<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพไทยเต้น! โต้เฟกนิวส์ปูดต่างด้าวหนีเข้าระนองต้นเหตุโควิดระบาดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 63 - พ.อ.หญิงฉัตรรพี พูนศรี โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อมูลข่าวสารในสื่อโซเชียลได้กล่าวว่ามีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ จ.ระนอง และเข้ามาทำงานในไทย จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid -19 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาครนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองบัญชาการกองทัพไทย ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นความจริงแต่ประการใด เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา ตั้งแต่มีสถานการณ์โควิด ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ได้มีการบูรณาการร่วม ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกปกครอง ดำเนินการวางกำลังตามแนวชายแดน ทั้งทางบก และทางทะเล แบบเข้มงวด ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางตรวจพื้นที่ด้วยตนเองทุกครั้ง ประกอบกับขบวนการค้าแรงงานในพื้นที่ จ.ระนอง ที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้เส้นทางทางทะเลเป็นหลัก เนื่องจากทางบกมีด่านสกัดกั้นทุกช่องทางเข้า -ออกตลอด จนปัจจุบันนี้ขบวนการแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้สลายตัวเบาบางลงมาก เนื่องจากมีการปราบปรามอย่างเข้มงวดในห้วงที่มีการจับกุมขบวนการค้าชาวโฮริงจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้วยังได้มีการโจมตีด้วยข่าวอันเป็นเท็จเกี่ยวกับว่ามีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทางบกด้วยรถตู้ เพื่อเข้ามายังพื้นที่ จ.ระนองนั้น ไม่เคยปรากฎเหตุการณ์ดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอแจ้งให้พี่น้องประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และอย่าส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นความจริงเสียก่อน ซึ่งอาจเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ต้องการซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม ทั้งนี้ ความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติคือพลังที่สำคัญในการนำประเทศไทยก้าวข้ามผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี, ภาคที่4, ระนอง, แรงงานต่างด้าว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fdfeffad0946.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.รายงานในที่ประชุมผบ.เหล่าทัพ งัดไม้แข็ง&#039;ยึดทรัพย์&#039;สื่อออนไลน์ที่ทำผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63- พ.อ.หญิงฉัตรรพี พูนศรี โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงภายหลังการประชุมผู้บัญชาการหล่าทัพว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานภารกิจในการติดตามและเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางสื่อออนไลน์ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์จัดเป็นบริการออนไลน์ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มีความเกี่ยวข้องกันในสังคม ถือว่าสื่อออนไลน์นั้นสร้างประโยชน์อย่างมากในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และความบันเทิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในอีกด้านหนึ่ง การใช้สื่อออนไลน์ได้นำพาปัญหาต่าง ๆ เข้ามาสู่สังคม และเป็นช่องว่างให้คนร้ายใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการติดตามและเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกรูปแบบ บังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ตลอดจนใช้มาตรการตรวจยึดทรัพย์สิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในยุคสังคมดิจิทัลต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57515</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี, ยึดทรัพย์, สื่อออนไลน์, โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b75eadd400.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 23:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 23:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บก.ทท.พร้อมนำกำลังพล-ครอบครัวนพค.54 บริจาคโลหิตช่วยปชช.ที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ.63 - พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชน เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหล่ยราย และเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่จังหวัดครราชสีมา โดยทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่าต้องการรับบริจาคโลหิตจำนวนมาก เพื่อใช้ในการรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ นั้นทางกองบัญชากการกองทัพไทย (บก.ทท.) โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) โดย ผบ.นพค. 54 สนภ.5 นทพ. ได้นำกำลังพลและครอบครัว จำนวน 150 คน ร่วมบริจาคเลือดกรณีฉุกเฉิน ที่คลังเลือด อาคารพยาธิวิทยา โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ พร้อมทั้งเชิญชวนพี่น้องประชาชน ราวมกันบริจาคโลหิต ในรพ.ใกล้เคียง ที่ท่านสะดวก เพื่อนำโลหิตไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี, ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200208/image_big_5e3eddfae04b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบเสื้อนักปั่น&#039;Bikeอุ่นไอรัก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานครัวพระราชทานบริการอาหาร-น้ำดื่มแก่ ปชช. ในพิธีรับมอบสิ่งของพระราชทานกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก วันที่ 1-2 ธ.ค.นี้ &amp;quot;กองทัพไทย&amp;quot; ย้ำ จนท.ดูแลผู้รับสิ่งของพระราชทานเหมือนแขกของพระองค์ &amp;quot;นายกฯ แนะเดินทางด้วยรถสาธารณะป้องกันการจราจรติดขัด เผยยอดผู้ร่วมปั่นพุ่ง 6.7 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องรอดโพธิ์ทอง สนามศุภชลาศัย วันที่ 30 พ.ย.พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพ ไทย แถลงรายละเอียดขั้นตอนรับมอบสิ่งของพระราชทานให้กับประชาชนทั่วไปในกิจกรรม BikeUnAiRak (ไบค์อุ่นไอรัก) ว่า ในช่วงเช้า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจการปฏิบัติในการซ้อมใหญ่พิธีรับมอบสิ่งของพระราชทาน ณ สนามศุภชลาศัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดพิธีรับมอบสิ่งของพระราชทานจำนวน 102,600 ชุด สำหรับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.