อกองทัพบก รวมถึงผู้บังคับบัญชาในลักษณะเชิงอคติและไม่เป็นธรรม อย่างเช่น กรณีข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีการโพสต์แสดงความคิดเห็นทำนองชี้นำปั่นกระแสให้เกิดภาพลบต่อผู้บังคับบัญชาและ งค์กร ในช่วงระยะนี้จึงขอให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสารให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทางต้นสังกัดได้ตักเตือนหรือลงโทษทางวินัย ผู้พันเจี๊ยบหรือไม่ เพราะกองทัพบกห้ามไม่ให้กำลังพลวิจารณ์เรื่องการเมือง พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ต้องพิจารณาใน 3 ประเด็นหลักคือ 1.ผิดกฎหมายหรือไม่ 2.กระทบต่อสัมคมและประเทศชาติหรือไม่ และ 3.กระทบต่อภาพลักษณ์กขององค์กรหรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาในเนื้อหาของโพสต์ จะเห็นได้ว่าเป็นการแสดงความห่วงใยในฐานะผู้ใหญ่ ซึ่งคนในสังคมหลายเห็นก็มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต่อไปนี้ ทหารในกองทัพทุกคนสามารถโพสต์แสดงความคิดเห็นเรื่องการชุมนุมได้ทุกคนหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะสามารถโพสต์อะไรได้ ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป ซึ่งหากการโพสต์ของผู้พันเจี๊ยบผิดกฎหมาย เจ้าตัวก็ต้องรับผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เข้าข่ายข้อ 3 กระทบต่อภาพลักษณ์กองทัพบก หรือไม่ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะมารวมตัวกันที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกวันนี้ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า จะมากันหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า กลุ่มผู้ชุมนุม มาแน่นอน พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แม้ไม่มีกรณี ผู้พันเจี๊ยบ มองว่า ม็อบก็ต้องหาเงื่อนไขมาชุมนุมที่หน้ากองทัพบกอยู่แล้ว ใช่หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น เพียงแต่การชุมนุมเกิดขึ้นอยู่แล้วในห้วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กองทัพบก ไม่ได้ห้ามให้กำลังโพสต์แสดงความคิดเห็นในเชิงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ การไปห้ามเท่ากับไปทำให้เขาเสียสิทธิในฐานะที่เป็นประชาชน คนหนึ่งหรือไม่&amp;rdquo; พ.อ.วินธัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า การโพสต์ของผู้พันเจี๊ยบ เป็นการแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ใช่หรือไม่ พ.อ. วินธัย กล่าวว่า ไม่ได้มองเช่นนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้พันเจี๊ยบ, พ.อ.วินธัย สุวารี, พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c260f0c8b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกทบ.แจง &#039;บิ๊กแดง&#039; ไม่เกี่ยว ทหารอียิปต์ติดโควิดเข้าไทย วอนปชช มีวิจารณญาณเสพข่าวโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 &amp;nbsp;- พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก &amp;nbsp;กล่าวว่า กองทัพบก และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับการเดินทางมาไทย ของทหารสัญชาติอียิปต์ ที่ติดโควิด -19 พร้อมลูกเรือ ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน 11 กลุ่มชาวต่างชาติที่สามารถเข้าประเทศไทยได้ ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 6) โดยจัดอยู่ในกลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรตามภารกิจ และมีมาตรการรองรับในการกำกับดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล โดยเฉพาะการติดเทรนด์ #ในทวิตเตอร์ และ โซเชียลมีเดีย กล่าวหาและเชื่อมโยง ให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากองทัพบกหรือผู้บัญชาการทหารบก มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;quot; โฆษกกองทัพบก &amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้เพจ Army Spoke Team ของกองทัพบก ยังโพสต์ข้อความระบุว่า ด้วยขณะนี้ปรากฏมีการสร้างกระแสโดยติดเทรนด์ #ในทวิตเตอร์ และsocial media กล่าวหาและเชื่อมโยงให้เข้าใจผิดว่ากองทัพบกหรือผู้บัญชาการทหารบก มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ทหารอียิปต์ ซึ่งเดินทางโดยเครื่องบินเข้ามาในไทยและได้เข้าพักชั่วคราวใน สถานที่กักตัว ที่ จ.ระยอง ต่อมาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด19 นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง กองทัพบกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดใดกับการเดินทางของทหารอียิปต์ที่มีการระบุว่ามีการติดเชื้อโควิด ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ เพราะเป็นการกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริง เชื่อมโยงในลักษณะชี้นำ หวังให้เกิดความเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขอผู้ใช้โซเชียลมีเดียยุติการส่งข้อความต่อหรือติด #ในข้อความดังกล่าวเพราะไม่ใช่เรื่องจริงและอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่มีเจตนาบิดเบือนให้ร้ายต่อกองทัพบก ทั้งนี้ขอให้รับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือ ศบค.เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอียิปต์, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., พ.อ.วินธัย สุวารี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c5a6071811.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมาะเจาะลงล็อกเหมือนวางคิวเอาไว้เลยทีเดียว การจัดตั้ง &amp;quot;กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;quot; หรือ &amp;quot;บช.สอท.&amp;quot; ซึ่งหลายคนเรียกสั้นๆ ว่า &amp;quot;บช.ไซเบอร์&amp;quot; ตามไทม์ไลน์ที่ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงแถลงไขเอาไว้ว่าการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ป้ายแดงแห่งนี้จะเสร็จเรียบร้อยภายใน 3 เดือนข้างหน้า นับนิ้วดูเวลาก็ประมาณเดือนสิงหาคม เท่ากับทันห้วงเวลาการแต่งตั้งตำรวจระดับ &amp;quot;นายพล&amp;quot; วาระประจำปี ที่ต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคมพอดิบพอดี งานนี้ก็เลยลงล็อกสามารถแต่งตั้งส่วนหัวทั้งหมดตั้งแต่ &amp;quot;ผบช.&amp;quot; ยศ พล.ต.ท. ลงไปถึงตำแหน่งผู้บังคับการ (ผบก.) ยศ พล.ต.ต.ได้เลย ซึ่งใครจะมาเป็น ผบช.สอท.คนแรกยังไม่มีใครแย้มพรายออกมา แต่ดูเหมือนว่า เก้าอี้ &amp;quot;ผบก.&amp;quot; ของ บช.สอท. ที่มีทั้งหมด 7 กองบังคับการ น่าจะต้องแปะชื่อ บิ๊กเม่น-พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส. หัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มือทำงานข้างกาย &amp;quot;รมต.บี&amp;quot; พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น่าจะแปะป้ายจอง บก.ระดับเกรดเอเอาไว้ตั้งแต่ไก่โห่แน่นวล ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งามหน้า (อีกแล้ว) &amp;quot;ตำรวจไทย&amp;quot; เมื่อแม่ค้าอาหารทะเลสดร้องเรียนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทลุง จับกุมขณะขับรถกลับบ้านในพื้นที่ ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง หลังไปรอรับอาหารทะเลในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยแจ้งข้อหาฝ่าฝืนช่วงเคอร์ฟิว พร้อมเรียกเก็บเงิน 80,000 บาท จนมีการต่อรองลงมาเหลือเพียง 10,000 บาท แต่ผู้เสียหายจ่ายได้เพียง 5,700 บาท จากนั้นเจ้าหน้าชุดจับกุมให้แกะหอยนางรมให้กินแกล้มเหล้า ภายในห้องทำงานของ สภ.เมืองพัทลุง จน บิ๊กแหม๋ว-พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 นั่งไม่ติดเก้าอี้ สั่งให้รีบรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเป็นพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ความจริงได้ให้เร็วที่สุด และพยานหลักฐานที่พาดพิงไปถึงผู้ใดให้ดำเนินการตามกฎหมายทั้งอาญาและวินัยอย่างเคร่งครัด กระทั่ง พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันทร์ดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง ให้ทาง สภ.เมืองพัทลุง รายงานข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน รวมทั้งสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดดังกล่าว ระดับชั้นประทวนที่มีการพาดพิงถึง 3 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่เวรยามที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง โดยไม่ให้ลงทำงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องนี้มีความคืบหน้ากรณีมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่งเผยแพร่คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า สภ.หนองจอก จ.เพชรบุรี จะฉี่ที่นี่ต้องต่อรองกันก่อน เรียก 40,000 บาท จบที่ 33,000 บาท พล.ต.ต.เทียนชัย คามะปะโส ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจกุล ผกก.สภ.หนองจอก พร้อมกับมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการยัง ศปก.ภ.จว.เพชรบุรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม และให้ พ.ต.อ.ปัญจพล ชำนาญหมอ รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี รรท.ผกก.สภ.หนองจอก จว.เพชรบุรี รวมทั้งมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 นาย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 เป็นต้นไป รวมทั้ง ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับคณะกรรมการสอบสวนเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจริง จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ประกอบกับให้พิจารณาตั้งกรรมการกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างกำลังใจให้ลูกน้องอักโข ผบ.