<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูบิ๊กตู่นายกฯสมัย3 ‘ป้อม’ลั่นอยู่กับเราจนตายกันไปข้าง/เฉ่ง‘สุชาติ’กวนนํ้าให้ขุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือด! บิ๊กป้อมฉุนข่าว &amp;ldquo;ผู้การสุชาติ&amp;rdquo; ขน ส.ส.ใต้ซบพรรคอดีตปลัดฉิ่ง ชี้กวนน้ำให้ขุ่นหวังทำสัมพันธ์ 2 ป.ร้าวทั้งที่เพิ่งสมานแผล &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; เตือนระวังถูกถอนหงอก ส.ส.ใต้ พปชร.แห่ยันต่อหน้าหัวหน้าพรรคไม่คิดย้ายหนี &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ลั่นกลางที่ประชุมพรรค &amp;ldquo;ลุงตู่อยู่กับเราจนตายจากกันไปข้างหนึ่ง&amp;rdquo; ดันเสนอชื่อ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค คาดกวาดที่นั่งในการเลือกตั้งได้ 150-200 เก้าอี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 12 (ตท.12) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะนำ ส.ส.ใต้กว่า 10 คนไปอยู่พรรคใหม่ของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จดตั้งขึ้น พร้อมชูจุดขาย​ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯ กล่าวว่า จะยิ่งทำให้สถานการณ์ความไม่เข้าใจกันระหว่าง พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์หมางเมินเพิ่มขึ้น ทั้งที่ตอนนี้ทั้งสองคนต่างเข้าอกเข้าใจกัน มีการโทรศัพท์หาพูดคุย พบปะกันทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การออกมาให้ข่าวของ พ.อ.สุชาติในช่วงนี้เหมือนไม่รู้จักกาลเทศะ เหมือนมาทำลายบรรยากาศระหว่างพี่น้อง 2 ป.ที่กำลังไปได้สวย และพี่น้องคู่นี้ก็ไม่มีวันแตกคอ แล้วการรีบเปิดตัวนำ ส.ส.ใต้ของ พปชร.ไปซบอกพรรคปลัดฉิ่ง มันเหมือนหักหน้า พล.อ.ประวิตรที่นั่งเป็นหัวหน้าพรรคอยู่&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุอีกว่า พ.อ.สุชาติจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่าทำให้ พล.อ.ประวิตรลำบากใจ เพราะท่านเคยช่วยอะไร พ.อ.สุชาติอยู่ก็รู้ดีแก่ใจ และใครเป็นผู้สนับสนุน ส.ส.ภาคใต้เมื่อครั้งลงสมัครหาเสียง การออกมาให้ข่าวเหมือนต้องการทำให้เกิดความแตกแยกในพรรค แตกคอพี่น้อง ลักษณะแบบนี้ใช่ไม่ได้ พวกเราเป็นทหาร ทำอะไรต้องให้เกียรติรุ่นพี่ ไม่ใช่มาสร้างความร้าวฉาน และหากมองลึกๆ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ค่อยให้ราคา พ.อ.สุชาติเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตรทราบแล้ว เพียงแต่บอกมันจะมาทำอะไรช่วงนี้ สร้างข่าวเก่งจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. กล่าวเรื่องนี้ว่า ได้พูดคุยกับ ส.ส.ภาคใต้ทั้ง 13 คน ซึ่งทุกคนปฏิเสธการกล่าวอ้างของ พ.อ.สุชาติ โดยระบุว่าไม่มีใครตัดสินใจลาออกจากพรรค พปชร. นี่คือขบวนการปล่อยข่าวว่ามี ส.ส.อยู่ในมือถึง 13 คน เพื่อหวังสร้างราคา และเครดิตให้กับตัวเอง และท้ายที่สุดจะหวังตำแหน่งอะไรด้วยหรือไม่ การออกมาพูดเช่นนี้ของ พ.อ.สุชาติ เพราะจงใจให้เกิดแรงกระเพื่อมใต้น้ำ แต่ พ.อ.สุชาติลืมไปหรือไม่ว่าเมื่อครั้งลงสมัครนายก อบจ.ที่สงขลา ชาวบ้านยังไม่เลือกเลย แล้วจะมี ส.ส.ถึง 13 คนมาให้ความไว้เนื้อเชื่อใจจริงหรือ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พฤติกรรมแบบนี้ ผมไม่รู้ว่า พ.อ.สุชาติหวังอะไรอยู่ และไม่อยากก้าวล่วง เพราะท่านถือเป็นผู้อาวุโส แต่ พ.อ.สุชาติ ต้องทำตัวให้น้องๆ เคารพ ไม่ใช่ออกมาเล่นเกมการเมืองแบบนี้ ทำให้พรรคและ ส.ส.ที่ท่านอ้างถึงได้รับความเสียหาย อย่าให้เด็กเมื่อวานซืนต้องออกมาถอนหงอกท่าน หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ได้แล้ว&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
ส.ส.ใต้ซัดผู้การสุชาติมั่วนิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. กล่าวว่า พ.อ.สุชาติถือว่าเป็นผู้มีศักยภาพทางการเมือง และเป็นที่ยอมรับในฝีมือ ส่วนที่ท่านจะไปอยู่กับพรรคของปลัดฉิ่ง ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์และน่าสนใจ แต่ ส.ส.ใต้ทั้งหมดนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านมานานแล้ว​ เราต่างให้เกียรติกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องเลย ไม่เคยมีการมาหารือ​ ไม่ได้รับการติดต่อ สำคัญที่สุดคือเราอยู่พรรค พปชร.ยังมีความสุขดี หัวหน้าพรรคเองก็สนับสนุน เอื้ออำนวยในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.อย่างดี ในยามวิกฤตท่านสนับสนุนให้มีสามารถลงไปช่วยเหลือประชาชน ทั้งในยามวิกฤตโควิด-19 และน้ำท่วมเต็มที่ โดยนายกรัฐมนตรีก็ส่งความปรารถนาดีกับพวกเรา ดังนั้นตอนนี้อยู่พรรค พปชร.ที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค และมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และเราเชื่อมั่นว่าในอนาคตพรรคก็จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ตามความต้องการชาวบ้านต่อไป&amp;rdquo; นายรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคลของ พ.อ.สุชาติ ที่จะประกาศจุดยืน แต่ส่วนตัวยืนยันว่าจะอยู่กับพรรค พปชร.ต่อไป และ พ.อ.สุชาติก็ไม่ได้มาชวนให้ย้ายพรรคไปด้วย เพราะ พล.อ.ประวิตรกำชับให้สมาชิกมีความสามัคคี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต พรรค พปชร. กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่เคยพูดคุยหรือได้รับการประสานโดยตรงจาก พ.อ.สุชาติ และไม่ได้คุยเรื่องนี้กับ ส.ส.ใต้คนอื่น ข่าวที่เกิดขึ้นอาจเป็นแนวคิดของคนที่ให้ข่าว แต่ยังไม่มีการมาชักชวน ยืนยันว่าเวลานี้ยังอยู่กับพรรค พปชร.กับ พล.อ.ประวิตร เพราะเราเกิดมาจากพรรคนี้ ส่วนการจะโยกย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ คนที่เป็น ส.ส.ต้องคิดให้ดี ต้องดูเหตุและผลของการที่จะไปต้องตัดสินใจด้วยความรอบคอบ เพราะขณะนี้พรรคใหม่ที่มีกระแสข่าวว่าจะตั้งก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงเร็วไปที่จะตัดสินใจในเวลานี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สุดสัปดาห์หน้า ส.ส.ภาคใต้อีกกลุ่มประมาณ 7-8 คน เตรียมนัดพูดคุย เพื่อวิเคราะห์ทิศทางข่าวดังกล่าวที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะแสดงความเห็นใดๆ เพราะเราต้องเป็นเอกภาพและมีจุดยืนของเราเองต่อเรื่องดังกล่าว คนที่เป็น ส.ส.อยู่ๆ จะเปลี่ยนหรือย้ายพรรค ต้องคิดหนักและคิดให้ดี ในบริบทการเมืองขณะนี้ ที่ข้อกำหนด ข้อจำกัดต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ การเป็นข่าวเป็นเรื่องง่าย แต่การย้ายสังกัดพรรคการเมืองเป็นเรื่องใหญ่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นชู พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำ จะมีผลต่อการตัดสินใจของ ส.ส.