กฤษณ์กล่าวว่า มีการแบ่งรอบการรับมอบฯ ออกเป็น 9 กลุ่ม เรียงตามหมายเลขและวัน เวลา ที่กำหนดไว้ในบัตรลงทะเบียน ดังนี้ กลุ่มที่ 1 (หมายเลข 00001-12,500) ในวันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.61 เวลา 08.00-10.00 น., กลุ่มที่ 2 (หมายเลข 12,501-25,000) ในวันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.61 เวลา 10.00-12.00 น., กลุ่มที่ 3 (หมายเลข 25,000-37,001) ในวันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.61 เวลา 12.00-14.00 น., กลุ่มที่ 4 (หมายเลข 37,501-50,000) ในวันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.61 เวลา 14.00-16.00 น., กลุ่มที่ 5 (หมายเลข 50,001-62,500) ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค.61 เวลา 08.00-10.00 น., กลุ่มที่ 6 (หมายเลข 62,501-75,000) ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค.61 เวลา 10.00-12.00 น., กลุ่มที่ 7 (หมายเลข 75,001-87,500) ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค.61 เวลา 12.00-14.00 น., กลุ่มที่ 8 (หมายเลข 87,501-100,000 ) ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค.61 เวลา 14.00-16.00 น., กลุ่มที่ 9 (หมายเลข 100,001-102,600) ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค.61 เวลา 16.00-18.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถิติการปฏิบัติมาในการจัดงาน &amp;ldquo;Bike for dad&amp;rdquo; ที่จัดสิ่งของพระราชทานจำนวนแถวละ 100 คนภายใน 1 ชั่วโมง ประชาชนจะได้รับของพระราชทาน 7,200 ชุด ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ในครั้งนี้ทางกองบัญชาการกองทัพไทยจะจัดเป็น 220 คน แบ่งเป็นสองแถว ทำให้ในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ประชาชนจะได้รับสิ่งของพระราชทานได้มากขึ้น คือประมาณ 15,000 คน โดยการจัดระบบทั้งหมดจะทำให้ผู้ที่เข้ารับใช้ระยะเวลารวมในแต่ละจุดประมาณ 15 นาที ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เน้นย้ำว่ากิจกรรมดังกล่าวถือเป็นพิธีที่ทรงเกียรติ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อประชาชนผู้มารับสิ่งของพระราชทานเปรียบเหมือนแขกของพระองค์ท่าน ต้องไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ต้องอำนวยความสะดวกเป็นไปได้ความเรียบร้อยทุกขั้นตอน&amp;ldquo; พล.ต.กฤษณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยกล่าวว่า ขอให้ผู้เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทานแต่งกายสุภาพ ใส่รองเท้าหุ้มส้น ใส่กางเกงขายาว เนื่องจากพิธีดังกล่าวเป็นพิธีทรงเกียรติ และเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ในขั้นตอนการทำความเคารพจะมีนักเรียนเตรียมทหารในการแนะนำขั้นตอนปฏิบัติ ขณะที่ในบริเวณในสนาม &amp;nbsp;อัฒจันทร์ ขอความกรุณาอย่าบันทึกภาพ แต่รอบนอกบริเวณสามารถถ่ายภาพได้ตามความเหมาะสม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญภายในบริเวณสนามศุภชลาศัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานครัวพระราชทานสำหรับบริการอาหารและน้ำดื่มให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนที่มาร่วมพิธีฯ รวมทั้งเตรียมจัดสินค้าและการบริการ จากกรมการค้าภายใน, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, กระทรวงแรงงาน และจากภาคเอกชนต่างๆ รวมไปถึงการแสดงดนตรีจากกองบัญชาการกองทัพไทยและสามเหล่าทัพ มาบริการประชาชนที่เดินทางมารับสิ่งของพระราชทานอีกด้วย&amp;quot; โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติ เมื่อประชาชนเดินทางมาถึงยังบริเวณด้านหน้าสนามศุภชลาศัย ฝั่งถนนพระรามที่ 1 ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบหมายเลขกับฝ่ายทะเบียนของกองทัพอากาศเพื่อยืนยันตัวบุคคล แล้วไปยังจุดตรวจอาวุธ ตรวจสอบขนาดเสื้อ ยื่นเอกสารรับป้าย Tag จักรยาน และคูปองจดขนาดเสื้อ จากนั้นไปตามเส้นทางที่กำหนด โดยมีแผนผังบอกเส้นทางการเดิน และมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์คอยแนะนำตลอดเส้นทางเดินจนกระทั่งถึงประตูช้างเข้าสู่บริเวณพิธีรับมอบสิ่งของพระราชทานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงฉัตรรพีกล่าวว่า สำหรับการเดินทางขอแนะนำให้พี่น้องประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า (BTS) โดยลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ รถแท็กซี่ หรือรถประจำทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่คับคั่ง และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนที่จะเข้าร่วมในพิธีฯ โปรดตรวจสอบรอบในการรับมอบฯ ให้ถูกต้อง ตามวัน เวลา ที่กำหนด พร้อมทั้งขอให้แต่งกายอย่างสุภาพเรียบร้อย หลีกเลี่ยงการพกพาสัมภาระขนาดใหญ่เพื่อความคล่องตัวในการรับสิ่งของพระราชทาน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่สายด่วน 1111
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ว่า ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค.นี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน &amp;ldquo;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีประชาชนมาลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วมากกว่า 640,000 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 1-2 ธ.ค.นี้ จะมีกิจกรรมรับเสื้อพระราชทานทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งการซ้อมใหญ่ในเส้นทางปั่นจริง ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค. จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนใช้รถสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาในพื้นที่จัดกิจกรรม และหลีกเลี่ยงเส้นทางปั่นจักรยานในวันที่มีกิจกรรมดังกล่าว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า สำหรับยอดประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ &amp;nbsp;จนถึงวันนี้ (30 พ.ย.) ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 102,600 คน และในต่างจังหวัด 76 จังหวัด จำนวน 569,721 คน ยอดรวมผู้เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ทั้งประเทศจำนวน &amp;nbsp;672,321 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23194</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bike for dad, พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c014d4b3dd2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