แป๊ะ สะบัดปากกาถึง ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า แจ้งเรื่องนโยบายการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตำรวจช่วงวิกฤติโควิด-19 ให้แต่ละหน่วยสั่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการเงินตรวจสอบตำรวจในสังกัดที่มียอดเงินเดือนคงเหลือต่ำกว่า 5,000 บาท โดยผู้บังคับบัญชาดำเนินการคือ กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางด้านการเงินแก่ตำรวจและครอบครัว เช่น จัดหาอาชีพเสริมให้ตำรวจและครอบครัวให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน เพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายในครัวเรือน ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จัดโครงการอาหารกลางวันให้กับตำรวจ จัดโครงการตู้ปันสุข เป็นต้น รวมทั้งให้ บช.และ บก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. รายงานผลการดำเนินการภายใน 30 มิ.ย.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือในภาพรวมต่อไป ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รักษาอาการติดเชื้อโควิด-19 และกลับมาปฏิบัติหน้าที่เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกแล้ว&amp;nbsp; สำหรับ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี ที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก หลังเกิดเหตุ &amp;ldquo;สนามมวยลุมพินี&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;rdquo; แพร่เชื้อโควิด-19 โดยเว็บไซต์ของกรมสวัสดิการทหารบก ได้เผยแพร่ภาพ &amp;ldquo;เจ้ากรมฯ ราชิต&amp;rdquo; เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 6 อาคาร บก.กรมการสวัสดิการทหารบก เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่สถานะนายสนามมวยเวทีลุมพินีก็ถูกถอดไปตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ พร้อมบอร์ดทั้งหมดที่บกพร่องในการบริหารจัดการมาตรการควบคุมโรค ส่วนจะเพียงพอต่อความรับผิดชอบจากผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมตัดสิน แต่ที่แน่นอนคือ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประกาศว่าได้จัดการลงโทษไปแล้ว ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ สนามมวยในความรับผิดชอบของกองทัพ ต้องเปลี่ยนไปตามนโยบายของ ผู้นำเหล่าทัพ ในการนำเงินนอกงบประมาณเข้าสู่ระบบ โดยขออ้างที่มาที่ไปจากเว็บไซต์ www.smmsport.com สื่อออนไลน์ที่นำเสนอความเคลื่อนไหวในแวดวงกีฬา ล่าสุด &amp;quot;วันเผด็จ ผู้ครองฟ้า&amp;quot; หรือ น.อ.ยอดวันเผด็จ สุวรรณวิจิตร ผู้คร่ำหวอดในแวดวงมวย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังจะมีเอกชนเข้ามาบริหารสนามมวยลุมพินี และสนามมวยเยาวชนกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยสนามมวยลุมพินีมี บริษัท ซีพี เข้ามายื่นซองประมูลได้เป็นผู้บริหารเวทีมวยลุมพินีแต่ผู้เดียว ส่วนเวทีมวยเยาวชนกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ขณะนี้มี 3 กลุ่มยักษ์ใหญ่ในวงการมวยที่เข้ามายื่นซองประมูลคือ กลุ่มเกียรติเพชร ของเฮีย &amp;quot;ชุ้น เกียรติเพชร&amp;quot; นายพีระพงศ์ ธีรเดชพงศ์ โปรโมเตอร์ศึกเกียรติเพชร เวทีมวยลุมพินี และ นายคำจันทร์ ชาวคำเขต กลุ่มที่ 2 เสี่ยฮุย นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์ผู้บริหารค่ายมวยนครหลวงโปรโมชั่น โดยมีบริษัทลูกนาม &amp;quot;รวยดี&amp;quot; เข้ามายื่นซองประมูล โดยกลุ่มนี้มี &amp;ldquo;บิ๊กซ้ง&amp;quot; นายทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์ศึกวันทรงชัย-โปรโมเตอร์จิตรเมืองนนท์ เวทีมวยราชดำเนินรวมอยู่ด้วย และกลุ่มสุดท้ายนายแพทย์ที่มีความรู้และชื่นชอบมวยไทย..เรียกได้ว่าวงการมวยกำลังเปลี่ยนรูปโฉม แต่เท่าที่เห็น นายทุนจะออกตัว หรือมีนอมินีทำการแทน ต้องรอชม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผอ.เอก&amp;rdquo; พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก ร่วมแถลงข่าวพร้อมทีมโฆษก ทบ. ในฐานะคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีทุจริตเบี้ยเลี้ยงในกรมสรรพาวุธ แจงในข้อเท็จจริงเรื่องการสืบสวน ส่วนรายละเอียดส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปเรียบร้อยแล้ว มี 3 นายพลเกี่ยวข้องกับปมที่ &amp;ldquo;หมู่อาร์ม&amp;rdquo; ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี นายทหารงบประมาณ สังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ออกมาร้องเรียนผ่านองค์กรต่างๆ และสื่อ แต่ยืนยันว่าเรื่องทุจริต ไม่มีการส่งเรื่องไปยัง &amp;ldquo;สายตรง ผบ.ทบ.&amp;rdquo; ให้ตรวจสอบอย่างแน่นอน พร้อมย้อนเหตุการณ์วันที่ &amp;ldquo;อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;rdquo; ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มายื่นเรื่องที่ ทบ.กับตนเอง และ &amp;ldquo;เสธ.ต๊อด&amp;rdquo; พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมนั่งพูดคุยกันที่ห้องรับรอง &amp;ldquo;ผอ.เอก&amp;rdquo; โดยระบุว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;หมู่อาร์ม&amp;rdquo; ตาม นายอัจฉริยะ เข้ามาในกองบัญชาการกองทัพบก แต่ไม่ได้เข้ามาคุยด้วย กลับไปนั่งอยู่มุมห้อง ใส่ชุดพลเรือน ไม่มีใครรู้จัก แต่ได้คุยกับลูกน้องตนเอง ไม่ได้มีการยื่นข้อมูลร้องเรียนเข้าสู่ระบบอย่างแน่นอน ๐ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67983</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, พล.