ภาคใต้หรือไม่ นายนัทธี กล่าวว่า ยอมรับว่ามีผลต่อความรู้สึกของเรา แต่ย้ำว่าจะตัดสินใจอย่างไรต้องดูพื้นฐานของคนในพื้นที่ ดูความต้องการของประชาชนด้วย เราไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจจากความรู้สึกของตัวเองเพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) กล่าวถึงพรรค พปชร.และพรรคใหม่ของนายฉัตรชัยว่า มีฐานการเมือง และฐานคะแนนเดียวกัน ซึ่งระบบการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ เวลาแข่งขันกันตอนเลือกตั้ง ก็จะสู้กันจริง ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ เว้นแต่ได้มีการแบ่งพื้นที่กัน เช่น บางเขตเลือกตั้ง พปชร.ส่ง แต่พรรคนายฉัตรชัยไม่ส่งคนลงเลือกตั้ง แต่หากทั้งสองพรรคส่งคนลงเลือกตั้งหมดทุกเขต ก็ไม่น่าจะสู้กันจริง ที่เป็นไปได้ว่าอาจมีการแบ่งพื้นที่กัน แต่การทำมันก็ยาก เพราะระบบบัตรสองใบไม่เอื้อ ไม่เหมือนกับบัตรใบเดียวตอนเลือกตั้งปี 2562 ที่เราเห็นได้กันแล้วกับกรณีของพรรคเพื่อไทยกับพรรคไทยรักษาชาติ ที่แบ่งพื้นที่กันเล่น แต่ถ้าบัตรสองใบ การแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย มันไม่น่าจะมีประโยชน์ ทำไม่ได้
เสนอชื่อบิ๊กตู่นั่งนายกฯ สมัย 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยุคนี้คนที่เกษียณแล้วมาเล่นการเมือง มาตั้งพรรค ไม่น่าประสบความสำเร็จ ดูแล้วอาจจะไปได้ไม่ยาว เพราะยุคปัจจุบันการตั้งพรรคการเมืองใหม่ควรต้องตั้งโดยคนรุ่นใหม่ๆ แต่ก็มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่นกรณีพรรคการเมืองใหญ่บางพรรค แกนนำพรรคประเมินว่าพรรคตัวเองอาจแตกในอนาคต เลยมีการให้คนไปเตรียมตั้งพรรคสำรองไว้เพื่อโยกคนไป แต่ของ พปชร.เราไม่รู้เขาคิดอย่างไร ก็ไม่ขอก้าวล่วงไปวิจารณ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตรได้เรียกประชุมหัวหน้าภาคทั้ง 9 ภาค หารือถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น และเพื่อวางกลยุทธ์เลือกตั้งใหญ่ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง โดย พล.อ.ประวิตรพูดในที่ประชุมว่า สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาได้ถึง 122 เสียง วันนี้มีพวกเรามีมืออาชีพเข้ามา เราทำได้อยู่แล้ว 150-200 เสียง ขณะที่ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.ได้แจ้งที่ประชุมว่าทำยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคใกล้เสร็จแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค กล่าวในที่ประชุมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดระบบพรรค จะมีการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค โดย พล.อ.ประวิตรจะคัดเลือกด้วยตัวเอง โดยพิจารณาทั้งจากคนเก่าและคนใหม่ที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน โดยต้องดูด้วยว่า ส.ส.มีผลงานหรือเปล่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในนามพรรค ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันยืนยันสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และสนับสนุน พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคเช่นเดิม โดยตรงนี้ พล.อ.ประวิตร ได้พูดย้ำกลางที่ประชุมว่า &amp;quot;ผมยังเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนนายกฯ เป็น พล.อ.ประยุทธ์ ลุงตู่อยู่กับเรา จะไปไหน ต้องตายจากกันไปข้างหนึ่ง ไปไหนกันไม่ได้ ไม่มีแตกแยก ไม่ขัดแย้ง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังพูดถึงกรณี พ.อ.สุชาติด้วย โดย พล.อ.ประวิตรไม่ได้ติดใจอะไร บอกถือเป็นเรื่องของเขา และได้สอบถามนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส. นครศรีธรรมราช ประธานภาค ก็ได้รับการยืนยันว่า ส.ส.ใต้ทั้งหมดอยู่กับพรรค พปชร. ทั้ง พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มี ส.ส.คนไหนย้ายตามที่มีข่าวแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร อารมณ์ดี มีสีหน้าสดชื่น พูดคุยอย่างสนุกสนานตลอดการประชุม เช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัสที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอด
ไร้ปัญหาให้บิ๊กป้อมดูแล กษ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงมีกรณีความไม่พอใจของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มอบอำนาจให้ พล.อ.ประวิตรเข้าไปกำกับดูแลส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ เคยดูแล โดยนายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร.ระบุว่า ตามหลักคือถ้า รมช.ไม่อยู่ก็ต้องเป็น รมว.ดูแล แต่เนื่องจากมติ ครม.มอบให้ พล.อ.ประวิตรกำกับดูแลกระทรวงต่างๆ อยู่แล้ว และ พล.อ.ประวิตรก็น่าจะดูแลกระทรวงเกษตรฯ ด้วย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และวันนี้งานต่างๆ เหล่านั้นที่รัฐมนตรีไม่อยู่ การให้ พล.อ.ประวิตรกำกับดูแลก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหน
&amp;ldquo;ปชป.คิดมากไป ต้องยอมรับว่า 4 กรมนี้ ปชป.ไม่ได้ดูแลตั้งแต่ต้น แต่เป็นรัฐมนตรีของพรรค พปชร.ดูแล และตอนนี้ให้ พปชร.ดูแลต่อก็ไม่ได้เสียหาย ส่วน ปชป.ก็ดูเท่าเดิมไม่ได้เสียหายตรงไหน&amp;rdquo;นายสายัณห์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนัทธีกล่าวว่า ต้องดูเหตุผลของการมอบหมายในภาพรวม ถ้ามองตามเอาความรู้สึกก็ย่อมที่จะเข้าข้างตัวเองว่าเหมาะสมที่จะให้รองนายกฯ จากปชป.ดูแล แต่เรื่องนี้เชื่อว่านายกฯ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงภาพรวม ส่วนการแสดงความเห็นต่างๆ เป็นสิทธิ์ที่จะให้ความเห็นได้ว่าใครควรจะดูแล หรือควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในภาพความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ ต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงและความต้องการของประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่ปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายนัทธีกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ถ้าเอาความคิดของแต่ละคน ก็คิดว่าเป็นปัญหากันไปหมด เพราะแต่ละพรรคต่างก็คิดว่าเหมาะสมทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากระทรวงเกษตรฯ สามารถเรียกคะแนนความนิยมได้ เพราะเชื่อมโยงกับประชาชนเป็นส่วนใหญ่ นายนัทธี กล่าวว่า ถ้ามองอย่างนั้น ทุกกระทรวงก็เรียกคะแนนได้ทั้งหมด เช่น กระทรวงมหาดไทยเราก็ยอมให้ ปชป.เข้ามาดูแล เช่นเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการ ก็มี รมช.ต่างพรรค ถ้าคิดว่าจะใช้หาเสียงก็ต้องมาตัดสินดูกันที่ผลงานให้ประชาชนเห็นในข้อเท็จจริง ดังนั้นใครจะดูแลกรมไหน กระทรวงใดก็สร้างความนิยมได้ หากทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนจริง เขาก็จะนิยมชมชอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118379</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อมฉุนข่าว, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, พรรคพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab34293471f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งพรรคใหม่รับบิ๊กตู่ ไม่เอาพปชร.