<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๊กพ้นจากตำรวจ! ม.44เด้งเป็นขรก.พลเรือน &#039;บิ๊กป้อม&#039;ปัดป่วยการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คสช.&amp;quot; ออกคำสั่งย้าย &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; พ้นจากตำรวจ ไปเป็น ขรก.พลเรือน นั่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกฯ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ปัดแจงเหตุผล &amp;quot;ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล&amp;quot; เผย ครม.รับทราบการโอนย้ายแล้ว &amp;quot;สุรเชษฐ์&amp;quot; เข้าทำเนียบฯ รายงานตัวทันที &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ต้นเรื่องย้ายไม่เกี่ยวกับการทุจริต &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ท้องเสียลาประชุม &amp;quot;โฆษกกลาโหม&amp;quot; ยันป่วยจริงไม่ได้เลี่ยงหลบสื่อ &amp;quot;สตช.&amp;quot; แจ้งเลื่อนประชุม ก.ตร.วาระแต่งตั้ง 10 เม.ย.นี้ไปไม่มีกำหนด อ้างขั้นตอน กม.ยังไม่สมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 90 ง เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบและการกําหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2558 นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อําศัยอํานาจตามความในข้อ 1 และข้อ 5 ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบและการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราว ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2558 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เห็นสมควรประกาศรายชื่อบุคคลเพิ่มเติม จากรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งตามกรอบอัตรากําลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ในสํานักนายกรัฐมนตรี จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 ตามความในข้อ 5 ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 ให้ข้าราชการตำรวจตามข้อ 1 ขาดจากตําแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิม ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสํามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี(นักบริหารระดับสูง) ตามข้อ 1 วรรคหนึ่ง ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง, ข้อ 4 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนระหว่างแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการรับทราบการโยกย้ายพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.มีมติรับทราบการโอนย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จาก ผบช.สตม. มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนขั้นตอนต่างๆ รวมไปถึงรายละเอียดเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา
โจ๊กรายงานตัวทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 16.45 น.พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้ารายงานตัวและรับทราบภารกิจหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเข้าพบเพียง 10 นาที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เดินทางมาโดยแต่งกายในชุดธรรมดา ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ และมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอาการเคร่งเครียดใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเป็นผู้รับการรายงานตัวจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่เข้ามารายงานตัวกรณีช่วยราชการ ก่อนจะมีการโปรดเกล้าฯ ให้มีการดำรงตำแหน่งใหม่ คือ ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และจะมีการรายงานตัวในตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษฯ จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงต้องไปถามทางตำรวจ เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 มีหลายลักษณะ ทั้งมาเพื่อจะสอบสวน สอบสวนแล้วไม่ผิด มาแล้วไม่สอบสวน และสอบสวนแล้วถึงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนี้ผมก็ไม่ทราบว่าจะมีการสอบสวนหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งต้นเรื่องของการย้ายมาครั้งนี้ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. โอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไปเป็นข้าราชการพลเรือนสํามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า วันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ไม่ได้มาประชุม ครม. และได้แจ้งลาป่วย เนื่องจากมีอาการท้องเสีย ปวดท้องจากการกินอาหาร จึงได้เรียกแพทย์ไปทำการตรวจรักษาอาการที่บ้านพักในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันการป่วยครั้งนี้เป็นการป่วยจริง ไม่ได้ต้องการหลีกเลี่ยงตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)&amp;quot; โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 14 เม.ย. พล.อ.ประวิตรมีกำหนดเปิดบ้านพักส่วนตัวย่านลาดพร้าว 71 เพื่อทำบุญเนื่องในวันสงกรานต์ด้วย คาดว่าจะมี พล.อ.ประยุทธ์ ครม. ทหาร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้แทน รวมถึงนายทหารและตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาร่วมงานอย่างคึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) กล่าวว่า อาการของ พล.อ.ประวิตรดีขึ้นแล้ว เป็นไข้นิดหน่อย เดี๋ยวก็กลับมาทำงานแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ชั้น 20 ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ช่วงเช้า พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานในการประชุม ศปก.ตร. เพื่อวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับตำรวจหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ประจำวัน ทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็ได้เข้าร่วมประชุม ศปก.ตร.ด้วย โดยนั่งอยู่ในห้องประชุมทางที่นั่งฝั่งซ้ายด้านหลังห้องประชุม โดยมีสีหน้าเรียบเฉย และพูดคุยกับประธานการประชุมและผู้เข้าร่วมประชุมตามปกติ และเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม ศปก.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็เดินทางออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที
เลื่อน ก.ตร.ไม่มีกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เดินเลี่ยงกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ไปรอสัมภาษณ์ ทางตำรวจสันติบาลได้ห้ามสื่อมวลชนเข้าไปในบริเวณห้องโถงของอาคาร 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ ผบ.ตร.ต้องเดินผ่านเพื่อขึ้นลิฟต์ไปสำนักงานบริเวณชั้น 4 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ซึ่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นรอง ผอ.ศูนย์ฯ ยังเปิดตามปกติ และยังมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากจังหวัดสตูลเดินทางมาร้องเรียนเรื่องกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ โดยที่ไม่ทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ถูกคำสั่งโยกย้ายไปแล้ว โดยยังติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เพื่อให้ช่วยเหลือในเรื่องที่เดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงการตรวจสอบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังไม่ได้สั่งการอะไรมา ถึงแม้ตนจะเป็นผู้กำกับดูสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แต่การสั่งย้ายเป็นอำนาจของ ผบ.ตร. ไม่จำเป็นต้องมาบอกตน ที่ผ่านมาการทำงานของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เขาก็ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า ผบ.ตร.มอบหมายให้ดูแลการสอบสวน ก็ว่าไปตามหน้าที่ ไม่เห็นมีอะไร กฎหมายไม่ได้ยกเว้นใคร ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐาน ยืนยันยังไม่มีคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการเลื่อนประชุม ก.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหตุผลของการเลื่อนประชุม ก.ตร.ส่วนที่มีชื่อ พล.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา จเรตำรวจ สบ 8 และ พล.ต.ท.สัญชัย สุนทรบุระ ผู้บัญชาสำนักงานเทคโนโลยีและสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 35 เป็นแคนดิเดตในตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแทนนั้น เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาในการพิจารณา แต่มองว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหม้อของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดช่วงเย็น ฝ่ายเลขานุการฯ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้ส่งหนังสือแจ้งกรรมการ ก.ตร. กรณีการนัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 4/2562 ที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธาน เวลา 13.30 น. วันที่ 10 เม.ย.62 นั้น เนื่องจากประธานติดภารกิจ จึงขอเลื่อนออกไปก่อน และจะแจ้งนัดประชุม ก.ตร.อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดิมการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้จะมีวาระแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไปประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และแต่งตั้งผู้ที่จะมาเป็น ผบช.สตม.ทดแทน แต่ด้วยหัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้โอนย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไปเป็นข้าราชการพลเรือนประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการแต่งตั้งขั้นตอนตามกฎหมายยังไม่สมบูรณ์ จึงต้องเลื่อนออกไปก่อนไม่มีกำหนด&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33332</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5caca9edce66b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์แย้มมีข่าวดี เช้าวันศุกร์รู้ชัดตอบรับ&#039;ปชร.&#039;ไต๋เป็นมิตรทุกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ชี้มีข่าวดีสำหรับประชาชนแน่ 8 ก.พ. 09.00-10.00 น. รู้ชัดตอบรับบัญชีนายกฯ พปชร.หรือไม่ ทิ้งรหัสให้ถอดคำพูด &amp;ldquo;ใครไม่มีความผิดอะไรร่วมได้หมด เพราะเป็นมิตรกับทุกพรรค ไม่ให้ร้ายใคร&amp;rdquo; &amp;ldquo;สมคิด-อุตตม&amp;rdquo; ย้ำชัดเจนประกาศเสนอชื่อ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; คนเดียว สะพัด! &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; แทรกโผปาร์ตี้ลิสต์พลังประชารัฐ ดัน &amp;ldquo;ณัฏฐพล&amp;rdquo; ขึ้นเบอร์ 1 ถีบ &amp;ldquo;สุริยะ-สมศักดิ์&amp;rdquo; ร่วงลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ก.พ. หลายฝ่ายยังคงจับตาไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะเซ็นยินยอมเป็นนายกฯ ในบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ หลังจากที่นายอุตตม สาวนายน &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมแกนนำพรรค ได้เดินทางไปส่งเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.พ. และในวันศุกร์ที่ 8 ก.พ. จะเป็นวันสุดท้ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะปิดรับการเสนอชื่อบัญชีนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีผ่อนคลาย และในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี พล.อ.ประยุทธ์ยังปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบฯ ตามปกติ กระทั่งเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมทีมงานได้เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน ส.รุ่งโรจน์ภายในตลาดนางเลิ้ง โดยคณะนายกฯ ได้ถอดสูทออก และสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวเท่านั้น ก่อนเดินทักทายพ่อค้า-แม่ค้าในตลาด สอบถึงการค้าขายว่าเป็นอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;
