<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล่าทัพปรับตัวใช้งบฯ65 &#039;ทบ.-ทร-ทอ.&#039;แจงลด-ชะลอจัดซื้อยุทโธปกรณ์ราคาสูงเน้นซ่อมบำรุงยืดอายุใช้งาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 64 - พล.อ. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก แถลงผลการปฏิบัติงานกองทัพบกประจำปี 2564 และแนวทางการพัฒนากองทัพบกตามห้วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 63 &amp;ndash; 30 ก.ย. 66 ว่า กองทัพบกสนับสนุนรัฐบาลและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 โดยท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นกองทัพบกยังคงดำเนินการพัฒนาองค์กรตามแผนพัฒนากองทัพบกเพื่อให้เป็นหน่วยรูปแบบเบา ประหยัด มีความคล่องตัวสูง และมีประสิทธิภาพ โดยในปีงบประมาณ 2564 มีการดำเนินการและมีการปฎิบัติที่สำคัญ เช่น การพัฒนาหน่วยงานแพทย์ทหารของกองทัพบกให้มีความพร้อมทั้งด้าน บุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาล เครื่องมือ เวชภัณฑ์ ตลอดจนกำลังพลทุกระดับ ให้มีความรู้ มีความสามารถสนับสนุนรัฐบาล และศบค.ได้อย่างเต็มที่ การนำยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ ทุกประเภทของกองทัพบก ตลอดจนกำหนดบทบาทหน้าที่ให้หน่วยทหาร ทุกหน่วยสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกรูปแบบช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องรอคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; และมีแนวทางยกเลิกหรือลดจำนวนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้มากที่สุด และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศมาใช้มากขึ้น ภาพรวมคือเราจะพยายามรักษาสภาพยุทโธปกรณ์ให้ใช้งานได้ดีที่สุด โดยเน้นการซ่อมบำรุงรักษาสิ่งอุปกรณ์นั้นเพื่อใช้งานได้ดีที่สุดและนานที่สุดเพื่อให้ใช้งานได้ แต่หากเราไม่สามารถรักษาได้ก็ซื้อจากต่างประเทศ แต่เป็นจำนวนน้อย &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังคงให้ความสำคัญต่อทหารประจำการ และกำลังพลชั้นผู้น้อย ป้องกันการไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้ได้รับสิทธิตามที่พึงจะได้ และให้โอกาสความก้าวหน้าในการรับ ราชการทหารต่อ การพัฒนาระบบการตรวจเลือกทหาร โดยส่งเสริมการสมัครใจให้มากขึ้น เพื่อลดจำนวนการเกณฑ์ทหารลง และเร่งรัดการนำข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาบรรจุทดแทนทหารประจำการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ. สันติพงศ์ กล่าวต่อว่า กองทัพบกได้ดำเนินการสนับสนุนรัฐบาลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติและในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และกองทัพบกไม่หยุดยั้งการพัฒนาองค์กรให้เป็นไปตามแผนการพัฒนากองทัพบกตามห้วงระยะเวลา และยังมุ่งมั่นในการพิทักษ์รักษาสถาบัน ชาติ ศาสนา และสถาบัน พระมหากษัติย์ โดยเฉพาะการรักษาอธิปไตยของชาติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เกิด ความสงบสุข ขอยืนยันว่ากองทัพบกภายใต้การนำของพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก จะอยู่เคียงข้างประชาชนและใช้ศักยภาพที่มีของกองทัพบกในการดูแล ช่วยเหลือประชาชนบรรเทาความเดือดร้อน เป็นที่พึ่งได้ในทุกโอกาส และผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ที่กำลังพลของกองทัพบกทุกนายยึดถือ คือพิทักษ์ราชัน ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า&amp;nbsp; ตลอดปีงบประมาณ 2564 ที่ประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบกได้ให้หน่วยปรับการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อใช้ในการสนับสนุนการป้องกันโรค ส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการใช้งบประมาณในภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในด้านการเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ได้พิจารณาจัดสรรเงินรายรับสถานพยาบาลของโรงพยาบาลกองทัพบกเอง เพื่อใช้แก้ไขปัญหาโดยนำไปใช้ในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีที่ผ่านมากองทัพบกได้บริหารงบประมาณตรงตามวัตถุประสงค์ อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานและประชาชน ให้ความสำคัญต่อผลผลิต และผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้จ่ายงปประมาณกับการพัฒนาหน่วย การสร้างสวัสดิการให้กับ กำลังพลโดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารชั้นประทวนและทหารกองประจำการ ตามเจตนารมณ์ ที่วางไว้ ภายใต้กรอบแนวทางการบริหารจัดการงปประมาณภาครัฐและกฎระเบียบของ ทางราชการ สำหรับในปีงบประมาณ 2565 กองทัพบกได้จัดทำคำของบประมาณรายจ่าย ประจำปี จำนวน 112,723,556,800.- บาท ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเห็นชอบจำนวน 97,883,773,800.- บาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2564 จำนวน 8,096,003,800.- บาท หรือลดลงร้อยละ 7.64 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และปัจจุบัน พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 2564 เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp; โดยในการจัดสรรงบประมาณในปี 2565 กองทัพบกได้ให้ความสำคัญกับงาน สวัสดิการกำลังพลและงานซ่อมปรับปรุงอาคาร สิ่งก่อสร้าง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของกำลังพล และขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งการซ่อมปรับปรุงยุทโธปกรณ์เพื่อยืดอายุ การใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ตามนโยบายและแผนการปฏิบัติงานที่ได้ กำหนดไว้ ขอเรียนว่ากองทัพบกจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ขีดความสามารถของกำลังพล การบริหารจัดการองค์กร ร่วมกับการใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรให้ เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ต่างประสบปัญหางบประมาณเพื่อเดินหน้าตามแผนพัฒนากองทัพเช่นกัน&amp;nbsp; หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ถูกตัดงบฯ ไปเยียวยาประชาชนจำนวนมาก ทำให้การจัดหาเรือรบ- เครื่องบินรบ รวมไปถึงอากาศยานแบบต่างๆในโครงการใหญ่ต้องชะลอออกไป และใช้แนวทางในการซ่อมบำรุงเพื่อยืดอายุการใช้งาน&amp;nbsp; โดยกองทัพเรือ กำลังจะปลดระวางประจำการเรือรบประมาณ 10 ลำและเตรียมส่งมอบให้กับหน่วยงานหรือเอกชนที่ต้องการเนื่องจากยังมีงบประมาณในการดูแลรักษาในแต่ละเดือนประมาณ3แสนบาท และเลื่อนแผนการจัดหาเรือลำใหม่มาทดแทนไปก่อน ขณะที่กองทัพอากาศ มีการควบรวมฝูงบิน 102 ไปอยู่กับฝูงบิน 103 เนื่องจากเครื่องบิน F-16 ADF ถูกปลดประจำการหลายเครื่อง และเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ทอ.