‘เพื่อนตท.12’จับมือปลัดฉิ่งหนุนนั่งนายกฯต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้การสุชาติ-เพื่อน ตท.12&amp;quot; &amp;nbsp;ของ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลา พปชร. เตรียมเข้าพรรคใหม่ของ &amp;ldquo;ปลัดฉิ่ง&amp;rdquo; ยอมรับคุยกันแล้ว เปิดชื่อ &amp;quot;พรรคเศรษฐกิจไทย&amp;quot; ชวน ส.ส.ใต้พปชร.-ส.ว.บางส่วนร่วมด้วย เชื่อ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่อยู่ พปชร.เพราะตำแหน่งใน พปชร.เต็มหมดแล้ว ย้ำแนวทางต้องหนุน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; โวอยู่พรรคไหนพรรคนั้นขายได้แน่ &amp;quot;จุรินทร์&amp;rdquo; แนะนายกฯ แก้ปัญหาพปชร.อย่ากระทบพรรคอื่นหลังโอน 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ ให้ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; นั่งคร่อม ฝ่ายค้านนัด 4 ต.ค.ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด &amp;quot;ประยุทธ์-ครม.&amp;quot; ร่ายยาวความผิดบริหารจัดซื้อวัคซีนทุจริตพ่วงปมทุจริตยางพารา ยังยื่นเอาผิดวาระนายกฯ 8 ปี กางเจตนารมณ์ รธน.ย้ำชัดไม่ให้นายกฯอยู่รวมกันเกิน 8 ปี หวั่นเกิดวิกฤตการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ที่จะมีข้าราชการระดับสูงหลายคนเกษียณอายุราชการ โดยหนึ่งในนั้นคือนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือ &amp;quot;ปลัดฉิ่ง&amp;quot; ที่มีข่าวมาตลอดว่าจะดำเนินการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่จะเป็นพรรคพันธมิตรกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอาจเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะไปอยู่กับพรรคดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรค พปชร. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีมีข่าวไปร่วมงานในพรรคใหม่กับนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ว่าตนเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร.คนสุดท้ายที่ประกาศชัดเจนแบบลูกทุ่งว่าจะไม่อยู่กับพรรค พปชร. และได้พูดคุยกับผู้บริหารการเลือกตั้งปี 2562 ในส่วนของภาคใต้ในเรื่องนี้ เบื้องต้นประมาณ 9 คนที่จะไปร่วมงานด้วยกันกับพรรคใหม่ อาทิ นายทวี สุระบาล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.ตรัง ส่วนบางคนเป็น ส.ว.และมีตำแหน่งทางการเมือง ยังไม่ขอเปิดเผย โดยพรรคใหม่ที่จะไปสังกัดอยู่นั้น เป็นไปตามข่าวที่มีนายฉัตรชัยเป็นผู้ดำเนินการด้านธุรการให้เกิดขึ้น หากขั้นตอนต่างๆ เสร็จ ก็จะพูดคุยเพื่อเข้าไปร่วมงานด้วย และเชื่อว่าผู้ก่อตั้งพรรคใหม่จะรอบคอบในการบริหารจัดการ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือน ต.ค.นี้ ส่วนชื่อพรรคใหม่นั้นเบื้องต้นคือ &amp;quot;เศรษฐกิจไทย&amp;quot; แต่ยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับ ส.ส.ภาคใต้พรรค พปชร. เพื่อชักชวนไปร่วมงานกับพรรคใหม่บ้างหรือไม่ พ.อ.สุชาติกล่าวว่า คงไม่ไปชวน ถ้าจะมาอยู่ด้วยกันก็โอเค เราต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีทางเลือกว่าจะมาอยู่กับเราหรือไม่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ แต่ถ้าไม่มาก็ไม่ว่ากัน ที่ผ่านมา ส.ส.พปชร.สามารถเอาชนะในพื้นที่ภาคใต้ได้ถึง 13 คน มาจาก 2 สาเหตุคือ กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ และเกิดจากการบริหารจัดการเลือกตั้ง ที่ดูกระแสความต้องการในพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ดังนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน&amp;nbsp;
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อยู่พรรคไหนก็ขายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯ ในฐานะเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) หรือไม่ พ.อ.สุชาติกล่าวว่า เคยคุยกันเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา โดยตนระบุว่าจะไม่ขออยู่กับ พปชร.แล้ว และได้รับคำตอบกลับมาว่าถ้าไม่อยู่ก็หาพรรคใหม่สังกัด ซึ่งเป็นการพูดคุยกันตามปกติด้วยความเข้าใจ และการจะไปอยู่พรรคใหม่ ตนไม่ได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะกับหัวหน้าพรรค พปชร. โดยไม่ได้คุยกันมานานแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่า พปชร.มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ คนที่ชอบก็อยู่ไป และพรรคใหม่ที่ไป ไม่ใช่เป็นพรรคสำรองอย่างที่มีข้อสังเกต ถ้าจะดูให้ดี หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การจะไปเป็นพรรคสำรองให้ใครคงทำไม่ได้ เพราะถ้าตั้งเป็นพรรคขนาดเล็กก็ตาย ถ้าเป็นพรรคขนาดกลางก็ลุ้นได้ ส.ส.ห้าสิบ-ห้าสิบ ดังนั้นพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่จะต้องเป็นพรรคขนาดใหญ่สถานเดียว โดยที่คนเป็นหัวหน้าพรรคและผู้บริหารของพรรคจะต้องขายได้ เป็นที่ยอมรับ เพราะถ้าชาวบ้านไม่เชื่อถือก็จบเหมือนกัน และจะมีผลถึง ส.ส.และสมาชิกของพรรคนั้นๆ ด้วย&amp;quot; พ.อ.สุชาติกล่าวถึงการไปตั้งพรรคใหม่ถูกมองว่าเป็นการแยกเพื่อถ่วงดุลของ พปชร.ที่ขณะนี้นักการเมืองเข้ามามีบทบาทมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าคะแนนนิยมของ พปชร.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะไม่นิยมเหมือนเดิม จึงมีการตั้งพรรคใหม่มาเตรียมไว้ พ.อ.สุชาติกล่าวว่า &amp;quot;ไม่จริง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยู่พรรคไหนพรรคนั้นไปได้ คนส่วนใหญ่ยังให้ความเคารพนายกฯ และยังมีแฟนคลับที่ค่อยสนับสนุนอยู่ ขณะเดียวกันมองว่าการเลือกตั้งคราวหน้าของ พปชร.ก็เป็นเรื่องที่ยากเช่นเดียวกัน และเวลานี้คนมองที่ตัวของนายกฯ ไม่ใช่ที่พรรค&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.อ.สุชาติเปิดเผยด้วยว่า ในทีมงานเลือกตั้งของ พปชร.ในภาคใต้บางคน เขาได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับทีมงานตั้งพรรคใหม่ของนายฉัตรชัยไว้แล้ว เรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนอีกสักระยะหลังนายฉัตรชัยเกษียณอายุราชการ ที่คาดว่าหลังวันที่ 1 ตุลาคมทุกอย่างชัดเจนขึ้น โดยพรรคที่จะไปร่วมก่อตั้งจะต้องมีแนวทางชัดเจนคือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ พวกเรายืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่ไหน พวกเราทีมงานเลือกตั้งภาคใต้ก็จะไปอยู่ด้วย พลังประชารัฐแจ้งเกิดได้ในภาคใต้ตอนเลือกตั้งรอบที่แล้ว ก็เพราะคนใต้เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นเลือกตั้งรอบหน้า พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่พรรคไหน เชื่อเถอะว่าพรรคนั้นจะได้ ส.