ระหว่างที่นายกฯ อยู่ที่ร้ายขายข้างแกง ได้มีพ่อค้าตะโกนบอกว่า &amp;ldquo;ของมันแพง ขายไม่ได้&amp;rdquo; ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์หันชี้มาที่ตัวเองก่อนตอบว่า &amp;ldquo;มันเกี่ยวกับผมไหม มันก็ไม่ใช่ วันนี้เราต้องปรับไปขายของทางออนไลน์กับข้าวส่งไปถึงบ้าน วันนี้ 70% อยู่ที่การขายออนไลน์&amp;rdquo; ด้านพ่อค้ากล่าวว่า &amp;ldquo;แต่มันจะไม่ไหวอยู่แล้ว จะแย่อยู่แล้ว&amp;rdquo; ขณะที่นายกฯ ตอบกลับว่า &amp;ldquo;คนเขาไปเลือกซื้อที่ออนไลน์กันหมดแล้ว แต่ผมก็จะช่วย เราก็ต้องช่วยกัน เดี๋ยวคนก็เอาไปใส่อีกว่าทหารไม่ทิ้งใคร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ่อค้ายังบอกว่า &amp;ldquo;ศักยภาพของตลาดไม่มีที่จอดรถ มีตึกล้อมรอบ การคมนาคมก็ลำบาก ถ้ามีการคมนาคมดีกว่านี้ มีที่จอดรถที่ประชาชนจะจับจ่ายใช้สอยได้ ตลาดก็จะกลับมารุ่งเรืองได้ แต่มาจับจ่ายซื้อของก็โดนล็อกล้ออีก นายกฯ จะใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร&amp;rdquo; โดย พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า &amp;ldquo;จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อกฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมาย การสร้างที่จอดรถหรือสร้างอะไรก็ตาม บนถนนสร้างไม่ได้ ผังเมืองปรับกันหมดแล้ว ส่วนตึกที่ล้อมรอบก็คงต้องไปบอกรอบๆ ว่าผมสามารถทุบตึกรอบๆ นี้ได้หรือไม่&amp;rdquo; ซึ่งทีมงานนายกฯ ระบุภายหลังว่าจะให้ กทม.มาดูแลในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกฯ ยังได้สอบถามแม่ค้าร้านถัดไปว่าขายดีหรือไม่ พร้อมระบุว่า หลายคนบอกกับว่าขายดี ร้านโน้นบอกว่าขายดี ร้านนี้บอกว่าขายไม่ดี ก็ต้องไปดูว่าอยู่ที่สินค้าหรือไม่ วันนี้ไปถาม 10 ร้าน มีขายดีอยู่ 8 ร้าน เราก็ต้องลดราคาลงบ้าง เพื่อให้คนเข้าเยอะขึ้น ถ้าขายแพงก็ไม่ได้ และวันนี้เดินทางมาซื้อกับข้าว และมารับประทานอาหารกลางวันที่ตลาดนางเลิ้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่านายกฯ สามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ และสถานการณ์เป็นปกติ ซึ่งที่มาวันนี้ก็เพื่อมารับฟังทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.00 น. คณะนายกฯ ได้เข้าไปนั่งรับประทานอาหารกลางวันในร้าน ส.รุ่งโรจน์ โดยนายกฯ ได้สั่งบะหมี่น้ำน่องเป็ดตุ๋นใส่ปู 2 ชาม ซึ่งเป็นเมนูโปรดตั้งแต่เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;ขาห่านและลิ้นอบหม้อดิน กระเพาะเป็ดผัดพริกไทยดำ และเนื้อเป็ดพะโล้ นอกจากนี้ยังสั่งเพิ่มเติมคือ กุยช่ายขาวผัดหมูสับ ฮ่อยจ๊อปู และเนื้อเป็ดผัดฉ่าจานร้อน
บิ๊กตู่ยันเช้า8ก.พ.มีข่าวดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจตอบรับคำเชิญเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรค พปชร.แล้วหรือไม่ ว่าจะตัดสินใจในวันที่ 8 ก.พ. ช่วงเช้าประมาณ 09.00-10.00 น. และจะเป็นข่าวดีสำหรับประชาชน แต่เมื่อถามว่าจะเดินทางไปสำนักงาน กกต.ด้วยตัวเองเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์สวนว่า &amp;ldquo;เฮ้ย! ทำไมต้องไปด้วยเล่า&amp;rdquo; และเมื่อถามว่าจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขาคงแจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบถึงวิธีการที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า นอกจากนโยบายพรรค พปชร.มีปัจจัยอื่นประกอบการตัดสินใจด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูความร่วมมืออะไรต่างๆ ว่าทุกคนต้องร่วมกันทำใหม่ ทำในสิ่งที่ดีให้มันดียิ่งขึ้น หลายอย่างก็ต้องดูในเรื่องกระบวนการยุติธรรม ใครไม่มีความผิดอะไร มันก็ร่วมได้หมด เพราะเราก็เป็นมิตรกับทุกพรรค ไม่ให้ร้ายใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากถึงจุดหนึ่งพรรค พปชร.เสนอชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ขึ้นเป็นนายกฯ จะขัดข้องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ถ้าเขาจะเสนอ 10 คน ก็ไม่ว่าอะไร แต่ไม่อยากให้มันมีการต่อรองกันไปกันมา น่าเบื่อ&amp;rdquo; ถามอีกว่ากังวลหรือไม่ หากต้องร่วมงานกับ พปชร.ที่มีอดีตนักการเมืองร่วมด้วยจำนวนมาก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเมืองมันก็เป็นการเมือง แต่มันอยู่ที่วิธีบริหารจัดการมากกว่า ถ้านายกฯ เป็นคนที่มีคุณธรรม มันก็มีอำนาจหน้าที่ในการทำงาน ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่กังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ในอนาคตหากเป็นนายกฯ กังวลหรือไม่ว่าจะถูกซักฟอกในสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนทันทีว่า &amp;ldquo;จะซักฟอกเรื่องอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วจะซักฟอกเรื่องอะไร แต่หากมีการซักฟอก เขาอาจไม่เข้าใจ เขาเลยต้องซักฟอก ถ้าชี้แจงได้ก็จบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายก่อนที่นายกฯ จะเดินออกจากตลาดนางเลิ้งขึ้นรถยนต์กลับทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;มากินก๋วยเตี๋ยวก็เป็นการเมืองอีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ชี้แจงถึงข่าวสะพัดในสื่อโซเชียลที่ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับคำเชิญเป็นนายกฯ ของพรรค พปชร. ว่าไม่เป็นความจริงแต่ประการใด โดยทาง พล.อ.ประยุทธ์ได้ยืนยันว่าจะให้คำตอบกับทางพรรค พปชร. ในวันที่ 8 ก.พ. ช่วงเช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิดกล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.จะเสนอชื่อเป็น 3 แคนดิเดตตำแหน่งนายกฯ ว่า ได้ยืนยันชัดเจนว่าต้องการสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ต่อไป ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเลือกผู้นำ จึงได้เสนอให้นายอุตตมเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพียงชื่อเดียว คือชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผมเคยประกาศไว้ว่า จุดยืนของผมคือการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ผมก็ยังยืนยันตามความคิดนี้อยู่ ผมและคนอื่นก็พร้อมที่คอยช่วยเหลือ พล.อ.ประยุทธ์อย่างเต็มที่ ผมขอประกาศอย่างชัดเจน ผมสนับสนุนให้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เพียงชื่อเดียว ฉะนั้นนี่คือคำตอบของผมที่ชัดเจนแล้ว ไม่ต้องมาถามอีก จบ ไม่ต้องแปลแล้ว&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