ต.ราชิต อรุณรังษี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมโฆษกกองทัพบกเปิดลำดับเหตุการณ์ &#039;หมู่อาร์ม&#039; ร้องสายตรงบิ๊กแดง สอบ 3 นายพลเอี่ยวอมเบี้ยเลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่ากรณี ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม สังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ร้องเรียนถูกข่มขู่ จนต้องหนีราชการและอาจถูกปลดออกจากราชการ หลังร้องเรียนเรื่องทุจริตภายในหน่วยใน 5 ประเด็น โดยยืนยันว่า กองทัพบกมีนโยบายและให้ความสำคัญกับการให้ความเป็นธรรมต่อกำลังพลในทุกเรื่องทุกปัญหาเดือดร้อน โดยผ่านกลไกตามสายการบังคับบัญชา กฎระเบียบ และกฎหมาย กรณีดังกล่าวมีบางเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงและบางเหตุการณ์ถูกนำไปเชื่อมโยง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ประเด็นแรก ส.อ.ณรงค์ชัย&amp;nbsp;ได้ใช้ช่องทางผ่านสายตรง ผบ.ทบ.ร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม มิได้ใช้ระบบการร้องเรียนตามสายการบังคับบัญชา โดยมีลำดับเหตุการณ์ ดังนี้ในช่วงเดือน&amp;nbsp;ก.ย.62 เกิดกรณีพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้บังคับบัญชา - ต.ค.62 หน่วยต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบ ผลสอบระบุกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พิจารณาโทษจำขัง ระหว่าง 18 &amp;ndash; 24 มี.ค.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 63 ส.อ.ณรงค์ชัย&amp;nbsp;ร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ.เรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้ระงับการสั่งขัง จากกรณีการผิดวินัยเมื่อ ก.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 63 ส.อ.ณรงค์ชัย โทรมาสายตรง ผบ.ทบ.ขอยกเลิกการร้องเรียนเมื่อ 12 มี.ค.63 (เนื่องจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนมีการประสานงานให้เจ้าตัวเห็นถึงความจริงใจของ ทบ. ที่เรื่องร้องเรียนได้รับการช่วยเหลือ ทบ. ได้มีการตรวจสอบและให้หน่วยพิจารณาทบทวน ซึ่งต้นสังกัดยังคงผลการลงโทษตามเดิม เนื่องจากเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.63 หนีราชการ 19 มี.ค.63 ร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ. เรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม 14 เม.ย.63 ร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ. เรื่องการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม และเข้าร้องต่อคณะกรรมธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสภาผู้แทนฯ 27 เม.ย.63 ร้องเรียนต่อ กมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ประเด็นที่สอง กองทัพบกดำเนินการตรวจสอบโดยทันทีเรื่องการทุจริตในศูนย์ซ่อมสร้างฯโดยตั้งคณะกรรมการ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง พบว่า มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ผบ.ทบ.จึงมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป โดยส่งเรื่องต่อไปให้ ป.ป.ช. พิจารณา ซึ่งหาก ป.ป.ช. รับเรื่องไว้ไต่สวนและคดีมีมูล ในส่วนการวินิจฉัยจะมีผลทั้งทางคดีอาญาและทางวินัยต่อข้าราชการที่กระทำผิดต่อไป ทั้งนี้ยืนยันกองทัพบกไม่มีการปกป้องผู้ที่กระทำผิดต่อหน่วยงาน เพราะกองทัพบกก็ได้รับความเสียหายจากการทุจริตเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.บุรินทร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงเดินทาง การจัดอบรมยาเสพติดแต่ไม่ได้ดำเนินการจริงตามโครงการ ส่วนเม็ดเงินที่หายไปจะไปอยู่ที่ใครนั้น เป็นเรื่องรายละเอียดในสำนวนที่ส่งไปยัง ป.ป.ช. &amp;nbsp;มีความเกี่ยวพันกับนายทหารชั้นยศนายพล 3 คน และมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย โดยแบ่งเป็นการเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง 4 ครั้ง รวมวงเงินกว่า 1 แสนบาท และโครงการอบรมยาเสพติด 2 ครั้ง รวมกว่า 1 แสนบาท โดยข้อมูลที่ ส.อ.ณรงค์ นำมาร้องเป็นเอกสารที่นำมาจากหน่วย ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้นำมาตรวจสอบและเข้าไปหาพยานหลักฐาน สอบรายละเอียดเป๊ะทุกหน้า พร้อมทั้งเชิญ ส.อ.ณรงค์ชัย มาสอบสวนเพิ่มเติมด้วย สำหรับบทลงโทษหากผลการพิจารณาของ ป.ป.ช.พบว่าผิดจริงนั้น ต้องอยู่ที่ ป.ป.ช.พิจารณา ซึ่งถ้าเป็นจริงก็เป็นคดีอาญา และก็จะมีความผิดทางวินัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุเริ่มต้นที่เขาร้องเรื่องทุจริตคือ เรื่องตั้งแต่ปี 2560 เกี่ยวกับเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ส่วนโครงการอบรมยาเสพติดเกิดขึ้นถัดจากนั้น โดยตั้งแต่ต้นมีกรมจเรทหารบก และสำนักตรวจภายใน หรือ สตน. เข้าไปตรวจสอบตลอด ส.อ.