ส.เขต ในภาคใต้จำนวนไม่น้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ หากเล่นการเมืองต่อ ก็คงไม่อยู่กับพลังประชารัฐแล้ว เพราะตำแหน่งต่างๆ ในพลังประชารัฐเต็มหมดแล้ว ทั้งหัวหน้าพรรค ประธานยุทธศาสตร์พรรค แค่นี้ก็จบแล้ว บิ๊กตู่ต้องไปสังกัดพรรคขนาดใหญ่พรรคการเมืองใดก็ได้ที่จะเป็นการทำพรรคที่ต้องสอดรับกับระบบการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบเท่านั้น พวกเรายืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่ไหน พวกเราทีมงานเลือกตั้งภาคใต้ก็จะไปอยู่ด้วย&amp;quot; เพื่อนร่วมรุ่น ตท. 12 กับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งในการเลือกตั้งปี 2562 เป็นที่รู้กันดีในทางการเมืองว่า พ.อ.สุชาติเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญของ พปชร.ในการวางแผนการเลือกตั้งร่วมกับอีกหลายคนทีตอนนี้มีตำแหน่งการเมือง เช่น พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา, &amp;nbsp;นายอนุมัติ อาหมัด ส.ว.และนักธุรกิจใหญ่ด้านกิจการค้าน้ำมันในภาคใต้ โดยก่อนหน้านี้ ทีม ส.ส.ภาคใต้ 13 คน เคยเสนอชื่อ พ.อ.สุชาติ ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยกลาโหมหรือ รมช.มหาดไทย โดยใช้โควตาภาคใต้ แต่โควตาเต็ม ทีมภาคใต้พปชร.ยังไม่ได้โควตารัฐมนตรีจนถึงบัดนี้&amp;nbsp;
&amp;quot;จุิรนทร์&amp;quot;เซ็ง&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;แย่งคุมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำกับ 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ จากเดิมให้นายจุรินทร์เป็นผู้ดูแลว่า ขอพูดโดยรวมว่าเห็นใจพรรคพลังประชารัฐที่จะต้องแก้ไขปัญหาภายพรรค ซึ่งให้กำลังใจมาโดยตลอด เพียงแต่การแก้ไขปัญหาควรจะยุติ ไม่ควรที่จะกระทบถึงส่วนอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื่อง แทนที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ลุล่วงไปได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งแต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งโดยไม่จำเป็น ซึ่งตนสื่อสารเรื่องนี้กับนายกฯแล้ว และนายกฯ ก็รับทราบ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายไปได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในทางการเมือง พล.อ.ประวิตรเข้ามาในลักษณะเช่นนี้ อาจจะยึดกระทรวงเกษตรฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ไปได้ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยคุยกัน เป็นอีกกรณีหนึ่งซึ่งยังไม่เกิดเรื่องขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำที่ระบุว่าอาจเกิดปัญหาที่สองที่สามตามมา ตอนนี้กังวลเรื่องอะไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนพูดตามหลักการเท่านั้น เพราะเข้าใจและเห็นใจรัฐบาลว่ามีปัญหาอยู่หลายด้านในขณะนี้ ฉะนั้น อะไรที่จะไม่สร้างปัญหาเพิ่มโดยไม่จำเป็น ก็ไม่ควรทำ และเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 10 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายประเสริฐกล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ลงนามเพื่อยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.เอาผิดนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเดินทางไปยื่นต่อ ป.ป.ช. วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม เวลา 10.00 น. มีการยื่นเอาผิด 4 ชุด ชุดแรก เป็น ครม.ทั้งคณะ, ชุดที่ 2 นายกรัฐมนตรี, ชุดที่ 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, &amp;nbsp;ชุดที่ 4 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของประเด็นที่จะยื่นนั้นเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีนทั้งหมด 3 เรื่อง เช่น การไม่เข้าโครงการโคแวกซ์ การผูกขาดเอื้อประโชน์วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า การทุจริตจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ทุจริตการจัดซื้อชุดตรวจ ATK การบริหารจัดการวัคซีนที่ผิดพลาด จัดซื้อวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพให้คนไทย และอีกเรื่องที่เกี่ยวกับการออกมติ ครม.ที่ขัดต่อกฎหมาย โดยมีการเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตสต๊อกยางพารา ส่งผลให้เกิดการขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เอื้อเอกชนรายเดียว ผิดกฎหมายการยางเรื่องการรักษาเสถียรภาพ ทำราคายางลดต่ำเพราะมีการทุ่มราคา &amp;nbsp;
ดักคอ ครม.ยื่นฟอกตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรื่องการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ระบุชัดว่า นายกฯจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ ฝ่ายค้านแทบจะไม่ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะชัดเจนในตัวมันเองแล้ว ถ้าตีความแบบฝ่ายค้านตีความ ต้องนับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 และบทเฉพาะกาลมาตรา 264 ในรัฐธรรมนูญยังระบุว่า ครม.ที่เป็น ครม.อยู่ก่อน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในการยื่นร้อง ถ้ายังไม่มีเหตุเกิดขึ้น ศาลคงจะไม่รับไว้ ฝ่ายค้านจึงจะไม่ยื่นในขณะนี้ เพราะยื่นไว้คงไม่เกิดประโยชน์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชกล่าวว่า ประเด็นนี้ยึดโยงกันอย่างน้อย 3 มาตราคือ รัฐธรรมนูญมาตรา 158 ระบุไว้ชัดเจน ซึ่งคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ทำเอกสารอธิบายความมุ่งหมายไว้ชัดเจนว่า เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดอำนาจในทางการเมืองยาวเกินไป อันจะเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤตทางการเมือง หากเรายังปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจนานเท่าไหร่ จะเป็นปัญหาทางการเมือง จนเกิดวิกฤต, เรื่องนี้ฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญในตอนนี้ จะเป็นการขยายอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมากเกินจำเป็น หวังว่านายกฯจะเคารพเจตจำนงของรัฐธรรมนูญที่ตนเอง และแม่น้ำหลายๆ สายของตนเองยกร่างเอาไว้ เอาเข้าจริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องรอถึงสิงหาคม 2565 ทุกวันนี้รัฐบาลทราบดีว่าเราอยากได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เร็วที่สุดทุกเวลา สิงหาคมปีนี้ยังคิดว่าช้าเกินไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐไม่สามารถเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ใช่หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า หากนับการดำรงตำแหน่งเริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2557 ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้แล้ว ขณะที่พ.