เสนอชื่อ&amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39;คนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น นายอุตตมได้ออกแถลงการณ์พรรค พปชร.ระบุว่า ในสถานการณ์ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแสดงเจตนารมณ์ที่อยากเห็นการบริหารชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายในทุกๆด้านให้มีความต่อเนื่อง ราบรื่นสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ ดังนั้นขอใช้โอกาสนี้ประกาศสนับสนุนให้เสนอท่าน พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวแทนของพรรคเพียงรายชื่อเดียวในการดำรงตำแหน่งนายกฯ คนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เวลา 10.30 น. นายอุตตมพร้อมคณะได้เดินทางมายื่นสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ของพรรคจำนวน 120 รายชื่อต่อ กกต. โดยระบุว่า วันนี้พรรคยังไม่มีการยื่นบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค เนื่องจากรอการตัดสินใจของผู้ถูกทาบทาม และขณะนี้พรรคไม่มีความกดดันต่อข่าวลือต่างๆ ในช่วงนี้ โดยเฉพาะกรณีบุคคลภายนอกมากดดันการพิจารณาบัญชีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ และบัญชีชื่อนายกฯ เพราะการสรรหาที่มีขึ้นมีระบบรัดกุม มีขั้นตอนผ่านการหารือพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งความเหมาะสม ประสบการณ์ทางการเมือง การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้จริง &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ข่าวลือเรื่องเปลี่ยนลำดับรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์นั้นไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะลำดับต้นๆ ทุกคนมีความสามารถทั้งนั้น ซึ่งบัญชีรายชื่อที่เราจัดต้องบอกว่าคุณภาพคับแก้ว ดังนั้นยืนยันว่าไม่มีแรงกดดันใดๆ พวกเราลงเรือลำเดียวกัน ก็ต้องพายทางเดียวกัน เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า มีแผนสำรองกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ให้ถึงจุดนั้นก่อนว่าใครตอบรับบ้าง หากไม่มีใครตอบรับ พรรคก็มีกระบวนการทุกอย่างรองรับไว้อยู่แล้ว แต่ยังมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะพิจารณาตอบรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งอาจเป็นบุคคลประวัติศาสตร์ในหน้าการเมืองไทย พรรคหวั่นเกรงด้วยหรือไม่ นายอุตตมปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องนี้ รวมทั้งไม่มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ในเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พปชร. กล่าวถึงกระแสความขัดแย้งในการจัดลำดับบัญชีรายชื่อของพรรค ว่าปกติธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคการเมืองในการเรียงลำดับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อส่วนใหญ่จะเรียงจากตำแหน่งในพรรค อย่างหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค แต่ในส่วนของ พปชร.ติดขัดในข้อกฎหมาย หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีภายใน 90 วัน จึงต้องมาพิจารณาในลำดับถัดไป ซึ่งขอให้มั่นใจได้ว่าลำดับที่ 1 ถึง 40 ได้เป็น ส.ส.กันทุกคน เรื่องความแตกแยกภายในพรรคไม่มีแน่นอน
สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ พปชร.ใน 10 อันดับแรกนั้น ประกอบด้วย 1.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค 2.นายสุริยะ 3.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 4.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 5.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒนุ์ 6.นายสันติ กีระนันทน์ 7.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 8.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 9.นายสุพล ฟองงาม และ 10.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
เปิดก๊วน 40 ชื่อ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในรายชื่อ 40 รายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ที่นายสุริยะมั่นใจว่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ส.นั้น พบว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มต่างๆ ภายในพรรค พปชร. โดยแบ่งออก 4 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย ทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด, กลุ่มสามมิตร, อดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และตัวแทนกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่เข้ามาร่วมงาน โดยในส่วนอดีตแกนนำ กปปส. นายณัฏฐพลได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และนายพุทธิพงษ์ได้ลำดับที่ 3 ซึ่งได้รับการผลักดันจากผู้มีบารมีนอกพรรค เนื่องจากตอบแทนช่วงที่ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ นอกจากนี้ยังมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่มาพร้อมกับอดีตแกนนำ กปปส.ที่อยู่ในระดับที่ 10 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด พบว่ามีการส่งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้ช่วย รมว.การคลัง ที่เป็นผู้ร่วมคิดโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลมาอยู่ลำดับที่ 5, นายสันติ กีระนันทน์ อดีตผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม (นายอุตตม) และอดีตรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ทำเรื่อง SME ให้รัฐบาล อยู่ในลำดับที่ 6 นอกจากนี้ ยังมีบุคคลจากสายนายสมคิด และผู้ทำงานให้พรรค พปชร.ในช่วงต้น อาทิ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ญาตินายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ อดีต รมช.พาณิชย์ ลำดับที่ 12, นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค ลำดับที่ 17, นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ เหรัญญิกพรรค ลำดับที่ 20, นายชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรค ลำดับที่ 23, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ลำดับที่ 19, นายยุทธนา โพธสุธน ลำดับที่ 21, นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ลำดับที่ 25 และนายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ลำดับที่ 34