จึงได้บริหารใหม่ โดยนำเครื่องที่เหลือมาประจำการที่ฝูงบิน103 ซึ่งมีเครื่องบิน F- 16 AB ประจำการอยู่ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118449</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณฯปี65, จัดซื้อยุทโธปกรณ์, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.อ. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156c3249bc76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ปรับเครื่องบินทางทหาร C295 ใช้ส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน พร้อมนำยุทโธปกรณ์ที่จัดซื้อช่วยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64-พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้ให้การสนับสนุน การเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ โควิด19 ที่ไม่มีอาการ(สีเขียว) กลับภูมิลำเนาเพื่อไปรักษาตัว โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), กอ.รมน.จังหวัด ตามนโยบายพาคนกลับบ้าน ของนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับแนวทางที่ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารนำขีดความสามารถและทรัพยากรที่กองทัพบกมีอยู่มาช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ทุกวิถีทาง โดยในส่วนของการกระจายผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนา เพื่อลดปริมาณผู้ป่วยสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และกองทัพบกได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกของศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก กองทัพภาค และกรมแพทย์ทหารบก ดำเนินการตั้งแต่ 12 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการเพิ่มเติมให้นำ อากาศยานของกองทัพบก คือ &amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; C295 มาเป็นยานพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อทางอากาศไปส่งยังภูมิลำเนาทั่วประเทศ เน้นการใช้ส่งป่วยไปยังจังหวัดพื้นที่ห่างไกลจาก กทม.และที่ต้องใช้เวลานานหากเดินทางด้วยรถยนต์&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้กองทัพบกได้มีการปรับแต่งระบบต่างๆของอากาศยานเพิ่มเติม ปรับปรุงห้องโดยสารให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยติดเชื้อให้สามารถรองรับภารกิจได้ ครอบคลุมเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ, ระบบความปลอดภัย ,ปรับระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศและระบบกรองอากาศ,การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อการสื่อสาร คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ป่วย รวมถึงความพร้อมของบุคลากร นักบิน ช่างเครื่อง จัดทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาล ดูแลติดตามอาการของผู้ป่วยในระหว่างเดินทางให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยเวชศาสตร์การบิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อให้พร้อมในทุกระบบ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทีมลำเลียงผู้ติดเชื้อCovid-19 ทางอากาศกองทัพบก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ( Covid-19 Aero Medical Evacuation Army Team : ArmCAME ) จากกรมการขนส่งทหารบก พร้อมด้วยแพทย์เวชศาสตร์การบินจากกรมแพทย์ทหารบก ได้นำ&amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; ที่ดัดแปลงเป็นยานพาหนะส่งป่วย ขึ้นบินทดสอบระบบ และซักซ้อมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งแต่การรับและนำผู้ป่วยขึ้นเครื่อง, การจัดการสัมภาระ,แนะนำขั้นตอนการปฏิบัติตน จนถึงการลำเลียงผู้ป่วยเมื่อถึงปลายทาง และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในอากาศยานเมื่อจบภารกิจโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ซึ่งการบินทดสอบดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อากาศยานและกระบวนการบริหารจัดการผู้ป่วยมีความพร้อมรองรับภารกิจได้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับ&amp;rdquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; เป็นอากาศยานประจำการที่กองทัพบกใช้ในภารกิจป้องกันประเทศ เช่น การเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์และ สิ่งอุปกรณ์ ภารกิจการฝึกศึกษาทางทหาร เช่น หลักสูตรส่งทางอากาศ การกระโดดร่ม&amp;nbsp; การฝึกร่วม/ผสม ภารกิจส่งกลับสายแพทย์ และการบรรเทาสาธารภัย&amp;nbsp; ซึ่งการนำ &amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; มาดัดแปลงใช้ในการส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ทำให้ประหยัดเวลาการเดินทางไกล ลดความเหนื่อยล้า สามารถส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการนำยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกมาใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งภารกิจด้านการทหารและการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์COVID-19 ทั้งนี้ ผู้ป่วยCOVID-19(สีเขียว) ที่มีความประสงค์จะกลับไปรักษายังภูมิลำเนา สามารถติดต่อไปยัง ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิดกองทัพบก (กทม.) โทร. 02-270-5685-9 ได้ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110805</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ยุทโธปกรณ์, เครื่องบินลำเลียงแบบ 