ต.อ.ทวีกล่าวเสริมว่า สามารถเสนอได้ แต่ประชาชนต้องตื่นรู้ว่าคุณเป็นรัฐมนตรี 7 ปี บ้านเมืองเราบอบช้ำมามากแล้ว &amp;nbsp;วันนี้ต้องเปิดโอกาสให้ผู้นำที่ประชาชนเลือกจะดีกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากังวลหรือไม่หากฝ่ายรัฐบาลจะชิงยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นอำนาจของ กกต.และ ครม. หาก กกต.ยื่นอาจจะเป็นเจตนาบริสุทธิ์ เพราะ กกต.จะทราบว่าหากจัดการเลือกตั้งจะมีปัญหาหรือไม่ ถ้าเป็น ครม.อาจจะตีความว่าเป็นการฟอกตัวได้ เชื่อว่าถ้าหากมีการยื่นจริง มีแนวโน้มว่าศาลจะรับคำร้องไว้แน่ เพราะเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว จากกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากศาลตีความในช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ครบวาระแล้ว จะเกิดเดดล็อกทางการเมืองหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ถ้ามีคำวินิจฉัยออกมาว่าวาระการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ และเมื่อมีการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งไปนั้น มันก็มีผลแน่นอนต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถามว่าใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะ กกต.ที่ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติการเข้ามาสู่ตำแหน่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ก่อนศาลตีความเรื่องหมดอายุพล.อ.ประยุทธ์ควรตีความตัวเองบ้าง ซื้อเวลาแก้โควิดด้วยยอดเสียชีวิตของประชาชน หารายได้ด้วยการขยายเพดานกู้แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการเป็นคู่ขัดแย้งและเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ปฏิรูปการเมืองด้วยการร่างรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจรักษาตำแหน่งด้วยการแจกกล้วยกำจัดรัฐบาลเก่าด้วยการดูดลูกพรรคไปเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี คุยกับสัตว์สารพัดชนิดเข้าใจแต่คุยกับคนไทยไม่รู้เรื่องเกือบ &amp;nbsp;8 ปี ทำบ้านเมืองแบบนี้ยังคิดจะอยู่ต่ออีกหรือ?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118274</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, พรรคเศรษฐกิจไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606cf19dcd2ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนาธรฝันกินรวบซ่อมส.ส. การเมืองพลิกขั้วจัดตั้งรบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้าน &amp;quot;เพื่อไทย-อนาคตใหม่&amp;quot; อาจชนกันเองในสนามเลือกตั้งซ่อมนครปฐม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ฝันหากรอดคดีศาล รธน.-ชนะเลือกตั้งซ่อม การเมืองพลิก ล้มรัฐบาลได้ ปูดช่วงปิดสภาอาจมีเงินสะพัด ซื้อตัวงูเห่าเข้าคอก น่าอายไหม ผลโพลตบหน้าสภา 500 ประชาชนผิดหวังบทบาท ส.ส. เหตุเอาแต่ทะเลาะกัน ไม่ทำเพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ตลาดเช้าวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ส.ส.และแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ร่วมชี้แจงสาเหตุการลาออกจากการเป็น ส.ส.ของนางจุมพิตา จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม ที่ประสบอุบัติเหตุต้องพักรักษาตัว ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเริ่มต้นนายธนาธรได้ประกาศผ่านเสียงตามสายของกองอำนวยการตลาด ก่อนจะเดินบอกกล่าวกับผู้คนในตลาดอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ต้องขอโทษที่ ส.ส.จุมพิตา ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากหลังการเลือกตั้งแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ต้องผ่าตัดสมองและพักรักษาตัว ซึ่งแม้จะมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แต่คาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะกลับมาเป็นปกติ ดังนั้น ไม่อยากให้พี่น้องเสียโอกาส ไม่อยากให้เสียเวลาการประชุมสภาที่ต้องเสียไป 1 เสียง คุณจุมพิตาจึงตัดสินใจลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งผู้แทนในเขตนี้ใหม่ จึงจะขอการสนับสนุนจากประชาชนอีกครั้ง ในการเลือกตั้งใหม่ที่จะมาถึง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 20 ตุลาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสภาวะที่เสียง ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านปริ่มน้ำ ก้ำกึ่งกันอย่างในตอนนี้ 1 เสียงของประชาชนอาจเปลี่ยนสมดุลทางการเมือง อาจเปลี่ยนขั้วการเมืองได้&amp;quot; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่วัดนครชื่นชุ่ม อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธรและคณะร่วมเป็นสักขีพยานการลงคะแนนเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในนามพรรคอนาคตใหม่ ของสมาชิกพรรค เขต 5 นครปฐม แทนนางจุมพิตา
โดยมีผู้เสนอตัว 3 คน ได้แก่ 1.นายไพรัฎฐโชติ จันทรขจร สามีนางจุมพิตา 2.น.ส.ประภัสรินทร์ ธาตรีธีรสวัสดิ นักธุรกิจ และ 3.นายสมศักดิ์ เกษมวัฒนา อดีตข้าราชการ ซึ่งผลการลงคะแนนปรากฏว่าผู้ชนะได้แก่ นายไพรัฎฐโชติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายธนาธรกล่าวว่า จะนำรายชื่อของผู้ที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 1 และ 2 ไปให้กรรมการบริหารพรรคตรวจสอบและรับรองอีกครั้ง แต่เบื้องต้นขณะนี้คือนายไพรัฎฐโชติ เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสภา 2 เสียงที่หายไปคือ 1.เสียงของผมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ และ 2.คุณจุมพิตาซึ่งไม่สบาย หากในอนาคตได้ 2 เสียงกลับคืนมา ในสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำแบบนี้ อาจทำให้สมดุลทางการเมืองเปลี่ยน พลิกขั้วรัฐบาลพลิกได้ ซึ่งก็เกือบพิสูจน์แล้วจากการเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งพรรคฝ่ายค้านแพ้ให้กับพรรคฝ่ายรัฐบาลเพียงแค่ 2 เสียงเท่านั้น &amp;nbsp;เสียงชาวนครปฐมมีโอกาสตัดสินอนาคตของประเทศ ขอให้ใช้สิทธิ์ของท่านอย่างเต็มที่เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศในครั้งนี้&amp;quot; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ของสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ ก็ต้องบอกว่าระฆังหมดยกช่วยไว้ก่อน ปิดสมัยประชุมสภาในขณะที่สถานการณ์ฝ่ายรัฐบาลไม่ค่อยดี ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ 2 เสียงที่กลายไปเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระ ดังนั้น คาดว่าช่วงปิดสมัยประชุม อาจจะมีการซื้อ ส.ส.