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มสามมิตรพบว่า นายสุริยะอยู่ลำดับที่ 2, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่ลำดับที่ 4, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ลำดับที่ 16, นายภิรมย์ พลวิเศษ ลำดับที่ 24, นายธนกร วังบุญคงชนะ ลำดับที่ 27 รวมไปถึงนายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ฝากบุตรชายมาอยู่กับนายสุริยะและนายสมศักดิ์ ลำดับที่ 28 ด้านตัวแทนกลุ่มการเมืองต่างๆ อาทิ กลุ่มโคราช นายวิรัช รัตนเศรษฐ ลำดับที่ 7, นางวลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาวนายวิรัช ลำดับที่ 29, นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ บุตรชายนายวิรัช ลำดับที่ 35, กลุ่มเพชรบูรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ลำดับที่ 8, กลุ่มอีสานตอนบน นายสุพล ฟองงาม ลำดับที่ 9, กลุ่มขอนแก่น นายเอกราช ช่างเหลา ลำดับที่ 11, กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ประธานสภา อบจ.พะเยา อยู่ลำดับที่ 13 และนายภาคิน สมมิตรธนกุล ผอ.ฝ่ายยุทธศาสตร์ ภาคเหนือตอนบน ลำดับที่ 26, กลุ่มกำแพงเพชร นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ หรือกำนันตู้ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชน (พปช.) อยู่ลำดับที่ 14, กลุ่มชลบุรี นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี อยู่ลำดับที่ 15, กลุ่มบ้านริมน้ำ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ลำดับที่ 18, กลุ่มปากน้ำ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ลำดับที่ 22 และนายวรพร อัศวเหม ลำดับที่ 39 เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายณัฏฐพลกล่าวถึงกระแสข่าวความไม่พอใจการจัดรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ว่าบัญชีมาจากองค์ประกอบหลายส่วน ซึ่งคณะกรรมการสรรหาได้พยายามคัดสรรอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก และเป็นธรรมดาของการจัดทำปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งพรรคอื่นก็มีปัญหาเหมือนกัน คงไม่มีพรรคไหนแฮปปี้กันหมด แต่คิดว่าจริงๆ ถือว่าโอเคแล้ว และเราไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เราแค่ขยับรายชื่อ รวมถึงมีบางคนที่ถูกตัดรายชื่อออกไปเลย เพราะเรามีแค่ 120 ลำดับ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การคัดเลือกครั้งนี้ส่วนใหญ่ดูจากประสบการณ์ทางด้านวิชาการ ธุรกิจ และหลายภาคส่วน ไม่คิดว่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค ส่วนที่บอกกันว่าได้เป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 เพราะตอบแทนที่ร่วมต่อสู้กับ กปปส.นั้น ไม่เกี่ยวกันเลย การที่ได้รับเกียรติมาอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ถือว่าหัวหน้าและเลขาธิการพรรคไว้วางใจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งถึงบัญชีรายชื่อที่นายณัฏฐพลได้เป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ว่ามาจากการวิ่งเต้นไปที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ก.พ. เพื่อตอบแทนบุญคุณ กปปส. และบทบาทนายทุนของนายณัฏฐพลที่จะรับผิดชอบพรรคต่อไป จึงขยับนายณัฏฐพลขึ้นมาแทนนายสุริยะที่จะเป็นเบอร์ 1 รวมทั้งให้นายพุทธิพงษ์มาแทรกคิวอันดับ 3 แทนนายสมศักดิ์ จากเดิมอันดับ 2 ตกไปเป็นอันดับ 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เชื่อว่าจะทำให้นายสุริยะและนายสมศักดิ์เคือง เพราะเป็นผู้อาวุโสทางการเมือง และเปิดตัวทางการเมืองในนามกลุ่มสามมิตรก่อนเป็น พปชร.อีก และก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่าจะเป็นปาร์ตี้ลสิต์อันดับ 1 และ 2 มาตลอด จึงเท่ากับทำให้เสียหน้าทางการเมือง &amp;nbsp;ขณะที่ 2 บุคคล กปปส.ก็ยังมีคดีความในข้อกบฏอีกด้วย รวมทั้งยังอ่อนพรรษาทางการเมือง แต่ พล.อ.ประวิตรกลับให้การสนับสนุน&amp;quot; รายงานระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28582</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c429d7e2df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เทอีก8พันล. ขึ้นเงินเดือนอสม. ปัดแจกแลกเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครม. &amp;quot;ซานต้าตู่&amp;quot; เทกระจาด ควักอีก 1.6 พันล้านบาทลุยมาตรการช็อปช่วยชาติ ซื้อ 3 สินค้า &amp;ldquo;ยางล้อ-OTOP-หนังสือ&amp;rdquo; ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 หมื่นบาท ระหว่าง 15 ธ.ค.2561 ถึง 16 ม.ค.2562 ขณะที่ 6 กระทรวงพร้อมใจคลอดโครงการของขวัญปีใหม่ประชาชน พร้อมเอาใจ อสม.เพิ่มค่าตอบ 1,000 บาท เริ่ม ธ.ค.นี้ และอนุมัติ 763 ล้านให้ รพ.ตำบล ด้าน โฆษกรัฐบาลปัดหาเสียงเลือกตั้ง แค่งานรูทีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2561 เห็นชอบมาตรการช็อปช่วยชาติหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 หมื่นบาท ที่ซื้อสินค้า 3 ประเภท ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.2561 ถึง 16 ม.