เอกณรงชัยก็พบกับหน่วยงานตรวจสอบ แต่ไม่ปรากฏเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เขาเองก็เป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณก็ต้องเจอกับหน่วยงานกลางเหล่านั้น ถ้าเขาจะร้องเรียนก็ทำได้เลยในตอนนั้น แต่เขาก็มาร้องตอนนี้ ไม่ได้ให้ตอนนั้น และตัวเขาเองก็เซ็นเอกสารในการเบิกเบี้ยเลี้ยงด้วย ที่เขาให้ข้อมูลกับสื่อว่าโดนบังคับ แต่ระหว่างที่กรมจเรทหารบก และ สตน.เขาก็สามารถร้องได้ตลอดตั้งแต่ปี 2560 ด้วย&amp;quot;พล.ต.บุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ประเด็นที่สาม ส.อ.ณรงค์ชัย&amp;nbsp;ถูกดำเนินคดีเพราะขาดราชการ มิใช่จากการร้องเรียน สืบเนื่องจาก ส.อ.ณรงค์ชัยมีข้อพิพาทกับผู้บังคับบัญชาเรื่องความประพฤติและกระทำผิดวินัยโดยไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย ใช้กิริยาวาจาไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชา ตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร มาตรา 2(5),2(7) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน ก.ย.62 โดยทางหน่วยต้นสังกัดได้มีการดำเนินการตามระเบียบ ด้วยการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีมติพิจารณาโทษกำหนดจำขัง 7 วัน ตั้งแต่ 18-24 มี.ค. 63 แต่มีการหลบเลี่ยง นำไปสู่การหนีราชการ ตั้งแต่18 มี.ค.63 &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การหนีราชการเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร ที่ทหารทุกคนจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หน่วยต้นสังกัดจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและดำเนินคดีในความผิดฐานหนีราชการทั้งในด้านวินัยและอาญา แต่ในกระบวนการทางคดีอาญา ศาลทหารเป็นผู้พิจารณาต่อไป ดังนั้นจากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงชี้ให้เห็นได้ว่า ส.อ.ณรงค์ชัย&amp;nbsp;ได้ถูกดำเนินคดีจากฐานความผิดเรื่องหนีราชการ มิใช่จากการที่ไปร้องเรียนการทุจริตในหน่วยงาน (พ.ร.บ.วินัยทหาร เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของกองทัพและของประเทศชาติ เป็นหลักกฎหมายสากลที่ใช้กับกองทัพทั่วโลก เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จุดเริ่มต้นเป็นการลงเวลาทำงาน ทางผู้บังคับบัญชาอยากให้ลงเวลาให้ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งทางทหารมีความสำคัญ การโกหกนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ทุกอย่างถือเป็นความผิด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาจากหน่วย พอเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาจนกระทั่งไปสู่การใช้วาจาและอารมณ์ต่อกัน ในแง่มุมของทหารนั้น ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชามีความสำคัญมาก เพราะเราเป็นสังคมที่ถืออาวุธ ซึ่งในหลักสากลถือว่ามีความสำคัญ เมื่อเดือนกันยายนเป็นเรื่องความขัดแย้งล้วนๆ พอเดือนมี.ค.จึงมีประเด็นเรื่องทุจริตออกมา เมื่อหน่วยเริ่มพิจารณาโทษจากเรื่องที่เกิดขึ้นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สี่ ส.อ.ณรงค์ชัย ผู้ร้องอ้างว่าถูกข่มขู่ หากมีหลักฐานองค์ประกอบหรือถูกกระทำก็สามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายบ้านเมืองปกติได้ น่าจะเหมาสมที่สุด ในส่วนของกองทัพบกพร้อมให้ความร่วมมือในทางคดีตามความเป็นจริง ทั้งนี้ เรื่องการข่มขู่คุกคามจะเอาชีวิตนั้น เป็นเรื่องคดีอาญาทั่วไป ซึ่ง ส.อ.ณรงค์ชัยควรจะใช้กระบวนการทางกฎหมาย โดยไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ซึ่ง ทบ.พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในทางคดีตามความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงหากพนักงานสอบสวนร้องขอให้มีการคุ้มครองพยานตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนกรณีคลิป ฝ่ายสำนักงานพระธรรมนูญกองทัพบกได้พิจารณาแล้ว เป็นการอบรมและขอขมากัน ในประเด็นผิดวินัยระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย เมื่อ ก.ย.62 และ ในบทสนทนาไม่ใช่เรื่องคดีเรื่องการทุจริตแต่อย่างใดรวมถึงไม่มีลักษณะการขู่อาฆาตแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ประเด็นที่ห้า ผบ.ทบ. ไม่ได้มีการสั่งการให้มีการดำเนินคดีต่อ ส.อ.ณรงค์ชัย&amp;nbsp;แต่เป็นการดำเนินการตามสายการบังคับบัญชาของหน่วยต้นสังกัด ส่วนที่บางบุคคลเข้าใจว่า ผบ.ทบ. ทราบเรื่องข่าวการทุจริตแล้วยังสั่งให้มีการดำเนินคดีกับ ส.อ.ณรงค์ชัย&amp;nbsp;ฐานหนีราชการ&amp;nbsp;ทั้งที่ ส.อ.ณรงค์ชัยเป็นคนนำเรื่องมาเปิดเผยให้กองทัพบกนั้น ความเข้าใจดังกล่าวอาจอยู่บนพื้นฐานของการมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ในข้อเท็จจริง ผบ.ทบ.ไม่ได้มีการสั่งการเกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อกำลังพลดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการดำเนินการตามสายการบังคับบัญชาของหน่วยต้นสังกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการยังคงเป็นเรื่องที่ดีทั้งต่อกองทัพบกและสังคมไทย เหมือนกับกำลังพลอีกจำนวนหลายร้อยคน เช่น ผู้ที่ให้ข้อมูลมายัง ผบ.ทบ. ผ่านสายตรง ผบ.