ด้วยเงิน ด้วยอำนาจ เพื่ออุดรูรั่วตรงนี้ ซึ่งก็อยากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันจับตา สำหรับเรื่องการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ &amp;nbsp;กทม. สำหรับพรรคอนาคตใหม่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงการตัดสินใจ ยังมีเวลา เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ปฏิทินการทำงานของพรรคยังมีเรื่องของการเลือกตั้งนายก อบจ.ที่ต้องทำให้จบเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้านด้วยกันคือ พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมส่งผู้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งที่ 5 จ.นครปฐม และเขต 2 จ.กำแพงเพชร ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคจะหารือกันเพื่อกำหนดตัวบุคคลในวันที่ 16 ก.ย. เบื้องต้นมีผู้เสนอตัวสมัครเข้ามาเขตละ 2-3 คนแล้ว รวมทั้งพรรคเพื่อไทยยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กับพรรคอนาคตใหม่ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สนามเลือกตั้งท้องถิ่นก็เริ่มคึกคักมากขึ้น โดยทาง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตผู้อำนวยการเลือกตั้ง พปชร.ภาคใต้ และว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารจังหวัดสงขลา (อบจ.) กล่าวว่า การเมืองท้องถิ่นจะเกิดขึ้นระยะ 3-4 เดือน สำหรับตนเองถ้าได้รับการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สงขลา โดยมีนโยบายคือนำงบประมาณ อบจ.ประมาณ &amp;nbsp;1,700 ล้านบาท/ปี ลงสู่ท้องถิ่นฐานราก ประมาณ &amp;nbsp;1,000 ล้านบาท/ปี &amp;nbsp;กระจายถึงรากหญ้าถึงบันไดบ้าน จำนวน 128 &amp;nbsp;ตำบล &amp;nbsp;โดยผ่านกำนัน &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล &amp;nbsp;อบต. &amp;nbsp;โดยตำบลละ 1 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย โดยจัดอันดับโครงการความเร่งด่วน ตามสภาพความเป็นจริง &amp;nbsp;ประชาชนร่วมกันจัดทำโครงการ ส่วนอีก 700 ล้านบาท จะเป็นงบประจำของ อบจ. โดยก่อนหน้านี้เคย เป็น ผอ.ศูนย์เลือกตั้งภาคใต้ พรรค พปชร. สามารถพาผู้สมัครได้รับเลือกตั้งภาคใต้ 13 คน พรรคจึงมีมติส่งผู้สมัครนายก อบจ. 14 จังหวัด และจะมีการแสดงวิสัยทัศน์เพื่อคัดเลือกหาผู้สมัครนายก อบจ. 14 จังหวัดภาคใต้ต่อไปในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,233 คน ระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน 2562 ในเรื่อง &amp;quot;บทบาทของ ส.ส. ณ วันนี้ &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจที่น่าสนใจพบว่า เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนประทับใจเกี่ยวกับบทบาทของ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา อันดับ 1 มีความตั้งใจในการทำงาน ทำหน้าที่ได้ดี &amp;nbsp;51.48%, อันดับ 2 มีแนวคิดใหม่ๆ มีนโยบายที่น่าสนใจ 28.35%, อันดับ 3 เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน 22.96%, อันดับ 4 เป็นคนรุ่นใหม่ เป็น ส.ส.หน้าใหม่ ไฟแรง &amp;nbsp; &amp;nbsp;21.22% ขณะที่สิ่งที่ประชาชนไม่ประทับใจเกี่ยวกับบทบาทของ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา คืออันดับ 1 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่รักษาสัญญา ไม่ทำตามนโยบาย 40.98%, อันดับ 2 ทะเลาะวิวาท สร้างความขัดแย้ง แตกแยก &amp;nbsp; &amp;nbsp; 29.69%, อันดับ 3 อภิปรายไม่สร้างสรรค์ ไม่ควบคุมอารมณ์ &amp;nbsp;26.64%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด คืออันดับ 1 มีผลงานให้เห็น มุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน 39.59%, อันดับ 2 พัฒนาประเทศ จังหวัด ชุมชนให้เจริญก้าวหน้า 30.46%, อันดับ 3 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูแลเอาใจใส่พี่น้องประชาชน ทำให้อยู่ดี กินดี &amp;nbsp; &amp;nbsp;22.03%, อันดับ 4 รักษาสัญญา ทำตามนโยบายที่ให้ไว้ 18.76%, อันดับ 5 เป็นปากเป็นเสียงของประชาชน ปกป้องสิทธิของประชาชน 15.49%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนคาดหวังไว้กับ ส.ส. จะสมหวังหรือไม่ อันดับ 1 ค่อนข้างผิดหวัง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 48.39% เพราะเล่นเกมการเมืองแบบเดิมๆ มัวแต่ทะเลาะกัน กล่าวหา ใส่ร้าย โจมตีกันไปมา ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี ฯลฯ, อันดับ 2 ผิดหวัง 31.07% เพราะ &amp;nbsp; &amp;nbsp;คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเอง ไม่ทำเพื่อประชาชน ไม่รักษาคำพูด ไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ฯลฯ, อันดับ 3 ค่อนข้างสมหวัง 17.86% เพราะ เป็นกันเอง ใกล้ชิดประชาชน ลงพื้นที่พบปะพูดคุย เข้าถึงประชาชน รับฟังความคิดเห็น ฯลฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45825</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7e49a7e1c66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุทธศาสตร์ &#039;แท็กทีม&#039; ชิงผู้ว่าฯ กทม. &#039;พท.-อนค.&#039; จับมือชน &#039;พปชร.-ปชป.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วง &amp;ldquo;ใกล้คลอด&amp;rdquo; เต็มที สำหรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้ผู้นำรัฐบาลคนเดิมอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ในรายละเอียดนั้น กล่าวได้ว่า &amp;ldquo;เค้กก้อนใหญ่&amp;rdquo; นั้น แบ่งกันลงตัวไปแล้ว ในแง่ของตำแหน่งต่างๆ แม้จะมีอาการงอแงของกลุ่ม &amp;ldquo;สามมิตร&amp;rdquo; ออกมา ซึ่ง &amp;quot;อุตตม สาวนายน&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็กล่าวถึงกรณีดังกล่าวแล้วว่า &amp;ldquo;เป็นเรื่องภายใน&amp;rdquo; ที่มีการโวยวายกัน แต่อาจจะเป็นการ &amp;rdquo;โวยวาย&amp;rdquo; ที่เสียงดังไปซักหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน หลายพรรคก็เริ่มเดินหน้าแคมเปญการเลือกตั้งท้องถิ่น อย่าง &amp;quot;พรรคเพื่อไทย&amp;quot; มีการวางตัวผู้รับสมัครในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ไม่แคล้วว่าหวยน่าจะออกที่ &amp;ldquo;ชัชชาติ สิทธิพันธุ์&amp;rdquo; นักการเมืองที่มีภาพของความทันสมัย และเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ หรือกรณีของ &amp;ldquo;ชูชัย เลิศพงษ์อดิสร&amp;rdquo; ที่ถูกวางไว้เป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่พรรคพลังประชารัฐเองก็มีความเคลื่อนไหวของ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ผู้อำนวยการ พปชร.ภาคใต้ที่ประกาศตัวแบบไม่กั๊กว่า &amp;ldquo;พร้อม&amp;rdquo; ที่จะลงชิงชัยในตำแหน่งนายก อบจ.จ.สงขลา เนื่องจาก 13 เขต ที่ พปชร.