ค.2562 ประกอบด้วย ยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยานยนต์ และยางล้อรถจักรยาน ที่ซื้อจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) &amp;nbsp;ซึ่งได้ซื้อยางล้อดังกล่าวจากผู้ผลิตที่ซื้อวัตถุดิบยางจากการยางแห่งประเทศไทย โดยผู้เสียภาษีต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป พร้อมกับคูปองที่กรมสรรพากรเตรียมพิมพ์ไว้รอบแรกให้การยางมอบให้กับผู้ประกอบการ จำนวน 2 แสนเส้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีสินค้าจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน โดยต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และต้องระบุว่าเป็นรายการซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) &amp;nbsp;และส่วนการซื้อหนังสือ รวมถึงหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) แต่ไม่รวมถึงนิตยสารและหนังสือพิมพ์ โดยต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ พร้อมชื่อนามสกุลผู้ซื้อสินค้า รายการและมูลค่าสินค้าที่ซื้อจากร้านค้าประกอบการยื่นขอหักลดหย่อนภาษีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการภาษีนี้จะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศ โดยจะก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ผ่านการอ่านหนังสือ ตลอดจนช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง แม้ว่ากรมสรรพากรคาดว่าจะเสียภาษี 1.6 พันล้านบาท จากการขอลดหย่อนภาษี แต่ก็จะเก็บภาษีทางอื่นเพิ่มขึ้น&amp;quot; โฆษกกรมสรรพากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบการจัดทำโครงการของขวัญปีใหม่เพื่อมอบให้แก่ประชาชน ประจำปี 2562 รวม 6 กระทรวง 1.กระทรวงมหาดไทย มอบของขวัญภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;127 ปีมหาดไทย ทุกหัวใจเราดูแล&amp;rdquo; ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจในการ แบ่งเป็นบำบัดทุกข์ จำนวน 9 โครงการ และบำรุงสุข 13 โครงการ รวมทั้งสิ้น 22 โครงการ อาทิ 1.ร้องเรียนร้องทุกข์ผ่านแอปพลิเคชัน MOI 1567 ในการพัฒนาระบบการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ของประชาชนให้มีความสะดวกรวดเร็ว สามารถเข้าถึงได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา โดยนำแอปพลิเคชัน MOI 1567 และเว็บไซต์ศูนย์ดำรงธรรม www.damrongdhama.moi.go.th &amp;nbsp;มาเป็นช่องทางในการร้องเรียน ร้องทุกข์ของประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป 2.Share happiness: ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน เป้าหมายจำนวน 15,429 ครัวเรือน ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.2562 เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดากล่าวอีกว่า 2.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมี 27 โครงการ/กิจกรรม เช่น ยกเว้นค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Space Inspirium ชลบุรี 3. กระทรวงยุติธรรม เป็นโครงการ/แผนงานมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ อาทิ ลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความยุติธรรม เช่น การขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดของกรมบังคับคดี, มหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาท, การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ผลงานผู้ต้องขัง แนวทางที่ 4 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้ชื่อ พม.เติมสุข ทั่วไทย 2562 5.กระทรวงพาณิชย์ โครงการเทใจ มอบความสุขเทศกาลปีใหม่ 2562 เช่น การลดหนัก จับเต็ม New Year Grand Sale ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ 1.35 หมื่นสาขา, งานลดราคาสินค้าออนไลน์ thaitrade.com 30%, จัดสายตรวจพิเศษตรวจสอบการจำหน่ายสินค้า, อาหาร, กระเช้าของขวัญให้เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกเว้นค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 3 แห่ง ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2561-1 ม.ค.2562 ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี, พิพิธภัณฑ์สิรินธร จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จ.ขอนแก่น, การลดราคาผลิตภัณฑ์ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ระหว่างวันที่ 23 ธ.ค.2561-5 ม.ค.2562 เป็นต้น
เพิ่มเบี้ย อสม.1,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ครม.มีมติอนุมัติเพิ่มค่าตอบแทน อสม.จากเดิมที่เคยได้รับ 600 บาท เพิ่มเป็น 1,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้มีการพิจารณาเพิ่มค่าตอบมาเป็นระยะเวลา 10 ปี และ อสม.ก็มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้น จะเริ่มขึ้นค่าตอบแทนในเดือนธ.ค.2561 ทั้งนี้ มี อสม.ทั้งประเทศ 1,054,729 คน แบ่งเป็น อสม.ในต่างจังหวัด 1,039,729 คน และ อสม.ในกทม.ประมาณ 10,500 คน วงเงินงบประมาณปกติ 4,218 ล้านบาท เมื่อปรับเพิ่มจะมีวงเงินงบประมาณ 12,656 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.ยังมีมติอนุมัติวงเงิน 763 ล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหาซื้ออุปกรณ์ที่ทันสมัยให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ประมาณ 1,000 แห่ง จากทั้งหมด 9,800 แห่ง เพื่อยกระดับโรงพยาบาลและปรับปรุงให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น รองรับความแออัดของจำนวนผู้ป่วยในแต่ละจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมามีการปรับปรุงไปแล้วประมาณ 5,000 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้แต่ละกระทรวงจัดทำโครงการของขวัญปีใหม่มอบแก่ประชาชนนั้น ถือเป็นนโยบายช่วยเหลือและให้เป็นของขวัญแก่ประชาชนอยู่แล้ว และแน่นอนว่าเป็นโครงการตามปกติ โดยใช้งบประมาณตามปกติ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง ก็เป็นกิจกรรมตามปกติที่กระทรวงจัดขึ้นให้แก่ประชาชนอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิ่นสาย สุรัสวดี, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c06911786e52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประติมากรรมแสงเงาร.9 น้อมรำลึก2ปีวันสวรรคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.เห็นชอบจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 13 ต.ค.นี้ งดกิจกรรมที่ทำเนียบฯ วันที่ 12 ต.ค. &amp;quot;รพ.ศิริราช&amp;quot; เผยภาพประติมากรรมแสงเงาในหลวง ร.9 เหนือตึกก่อนแสดงจริงวันเสาร์นี้ เวลา 15.52 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10 ต.