ทบ. หรือให้ข้อมูลมายังหน่วยงานที่มีหน้าที่ของ ทบ. เพื่อให้ ทบ. ดำเนินการแก้ไขให้ทุกเรื่องราวเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67820</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทุจริตเบี้ยเลี้ยง, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8cd95dd815.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าสู่ต้นเดือน &amp;quot;มิถุนายน&amp;quot; แวดวง &amp;quot;สีกากี&amp;quot; เริ่มมีความเคลื่อนไหว เริ่มมีสัญญาณการแต่งตั้ง &amp;quot;แม่ทัพใหญ่สีกากี&amp;quot; คนใหม่ ต่อจาก บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2563 เพราะหากไม่มีอะไรผิดพลาด ปลายเดือนมิถุนา-ต้นเดือนกรกฎา น่าจะได้เห็นหน้าค่าตากันแล้ว เพราะถัดเป็นอีกเดือน &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ก็ต้องปรับโหมดเข้าสู่การแต่งตั้ง &amp;quot;นายพล&amp;quot; วาระประจำปี ที่ตามกฎ ตามระเบียบ ขีดเส้นเอาไว้การแต่งตั้งระดับ ผบก.ขึ้นไป ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. อุณหภูมิการแต่งตั้ง &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; คนใหม่ เลยคึกคัก แม้ 4 รอง ผบ.ตร. ทั้ง บิ๊กนู-พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร., บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., บิ๊กใหม่-พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ จะมีสิทธิ์ขึ้นเป็น &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ด้วยกันทั้งหมด แต่ถ้าเช็กกันชั่วโมงชั่งน้ำหนัก วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ ดูเหมือนจะเหลือเพียง &amp;quot;บิ๊กนู&amp;quot; นรต.38 กับ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; นรต.36 ที่กำลังวัดพลังขั้นสุดท้ายใครจะได้ &amp;quot;ฟันธง&amp;quot; ลงมา ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตีตราประทับผ่านมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานเรียบร้อยแล้ว สำหรับ &amp;quot;กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;quot; หรือ &amp;quot;บช.สอท.&amp;quot; หน่วยงานตั้งใหม่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดูแลตรวจสอบเรื่องการพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยีและการประสานงานกับต่างประเทศ และเป็นพี่เลี้ยงให้ บก.สืบสวนทั่วประเทศ โดยตามโครงสร้างที่แบ่งเอาไว้ บช.สอท.มีทั้งหมด 7 กองบังคับการ มีกองบังคับการอำนวยการ, กองบังคับการสืบสวนเทคโนโลยี 1-5 รับผิดชอบทั้ง 4 ภาค และกรุงเทพมหานคร และกองบังคับการตรวจสอบวิเคราะห์อาชญากรรม บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกไว้ บช.สอท.จะเป็นรูปเป็นร่างภายใน 3 เดือน แต่ใครจะมาเป็น &amp;quot;ผบช.สอท.&amp;quot; คนแรก &amp;quot;บิ๊กเบิ้ม&amp;quot; ไม่ได้แย้มพรายเอาไว้...ปล่อยให้หลายคนมโนชื่อกันเอาเองไปก่อน ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องบอกช่วงนี้ &amp;quot;บางพลี&amp;quot; เดือด!!! หลัง พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เซ็นคำสั่งให้ 10 ตำรวจโรงพักบางพลี ประกอบด้วย 1.พ.ต.ต.กมลศักดิ์ นาคเสน สว.สส.สภ.บางพลี 2.ร.ต.อ.อิทธิพล ระเบียบโพธิ์ รอง สวป.สภ.บางพลี 3.ร.ต.อ.วสันต์ วงศ์เรือง รอง สว. (จร.) สภ.บางพลี 4.ด.ต.จิรภัทร นันติดอย ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 5.จ.ส.ต.กฤษดา ฤทธิยา ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 6.ส.ต.อ.ภิภูษณะ ศรีนวล ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 7.ส.ต.อ.วัชรพงศ์ ดีสา ผบ. หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 8.ส.ต.ท.มนตรี นากอก ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางพลี 9.ส.ต.ท.กฤษดา มูลพร้อม ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 10.ส.ต.ท.รัชนาท มีบุตร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางพลี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หลังประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพาหญิงสาวอายุ 27 ปี เข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ชุมพล ให้ดำเนินคดีกล่าวโทษ 10 นายตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางพลี ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เป็นเงินกว่า 1.3 แสนบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งถือเป็นความท้าทายของ ผู้การฯ ชุมพล ที่ต้องรีบสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นเร็วที่สุด เพราะการย้ายตำรวจโรงพักเดียวถึง 10 นาย ถือว่าไม่ธรรมดา หากไม่มีผลสรุปข้อครหาต่างๆ ออกมา จะทำให้โรงพักบางพลีเสียหายอย่างมาก ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นโครงการของ &amp;ldquo;กองทัพอากาศ&amp;rdquo; ที่ตอนแรกอาจถูกโจมตี เพราะไม่เข้าใจในการใช้เครื่องบินทหารมาขนส่งสินค้าเกษตร-ประมง หลังจาก พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ขยายความโครงการ &amp;ldquo;ข้าวแลกปลา&amp;rdquo; และให้ชี้แจงถึงรายละเอียดการใช้เที่ยวบินฝึกที่นักบินทำการบินเครื่องบินซี-130 อยู่แล้วมาช่วยเกษตรกรในการแลกเปลี่ยนสินค้า ถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเริ่มต้นเป็นการนำสินค้าประมงแปรรูปของพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแลกกับข้าวของเกษตรในภาคเหนือ ทำให้ใช้สนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานี ซึ่งมี ฉก.9 ถูกใช้เป็นฐานในการขนส่ง โดยมอบหมายให้ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พล.