ชิงตำแหน่งจากเจ้าถิ่นอย่างประชาธิปัตย์มาได้นั้น ทั้ง 8 เขต พวกเขาเหมาไปเสีย 4 ส่วนอีก 4 เขตที่พลาดไป คะแนนก็ไม่ถือว่า ได้ลุ้น เลยทีเดียว เพราะพวกเขาได้อันดับ 2 ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่น้องใหม่ไฟแรงอย่าง &amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; เองก็ออกตัวแรงไม่น้อยหน้าใคร เมื่อมาพร้อม #อนาคตใหม่เขย่าท้องถิ่นไทย จากนั้นจึง &amp;ldquo;ประกาศวันรับผู้สมัครหรือทีมผู้สมัคร&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้ โดยจะให้ส่งใบสมัครมาที่ส่วนกลางของพรรคเท่านั้น จะไม่รับสมัครตามสาขาพรรคในจังหวัดต่างๆ ขณะเดียวกันได้มีการเปิดโครงการ Eastern Life Corridor (ELC) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางพรรคประกาศชัดว่า เป็นหนึ่งใน &amp;ldquo;พื้นที่ยุทธศาสตร์&amp;rdquo; เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านพรรคประชาธิปัตย์เองอาจจะมาอย่างราบเรียบ โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรคอย่าง &amp;ldquo;ภาคใต้&amp;rdquo; ที่ไม่ต้องมีการขยับอะไรมากมาย แต่ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่า &amp;ldquo;เจ้าถิ่น&amp;rdquo; ในแต่ละพื้นที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่พื้นที่ที่น่าจับตา &amp;ldquo;น่าจะ&amp;rdquo; มีความเข้มข้นมากที่สุดในการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย-ต.ค.นี้ คือเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร จากเดิมที่มีการชิงชัยเพียงแค่ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; เท่านั้น แต่ในครั้งนี้จะมีอีก 2 &amp;ldquo;พรรคขนาดใหญ่&amp;rdquo; อย่าง &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; มาร่วมแจมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงสะท้อนของคนกรุงจากการเลือกตั้งระดับชาติที่ผ่านมานั้น เล่นเอาแชมป์เก่าอย่าง ปชป.ไปไม่เป็น เมื่อพวกเขา &amp;ldquo;สูญพันธุ์&amp;rdquo; ในการเลือกตั้งระดับชาติ แต่ยังเหลือเวที กทม.ให้ลุ้น ขณะที่ &amp;ldquo;พรรคเพื่อนร่วมอุดมการณ์&amp;rdquo; อย่างพลังประชารัฐ กลับเข้าวินเป็นที่ 1 ด้วยจำนวน 12 ที่นั่ง อนาคตใหม่ 10 ที่นั่ง และเพื่อไทย 8 ที่นั่ง แต่ในรายละเอียดนั้น พรรคอนาคตใหม่กลับได้คะแนนดิบมากที่สุดกว่า 800,000 คะแนน ตามมาด้วยพรรคพลังประชารัฐ และเพื่อไทย ก่อนจะเป็นประชาธิปัตย์ตามลำดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากวัดจากคะแนนเสียงครั้งล่าสุดแล้ว กระแสข่าวการ &amp;ldquo;แท็กทีม&amp;rdquo; ระหว่างขั้วเพื่อตั้งทีมชิงชัยตำแหน่งผู้ว่า กทม. จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ระหว่าง &amp;ldquo;เพื่อไทย-อนาคตใหม่&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; เพราะหมากเกมนี้ หากวางยุทธศาสตร์เพลี่ยงพล้ำแล้ว &amp;ldquo;แชมป์เก่า&amp;rdquo; อย่างประชาธิปัตย์นั้นอาจจะสูญพันธุ์อย่างสมบูรณ์แบบทั้งสนามใหญ่-เล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การแท็กทีมระหว่าง &amp;ldquo;พปชร.-ปชป.&amp;rdquo; ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร เพราะทั้ง 2 ค่ายนั้นก็ &amp;ldquo;ผสมพันธุ์&amp;rdquo; กันมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งอยู่แล้ว ภายหลังจากการโดนเด้งกลางอากาศของ &amp;ldquo;ชายหมู&amp;rdquo; ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดนเด้งด้วยคำสั่ง คสช. คนที่ไปแทนที่ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คือ &amp;ldquo;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&amp;rdquo; อดีตรองผู้ว่าฯ ยุค &amp;ldquo;ชายหมู&amp;rdquo; นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ บุคลากรคนอื่นที่เปลี่ยนหน้าไปมา ก็วนเวียนกันอยู่ อย่าง รองผู้ว่าฯ สกลธี ภัททิยกุล ที่หลังๆ มักจะโพสต์เฟซบุ๊กโจมตีพรรคอนาคตใหม่อยู่เนืองๆ นั่นก็เด็กเก่าจากค่าย &amp;ldquo;พระแม่ธรณีบีบมวยผม&amp;rdquo; หรือรองผู้ว่าฯ อีกท่านอย่าง เกรียงยศ สุดลาภา นั่นก็เคยเป็น ส.ส.ปชป.เช่นเดียวกัน นี่ยังไม่นับรวมบรรดาทีมโฆษกที่เคยอยู่ อย่าง ตรีดาว อภัยวงษ์ หรือ ณัฐนนท์ กัลยาณศิริ บุตรชายของ วิรัตน์ กัลยาณศิริ ตามการ &amp;ldquo;ย้ายค่ายเบอร์เดิม&amp;rdquo; ยังไม่นับรวมบรรดาที่ปรึกษา รองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ อีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านฟาก แดง-ส้ม นอกจาก ชัชชาติ แล้ว อีกชื่อที่ปรากฏมาตอนหลังว่า &amp;ldquo;มีสิทธิ์&amp;rdquo; ที่จะลงชิงชัยผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคอนาคตใหม่ คือ &amp;ldquo;ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล&amp;rdquo; พิธีกรคนดังของช่อง voice tv ที่ชิมลางสนามเล็กมาแล้ว เมื่อปี 2552&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาดคือ ผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน ที่ให้ข่าวยึกยักไปมา เดี๋ยวก็จะไม่ลงสมัคร เดี๋ยวก็ใบ้ว่าอาจจะลงแบบวันแมนโชว์ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วยุทธศาสตร์แต่ละพรรคนั้นจะเป็นอย่างไร แต่คงไม่มีพรรคไหนกล้าเสี่ยง เมื่อขั้วตรงข้ามประกาศว่าจะ &amp;ldquo;แท็กทีม&amp;rdquo; อีกฝั่งก็คงต้องใช้วิธีเดียวกัน ไม่เช่นนั้นโอกาสชนะนั้น เรียกได้ว่า &amp;rdquo;เป็นไปไม่ได้เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่แน่นอนที่สุด การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งครั้งหนึ่งที่มีความเข้มข้นและสูสีที่สุดเท่าที่เคยมีมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชัย เลิศพงษ์อดิสร, ณัฐนนท์ กัลยาณศิริ, ตรีดาว อภัยวงษ์, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร, ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล, วิรัตน์ กัลยาณศิริ, สกลธี ภัททิยกุล, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1cb8430d37b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองท้องถิ่นเดือด! &#039;พลังประชารัฐ&#039; เปิดศึก &#039;ประชาธิปัตย์&#039; เลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62 - รายงานข่าวจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีแนวโน้มว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ล่าสุดทางพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;จึงได้พิจารณาตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา คือ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ผู้อำนวยการพรรค พปชร.ภาคใต้ ที่บริหารจัดการการเลือกตั้ง ส.ส.ภาคใต้จนประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาคใต้มีผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐได้รับการเลือกตั้ง 13 เขต โดยเฉพาะ จ.