295</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa2fe58a1ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กบี้&#039; กำชับทุกหน่วยทหารพิจารณาปรับงบดูแลสถานการณ์โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 -&amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกที่ยังมีอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ภาพรวมเจตนาการใช้งบประมาณของกองทัพบก คือจะต้องใช้งบประมาณตามที่ได้รับการจัดสรรให้ดีที่สุด โดยล่าสุดพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับทุกหน่วยทหารว่างบประมาณอะไรที่สามารถปรับมาใช้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ก็ขอให้พิจารณา แต่อะไรที่เป็นเรื่องของการดำรงความพร้อมทางด้านความมั่นคงของประเทศ และมีความจำเป็น รวมถึงผ่านการเห็นชอบในระดับสายการบังคับบัญชาและรัฐบาลแล้ว คงจำเป็นต้องเดินหน้า ภายใต้ข้อผูกพันธ์ต่างๆที่มี ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเสริมสร้างความพร้อมรบ ความแข็งแกร่ง และศักยภาพความมั่นคงของประเทศในภาพรวม แต่ยังไม่ขอลงในรายละเอียดในแต่ละโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงข้อเสนอของน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอให้กองทัพยกเลิกโครงการจัดซื้ออาวุธ ถ้าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของความคิดเห็น เราก็รับฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ถ้ารับฟังแล้วกองทัพบกจะทบทวนหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า การบริหารงบประมาณของกองทัพบก มีการอนุมัติ และพิจารณาเห็นชอบจากหลายส่วนแล้ว เจตนารมณ์ของกองทัพบกนอกจากจะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ตรงกับความต้องการ เสริมสร้างความแข็งแกร่งงานความมั่นคง อะไรที่สามารถผ่องถ่ายไปช่วยเหลือประชาชน หรือปรับไปเพื่อดูแลสถานการณ์โควิด ทางกองทัพบกก็ดำเนินการอยู่ แต่ในรายละเอียดไม่ได้มีการตีแผ่ให้ส่วนต่างๆได้รับทราบ จึงขอให้มั่นใจว่ากองทัพบกจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเรื่องโควิดอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100807</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086a19949e6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.เริ่มทยอยฉีดวัคซีนให้กำลังพลปฏิบัติงานกองกำลังชายแดน 5,361 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.64 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองกำลังชายแดนยังคงดำรงภารกิจในการสนับสนุนการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID -19 ด้วยการช่วยคัดกรองโรค ณ จุดผ่านแดน การสกัดกั้นการลักลอบเมืองโดยผิดกฎหมายไม่ผ่านการคัดกรองโรค ด้วยการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน การติดตั้งเครื่องกีดขวางในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการใช้เครื่องมือพิเศษในการเฝ้าตรวจ ซึ่งเป็นการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค เพราะถือเป็นด่านหน้าหากตรวจพบผู้ลักลอบเข้าเมือง และเพื่อเป็นการให้กองกำลังชายแดนได้ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย มีภูมิคุ้มกัน และเป็นไปตามมาตรการของสาธารณสุขในการป้องกันเจ้าหน้าที่หน้าด่าน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการสัมผัสโรค ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรวัคซีนให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย &amp;ndash; เมียนมา จำนวน 5,361 นาย ซึ่งได้เริ่มฉีดให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานใน กองกำลังนเรศวร, กองกำลังผาเมือง, กองกำลังสุรสีห์ และกองกำลังเทพสตรี ในห้วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การทำงานในพื้นที่ชายแดนซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการป้องกัน COVID-19 ด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กำลังพลจะต้องได้รับวัคซีน COVID ซึ่งขณะนี้ทางกรมแพทย์ทหารบกได้ประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดูแลให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วน สำหรับในภาพรวมของกองทัพบก กำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ได้รับการฉีดวัคซีน รวม 3,625 นาย จำแนกเป็น บุคลากรทางการแพทย์ 1,830 นาย, สถานที่กักกันโรค 20 นาย, กองกำลังป้องกันชายแดน 567 นาย, พื้นที่ควบคุมสูงสุด (จ.สมุทรสาคร) 1,187 นาย และ พื้นที่เฝ้าระวัง 21 นาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98415</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cc14733ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039;ไล่สส.แหกมติ พปชร.ระอุ!ตั้งกก.สอบ15วัน &#039;อนุทิน&#039;ยังติดใจรอดูลงดาบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โยนพลังประชารัฐไปเคลียร์เพื่อนร่วมรัฐบาลหลังโหวตแตกต่าง ชี้ผ่านตามเกณฑ์แล้วก็จบ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องปรับ ครม.เป็นกระแสปั่น &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะประชุม ฉุนขาดทุบโต๊ะให้ขับออกพ้นพรรค สุดท้ายซื้อเวลาตั้งสอบ 15 วันให้ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; คุม รับไม่มีบทลงโทษแค่ตัดสิทธิประโยชน์เท่านั้น &amp;ldquo;เดียร์&amp;rdquo; ส่อแววโดนหนัก &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;รับภูมิใจไทยยังติดใจรอดู พปชร.ลงดาบ &amp;ldquo;พิธา&amp;rdquo; อ้อมแอ้มเสี่ย ว.ตั้งก๊ก แจงไม่ไล่ 4 ส.ส.แน่กลัวเตะหมูเข้าปากหมา &amp;nbsp;เพื่อไทยโรยเกลือทันที ผุด กก.กฎหมายหวังส่งไม้ต่อให้ &amp;nbsp;ป.ป.ช.เชือดรัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.พ.