ค. พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยสืบเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ครม.ได้กำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 12-13 ต.ค.2561 แต่หลังจากนั้นได้มีกำหนดการจากสำนักพระราชวังออกมา ครม.จึงเห็นสมควรเพื่อให้การจัดงานสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางปฏิบัติเดียวกัน และยึดถือเป็นประเพณีสืบต่อกันไปตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จึงเห็นควรให้งดการจัดกิจกรรมงานของทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 12 ต.ค. แต่ให้ไปจัดในวันที่ 13 ต.ค. ในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดากล่าวว่า ในวันที่ 13 ต.ค. จะมีกิจกรรมสำคัญ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย ทำบุญตักบาตร โดยห้วงเวลาประมาณ 05.30-07.30 น. ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งนายกฯ และ ครม.พร้อมด้วยคู่สมรสจะเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าว การแต่งกายสำหรับสุภาพบุรุษ เป็นเครื่องแบบปกติขาว ส่วนสุภาพสตรีเป็นชุดไทยอมรินทร์ หรือชุดไทยจิตรลดาโทนสีเหลือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนั้นจะเป็นการวางพวงมาลาและการถวายบังคม โดยนายกฯ จะนำ ครม.วางพวงมาลา เป็นการร่วมพิธีที่บริเวณท้องสนามหลวง กำหนดจัดในห้วงเวลา 08.45-09.00 น. โดยจะมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วม ซึ่งนายกฯ จะได้นำผู้ร่วมพิธีถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ และเย็นของวันเดียวกัน ในห้วงเวลาประมาณ 18.00-18.45 น. จะเป็นกิจกรรมถวายบังคมและจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ &amp;nbsp;รวมถึงยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 89 วินาที ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง โดยนายกฯ &amp;nbsp; ครม.และภริยาร่วมงานด้วย พร้อมมีการเปิดเพลงพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ เมื่อเพลงจบก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรม&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้จัดงาน &amp;ldquo;ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์&amp;rdquo; เนื่องในวาระครบ 2 ปี การเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานพัฒนาการแพทย์เพื่อคนไทย ในวันที่ 13 ต.ค.2561 ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. ณ รพ.ศิริราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป พิธีสวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ พิธีถวายสักการะ กล่าวสดุดี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ มีปาฐกถาเทิดพระเกียรติ หัวข้อ &amp;ldquo;ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์&amp;rdquo; &amp;nbsp;มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และ รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตลอดจนพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ต.ค. เวลา 15.52 น. ซึ่งเป็นเวลาเสด็จสวรรคต จะมีพิธีเจริญจิตภาวนา ณ ศาลาศิริราช 100 ปี และชมการแสดงภาพประติมากรรมแสงเงาพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เหนือตึกศรีสังวาลย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ทดสอบการแสดงภาพประติมากรรมแสงเงาพระบรมฉายาลักษณ์ก่อนวันจริง พร้อมเผยแพร่ภาพดังกล่าวด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19619</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbe11c2a6536.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขรก.หญิง&#039;ขยับขึ้นยกแผง จารุวรรณเลขาฯกฤษฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮือฮาข้าราชการหญิงขึ้นยกแผง! ครม.แต่งตั้ง &amp;quot;จารุวรรณ&amp;quot; นั่งเลขาฯ กฤษฎีกาแทน &amp;quot;ดิสทัต&amp;quot; เกษียณอายุราชการ &amp;quot;สุลักขณา&amp;quot; ขยับขึ้นรองเลขาธิการ ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมครม.มีมติแต่งตั้ง น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แทนนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดากล่าวต่อว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เสนอแต่งตั้ง น.ส.สุลักขณา ธรรมานุสติ ที่ปรึกษาระบบราชการ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ก.พ. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการและสับเปลี่ยนหมุนเวียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมเสนอจำนวน 3 รายคือ 1.นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ รองปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม 2.นายอภิจิณ โชติกเสถียร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 3.นายสุรพล ชามาตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการและสับเปลี่ยนหมุนเวียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้ง ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอจำนวน 5 ราย คือ 1.นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2.นายอำนาจ วิชายานุวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงฯ 3.น.ส.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.นายศรีชัย พรประชาธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 5.นายณรงค์ แผ้วพลสง ศึกษาธิการภาคสำนักงานศึกษาธิการภาค 15 (เชียงใหม่) ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการและสับเปลี่ยนหมุนเวียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.ยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ จำนวน 3 ราย คือ 1.น.ส.อรุณี พูลแก้ว พูดตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 2.นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และ 3.นายสุพพัต อ่องแสงคุณ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการและสับเปลี่ยนหมุนเวียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16851</URL_LINK>