อ.ท.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองเสนาธิการทหารอากาศ สายงานยุทธการเป็นหัวหน้าคณะแลกเปลี่ยนสินค้ามาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งโครงการเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ทัพฟ้ามาประชิด ช่วยธุรกิจเพื่อสังคม (AIR OPERATION FOR SOCIAL ENTERPRISE) ขนข้าว แลกปลา เปลี่ยนสินค้าเกษตร&amp;rdquo; และล่าสุดเป็นการนำข้าวสารศรีสะเกษมาแลกสินค้าเกษตรพังงา โดยมี บิ๊กป้อม เป็นหัวหน้าคณะเช่นเดิม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลิปการสนทนาระหว่าง พล.ต.อภิชาติ อาจสันเทียะ ผู้บังคับบัญชาการศูนย์ซ่อมสร้างกรมสรรพาวุธทหารบก กับ &amp;lsquo;หมู่อาร์ม&amp;rsquo; ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี เสมียนงบประมาณแผนกโครงการและงบประมาณกองแผน โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) นอกจากเนื้อหาที่ผู้บังคับบัญชากล่าวตักเตือนเป็นส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่า วัน ว. เวลา ณ. เป็นช่วงก่อน หรือหลังที่ &amp;ldquo;หมู่อาร์ม&amp;rdquo; ออกมาปูดว่าขู่ฆ่า แต่ถ้าย้อนกลับไปไม่นานปมการทุจริตใน สพ.ทบ.นั้น นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เคยยื่นหลักฐานเอกสารที่เขาบอกว่าเป็นหลักฐานเด็ด&amp;nbsp; ให้ พล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผ่านทาง พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ประกอบด้วย การทุจริตภายในกรมสรรพาวุธทหารบก ทุจริตการใช้งบประมาณในโครงการอบรมแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยระบุว่า ทหารชั้นผู้น้อยไม่กล้าแจ้งเบาะแสทาง &amp;ldquo;สายตรง ผบ.ทบ.&amp;rdquo; ที่ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; เปิดขึ้นมาหลังเหตุการณ์ &amp;ldquo;กราดยิงโคราช&amp;rdquo; เลยมายื่นผ่านทางตนเอง จากการตรวจสอบพบว่ามีการแยกเรื่องพิจารณาเป็นสองประเด็นคือ การปฏิบัติทางวินัยของเจ้าตัว และข้อมูลการทุจริตในหน่วยงาน ส่วนผลสรุปเป็นอย่างไรคงไม่เงียบหายไปพร้อมกาลเวลา ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทัพไทยได้รับคำชมเชยระหว่างการประชุม ผบ.ทบ.ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก แลนด์เพาเวอร์ คอนเฟอเรนซ์ ในการวางมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำได้ดีในช่วงการฝึกคอบร้าโกลด์ และหนุมานการ์เดี้ยน ทำให้ ทบ.เดินหน้าในการฝึกผสมรหัสต่างๆ ตามปกติ รวมไปถึงการส่งกำลังพลไปฝึกที่สหรัฐให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;ldquo;บิ๊กอี๊ด&amp;rdquo; พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมกำลังพลเข้าร่วมการฝึกเตรียมการขั้นที่ 3 เพื่อเตรียมเข้าร่วมการฝึกผสมกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกาภายใต้รหัส Lightning Forge 2020 ที่ฮาวาย และเข้าร่วมการประเมินผล ณ ศูนย์ฝึกการเตรียมความพร้อมร่วม (JRTC) ณ รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา ทั้งนี้ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; สั่งการให้ทุกกองทัพภาค รวมทั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ จัดนายทหาร รวมทั้งนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 5 เข้าร่วมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีด้วย ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67376</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.กำชับหน่วยทหารปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายโควิด -19 พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนช์ กับผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ โดยได้กล่าวถึงการที่รัฐบาลได้มีคำสั่งผ่อนคลายมาตรการ ระยะที่ 2 รวมถึงการปรับลดเวลาเคอร์ฟิวนั้น ผู้บัญชาการทหารบก