ยังคงมีความต่อเนื่องจากการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า อะไรที่เป็นข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ที่ต้องแก้ไขที่ต้องติดตามสอบสวนอะไรก็ว่าไป อันนี้เป็นเรื่องการทำงานในระบบการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว ส่วนควันหลงการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเฉพาะคะแนนโหวตนั้น ไม่ให้ความสำคัญตรงนี้สักเท่าไหร่ เรื่องระหว่างพรรคก็เป็นเรื่องของพรรค มันก็เป็นอย่างนี้มาตลอดยาวนานแล้ว ไม่ใช่มาเกิดเฉพาะวันนี้ ก็ต้องปฏิรูปตัวเองกันด้วย ทั้งในสภานอกสภา อะไรก็แล้วแต่ ไม่ตำหนิใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะได้เท่าไหร่ อยู่ที่ผ่านหรือเปล่า &amp;nbsp;ฉะนั้นอย่าเอาเรื่องนี้ ประเด็นนี้มาเป็นความขัดแย้งต่อไปเลย พรรคเป็นเรื่องของพรรค การจะลงคะแนนเสียงก็เป็นมติของพรรค หรือแล้วแต่จะให้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวหรือไม่ก็แล้วแต่เขา แต่ถ้าเขาไม่ทำก็เรื่องของเขา ผมจะไปยุ่งอะไรกับเขาได้ แล้วมันผ่านหรือเปล่า ถามกันอยู่อย่างนี้ จะมากจะน้อยไม่สำคัญ ถ้ามันผ่านก็คือผ่าน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะสยบข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.) อย่างไร หรือว่าเป็นความจริง นายกฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;กระแสสื่อเป็นคนปลุกปั่นขึ้นมาเอง เราไม่เคยพูด&amp;nbsp;
ถามอีกว่า นายกฯ ได้โทร.หานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการหรือไม่ หลังได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้สนใจใครได้คะแนนมากน้อย มันผ่านการอภิปรายก็จบ ส่วนมีข่าวว่าแซว ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้คะแนนมาก คราวหน้าให้มาเป็นนายกฯ นั้น ก็พูดแหย่พูดเล่นกันไม่ได้หรืออย่างไร จะจับมาเป็นประเด็นทุกเรื่องไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลกล่าวเรื่องนี้ว่า นายกฯ ได้ให้กำลังใจทุกคน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตนคนเดียว และให้ทำงานต่อ ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ใครที่ยังอธิบายไม่ชัดเจนก็ให้หาช่องทางชี้แจง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจในการขับเคลื่อนของรัฐบาล &amp;nbsp;และไม่น้อยใจ ตนทำเต็มที่ในทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้รับเกียรติมาเป็น รมว.ศธ.แค่นี้ก็มีบุญแล้ว และไม่มีความกังวลอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในช่วงเช้า พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงคะแนนเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ตนได้รับมากที่สุดในพรรค​ พปชร.ว่า​ &amp;nbsp;​ก็ต้องขอบคุณทุกคน​และขอบคุณประชาชนที่รับฟัง&amp;nbsp;
ธรรมนัสรับขอโทษแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ส.ส.พรรคโหวตสวนมติพรรค​ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร​กล่าวว่า​ เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค &amp;nbsp;(กก.บห.) ต่อมาในเวลา 12.00 น. พล.อ.ประวิตรย้ำอีกครั้งว่าจะคุยกับ กก.บห. ส่วนจะกระทบการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่มี เดี๋ยวจะไปชี้แจงกับพรรคร่วมเอง&amp;quot;&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่าได้คุยกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อทำความเข้าใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;คุยแล้วก็ไม่มีอะไร&amp;quot; และเมื่อย้ำว่านายศักดิ์สยามยังติดใจในเรื่องนี้อยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนว่า &amp;quot;ธรรมดา ถ้าคุณโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างนี้ เขาก็อยากรู้ว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 16.40 น. ที่ทำการพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรเป็นประธานประชุม กก.บห.พรรค โดยเป็นที่สังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เดินทางมาพร้อมกับ พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราต้องมีมาตรการจัดการกับคนของเราก่อนที่จะไปพูดหรือขอโทษพรรคอื่น &amp;nbsp;ที่จริงเรื่องขอโทษได้ขอโทษเขาไปแล้วตั้งแต่วันแรก แต่พรรคก็ต้องมีมาตรการออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวถึงกรณีข่าวลือเป็นผู้ล็อบบี้พรรคเศรษฐกิจใหม่โหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางท่านว่า &amp;quot;ไม่มีค่ะ อยู่กระทรวงแรงงานค่ะ ไม่รู้สึกอย่างไรกับข่าวที่ออกมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ประชุม กก.บห.ได้ประชุมโดยใช้เวลาประมาณ &amp;nbsp;1 ชั่วโมง จากนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.แถลงภายหลังว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีตนเองเป็นประธาน ซึ่งจะมีการเชิญ ส.ส.ทั้ง 7 รายมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยดูตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับสภาและข้อบังคับของพรรคอย่างเคร่งครัด มีระยะเวลาพิจารณา 15 วัน เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอ กก.บห.พรรคต่อไป ยืนยันว่ามาตรฐานของพรรคถือว่าสูงที่สุด&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าผิดจริงตามข้อบังคับพรรคจะมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง นายไพบูลย์กล่าวว่า &amp;quot;สมาชิกพรรคถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อพรรค หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของพรรค ที่จริงแล้วไม่มีบทลงโทษ แต่สมาชิกพรรคต้องอยู่ร่วมกันตามข้อบังคับของพรรค ซึ่งเมื่อปฏิบัติตามข้อบังคับพรรค ก็จะได้สิทธิต่างๆ&amp;quot;