สงขลาได้รับเลือกตั้งมากที่สุดถึง 4&amp;nbsp;เขต และ อีก 4 เขตที่สอบไม่ผ่านนั้นปรากฏว่าผู้สมัครมีคะแนนมาเป็นอันดับสองทุกเขต&amp;nbsp;จึงมีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.สุชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า ตนลงสมัคร นายก อบจ.สงขลา ในนามพรรค พปชร.จริง เพื่อต้องการขับเคลื่อนนโยบายพรรคในระดับจังหวัดเพราะมีการแข่งขันระหว่างพรรค พปชร.กับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;จึงต้องการขับเคลื่อนนโยบาย &amp;quot;เพิ่มเงินและเพิ่มคน&amp;quot;&amp;nbsp;ของพรรคมาสู่ท้องถิ่นให้เกิดรูปธรรม ส่วนนโยบายระดับ จ.สงขลา ต้องแบ่งออก 3 โซน โซนแรกคาบสมุทรสทิงพระ มีปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง โซน 5 อำเภอชายแดน ปัญหาเรื่องความมั่นคง และ อ.หาดใหญ่ อ.เมือง ปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวซบเซา ทั้งหมดต้องได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลกลางและการเมืองท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายงานข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ส่ง พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี &amp;nbsp;อดีต ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว ลงสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา เพื่อเปิดทางให้นายไพร พัฒโน ลงเลือกตั้ง&amp;nbsp;นายกเทศบาลนครหาดใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39010</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี, อบจ.สงขลา, เลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b10384e3c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ปลอบใจก๊วนด้านขวานส่ง&#039;ผู้การสุชาติ&#039;ชิงนายกอบจ.สงขลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของกลุ่มด้านขวานไทย เป็นที่แน่นอนแล้วว่า จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ผู้ใหญ่ในพรรคได้รับปากกับแกนนำกลุ่มว่าจะดูแลอย่างทั่วถึง โดยจะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนภาคใต้ ทำหน้าที่เป็นตัวประสานความต้องการจากในพื้นที่ไปยังกระทรวงต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำกลุ่มด้ามขวานไทย จากเดิมที่มีความประสงค์รับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่หลังจากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น ทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคจะสนับสนุนให้ พ.อ.สุชาติ ให้ลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ โดยคู่แข่งคนสำคัญคือ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผบช.ตำรวจท่องเที่ยว จากพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคยังกำชับให้ ส.ส.และสมาชิกพรรค เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นใน 6-7 จังหวัดภาคใต้เอาไว้เลยตั้งแต่เนิ่นๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39000</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, แกนนำด้ามขวานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0aed674f385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.เปิดตัวผู้สมัครส.ส. 50 เขตภาคใต้  - โวลั่นมาแน่ 11  ที่นั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.61 - ที่ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;เลขที่ 29 หมู่ที่ 1 บ้านชายคลอง &amp;nbsp;ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง &amp;nbsp;พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล &amp;nbsp;กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;เป็นประธานคัดเลือกหัวหน้าศูนย์ประสานงานของพรรคพลังประชารัฐจังหวัดพัทลุง โดยในที่ประชุมคัดเลือก นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีต ส.ส.2 สมัย &amp;nbsp;และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ( อบจ.) พร้อมทั้งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพัทลุง &amp;nbsp;ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง &amp;nbsp;โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 &amp;nbsp;นายสมคิด โสมนะ เขตเลือกตั้งที่ 2 &amp;nbsp; ดร.พลกฤษณ์ &amp;nbsp;คล้ายวิตภัทร &amp;nbsp; และเขตเลือกตั้งที่ &amp;nbsp;3 นายปรัชชา (ปลัดจุก) &amp;nbsp;นวลเปียน &amp;nbsp;หลานชายของ นายสมคิด &amp;nbsp;นวนเปียน อดีต ส.ส.พัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.สุชาติ จันทรโชตกุล &amp;nbsp;กรรมการสรรหาผู้สมัครใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ได้กำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคครบทั้ง 50 เขต ในภาคใต้ และพร้อมจะเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยในหลายจังหวัด มีนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่สนใจงานการเมืองเข้ามาร่วมทีม &amp;nbsp;และมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;จะได้ ส.ส.ในภาคใต้ ประมาณ 11 ที่นั่ง &amp;nbsp;จ.ชุมพร 1 ที่นั่ง นครศรีธรรมราช 3 ที่นั่ง &amp;nbsp; ตรัง 1-2 &amp;nbsp;ที่นั่ง &amp;nbsp;กระบี่ 1 ที่นั่ง &amp;nbsp;และสงขลา จะได้จากเขตเลือกตั้งที่ &amp;nbsp;1.2,5,8 &amp;nbsp;เขตละ 1 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยอมรับว่าสำหรับในวันนี้ยังไม่มีโอกาส &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ จ.สตูล &amp;nbsp;พัทลุง &amp;nbsp;ภูเก็ต &amp;nbsp;พังงา ระนอง &amp;nbsp;และ จ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;เพราะเป็นพื้นที่ของนายสุเทพ เทือสุบรรณ &amp;nbsp;และเขตพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ตนเป็นเพื่อนของนายกรัฐมนตรี อยู่ด้วยกันมาตลอด และเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนให้เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;หลังจากการเลือกตั้ง ก็ยังสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;อีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่านายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;จะพูดไม่ไพเราะ แต่ใจดี มีเงินใส่ให้บัญชีคนจน 300 บาท และ 500 &amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;คนที่พูดไพเราะพูดหวานเคยให้บ้างหรือเปล่า &amp;nbsp; และที่สำคัญเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว ที่แก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติได้ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, หาเสียงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c13925423457.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