ได้กำชับให้ทุกหน่วยได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดำรงไว้ซึ่งวินัยทหารในการป้องกัน COVID-19 ทั้งนี้ กองทัพบกจะปรับเวลาการกลับเข้าที่พักอาศัยของหน่วยทหารเป็นเวลา 23.00 &amp;ndash; 04.00 น. ตามมาตรการของรัฐบาล สำหรับการสนับสนุนรัฐบาล และการดูแลประชาชนในสถานการณ์ COVID-19 นั้น ให้หน่วยทหารของกองทัพบก ได้ดำรงการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณหน่วยทหารทุกหน่วยที่ตั้งใจและทุ่มเทดูแลประชาชน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อาทิ การช่วยคัดกรองการผ่านเข้าประเทศตามท่าอากาศยาน และชายแดน, จุดตรวจตามมาตรการเคอร์ฟิว, การดูแลพื้นที่ควบคุมแห่งรัฐทั้ง 8 แห่ง, การนำกำลังพลเข้าบริจาคโลหิต, และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟฟ้า BTS, รถครัวสนาม, โครงการทหารพันธุ์ดี, การเข้าซื้อผลผลิตจากเกษตรเพื่อมาประกอบเลี้ยง รวมถึงการริเริ่มรูปแบบการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็ว เข้าถึงและตรงต่อความต้องการ เช่น การจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชน Army Delivery, การซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า, การบริการตัดผม, ตู้ปันสุข เป็นต้น

&amp;ldquo;ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้ดำรงการช่วยเหลือประชาชน ควบคู่ไปกับการดูแลกำลังพลและครอบครัว ไม่ให้มีการติดเชื้อและมีการดำรงชีวิตแบบ New Normal อย่างเหมาะสมทหารกองประจำการ ที่ไม่ติดภารกิจในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยทหารจะเริ่มให้มีการอนุญาตลาพักตามความเหมาะสม&amp;rdquo;พ.อ.วินธัย กล่าวและว่า

ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้หน่วยทหารเร่งพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพของทหารกองประจำการ โดยเฉพาะผู้ที่สมัครใจอยู่รับราชการต่อ ให้มีคุณสมบัติทั้งด้านการศึกษาและร่างกายเพื่อพร้อมเข้าสู่การคัดเลือกเป็นข้าราชการทหาร รวมทั้งการส่งเสริมทหารกองประจำการที่มีความสามารถพิเศษ เช่น ด้านกีฬา ดนตรี เทคโนโลยี ให้มีการพัฒนาขึ้นสู่สายอาชีพตามนโยบายที่กองทัพบก ที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ กรมกำลังพลทหารบก กำลังพิจารณาปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับรอยสักเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับทหารกองประจำการ ในการเป็นข้าราชการทหารด้วย

โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำในที่ประชุมในเรื่องสุดท้าย คือนโยบาย หยุดยาเสพติดไว้ที่ชายแดน ซึ่งกองทัพบก ได้ดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล และสามารถสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของการผลิตและการลักลอบนำเข้ายังคงมีอยู่ ซึ่งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวัง มีความรู้ความเข้าใจ มีการทบทวน อบรมการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดำรงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการสกัดกั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทบ, บิ๊กแดง, พ.อ.วินธัย สุวารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c260f0c8b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ทบ. แจงยิบปมที่พักหรูเชียงราย 423.5 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.63&amp;nbsp; - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึง กรณี พรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีกองทัพบกก่อสร้างสถานพักฟื้นและพักผ่อน มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37)จ.เชียงราย ใช้งบ 423.5 ล้านบาท เกี่ยวข้องกับภารกิจกองทัพอย่างไร ว่า งานสวัสดิการถือเป็นอีกบทบาทไหนึ่งที่กองทัพ ต้องดูแลกำลังพลและครอบครัว โดยดำเนินการตามหลักสากล ซึ่งกองทัพทั่วโลกทำกันเช่นนี้ ในอดีตกองทัพมีสถานพักฟื้นมานาน เช่น บางปู มีมากว่า 45 ปีแล้ว และปัจจุบัน มี6 แห่ง ทั้งนี้ในยุคแรกการทำสถานที่พักฟื้นได้รับความนิยมน้อยด้วยรูปแบบการดำเนินการ แต่ในระยะหลังผู้บังคับบัญชามีนโยบาย การสร้างสิ่งปลูกสร้าง ให้กำลังพลและครอบครัว ร่วมถึงบุคคลภายนอกใช้งานได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ จ.เชียงราย รูปลักษณ์เทียบเคียงกับสถานที่ของเอกชน เพราะต้องทำให้กลมกลืน แต่ค่าใช้จ่ายยังเป็นไปในรูปแบบสวัสดิการ ที่กำลังพลและครอบครัวสามารถเข้าถึงได้ ร่วมถึงที่แห่งนี้เป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์อีกแห่งหนึ่งที่กองทัพบก ให้กรมธนารักษ์เข้ามาบริหารจัดการ เนื่องจากเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งยอมรับว่าใช้งบประมาณ 423.5 ล้านบาทจริง แต่ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นเงินที่ได้มาจากกองทุนสวัสดิการกลางกองทัพบก ที่สะสมผลกำไรมาหลายปี และทยอยก่อสร้าง และใช้เวลาหลายปีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ทั้งนี้สถานที่ดังกล่าวยังไม่เปิดให้บริการสมบูรณ์แบบ ขณะนี้ ทาง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ต้องการให้มืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการเช่นเดียวกับในต่างประเทศ ทั้งนี้มองว่า ผู้ตั้งข้อสังเกตได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่รู้รายละเอียดว่า จริงๆแล้วทหารทำอะไรบ้าง &amp;ldquo; พ.อ.วินธัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทบ, พ.อ.วินธัย สุวารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c260f0c8b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