&amp;#39;ประวิตร&amp;#39; เดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า ในที่ประชุม กก.บห.เพื่อพิจารณามาตรการลงโทษกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ และ 1 ส.ส.ระยองลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจสวนกับแนวทางของพรรค บรรยากาศเป็นไปอย่างคุกรุ่น โดย พล.อ.ประวิตรแสดงท่าทีไม่พอใจต่อการกระทำของ ส.ส.อย่างมาก โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;โหวตอย่างนี้รับไม่ได้ แล้วไม่ต้องโพสต์อะไรอีก อย่างนี้มันต้องขับออก ไปรับปากเขามา &amp;nbsp;เขาก็ให้เราเต็ม แต่เรามีปัญหา พรรคเราเสียหาย มันต้องมีบทลงโทษ ทำไมตอนถามในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 19 &amp;nbsp;ก.พ.ว่ามีปัญหาอะไรแล้วไม่บอก&amp;rdquo; ส่งผลให้ กก.บห.ที่ร่วมประชุมต่างนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะไม่ค่อยเห็นการแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวแบบนี้ของ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ กก.บห.รายหนึ่งได้ชี้แจงโดยยกข้อกฎหมายขึ้นมาอธิบายว่า ส.ส.มีเอกสิทธิ์ มีอิสระ ปราศจากการครอบงำของพรรคการเมืองในการลงมติ ทำให้นายไพบูลย์เสนอให้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาพิจารณา ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้กล่าวเสริมเพื่อให้บรรยากาศเย็นลงว่า เมื่อตั้งคณะกรรมการสอบแล้วขอให้รอฟังผลข้อเท็จจริงก่อนมีมาตรการใดๆ ส่วน กก.บห.คนอื่นๆ ค่อนข้างระมัดระวังแสดงความคิดเห็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตั้งแต่มีปัญหา น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พยายามโทรศัพท์หา พล.อ.ประวิตรเพื่อชี้แจงเหตุผล แต่ พล.อ.ประวิตรไม่รับสายเลย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า กระบวนการลงโทษคงขับ ส.ส.ไม่ได้ แต่อาจมีผลต่อมาตรการส่วนตัวกับ ส.ส.คนดังกล่าว &amp;nbsp;อาทิ ตัดการดูแลช่วยเหลือและสนับสนุนเรื่องต่างๆ ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ให้เป็นกรรมาธิการต่างๆ &amp;nbsp;หลังจากนี้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะ น.ส.วทันยาที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพียงคนเดียว และเป็นแกนนำกลุ่มที่อาจโดนหนักกว่าเพื่อน ขณะที่อีก 6 คนที่เหลือเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต คงต้องเอาไว้ก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.วทันยา แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เดียร์และเพื่อน ส.ส.ต้องขออภัย พล.อ.ประวิตร และเพื่อน ส.ส.ในการปฏิบัติตามจิตวิญญาณความเป็น ส.ส.อย่างดีที่สุด ซึ่งยังเชื่อมั่นในการแสดงออก จากการพิจารณาด้วยหลักการและเหตุผล ในฐานะ ส.ส.ภายใต้ความเป็นประชาธิปไตย&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข​ ในฐานะ​หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.)​ กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องพรรคการเมืองกับพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคก็ต้องคุยกับหัวหน้าพรรค ต้องไปปรึกษากับ​ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร ไม่เกี่ยวกับนายกฯ​ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับ​ พล.อ.ประวิตร แต่เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรเจอลูกน้องทำแบบนี้คงลำบากใจ ถ้าถามว่ามองหน้ากันไม่ติดหรือเปล่า​ &amp;nbsp;ก็ไม่หรอก เพราะตนเองและนายศักดิ์สยาม​เคารพ พล.อ.ประวิตร​และ พล.อ.ประยุทธ์​ ทั้ง 2 ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด &amp;nbsp;คนที่ไม่โหวตให้ต่างหากที่ทำให้ท่านต้องมานั่งไม่สบายใจ &amp;nbsp;เชื่อว่าท่านคงมีวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ภท.จะรอฟังว่าจะมีมาตรการอะไรกับคนที่ไม่เคารพมติพรรค​ ทำได้เพียงเท่านี้​ เพราะเราไม่ได้มีปัญหาระหว่างผู้บริหารพรรค ยิ่ง​ พล.อ.ประยุทธ์แล้วยิ่งไม่มีปัญหาอะไรใหญ่เลย
เสี่ยหนูรับยังติดใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี​ ส.ส.รุ่นใหม่​ ภท.ออกมาแสดงความคิดเห็นโจมตีเรื่องการลงมติของ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์​ &amp;nbsp;นายอนุทิน​กล่าวว่า เขามีสิทธิ์แสดงความรู้สึกเพราะนี่มันเป็นเรื่องมารยาททางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ต่อจากนี้การทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลจะเกิดความหวาดระแวงต่อกันหรือไม่​ นายอนุทิน​กล่าวว่า &amp;nbsp;ถ้าไม่แก้ไขมันก็เกิด ดังนั้น​ต้องแก้ไขกัน ​แต่ละพรรคต้องไปจัดการปัญหาของตัวเองให้เรียบร้อย เมื่อถามว่ากรณีนี้จะเจ๊ากับกรณีเมื่อครั้งลงมติเลือกนายกฯ​ ที่นายสิริพงศ์​ อังคสกุลเกียรติ​ ส.ส.ศรีสะเกษ​ งดออกเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์​หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า​ &amp;quot;ไม่เจ๊า เพราะคนละฐานกัน &amp;nbsp;ตอนนั้นเพิ่งเข้ามายังไม่รู้จักว่าใครเป็นใคร และที่สำคัญที่สุด คุณไม่ได้ติดใจนี่ แต่เที่ยวนี้ภูมิใจไทยติดใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า​ติดใจอย่างไร​ นายอนุทิน​กล่าวว่า ผู้หลักผู้ใหญ่พูดคำนี้แล้วก็ต้องรู้กันแล้วว่าจะต้องทำอย่างไร​ ส่วน​ &amp;nbsp;พปชร.ดำเนินการถึงขั้นไหน ขอไม่พูด​ เราได้แสดงความรู้สึกของเราออกมาอย่างนี้ ว่านายศักดิ์สยามเป็นเลขาธิการพรรค ยังดีที่ไม่ระแวงตนเองอีกคน ถือว่าโชคดี เพราะ​ ภท. โดนอภิปรายอยู่ 2 คน คือ​หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค หัวหน้าพรรคได้ 275 เสียง แต่เลขาธิการพรรคมา &amp;nbsp;268 เสียง คนที่เหงื่อตกไม่ใช่นายศักดิ์สยาม​ แต่เป็นตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี 4 ส.ส.พรรคก้าวไกลที่ลงมติไว้วางใจนายอนุทินจะย้ายมาร่วมกับ​ ภท. พร้อมเปิดรับหรือไม่ นายอนุทิน​กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แต่ถึงอย่างไรต้องโทรศัพท์ไปขอบคุณเขา เมื่อถามว่าไม่ได้มีเรื่องพลังดูดอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทิน​กล่าวว่า ตอนนี้หายใจยังไม่ค่อยเข้าเลย​ &amp;nbsp;แล้วจะไปดูดใครได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ ส.ส.พรรคไม่ลงคะแนนให้หัวหน้าพรรคนั้น นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ &amp;nbsp;และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้มอบหมายให้เลขาธิการพรรคไปดำเนินการ ขอให้เป็นเรื่องภายในพรรค &amp;nbsp;ซึ่งในฐานะที่เป็น กก.