                <HASHTAG>จารุวรรณ เฮงตระกูล, ณรงค์ แผ้วพลสง, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, วัฒนาพร ระงับทุกข์, ศรีชัย พรประชาธรรม, สมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์, สุพพัต อ่องแสงคุณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรุณี พูลแก้ว, อำนาจ วิชายานุวัฒน์, อุษณีย์ ธโนศวรรย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e9d1485e48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.จัดทัพ!ย้ายล็อตใหญ่16พ่อเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มติ ครม.ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ทั่วประเทศ 16 ตำแหน่ง ขณะที่มหาดไทยติวเข้มข้าราชการรุ่นใหม่ ต้องมีความรู้คู่คุณธรรม ยึดประโยชน์ประชาชนและส่วนรวมเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นอุดมการณ์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;บำบัดทุกข์ บำรุงสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ดังนี้ นายธนาคม จงจิระ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นรองปลัดกระทรวง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นรองปลัดกระทรวง, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายประยูร รัตนเสนีย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมที่ดิน, นายระพี ผ่องบุพกิจ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายสยาม ศิริมงคล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพร สิงหวิชัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายศิริพัฒ พัฒกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายเกียรติศักดิ์ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชิต ชาตไพสิฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี, นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมอัษฎางค์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การเป็นข้าราชการที่ดี&amp;rdquo; รุ่นที่ 54 จัดโดยสถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย เพื่อฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ทราบถึงระเบียบแบบแผนของทางราชการและการเป็นข้าราชการที่ดี โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน ประกอบด้วย ข้าราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งใช้ระยะเวลาการอบรม จำนวน 10 วัน ในระหว่างวันที่ 14-23 สิงหาคม 2561 ณ วิทยาลัยมหาดไทย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานราชการ โดยเน้นย้ำหลักการทำงานและการดำรงชีวิต เพื่อให้ข้าราชการผู้เข้ารับการอบรมได้นำไปปฏิบัติ คือ 1.การครองตน โดยรู้จักการวางแผน &amp;ldquo;บัญชีชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ทั้งความพอเพียง การรู้จักประมาณตน และความมีเหตุมีผล การรู้จักเก็บออม รู้จักกินจักใช้ และรู้จักพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และรู้จักคิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การทำงานมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี 2.การครองงาน ต้องมีวินัย และมีสมรรถนะในการทำงาน มีอดทนและอดกลั้น นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติ และ 3.การมีจิตอาสา รู้จักการเสียสละ และหมั่นทำความดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ข้าราชการใหม่ทุกคนพึงระลึกเสมอว่า ในการทำงานเราต้องยึดหลักกฎหมายและหลักคุณธรรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญ และได้มีประกาศ &amp;ldquo;เจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน&amp;rdquo; ที่มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาประชาชนอย่างรวดเร็ว ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด พร้อมส่งเสริมให้ข้าราชการและบุคลากรมีคุณธรรม 4 ประการ คือ &amp;ldquo;พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา&amp;rdquo; และปฏิบัติตนยึดมั่นในจริยธรรม กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง และมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคม จงจิระ, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, นิสิต จันทร์สมวงศ์, ประยูร รัตนเสนีย์, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พรพจน์ เพ็ญพาส, ระพี ผ่องบุพกิจ, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพร สิงหวิชัย, เกียรติศักดิ์ จันทรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72eb691b7bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติครม.ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.61- พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ดังนี้ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมีมติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ดังนี้ นายธนาคม จงจิระ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นรองปลัดกระทรวง นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นรองปลัดกระทรวง นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายประยูร รัตนเสนีย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมที่ดิน นายระพี ผ่องบุพกิจ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสยาม ศิริมงคล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพร สิงหวิชัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายศิริพัฒ พัฒกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเกียรติศักดิ์ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชิต ชาตไพสิฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมครม., ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด, โยกย้ายข้าราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b729f91f2a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