บห.ก็ต้องดูว่าเลขาธิการพรรคจะดำเนินการอย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้านซึ่งก็เกิดกรณีงูเห่าขึ้นเช่นกันนั้น &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เราพิจารณาดูแล้วว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. เพราะไม่มีกฎหมายกำหนด &amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องภายในแต่ละพรรคต้องไปดำเนินการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ไม่เตะหมูเข้าปากหมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก) กล่าวถึงกระแสข่าว นายทุน ว. เข้ามาแทรกแซงในพรรคว่า เบื้องต้นมีคณะกรรมการวินัยของพรรคดูอยู่ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรที่ขัดต่อจริยธรรมพรรค หากมีการกระทำที่ส่งผลต่อเอกภาพของพรรคหรือทำให้เกิดความเสียหาย รวมถึงขัดต่อข้อบังคับ ยืนยันไม่เอาไว้แน่นอน จะจัดการให้เด็ดขาด ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่าเป็นเพียงเรื่องส่วนตัวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณี 4 ส.ส.ก้าวไกลโหวตสวนมติพรรค ถือว่าผิดหวัง แต่ไม่ผิดจากที่คาดไว้ ซึ่งคณะกรรมการวินัยของพรรคจะหารือแนวทางการลงโทษ แต่จะไม่ขับออกจากพรรค เพราะเหมือนเป็นการเตะหมูเข้าปากหมา&amp;rdquo; นายพิธาระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ซึ่งโหวตสวนมติพรรคกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ร่วมกิจการของพรรคมา 1 ปีแล้ว ซึ่งการเมืองไม่ใช่เรื่องวิชาการ แต่คือการประสานผลประโยชน์ของกลุ่มในประเทศ อย่านำตำรามาทำการเมือง พรรคที่อยู่นานๆ ก็ไม่ได้นำตำรามาเล่นการเมือง ดังนั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของพรรคว่าจะขับออกหรือไม่ และขอย้ำว่าลงพื้นที่ก็ไม่ได้ใส่ชื่อพรรคก้าวไกลมาเป็นปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า วันนี้ตัวอยู่พรรคก้าวไกลแต่ใจไปอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายคารมกล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น &amp;nbsp;แต่ใจอยู่พรรคใดก็ได้ที่ให้โอกาสทำงานพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึง ส.ส.พรรค 3 คนโหวตไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส และอีก 1 คนโหวตงดออกเสียงว่า ก่อนลงมติพรรคมีมติชัดเจนว่าให้ ส.ส.พรรคฟรีโหวต ร.อ.ธรรมนัส เพราะข้อมูลไม่ไว้วางใจไม่มีอะไรมาก และ ร.อ.ธรรมนัสตอบตรงประเด็น และไม่มีข้อสงสัย ซึ่งได้แจ้งเลขาธิการพรรค พท.แล้ว&amp;nbsp;
คนชื่อสงครามไม่มีเรื่องเงินเรื่องทองแน่นอน เพราะไม่ใช่คนอดอยากปากแห้งและไม่ใช่เป็นคนโลภ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ได้ยุติบทบาทกับพรรคนี้ ไม่ยุ่งเกี่ยวทั้งสิ้น ใครทำอะไรก็รับผิดชอบกันไป เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมมีกระดูกแขวนคอ ไม่เคยไปยุ่งกับพรรคเพื่อชาติเลย เมื่อตัดแล้วก็ตัดเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
วันเดียวกันยังคงมีความต่อเนื่องจากผลพวงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;แกนนำพรรคฝ่ายค้านได้หารือเพื่อสรุปภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายสมพงษ์กล่าวภายหลังประชุมว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ตั้งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาความผิดของรัฐมนตรี ว่าจะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ในลักษณะใด โดยมี 2 กรณี คือ ความผิดทางอาญาและความผิดทางจริยธรรม&amp;nbsp;
พท.ตามขยี้ 3 รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า พรรคมองว่ามีรัฐมนตรี 3 คนที่จะถูกยื่นร้องแน่นอน คือ พล.อ.ประยุทธ์, นายจุรินทร์ และนายณัฏฐพล และมีรัฐมนตรีบางท่านอาจไม่ถูกยื่นไปยังองค์กรอิสระ แต่จะมีมาตรการทางการเมืองในการดำเนินการกับรัฐมนตรีทั้ง 10 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังปิดประชุมสภาได้เตรียมลงพื้นที่ จ.ชลบุรีและเชียงราย เพื่อตีแผ่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า &amp;nbsp;แม้ 10 รัฐมนตรีจะได้รับเสียงโหวตผ่านการอภิปราย แต่ยังไม่ได้ตอบข้อสงสัยคาใจในประเด็นการเอื้อประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชัน 5 เรื่องสำคัญ 1.เรื่องเหมืองทองอัครา &amp;nbsp;2.เรื่องทุจริตถุงมือยาง 3.เรื่องปัญหารถไฟฟ้าสายต่างๆ &amp;nbsp;และระบบคมนาคม 4.เรื่องการลักลอบขนแรงงานเถื่อน &amp;nbsp;และ 5.เรื่องการนำเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานไปให้ กอ.รมน.และ ศอ.บต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทีมโฆษกกองทัพบก พร้อมหน่วยทหารที่เกี่ยวข้องได้แถลงประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายการทุจริตโครงการจัดหาในกองทัพบก โดย พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก (ทบ.) ระบุว่า ทุกเรื่องที่ถูกพาดพิงนั้นกองทัพบกได้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางภาครัฐทุกประการ &amp;nbsp;และสามารถตรวจสอบได้ทุกเรื่อง &amp;nbsp;
ต่อมา พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ.ได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการจัดหารถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ปรับอากาศในปีงบประมาณ 2563 ขณะที่ พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษก ทบ.ได้ชี้แจงการจัดหากล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน ส่วน พ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษก ทบ.อธิบายโครงการจัดซื้อชุดลำลองทหารเกณฑ์ &amp;nbsp;7 รายการ โดยได้ลำดับตั้งแต่เริ่มโครงการจนจบอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.กิตติชัย วงศ์หาญ เจ้ากรมพลาธิการทหารบก กล่าวเสริมว่า ในเดือนเมษายนนี้กองทัพได้ยกเลิกการจัดซื้อกางเกงใน และจะไม่มีการแจกฟรีให้พลทหารที่จะเข้าประจำการ โดยจะให้ใช้ของส่วนตัวที่ติดตัวมา ส่วนเหตุผลที่ยกเลิกนั้น เพราะทหารทุกคนที่เข้ามาอยู่กับเราก็ต้องมีกางเกงในเป็นของตนเองติดตัวมาแล้ว ปีนี้เราก็เลยงดซื้อให้ โดยจะนำงบประมาณส่วนนี้ไปจัดหาสิ่งอื่นที่มีความจำเป็นมากกว่า เช่น เครื่องสนาม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93902</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, จตุพร พรหมพันธุ์, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.ท.กิตติชัย วงศ์หาญ, พิชัย นริพทะพันธุ์, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033b2ca187a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แวดวง สีกากี คงฉลองปีฉลูแบบไม่โสภาเสียแล้ว หลังจากช่วงคาบเกี่ยวส่งท้ายปีเก่า 2563 ต้อนรับปีใหม่ 2564&amp;nbsp; ถูกกระแส บ่อนพนัน กระหน่ำ เซซ้าย เซขวา ตั้งแต่ บ่อนเมืองระยอง ที่เป็นต้นตอให้ นักพนัน ติดเชื้อโควิดหลายสิบคน แม้ พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้การระยอง ยืนกระต่ายขาเดียวยัน &amp;quot;จังหวัดระยองไม่มีบ่อนการพนันในพื้นที่&amp;nbsp; เป็นเพียงบ่อนการพนันที่แอบเปิดลักลอบเล่นการพนัน&amp;quot; เล่นเอาทัวร์ลง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จน บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี เก้าอี้ร้อนระอุ ต้องส่ง บิ๊กหิน-พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ไปตรวจสอบจนได้ข้อมูลเพียงพอในการสะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ ผู้การปภัชเดช พ้นหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ระยอง&amp;nbsp; เข้ากรุ ศปก.ตร. พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน เช่นเดียวกับ 4&amp;nbsp; เสือโรงพักเมืองระยอง ทั้ง พ.ต.ท.เกียรติพงศ์ กมขุนทด&amp;nbsp; รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.โกศล เกิดมณี รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.คำพันธ์ ขวัญทอง สว.สืบสวน และ พ.ต.ต.ธนา วิเศษชัย&amp;nbsp; สวป. ก็โดนเด้งไป ศปก.บช.ภ.2 เว้น ผกก.สภ.เมืองระยอง&amp;nbsp; และ ผกก.สส.ภ.จว.ระยอง ที่ บิ๊กปั๊ด บอกไม่ต้องโดนเด้ง เพราะเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ได้ไม่กี่วัน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากยึดคำให้สัมภาษณ์ บิ๊กปั๊ด จากเงื่อนไขคำสั่งเด้งตำรวจโรงพักที่ถูกจับบ่อนพนันในพื้นที่ระยอง มาใช้กับโรงพักทุ่งสองห้อง พื้นที่นครบาล ที่โดนกำลังคอนมานโด บก.ปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บุกทลายบ่อนพนันย่านแจ้งวัฒนะ จับกุมนักพนันได้จำนวนมากเช่นกัน แล้ว บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. มีคำสั่งเด้ง พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 เข้ากรุ ศปก.น. พ่วง 5 เสือโรงพักทุ่งสองห้อง ทั้ง พ.ต.อ.กฤษณ์พนธ์&amp;nbsp; เพ็ชรสดศิลป์ ผกก., พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ธนิศร บุญแม้น รอง ผกก.ป., พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ ร้องเกาะเกิด สว.สส. และ พ.ต.ต.กิตติพศ อินทร์จันทร์ สวป. ก็เล่นเอาหลายคนสงสัย ที่ ผกก.เมืองระยอง และ ผกก.สส.ภ.จว.ระยองไม่โดนเด้ง เพราะเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งใหม่ แต่&amp;nbsp; ผกก.กฤษณ์พนธ์ ก็เพิ่งมารับตำแหน่งเมื่อ 22 ธ.ค.63&amp;nbsp; เหมือนกัน ทำไมถึงโดนเด้ง เฮ้อ...งงในงง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมดคิวการแต่งตั้งระดับ นายพล ระดับ นายพัน วาระประจำปี 2563 ในเดือน ม.ค.64 ก็ถึงคิวการแต่งตั้งระดับ&amp;nbsp; รอง สว.-ผบ.หมู่ ที่ บิ๊กปั๊ด สั่งให้แต่ละกองบัญชาการเริ่มจัดทำบัญชีแต่งตั้ง โดยกรณีสับเปลี่ยนหมุนเวียนภายในหน่วย ให้นำเสนอถึงกองกำกับการ และให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณามีความเห็นเป็นที่ยุติภายในวันที่ 6 ม.ค.64 เสนอถึงระดับกองบังคับการ และให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณามีความเห็นเป็นที่ยุติภายใน 8 ม.ค.64 ส่วนหน่วยกองบังคับการที่ไม่ใช่หน่วยขึ้นตรงต่อ สง.ผบ.ตร. ให้เสนอคำร้องถึง ผบช.ภายใน 11&amp;nbsp; ม.ค.64 กรณีสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งนอกสังกัด&amp;nbsp; ให้นำเสนอถึง กก.และให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณามีความเห็นเป็นที่ยุติภายในวันที่ 6 ม.ค.64 เสนอถึงระดับ บก. และให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณามีความเห็นเป็นที่ยุติภายใน 8 ม.ค.64&amp;nbsp; แล้วให้หัวหน้าหน่วยส่งคำร้องที่มีผลการพิจารณาไม่ขัดข้อง&amp;nbsp; หรือไม่ขัดข้องขอกำลังพลสับเปลี่ยนในคราวเดียวกันไปยังหน่วยที่รับตัวภายใน 15 ม.ค.64 โดยให้หน่วยที่รับตัวพิจารณาทำความตกลงกับหน่วยต้นสังกัดจนเป็นที่ยุติ รวมทั้ง บช.และ บก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร.และ บช.ที่ไม่ได้สังกัด&amp;nbsp; สง.ผบ.ตร. ส่งบัญชีเสนอแต่งตั้งไปยัง ตร.ภายในวันที่ 20&amp;nbsp; ม.ค.64 แล้วให้มีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันทุกหน่วยภายใน 29&amp;nbsp; ม.ค.64 โดยคำสั่งแต่งตั้งมีผลใช้บังคับพร้อมกันภายใน 16&amp;nbsp; ก.พ.64 ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่ระลึกในความทุ่มเทการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายปี ก่อนที่ บิ๊กแหมว-พล.ต.ท.รณศิลป์&amp;nbsp; ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.64 สนามยิงปืน บริเวณศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ตั้งอยู่ภายในอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เลยใช้ชื่อสนามยิงปืน ภู่สาระ เพื่อเป็นที่ระลึก โดยช่วงปลายปีที่ผ่านมา บิ๊กแหมว พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.อาคม สายสมัย ผบก.ศฝร.ภ.9, พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา, พล.ต.ต.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์ ผบก.สส.จชต., พล.ต.ต.ณฐพล สามเสน ผบก.ศพฐ.10 ร่วมพิธีเปิดสนามยิงปืน &amp;quot;ภู่สาระ&amp;quot; และปลูกต้นไม้ รวมทั้งเยี่ยมชมโครงการปลูกหญ้าแฝกแก้ไขปัญหาดินพังทลาย บริเวณอาคารและอุปกรณ์ประจำสนามยิงปืน ณ สนามยิงปืนภู่สาระ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2563 นับเป็นปีที่ท้าทายของกองทัพบก นับแต่เหตุการณ์กราดยิงในห้างดังกลางเมืองนครราชสีมา สะท้อนถึงด้านมืดในกองทัพที่เกิดขึ้นระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาในงานด้านสวัสดิการ ลามไปจนถึงการตรวจสอบจากฝ่ายค้านในเรื่องเงินนอกงบประมาณ จนกลายเป็นการประกาศสังคายนาองค์กรจากแนวทางของ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ส่วนการปฏิบัติจะทำได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ต้องรอดูผลจากการรับไม้ต่อของ พล.อ.ณรงค์พันธ์&amp;nbsp; จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ที่ได้ส่งสารปีใหม่ถึงกำลังพล นอกจากการให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจที่ทุ่มเท เสียสละ ยืนหยัดอย่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรี แต่ที่เน้นย้ำคือปี 2564 เป็นปีที่ ทบ.จำเป็นต้องปฏิรูปและปรับบทบาทให้สอดคล้องสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้แนวทาง พิทักษ์ราชัน ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดถึง พล.อ.ณรงค์พันธ์แล้วก็ต้องยอมรับว่า 3 เดือนที่ผ่านมานำพากองทัพห่างไกลจากการเมือง ด้วยการเว้นระยะห่างได้อย่างชัดเจน พร้อมใช้แนวทางสนับสนุนการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาลในฐานะกลไกรัฐ การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก็จะ ไม่ออกตัว แทนรัฐบาลและให้ความเห็นอย่างระมัดระวัง ทำให้ ทัวร์ไม่ลง หรือถูกดึงประเด็นไปใช้เติมหัวเชื้อให้การเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้กระทั่งในช่วงสถานการณ์ร้อนจนเข้าโซนข่าว รัฐประหาร พล.อ.ณรงค์พันธ์ก็ใช้วิธีเดินหนี ปฏิเสธที่จะพูด ท่องคาถาไม่ให้หลุดคำว่า &amp;quot;ปฏิวัติ-รัฐประหาร&amp;quot; ออกมาจากปากตัวเองอย่างเด็ดขาด และขอให้สื่อไปสวดมนต์ ทำใจให้สบาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารดีๆ พร้อมจบการสัมภาษณ์และจากไปพร้อมรอยยิ้มภายใต้หน้ากากอนามัย แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจาก ทบ.ที่ช่วยเกษตรกรซื้อกุ้งในภาวะที่คนยังหวาดผวาไม่กล้าบริโภคแล้ว กองทัพเรือ โดย บิ๊กอุ้ย-พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ยังนำผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทร.ร่วมรับประทานอาหาร เมนูอาหารทะเลที่ส่งตรงจากเรือประมง จ.สมุทรสาคร เพื่อยืนยันว่ามีความปลอดภัยปลอดเชื้อ ไร้การปนเปื้อนจากโควิด-19 นอกจากนั้นยังรับซื้อและทยอยจัดส่งให้ส่วนราชการของกองทัพเรือในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวน 9 หน่วย&amp;nbsp; อาทิ โรงเรียนนายเรือ, วิทยาลัยพยาบาลทหารเรือฯ,&amp;nbsp; กรมสารวัตรทหารเรือ, กรมพลาธิการทหารเรือ เป็นต้น และอีก 3 หน่วย ประกอบด้วย โรงเรียนชุมพลทหารเรือ, ศูนย์ฝึกทหารใหม่ฯ และเรือหลวงจักรีนฤเบศร ในพื้นที่สัตหีบ ทั้งหมดรวม 10 ตัน หรือ 10,000 กิโลกรัม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทันท่วงที...เจ๊นิ่ม-พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ.แถลงผลการตรวจโควิด-19 ของ พล.ท.สันติพงศ์&amp;nbsp; ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก (ผอ.ศบค.19 ทบ.) และยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์รักษาความมั่นคงภายใน กอ.รมน (ผอ.ศรมน.กอ.รมน) ด้วย พร้อมทั้งคณะ&amp;nbsp; กอ.รมน. รวมจำนวน 6 นาย ปรากฏว่าผลการตรวจเป็นลบ ไม่พบการติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้ทุกคนได้เข้าสู่การเฝ้าระวังโรคกักตัวเอง 14 วัน เพื่อสังเกตอาการให้ปลอดภัยตามมาตรการของสาธารณสุข ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88615</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ร.อ.ชาติชาติ ศรีวรขาน, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a00ea210d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แถลงยืนยันคณะศูนย์โควิดกองทัพ ไม่มีใครติดเชื้อจากผวจ.สมุทรสาคร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63- พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ติดเชื้อโควิด-19 โดยจากการสอบสวนโรค พบว่าในส่วนของกองทัพบกซึ่งมีคณะนายทหาร นำโดยรองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก(ผอ.ศบค.19 ทบ.)และ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความมั่นคงภายใน กอ.รมน ( ผอ.ศรมน. กอ.รมน )และส่วนคณะของ กอ.รมน รวม จำนวน 6 นาย ได้เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด โดยร่วมประชุมกับ ผวจ.สมุทรสาคร เมื่อ 24 ธ.ค.63 ระหว่างการลงพื้นที่ปฎิบัติภารกิจในนามกองทัพบก และกอ.รมน เพื่อประสานงานและให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อกับทางจังหวัดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคณะนายทหารได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อ 28 ธ.ค.63 &amp;ldquo; ปรากฏว่าผลการตรวจเป็นลบ ไม่พบการติดเชื้อทุกราย &amp;rdquo; ขณะนี้ ทุกคนได้เข้าสู่การเฝ้าระวังโรค โดยกักตัวเอง 14 วัน เพื่อสังเกตุอาการให้ปลอดภัยตามมาตรการของสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในระหว่างนี้ทางกรมแพทย์ทหารบกจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ ดูแลอาการตามมาตรฐานของ ศบค.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทุกคนยังคงสามารถปฎิบัติงานต่อเนื่องได้ด้วยระบบ work from home จนครบกำหนดเวลา และขอขอบคุณในความห่วงใยของทุกฝ่ายที่มีในเหตุการณ์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88278</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, สมุทรสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c821c8cb3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
